aLwaYs moodY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




.
.
.
.
The best things in life are often unseen
that's why we always close our eyes when
we kiss, pray and dream.
.
.
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
2 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add aLwaYs moodY's blog to your web]
Links
 

 
Spring in Seoul... ไปแล้วไปอีก(ทำไม) 2

ง่ะ...หายไปนานเรย แฮะๆ ดูบล็อกตัวเองย้อนหลังเดือนนึงพอดี ทริปสิ้นเดือน สิ้นปี ต้นปีหน้ามาจ่อแล้วแต่แรงเฉื่อยของเจ้ของบล็อกก้อไม่ได้ลดลงเลย วันนี้ทำตัวว่าง อัฟบล็อกละกัน



เที่ยวเองคราวนี้ทำให้แพทมองเห็นโซลในมุมที่ต่างออกไป แพทสนุกกับการนั่งรถไฟ ได้เฝ้ามองผู้คนบนรถ เห็นวิถีชีวิตคนเมืองในโซล ทั้งวัยรุ่น คนทำงาน และเหล่าอาจุมม่าที่พยายามจะพูดคุยกับเราถึงแม้จะใช้ภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ก้อเถอะ บางภาพ บางมุมที่แพทไม่มีโอกาสได้เห็นเวลาไปกับทัวร์ เด๋วแพทจะค่อยๆเล่าละกันนะคะ




ทริปนี้ไป 5 วัน แต่เที่ยวเต็ม 4 วัน อีก 1 วันเป็นวันเดินทางเพราะเราจะประหยัดต้องแวะต่อเครื่องด้วย ขากลับนั่งรอนอนรอ 4 ชั่วโมงที่โฮจิมินต์ อ่าน --> Spring in Seoul 1


ที่พักเราเป็นเกสเฮ้าส์ โฮสเทล อยู่ย่านมยองดง สะดวกมากมาย เดินห้านาทีก้อถึงย่านช๊อปปิ้งแล้ว พวกเราอยู่ปิดร้านเค้าทุกคืนเลยทีเดียว อ่าน --> Zaza Backpackers Hostel


ฝากกระเป๋าไว้แล้วเราก้อออกเที่ยวกันเรยค่ะ จาก Zaza นั่งรถไฟสาย4ไปหนึ่งสถานีเปลี่ยนเป็นสาย 3 ที่ Chungmoru ไปลงที่ Gyeongbokgung ออก exit 5 ถึงพระราชวังเคียงบกพอดี







ซื้อตั๋วแล้วเข้าไปชมกันเลยค่ะ











ด้านซ้าย ทางเข้าวังเดินย้อนเวลาสู่อดีต








ประตูจอนชุมมุน มองออกไปเห็นเมืองและตึกสูง






เดินเลาะรอบวังเล่นซะเมื่อยเลย แพทเองไม่ตื่นเต้นก้อเดินชิลๆตามเพื่อนไป หลายส่วนได้รับการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงไป อย่างร้านยาด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ก้อไม่มีแล้ว เลยไปด้านหลังก้อมีพิพิธภัณฑ์เด็ก และส่วนที่จัดแสดงจำลองหมู่บ้าน ร้านค้า รถไฟเกาหลีด้วย


















เจอน้องๆกลุ่มนี้นั่งเล่นร้องเพลงกันเสียงดังตามประสาเด็กวัยรุ่น แพทเรยเข้าไปขอถ่ายรูปด้วย พวกชีดูดีใจหัวเราะน่าเป็นยอมให้ถ่ายรูปแต่โดยดี เสร็จแล้วก้อร้องเพลงเสียงดังกันต่อไป





กว่าจะเดินมาจนถึงทางออกด้านทิศตะวันตกเล่นเอาขาลากเลยค่ะ มองทะลุประตูออกไปจะเห็น บลูเฮ้าส์ ซึ่งมีการตรวจรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ตอนพวกแพทเดินไปถึงนั้น เห็นตำรวจเดินตรวจระเบิดเรียกว่าทุกตารางนิ้วจิงๆ รู้สึกปลอดภัยยังไงไม่รู้






เราพยายามถามทางเพื่อไปซัมชองดอง ( Samcheong-dong-삼청동) แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าไกลมาก เรามีเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วโมงเพื่อไปให้ทันไกด์รอบอังกฤษที่ซางด็อกกุง เรยเป็นอันต้องพับแผนไปก่อนแล้วค่อยแวะมาเก็บตอนขากลับ จากตรงนั้นเราเดินต้องเดินย้อนกลับมาจนถึงสถานี Gyeongbokgung เพื่อไป สถานี Angkuk ถัดไปอีกสถานีนึง ออก exit 3 เดินออกมาก้องงๆ เพราะยังไม่ถึงวังต้องเดินต่อไปอีก แวะถามทางที่มินิมาร์ท GS25 เลยหาอะไรง่ายๆทานกัน อยู่ที่โซลสี่วันแพททานแซนวิสทุกวันเรยค่ะ เค้านิยมขายกันเยอะทีเดียว ไม่ใช่แซนวิสแบบที่เราเห็นในเซเว่นนะคะ แต่เป็นแบบที่เค้าทำกันสดๆนะคะ มีหลายออปชั่นให้เลือก ราคาก้อแตกต่างกันไป










