Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2548
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
6 กรกฏาคม 2548
 
All Blogs
 
แนะนำอัลบั้มมาสเตอร์พีซที่(เกือบ)ถูกลืม Jeff Beck - Blow By Blow & Wired



พอดีเห็นกระทู้มือกีตาร์ที่ถูกลืมข้างล่างแล้วก็นึกถึง Jeff Beck ขึ้นมาได้ ว่าบางทีผู้นี้ก็อาจจะเป็นผู้หนึ่งที่เข้าข่ายกะเค้าด้วยเหมือนกัน วันนี้เลยถือโอกาสเขียนถึงดีกว่า

ในช่วงปลายยุค 60's เป็นยุคเฟื่องฟูสุดๆ ของวงการร็อคเลยทีเดียว และสำหรับสุดยอดมือกีตาร์ทางฝั่งอังกฤษทั้ง 3 คนแห่งยุคนั้น Eric Clapton, Jeff Beck และ Jimmy Page ล้วนแต่ผ่าน The Yardbirds มาแล้วทั้งนั้น ก่อนที่พวกเขาจะไปตามทางของตนเอง ในช่วงนั้น Eric Clapton อยู่กับ Cream , Blind Faith จนไปถึง Derek & The Dominos ตามลำดับ ทาง Jimmy Page ก็หันไปฟอร์มวงฮาร์ดร็อคสุดยอดอย่าง Led Zeppelin ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ส่วน Jeff Beck ดูเหมือนจะไปได้ดีในช่วงแรกกับ Jeff Beck Group วงดนตรีภายใต้ชื่อของตนเอง ซึ่งประกอบไปด้วยนักร้องนำเสียงแหบสเน่ห์อย่าง Rod Stewart และมือเบส Ron Wood (ภายหลังไปเป็นสมาชิกของ Rolling Stones) พร้อมด้วยนักดนตรีฝีมือที่มาเป็นแขกรับเชิญอีกหลายคน Jeff Beck Group ปล่อยอัลบั้มมาสเตอร์พีซออกมาสองชุดคือ Truth(1968) และ Beck-Ola(1969) ในสไตล์ฮาร์ดร็อคอันรุ่งเรืองในยุคนั้น จนเมื่อหลังจากนั้นไม่นานนัก Rod Stewart ก็ลาออกจากวงไปเป็นศิลปินเดี่ยว และร็อดก็ประสบความสำเร็จสูงสุดกับอัลบั้ม Every Pictures Tell A Story และซิงเกิ้ลสุดฮิต Maggie May ในปี 1971 ส่วนทาง Jeff Beck Group นั้นก็รวบรวมพลพรรคมาฟอร์มวงกันใหม่ ออกอัลบั้มมาอีก 2 ชุด ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ก่อนที่ในไปรวมตัวกับมือเบส Tim Bogert และมือกลอง Carmine Appice ฟอร์มวงทรีโอในนาม BBA ออกสตูดิโออัลบั้มมาหนึ่งชุดและงานแสดงสดในญี่ปุ่นอีกหนึ่งชุด

และเมื่อถึงกลางยุค 70's Eric Clapton ก็ก้าวเข้าสู่เมนสตรีมป๊อบร็อคด้วยซิงเกิ้ล I Shot The Sheriff ในปี 1974 และก้าวสู่ความเป็นร็อคสตาร์ในเวลาต่อมา ส่วน Jimmy Page ก็ยังประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นกับ Zeppelin

Jeff Beck กลับมีความคิดที่จะทำอัลบั้มที่เป็นเพลงบรรเลงทั้งชุด และแล้วมันก็ออกมาเป็นอัลบั้มชั้นยอด 2 อัลบั้ม Blow By Blow และ Wired

อัลบั้ม Blow By Blow ออกมาในปี 1975 ได้โปรดิวเซอร์ระดับปูชนียบุคคลของวงการอย่าง George Martin โปรดิวเซอร์ประจำของ The Beatles มาดูแลการผลิตและเรียบเรียงในส่วนของเครื่องสาย และนักดนตรีหลักอีก 3 คน Max Middleton(คีย์บอร์ด) Phil Chenn(เบส) และ Richard Bailey(กลอง)

