ถ่ายงานแต่งแบบ "ฝรั่ง"
"Wedding Photojournalism" เทรนด์การถ่ายภาพแต่งงานที่ฮิตมาก
ในอเมริกาในช่วง 2-3 ปีหลัง ด้วยสไตล์ภาพที่เน้นการเล่าเรื่องเข้าถึง
อารมณ์ของเหตุการณ์ มากกว่าการโพสต์ท่าสวยถ่ายกับเพื่อนๆ ญาติ
พี่น้องตามแบบแผนเดิมๆ..

ในบทความนี้ โปรผู้ช่ำชองด้าน Wedding Photojournalism จะมา
เปิดเผยประสบการณ์ แนวคิด และเทคนิคเฉพาะตัวให้พวกเราฟัง ดูซิว่า
โปรฝรั่งเค้าถ่ายงานแต่งกันยังไง..
________________________________________________

จากบทความ A Comprehensive Guide to Wedding Photojournalism
by Daniel Sone

________________________________________________


Background



แดเนียล โซเน่ (Daniel Sone') ช่างภาพอิสระที่เน้นถ่ายภาพข่าว ส่งให้
สื่อท้องถิ่น มีงานส่วนตัวบ้างประปรายประเภท งานปาร์ตี้ ถ่ายอีเวนท์และ
พิธีศีลจุ่ม ที่พ่อแม่นำเด็กทารกไปรับศีลในโบสถ์เป็นครั้งแรก

โดยส่วนตัว แดเนียลค่อนข้างแอนตี้การถ่ายงานแต่งงานแบบเดิมๆ เค้าว่ามัน
ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ โพสต์ถ่ายโพสต์ถ่าย ดูสุขเว่อร์ ตกแต่งเว่อร์ และดู
เหมือนๆ กันไปหมด..เมื่อไม่ใช่แนว เค้าเลยหลีกเลี่ยงถ่ายงานแต่งมาตลอด
..เพราะถ่ายยังไงคงสู้มือโปรด้านนี้หรือเวดดิ้งสตูดิโอใหญ่ๆ เค้าไม่ได้

จนมาพรรค์หลังๆ เมื่อบ่าวสาวรุ่นใหม่เริ่มอยากได้ภาพงานแต่งแนว Wedding
Photojournalism กันมากขึ้น นายแดเนี่ยลเลยเริ่มมั่นใจ และหันมาจับธุรกิจนี้
อย่างจริงๆ จังๆ เค้าให้ทรรศนะว่า หัวใจของการถ่ายภาพแนวนี้ คือการให้ภาพ
เล่าเรื่องอย่างมีชั้นเชิง ซึ่งก็ไม่ต่างจากภาพข่าวที่เค้าถ่ายมาทั้งชีวิต

_______________________________________________


จะเล่าเรื่อง..ต้องรู้เรื่องที่เล่า




ข่าวกับงานแต่ง เหมือนกันอยู่อย่าง คือ มันเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว พลาดแล้ว
พลาดเลย ฉะนั้นช่างภาพต้องพร้อมเต็มที่ ทั้งด้านทักษะฝีมือและมุมมอง..

แดเนี่ยลมักเริ่มต้นทุกงานด้วยการพูดคุยสัมภาษณ์ถามข้อมูลจากคู่บ่าวสาว
ให้มากที่สุด ตั้งแต่สิ่งที่ "ต้องรู้" อาทิ เวลา สถานที่ ตารางงาน พิธีการต่างๆ
ฯลฯ ไปจนถึงเรื่องลึกๆ อย่าง เจอกันที่ไหน รักกันได้ยังไง เคยแยกทางกันมั้ย
เหตุการณ์ที่ประทับใจที่สุด ฯลฯ