มีเวลานั่งพักขาแข้งไม่นานก้อถึงรอบไกด์ของเราแล้วค่ะ รอบนี้คนไม่เยอะแค่ประมาณสิบคนเห็นจะได้ เราเรยได้ยินคุณไกด์อย่างใกล้ชิดทีเดียว คุณไกด์สำเนียงดีเราเรยไม่ลำบากเท่าไร แพทจับใจความสำคัญมาได้ประมาณนี้ค่ะ

ประตูทางเข้าแบ่งเป็นสามช่อง ตรงกลางสำหรับราชวงศ์ สองข้างซ้ายขวาเป็นขุนนาง ข้าราชบริพาร






คนสมัยก่อนตัวเล็กมาก ประตูในวังสำหรับนางกำนัลหรือคนงานในวังจึงเตี้ยมากๆเรย




อาคารหรือความสำคัญของพระตำหนักแต่ละที่แสดงด้วยสัตว์วิเศษที่อยู่บนหลังคา มีตั้งแต่ 3 5 7 9 11 ยิ่งมากแปลว่าสำคัญมาก





อันนี้คือตำหนักหลักของวัง นับได้ 9 ตัวมั้ยค่ะ




ภาพวาดที่อยู่ในพระตำหนักหลักของแต่ละวัง ประกอบด้วยพระอาทิตย์และพระจันทร์ ซึ่งหมายถึง กษัตริย์และราชินี ภูเขาทั้ง 5 หมายถึงภูเขาสำคัญทั้ง 5 ของโซล แม่น้ำและต้นสน หมายถึงอายุที่ยืนยาว







อาคารในวังเป็นอาคารซึ่งใช้สี 5 สี ซึ่งสงวนไว้ใช้สำหรับกษัตริย์เท่านั้น








เตาผิงที่ฝรั่งเค้าใช้กัน คนเกาหลีเค้าก้อมีใช้กันมานานแล้วนะเอ้า




แพทเดินตามคุณไกด์มาได้จนถึงแค่อาคารนี้ซึ่งถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นตำหนักที่กษัตริย์ใช้เรียนหนังสือ คุณไกด์ยืนเล่าความสำคัญอยู่พักนึง พอแพทให้นั่งเท่านั้นก้อยกก้นไปต่อไม่ไหว เรื่องราวของซางด็อกกุงของแพทจึงหมดลงเท่านี้




เราสะบักสะบอมกันมากแล้วกับสองวัง เวลายังมีแต่ลูกทัวร์เริ่มงอแงแล้วสิ เรายังต้องไปต่ออีกสองที่คือ เดินย้อนกลับไปที่ ซัมชองดอง เพื่อไปตามรอยซีรีย์ที่บุกชล และ ไปจตุรัสควางฮวามุน เดินกันแบบตุปัตุเปล่เลยค่ะ ระหว่างทางก้อเลาะเลียบริมถนนไป สารภาพว่าจับทิศทางไม่ถูกเรยทีเดียว ผ่านไปเจอ MMG cafe เข้าโดยบังเอิญดีใจมาก แต่เข้าไปแล้วรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย มีสเตชั่นนารีไม่เยอะเท่าที่คาดไว้ ลูกทัวร์เรยพากันรีบออกมา แพทเรยอดชิมกาแฟไปตามระเบียบ









เดินมาอีกหน่อยเจอสตาร์บัค เห็นเค้าเขียนเป็นภาษาเกาหลีตอนแรกคิดว่าเดินอยู่อินซาดง ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ ตอนหลังจึงคิดได้เองว่านอกจากที่อินซาดงแล้ว ยังมีสาขานี้อีกที่ที่เขียนชื่อร้านเป็นภาษาเกาหลี





ได้เวลาโรงเรียนเลิกแล้ว เห็นนักเรียนยืนกันเป็นกลุ่มๆหน้าโรงเรียนมัธยม ได้เห็นเด็กๆยืนทานของทอดตามร้านข้างทางด้วยเหมือนที่เห็นในซีรีย์เลยอ่ะ ดีจิงๆ








แอบยืนสังเกตว่าน้องๆเค้าทำอะไรกัน ไม่ยอมกลับบ้านกันอยู่พักนึง อยู่หน้าโรงเรียนอะไรสักอย่าง มองไปเห็นหนุ่มสาวเดินออกมาจากถนนหน้าโรงเรียนเยอะเลย พวกเราเรยอยากลองเข้าไปดู แล้วก้อตัดสินใจไม่ผิด เพราะนั่นคือ ซัมชองดองที่เราหาอยู่นี่เอง








เดินเข้าไปไกลไม่หยอกแต่ร้านรวงสองข้างทางก้อทำให้หายเหนื่อยได้เป็นระยะๆ อากาศเย็นๆอย่างนี้ โรแมนติกจิงๆ