Blow By Blow เป็นอัลบั้มเพลงบรรเลงในแนว Fusion Jazz-Rock ที่มีส่วนผสมของ Funk ปนอยู่นิดๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับอดีตมือกีตาร์แนวฮาร์ดร็อคคนนี้ งานในชุดนี้เน้นความกลมกลืนของเครื่องดนตรีเป็นหลัก เครื่องดนตรีทุกชิ้นเท่าเทียมกัน ไม่มีอะไรเด่นเกินหน้าเกินตากัน และที่สำคัญคือ "ชั้นเชิง" ของการเรียบเรียงนั้นเด็ดขาดมาก ทั้งในส่วนของกีตาร์ของเจฟฟ์เอง และเครื่องดนตรีอื่นๆ ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมเหลือเชื่อ

ประกอบด้วย 9 เพลง โดยที่ 2 ใน 9 เพลงเป็นฝีมือการประพันธ์ของ Stevie Wonder เนื่องจาก Stevie ต้องการตอบแทน Jeff Beck ที่ไปเล่นดนตรีให้ในอัลบั้ม Talking Book ของวอนเดอร์เอง หนึ่งในสองเพลงนั้นคือเพลงบัลลาดสุดงาม Cause We've Ended As Lovers

ไฮไลท์ของอัลบั้มมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เสียง Talk Box ใน She's A Woman งานเพลงคัฟเวอร์ของสี่เต่าทอง Scatterbrain โชว์การเล่น Unision ระดับเซียน ของคีย์บอร์ดและกีตาร์ โอบอุ้มด้วยเสียงออเครสตร้าอันยิ่งใหญ่อลังการของ George Martin หรือจะเป็นเพลงชั้นเยี่ยมอย่าง Freeway Jam

ด้วยเหตุนี้อัลบั้มนี้จึงเป็นอัลบั้มเพลงบรรเลงที่ขายดีที่สุดชุดหนึ่งของประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

ภายหลังในงานชุดต่อมา Wired เจฟฟ์ได้มือคีย์บอร์ดคนสำคัญอีกหนึ่งคนมาร่วมงาน ผู้นั้นคือ Jan Hammer นั้นเอง

Jan Hammer เป็นมือคีย์บอร์ดที่ร่วมงานกับมือกีตาร์ฟิวชั่นชั้นยอดมาหลายคนในช่วงยุค 70's ในช่วงต้นยุค เขาร่วมงานกับ John McLaughlin ในนามวง Mahavishnu Orchestra สร้างซาวน์คีย์บอร์ดอันสุดจะร้อนแรงเพื่อเสริมให้กับกีตาร์ของ McLaughlin ส่วนกลางยุคเขาก็มาอยู่กับ Jeff Beck ในอัลบั้มชุด Wired ปลายยุคก็ไปร่วมงานกับ Al Di Meola ในงานมาสเตอร์พีซอีกชุด Elegant Gypsy

Wired เป็นอัลบั้มที่ออกจะเฮฟวี่กว่า Blow By Blow อยู่ซักหน่อย ในขณะที่ Blow By Blow เน้นความกลมกลืนของเครื่องดนตรีหลายๆ ชิ้น แต่ Wired เน้นโฟกัสไปที่การอิมโพรไวส์ของเครื่องดนตรีเป็นชิ้นๆ ไป (โดยเฉพาะคีย์บอร์ดของ Jan Hammer) และ Jan Hammer ก็ได้เครดิตในการโปรดิวซ์ไปหนึ่งเพลงในอัลบั้มคือ Blue Wind ส่วนเพลงที่เหลือในอัลบั้มยังคงเป็นเครดิตการโปรดิวซ์ของ George Martin อยู่ แต่ดูเหมือนว่าบทบาทของออเครสตร้าอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาจะหดหายไปแทบหมด ส่วนมือเบสกับมือกลองก็เป็นชุดใหม่ Max Middleton ยังคงช่วยเล่นคีย์บอร์ดอยู่เหมือนเดิม แต่ดูเหมือนว่าบทบาทของเขาถูก Jan Hammer บดบังแทบจะหมดสิ้น ซาวน์คีย์บอร์ดของทั้งคู่ค่อนข้างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในขณะที่ Middleton มักใช้ Fender Rhodes หรือ Clavinet สร้างเติมแต่งและคุมเมโลดี้อยู่ห่างๆ ส่วน Jan Hammer นั้นมักจะเน้นการอิมโพรไวส์โซโล่ด้วย Synthesizer อันรุนแรงและหวือหวา