ยิ่งถามมากคุณยิ่งเข้าถึงคนทั้งคู่มากขึ้น และเมื่อเรา"อิน" กับเรื่องราว ก็จะ
เข้าใจถึงสัญลักษณ์ต่างๆ ที่สอดแทรกเข้ามา เช่น ธีมสีในงาน ดอกไม้
ของตกแต่งต่างๆ ไปจนถึงเพลงที่ทั้งคู่เลือกใช้ตอนเปิดฟลอร์ ฯลฯ ซึ่ง
รายละเอียดเหล่านี้แหละ จะช่วยคุณคาดเดาเหตุการณ์ต่างๆ ได้ ซึ่งมัน
จะช่วยให้คุณทำงานได้ง่ายขึ้นเยอะ

ที่สำคัญ..ก่อนรับงาน แดเนี่ยลมักเปิดพอร์ทให้ลูกค้าดูเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่า
พวกเค้าอยากได้ภาพสไตล์นี้จริงๆ เพราะความชอบมันขึ้นอยู่กับมุมมองและ
รสนิยมของแต่ละคนจริงๆ ถ้าแนวไม่ตรงกันก็เสียเวลาทำงานให้ตรงใจกันได้..
สู้ไปหาช่างภาพคนใหม่ดีกว่า

________________________________________________


กล้องและอุปกรณ์

การเลือกใช้อุปกรณ์มักขึ้นอยู่กับ เวลา สถานที่ ขนาดของงาน และข้อกำหนด
ของสถานที่นั้นๆ ซึ่งอุปกรณ์ประจำตัวของแดเนี่ยล ได้แก่

- Canon 5D 2 ตัว (มาร์คไหนไม่รู้ เพราะเค้าไม่ได้บอก อิอิ)
- ไวด์ 16-35mm f/2.8
- นอร์มอล 24-70mm f/2.8
- เทเล 70-200mm f/2.8
- แฟลช 580EX II
- พร้อมแบตและเมโมรี่การ์ดสำรองเต็มสูบ




แดเนี่ยลแนะนำว่า ถ้าไม่มีตังค์ซื้อฟูลเฟรมพวก 5D หรือ D700 ก็ใช้รุ่นเล็ก
หน่อย เอาที่บังคับควบคุมได้รวดเร็ว ส่วนเลนส์ต้อง "เน้นๆ" พวกเกรดโปรที่
ให้ f คงที่ เพื่อคุณภาพของภาพและโอกาสในการได้ภาพ แถมเลนส์ f กว้าง
ยังช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาดันหรือเปลี่ยน ISO ขณะทำงาน

หรือถ้าคุณยังไม่มีงบลงทุนกับอุปกรณ์แพงๆ ที่ไม่ได้ใช้บ่อยๆ การ"เช่า"ก็เป็น
ความคิดที่ดี โดยเฉพาะพวกอุปกรณ์แฟลช ไฟสตูดิโอ หรือเลนส์เทเลโฟโต้
ใหญ่ๆ และเพื่อให้มั่นใจว่าภาพของเค้าจะไม่ออกมาเหมือนกันหมดทุกงาน
แดเนี่ยลมักจะหาอุปกรณ์หรือเทคนิคใหม่ๆ มาใช้เสมอ ซึ่งแน่นอน..มันต้อง
ผ่านการฝึกฝนซักซ้อมมาเป็นอย่างดี




อย่างไรก็ตาม แม้อุปกรณ์ต่างๆ จะช่วยคุณให้ได้ภาพที่ดีขึ้น แต่ก็ควรเลือก
ใช้แต่พอดี อย่าแบกอุปกรณ์เยอะแยะจนเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน เลือก
ทำในสิ่งที่คุณถนัดและทำได้ดีที่สุดและคำนึงถึงสิ่งที่ลูกค้าต้องการอยู่เสมอ
..แล้วผลจะออกมาดีเอง




________________________________________________


"Candid" vs Photojournalism

Photojournalism หรือการถ่ายภาพสไตล์ข่าว ไม่ใช่แค่การแคนดิดจับ
แอคชั่นตอนที่แบบไม่รู้ตัว แต่ภาพของคุณต้อง"เล่าเรื่องราว" ผ่านทาง
การแสดงออก อารมณ์ สัญลักษณ์ หรือนัยยะแฝงต่างๆ โดยใช้ความคิด
สร้างสรรค์และการวางองค์ประกอบภาพที่ดี