ร้านนี้คุ้นๆมั้ยค่ะ เป็นเหมือนโลโก้ของถนนเส้นนี้เรยนะเนี่ย











เดินถึงร้านนี้แล้วขาก้อเริ่มดื้อแล้ว พวกเราเบรยตัดใจไม่เดินไปบุกชนต่อเสียดายเหมือนกันนะเนี่ย ถ้ามีเวลาอยู่โซลมากกว่านี้อีกหน่อยคงได้ไปเก็บตกกัน ถ้าอยากเห็นภาพหรือต้องการข้อมูล อ่านที่นีค่ะ --> Breathing history by walking down Seoul -gil




เราเดินย้อนกลับมาทางเดิม แล้วข้ามถนนเดินตัดสวนสาธารณะไปฝั่งตรงข้ามกับวังเคียงบกเพื่อไปเก็บจุดสุดท้ายของส่วนนี้ คือ จตุรัสควางฮวามุนค่ะ จริงๆถ้าเดินไม่ไหวแล้วเพื่อนๆอาจเอาไปรวมไว้กับวันที่จะมาเดินคลองเกชอนก้อได้นะคะ จิงๆโซนนี้แพทก้อมาทั้งสี่วันเลยนะคะ เพราะวันเดียวเก็บไม่หมด ถึงแม้ว่าจะเป็นเดือนพฤษภาแล้วแต่อากาศที่โซลตอนเย็นนี้หนาวไม่ใช่เล่นเรยนะคะ ยิ่งตอนมีลมพัดนี้สุดๆไปเรยค่ะ พระอาทิตย์ตกช้าก้อจิงนะคะทุ่มกว่าแล้วฟ้ายังไม่มืดเลยแต่นั่นหนาวกระชากใจมากๆๆ







มุดลงใต้ดินที่สถานีควางฮวามุนมาเจอร้านขายของที่ระลึกทูตท่องเที่ยวเจ้าฮะชิพอดี ร้านใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย สถานีนี้เดินเหนื่อยเหมือนกันนะเชื่อมต่อไปออกสองข้างของถนนได้เรย




กลับมาเช็คอินที่ Zaza กันก่อน ท้องเริ่มร้องแล้วเพราะตั้งแต่ลงเครื่องเรายังไม่ได้ทานมื้อหลักกันเรย แซนวิสเริ่มหมดฤทธิ์แล้วซิ เดินวนๆอยู่ในเมียงดงสุดท้ายก้อเลือกร้านนี้ เลือกอาหารเป็นเซ็ทมีทั้งหมูไก่ซีฟู๊ด ต็อกเค้าก้อเอาผัดกินด้วยกันได้ เอามาผัดในกะทะร้อนๆ เห็นคนเต็มร้านเรยเดินเข้าไป ก้อพอกินได้นะ





พนักงานในร้านจะมาผัดข้าวให้เราด้วย พวกเราอยากลองแต่เก้ๆกังๆ น้องเค้าก้อกุลีกุจอมาคว้าทัพพีไปซะนี่




อิ่มเปล้แล้วไปเดินช๊อปปิ้งปิดท้ายและปิดร้านเค้าด้วย ฮาๆ เป็นอย่างนี้ทั้ง 3 คืนเร้ย เวลาส่วนมากหมดไปกับเครื่องสำอางค์ทั้งหลาย เดินเข้าร้านโน้นออกร้านนี้ ตลอดทางก้อได้ยินเสียงคนไทยที่มากับทัวร์เยอะจิงๆ เข้าร้านไหนก้อเจอคนไทย พนักงานในร้านนี้พูดไทยได้ด้วยเรย เสียดายไม่ได้ลองไปร้านแบบนี้เรยมีแต่รูปมาฝาก







หมดไปหนึ่งวัน กลับที่พักหลับเป็นตายที่นี่ไม่มีอ่างน้ำซะด้วยเรยอดแช่เท้าเรย


Create Date : 02 กรกฎาคม 2554
Last Update : 7 กรกฎาคม 2554 7:56:38 น. 1 comments
Counter : 1332 Pageviews.

 
แวะตามมาเที่ยวต่อ...

อ่านดูน่าสนุกแต่คงเดินเยอะไม่ใช่เล่นเลยใช่มั้ยจ้ะเนี่ย ร้านน่ารักๆเยอะมาก ร้านที่เป็นตึกสีขาวที่แพทบอกว่าเหมือนเป็นโลโก้ของถนนสายนี้นั่นเค้าขายอะไรจ้ะ อ้อมไม่สันทัดเรื่องเกาหลีเท่าไหร่ ซีรี่ย์เกาหลีก็ไม่เคยดู อยากเห็นข้างในจังคงน่ารักมากๆเนอะ

ใกล้จบทริปหรือยังเอ่ย รอดูตอนต่อไปน้าาาา


โดย: ~ Cerulean Blue ~ วันที่: 4 กรกฎาคม 2554 เวลา:19:29:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.