ใน Wired มีทั้งหมด 8 เพลง เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นดูจะเน้นการโซโล่ที่โดดเด่นเหนือสิ่งอื่นใด ลองฟังเสียงเบสใน Led Boots กับ Come Dancing ดูสิครับ Jeff Beck มีงานคัฟเวอร์หนึ่งเพลงเช่นเคย คราวนี้เป็นงานประพันธ์ของนักดนตรีแจ๊สชั้นครู Charlie Mingus ใน Goodbye Pork Pie Hat แทร็กเด่นอื่นๆ ก็มีอย่าง Blue Wind และ Sophie ที่ทั้งกีตาร์และคีย์บอร์ดผลัดกันโซโล่อย่างเต็มอิ่ม

ดูเหมือนว่าผู้คนส่วนใหญ่มักจะมอง Blow By Blow ว่าเหนือกว่า Wired อยู่เล็กน้อย (ผมเองก็คิดเช่นนั้น) Blow By Blow เครื่องดนตรีทุกชิ้นดูมีเอกภาพมากกว่า และมีความเป็นฟิวชั่นแท้ๆ ที่สะอาดสะอ้านกว่า ในขณะที่ Wired มีส่วนผสมของเฮฟวี่และซาวน์อิเล็กโทรนิกอยู่ค่อนข้างมาก และบทบาทของ George Martin ในฐานะของโปรดิวเซอร์ก็แทบไม่ปรากฎให้เห็นใน Wired เลย

สองอัลบั้มนี้เป็นเครื่องยืนยันชิ้นสำคัญว่า Jeff Beck ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าสหายเก่า อย่าง Clapton และ Page เลย ในขณะที่แคลปตันมีความพยายามที่จะตั้งใจให้ตัวเองเป็นบลูส์ที่บริสุทธ์ และเข้าบลูส์แท้ๆ อยู่ตลอดเวลา Page ก็นำบลูส์มาประยุกต์กับร็อคและเพิ่มความหนักหน่วงเข้าไป แต่ Jeff Beck กลับวิ่งเข้าแนวดนตรีที่ค่อนข้างจะไกลตัวอย่างแจ๊ส แล้วผสมผสานแนวดนตรีแนวดนตรีอันหลากหลายทั้งบลูส์ ร็อค ฟังก์ให้กลายมาเป็นฟิวชั่นที่ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง น่าเสียดายที่การตัดสินของ Jeff Beck ครั้งนี้ ดูจะทำให้กลุ่มของผู้ฟังถูกจำกัดลงมาแคบลง ไม่เหมือนกับสองรายข้างต้นที่ดูจะเข้าใกล้ความเป็นป๊อบ/ร็อคมากในช่วงนั้น