Photojournalism ที่ดีต้องสื่อเรื่องราวหรือบอกเรื่องราวได้ด้วยตัวมัน
เอง ซึ่งช่างภาพต้องบาลานซ์ระหว่างประสบการณ์ที่คนในงานแต่งได้รับ
กับมุมมองของตัวเอง ซึ่งการรีเสิร์ชที่ดีเกี่ยวกับ ภูมิหลัง ประวัติ ศาสนา
ความเชื่อ พื้นฐานครอบครัวของคู่บ่าวสาว ฯลฯ จะช่วยคุณสื่อสารจับใจ
ผู้ชมได้ง่ายขึ้น และแน่นอน..งานของคุณจะ "ลึก" ขึ้นด้วย




ภาพ : พิธีเทเม็ดทรายสัญลักษณ์สำคัญของงานแต่งนี้ แต่สายตาช่างสงสัย
ของเด็กคนนี้ ก็เสริมเรื่องราวและความน่าสนใจให้ภาพนี้ได้เยอะเลย




________________________________________________


Composition

จากประสบการณ์เป็นช่างภาพข่าวมาหลายปี แดเนี่ยลจึงค่อนข้างจริงจัง
กับการได้ภาพที่เค้าต้องการ บ่อยครั้งที่เค้ามักจ่อเลนส์ไวด์ 16-35 ใส่
คู่บ่าวสาว เพื่อให้ได้คอมโพสที่ดีที่สุด




สำหรับแดเนี่ยล การวางองค์ประกอบภาพที่ดีคือหัวใจหลักของภาพที่ดีเค้า
มักใช้กฎ 3 ส่วน เพื่อให้ภาพดูน่าสนใจ ใช้แสงเงาโทนมืดสว่างเพื่อดึงสายตา
ไปยังจุดที่ต้องการ รวมถึงการส่องหามุมวางคอมโพสที่หลากหลายเพื่อให้
อัลบั้มภาพดูแปลกตาน่าติดตามยิ่งขึ้น แดเนี่ยลให้เคล็ดลับว่า คุณต้องจับ
โมเมนต์ให้ได้พร้อมตีความและเล่าเรื่องในแบบฉบับของคุณเอง







และแม้คุณกับลูกค้าจะตกลงกันให้ได้ภาพแปลกแหวกแนวแค่ไหน คุณต้อง
ไม่ลืมถ่ายชอต "มาตรฐาน" ประเภทแฟชั่นชอต รูปคู่โพสท่าในมุมสวยๆ
ภาพคู่ก้บพ่อแม่บ่าวสาว หรือภาพหมู่กับครอบครัวและบรรดาเพื่อนฝูง และ
ขึ้นชื่อว่า "ภาพหมู่" คุณไม่จำเป็นต้องถ่ายให้มันนิ่งๆ เสมอไป จะกำกับให้
ดูขำๆ เท่ๆ พรือหลุดโลกยังไงก็ได้ตามแต่สถานการณ์อำนวย แต่คู่บ่าวสาว
ลูกค้าคุณต้องดูเด่นที่สุด อาจจะวางพวกเค้าไว้กลางภาพ หรือมุมใดมุมนึง
ที่มีจุดนำสายตาไปที่พระเอกนางเอกของงาน อันนี้แล้วแต่ครีเอทีฟของ
แต่ละคน เพราะยังไง ชอตมาตรฐานเหล่านี้แหละ ที่ไปอยู่ตามข้างฝาแปะ
โชว์ลูกหลานไปอีกสิบๆ ปี ต้องถ่ายไว้..ห้ามลืมเป็นอันขาด







________________________________________________



Emotion : จับให้มั่น คั้นให้ตาย




..งานแต่งงาน เป็นเหตุการณ์ที่เปี่ยมอารมณ์ความรู้สึกเสมอ หน้าที่ของคุณ
ก็แค่บันทึกความรักความรู้สึกเหล่านั้นไว้ในภาพให้ได้มากที่สุด

การเตรียมพร้อมคาดเดาเหตุการณ์ก่อนที่"โมเมนต์"นั้นจะเกิดเป็นเรื่องสำคัญ
เพราะเวลาไม่ย้อนกลับ คุณมีโอกาสแค่ครั้งเดียว ฉะนั้นเตรียมตัวให้พร้อม
หาตำแหน่ง จัดคอมโพส เตรียมโฟกัสไว้ในวิวไฟน์เดอร์ อย่าวิ่งไล่ตามเพื่อ
หามุม ใช้จินตนาการและไหวพริบให้เป็นประโยชน์

และขอย้ำอีกครั้ง เมื่อคุณใส่ใจทำความรู้จักกับคนที่คุณถ่าย และ"อิน"กับ
เหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า คุณจะจับโมเมนต์น่าประทับใจได้ไม่ยากเลย...








ภาพ : ตอนคู่บ่าวสาวออกมาเปิดฟลอร์ เล็งกล้องให้พร้อมรอภาพซึ้งๆ ได้เลย


________________________________________________



ใส่ใจในรายละเอียด




หาสิ่งน้อยนิดแต่มหาศาล มาเติมเต็มสิ่งที่คุณต้องการจะเล่า ยิ่งคุณเข้าถึง
เรื่องราวเท่าไหร่ ภาพของคุณยิ่งจับใจ..โดยเฉพาะสิ่งที่สื่อถึงความรักและ
ความสัมพันธ์ มันมีความหมายมากกว่าซุ้มดอกไม้สวยๆ นับพันนับหมื่นเท่า
ดังเช่นภาพนี้ที่เจ้าสาวเสียคุณพ่อไปตั้งแต่เธอยังเล็กๆ พ่อของเธอเลยไม่มี
โอกาสได้เดินส่งตัวเธอเข้าโบสถ์ แต่เค้าก็ยังอยู่กับเธอที่นี่



ภาพ : ภาพนี้อาจไม่มีความหมายสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับเจ้าสาว
นี่แหละคือ "ประวัติศาสตร์ส่วนตัว" ที่คุณต้องบันทึกไว้
________________________________________________


หรือสิ่งของส่วนตัว แหวนแต่งงาน สัญลักษณ์ที่แสดงถึงความสัมพันธ์ คือ
ดีเทลที่จะมาเติมเต็มเรื่องราวให้สมบูรณ์ขึ้นได้










________________________________________________


งานเลี้ยงฉลอง..สนุกให้สุดเหวี่ยง

ในงานพิธีการ คุณต้องทำตัวให้เล็กที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกตหรือรบกวนใคร
งานฉลองแต่งงานก็เช่นกัน คุณต้องทำตัวกลมกลืนด้วยการร่วมสนุกไปกับเค้า
ด้วย พวกแขกๆ จิบไปไม่กี่แก้ว ผ่านไปไม่กี่เพลง เดี๋ยวเค้าก็ไม่สนใจคุณแล้ว

การทำตัวกลมกลืน เริ่มง่ายๆ ด้วยการแต่งตัวให้เหมาะ เคารพสถานที่และ
ตัวเอง เข้ากลุ่มพูดคุยหยอกล้อกับแขกบ้างตามสมควรเพื่อคลุกวงในใกล้ๆ
แล้วตามเก็บชอตเด็ดๆ เพราะความเป็นกันเองนี่แหละ ช่วยให้เค้าไม่ต้องคอย
"โพสต์ท่า" ใส่คุณตลอดเวลา