และน่าเสียดาย(อีกแล้ว) ที่ทางต้นสังกัดเจ้าของผลงานชุดนี้ Sony Music ไม่สั่งงานสองชุดนี้เข้ามาวางจำหน่ายในบ้านเรา (สงสัยคงอยากขายแค่ Tata Young กระมัง) ทำให้มีทางเลือกอยู่แค่สองทางสำหรับแฟนเพลงในบ้านเรา หนึ่งคือสั่งแผ่นอิมพอร์ต และอย่างที่สองคือ ......... โหลด ซึ่งผมเองก็ทำทั้งสองอย่างเรียบร้อย คือโหลดและก็มาสั่งแผ่นอิมพอร์ตในภายหลัง เนื่องจากอัลบั้มชุดนี้มันยอดเยี่ยมเกินคำบรรยาย โดยเฉพาะ Blow By Blow ยิ่งฟังหลายรอบเข้า ผมก็ยิ่งรักอัลบั้มนี้มากขึ้นเท่านั้น

ก็บรรลุจุดประสงค์ของผมไปหนึ่งอย่างแล้ว สำหรับบทความนี้ ผมเองมีความตั้งใจว่าอยากจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับศิลปินและอัลบั้มชั้นเยี่ยมที่อาจจะมีคนรู้จักค่อนข้างน้อยซักหน่อย มีอีก 2 เรื่องที่ผมอยากเขียนคือเรื่องเกี่ยวกับ Fleetwood Mac และ John McLaughlin กับวง Mahavishnu Orchestra ของเขา ไว้โอกาสหน้าผมมีเวลาแล้วจะมาเขียนให้ได้อ่านกันครับ

สำหรับช่วงนี้ขอบ่นหน่อยครับว่า ผมเองวุ่นวายเหลือเกิน เนื่องจากเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยปี 1 อะไรต่อมิอะไรก็ดูเหมือนว่ายังไม่ค่อยจะเข้าที่เข้าทางซักเท่าไหร่นัก คงต้องอาศัยเวลาซักระยะปรับตัวหน่อย เวลาว่างที่เมื่อก่อนเคยมี ก็ดูจะลดน้อยลง เฮ้อ เหนื่อยและเซ็งจริงๆ ครับ

ยังไงก็ขอฝากอัลบั้มฟิวชั่นชั้นเยี่ยมของ Jeff Beck ทั้งสองชุดนี้ไว้ละกันครับ ถ้ามีโอกาสก็น่าจะหามาฟังกันนะครับ ส่วนงานในยุคหลังๆ ของ Jeff Beck นั้น มีแนวทางที่ค่อนไปทางเทคโนร็อคมากเหลือเกิน ซึ่งผมเองไม่ค่อยจะชอบเท่าไหร่นักครับ ถึงแม้ว่าจะได้รางวัลแกรมมี่อวอร์ดบ่อยๆ ก็เถอะ ยังไงซะ สไตล์ Fusion Jazz-Rock ในยุค 70's ของเขาก็เป็นช่วงที่ยอดเยี่ยมที่สุดอยู่ดีแหละครับ


Create Date : 06 กรกฎาคม 2548
Last Update : 19 ตุลาคม 2548 22:35:40 น. 4 comments
Counter : 398 Pageviews.

 

เยี่ยมมากครับ กำลังรออ่านรีวิวชุดอื่นๆ อยู่ครับ


โดย: lalink วันที่: 21 กรกฎาคม 2548 เวลา:21:53:11 น.  

 
นุ่มว่าดีนะ แต่นุ่มไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้อ่ะ และก็เป็นประโยชน์สำหรับคนที่สนใจและชอบด้านนี้อ่ะนะ ดีจ๊ะ


โดย: นุ่มนิ่มเองน้าาาาา IP: 203.146.7.170 วันที่: 9 สิงหาคม 2548 เวลา:22:49:35 น.  

 
เยี่ยมคับ เคยอ่านในห้องร๊อคแล้ว


โดย: 5150_b IP: 210.213.44.118 วันที่: 4 กันยายน 2548 เวลา:22:07:17 น.  

 
แว่ะมาเยี่ยมคับ
รอรีวิวต่อไปนะครับ


โดย: M12 วันที่: 9 ตุลาคม 2548 เวลา:20:38:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Agent Fox Mulder
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




สามารถพบตัวจริงของผู้เขียนได้ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในเวลาราชการครับผม
Friends' blogs
[Add Agent Fox Mulder's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.