ภาพ : จะถ่ายปาร์ตี้ชอตให้สุดเหวี่ยงต้องร่วมวงกับเค้าด้วย












________________________________________________


ถ่ายแบบมีกลยุทธ์




ในฐานะช่างภาพงานแต่งที่ชอบฉายเดี่ยว แดเนี่ยลต้องวางแผนเตรียมการณ์
เป็นอย่างดี เพื่อพร้อมรับในทุกสถานการณ์ เค้าเผยทริคเล็กๆ น้อยๆ ที่เค้าใช้
ประจำ ดังนี้ :

ในช่วงพิธีการ ตอนที่รอเจ้าสาวเดินเข้าโบสถ์ แดเนี่ยลมักจะยืนอยู่แถวที่ 3-4
จากเวที แล้วใช้ 70-200 และ 24-70 คอยเก็บภาพจากระยะไกล เมื่อเจ้าสาว
เดินเข้ามาใกล้ เค้าจะเปลี่ยนใช้ไวด์ 16-35 เพื่อเก็บบรรยากาศตอนที่คุณพ่อ
ส่งตัวเจ้าสาวให้เจ้าบ่าว

เมื่อบาทหลวงเริ่มพิธีการ เค้าจะหลบออกมาห่างๆ เพื่อไม่ให้รบกวนพิธี แล้วใช้
70-200 เล็งเก็บภาพตามมุมต่างๆ ..ที่สำคัญต้องคอยจับตาดูกลุ่ม พ่อแม่ญาติ
พี่น้อง เพื่อนสนิท รวมถึงเด็กเล็กๆ เอาไว้ เพราะคุณมักจะได้ภาพประทับใจ
หรือภาพน่ารักๆ จากคนกลุ่มนี้เสมอ..




และที่ลืมไม่ได้คือ ต้องจดโน้ตขั้นตอนพิธีการต่างๆ ติดตัวไว้เสมอ เพื่อให้รู้
ล่วงหน้าว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป ยิ่งถ้ามีการซักซ้อมก่อนงานจริง ควรมา
ร่วมกับเค้าด้วย เพื่อซ้อมตัวเองให้คุ้นเคยกับสถานที่ และรู้ว่าควรจะใช้เวลา
เท่าไหร่ในการมูฟจากจุด A ไปที่จุด B เพื่อป้องกันความผิดพลาด

เมื่อถึงวันงาน แดเนี่ยลมักจะไปก่อนเวลาซัก 45 นาทีเป็นอย่างน้อย เพื่อ
ติดตั้งอุปกรณ์ไฟ ถ่ายเก็บของประดับตกแต่งต่างๆ พร้อมเตรียมตัวให้พร้อม
ก่อนที่ทุกคนจะมาถึง







เมื่อจบงานพิธีการ แดเนี่ยลต้องรีบทำเวลาไปให้ถึงงานเลี้ยงก่อนคู่บ่าวสาว ซึ่ง
หลายๆ ครั้ง แดเนี่ยลจะบอก wedding planner ให้เผื่อเวลาให้คู่บ่าวสาว
ไปถึงช้ากว่าเค้าซักนิด ซึ่งเวลาแค่ 5-10 นาทีช่วยให้เค้าได้เข้าห้องน้ำ พักกิน
ของว่าง และเตรียมตัวเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนที่คู่บ่าวสาวจะมาถึง




สุดท้าย..เพราะการถ่ายงานแต่ง มักจะหนักและยาวนาน คุณจึงต้องมีขวดน้ำ
และสแนคพกติดตัวไว้ หรือมีผ้าเช็ดหน้าไว้คอยซับเหงื่อหรือเช็ดมือที่เปื้อน
อาหาร แม้จะไม่มีกฎ "ห้ามกิน" ในเวลางาน แต่หน้าที่คุณคือต้องพร้อมถ่าย
ในทุกวินาทีอยู่ดี





________________________________________________


สรุปเคล็ดลับการถ่ายแนว Wedding Photojournalism

1. ต้อง "อิน" กับเรื่องที่จะเล่า ด้วยการพูดคุยทำความรู้จัก และสอบถามหา
รายละเอียดต่างๆ ให้ได้มากที่สุด

2. อุปกรณ์ต้องพร้อม เลนส์เกรดโปรค่อนข้างจำเป็น เพื่อคุณภาพของภาพ
และอำนวยความสะดวกในการทำงาน

3. Photojournalism ไม่ใช่แคนดิด ภาพของคุณต้องมีเรื่องราวและการวาง
องค์ประกอบที่ดี

4. ชอตแปลกๆ แนวๆ มีได้ แต่ต้องถ่ายชอตมาตรฐานไว้เสมอ

5. หูไว ตาไว สมองไว คาดเดาเหตุการณ์ไว้เพื่อจับโมเมนต์ให้ทัน

6. ใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้ภาพคุณ "จับใจ"

7. เวลาปาร์ตี้จอยกับเค้าได้เพื่อเก็บชอตเด็ดๆ

8. ศึกษาขั้นตอนพิธีการต่างๆ ให้พร้อม ไปถึงงานแต่เนิ่นๆ เพื่อหามุม
และทำความคุ้นเคยกับสถานที่

9. รับผิดชอบ เหมือนถ่ายงานแต่งของตัวเอง

10. เล่าเรื่อง เล่าเรื่อง เล่าเรื่อง

________________________________________________

Link ที่เกี่ยวข้อง :

Danial Sone Photography

Wedding Photojournalists Association

________________________________________________

ปล. ถึงแม้จะมีช่างภาพไทยหลายคนที่ถ่ายสวยถ่ายเทพกว่านายคนนี้
แต่มุมมอง แนวคิด และประสบการณ์จากสนามจริงของเค้า ก็เป็นเรื่อง
ที่น่าเรียนรู้ เก็บสิ่งดีๆ เอาไว้ จะมืออาชีพหรือไม่มืออาชีพ ถ้าทำได้
แบบเขา...รับรองแจ่มแน่ครับ..




Create Date : 17 มิถุนายน 2554
Last Update : 17 มิถุนายน 2554 10:27:48 น.
Counter : 2898 Pageviews.

4 comments
  
จับทุกอารมณ์ ความรู้สึก เป็นภาพที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตและเรื่องราว สวยยิ่งสวย
โดย: ชิฟฟอนคาปูชิโน่ วันที่: 17 มิถุนายน 2554 เวลา:18:05:37 น.
  
ผมว่าคนไทยหลายๆคนถ่ายWedding สวยกว่าฝรั่งเยอะครับ
โดย: ใบไผ่เขียว IP: 124.121.8.225 วันที่: 17 มิถุนายน 2554 เวลา:18:51:57 น.
  
ดูเเต่รูปก็รับรู้อารมณ์ได้จริงๆ ค่ะ
โดย: Am IP: 58.178.127.203 วันที่: 14 สิงหาคม 2554 เวลา:8:12:11 น.
  
ขอบคุณที่แบ่งปันนะคะ

ชอบแนวคิดแบบนี้มากค่ะ รูปภาพแต่งงานเหมือนๆกันไปหมด
แทบไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคู่แต่งงานเลย
โดย: ข้าวปุ้นฮ้อน IP: 183.88.108.165 วันที่: 19 มิถุนายน 2555 เวลา:10:28:53 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

หน้าม้ารับจ้าง
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



ชอบเที่ยว
ชอบถ่ายรูป
ชอบดูหนังฟังเพลง...
แต่ไม่ชอบโชว์หน้าตา...

บล็อกนี้เลยมีแต่เรื่องที่ผมชอบ
เอารูปตอนไปเที่ยวมาโชว์...
เอาภาพเอาบทความเรื่องถ่ายภาพมาให้ชม...
เอาหนังเอาเพลงที่เราประทับใจมาแบ่งกันฟัง...

ชอบเหมือนๆ กัน มาแชร์กัน
คิดต่าง ก็ว่ากันไป ไม่เครียดอยู่แล้ว อิอิ

_____________________________

มิถุนายน 2554

 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
11
12
13
15
16
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30