"ทุกสิ่งทุกอย่างในโลก มันถูกต้องอยู่แล้ว มีแต่ความเห็นของเราเท่านั้นที่ผิด (หลวงพ่อชา สุภัทโท)"
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2551
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
24 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 
สถาปัตยกรรมไทย / พระเมรุมาศ สมัยรัตนโกสินทร์ (ตอน2)

.....พระเมรุมาศ พระเมรุ และเมรุ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์.....

เมื่อตอนที่แล้วถึงภาพที่หก วันนี้มาต่อกันครับ

7. พระเมรุ 5 ยอด สมเด็จเจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย (กรมพระเทพนารีรัตน์) และสมเด็จเจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์
ณ ท้องสนามหลวง (วัตถุก่อสร้างที่เหลือจากงานพระเมรุเป็นต้นกำเนิดให้เกิด “โรงพยาบาลศิริราช”)




8. พระเมรุ เจ้าฟ้านภาพรจำรัสศรี และพระองค์เจ้าสมัยวุฒิวโรดม ณ ท้องสนามหลวง



9. พระเมรุ พระองค์เจ้าอิสริยาภรณ์ และพระองค์เจ้าอรองค์ฯ
พระเมรุหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ ที่วัดเทพศิรินทร์ เป็นงานแรก




10. พระเมรุพระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช ที่สวนมิสกวัน พ.ศ.2452



11. พระเมรุ พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช ที่สวนมิสกวัน ต่อมาเป็นเมรุเจ้าคุณจอมมารดาเปี่ยม (สมเด็จพระปิยมาวดีฯ) เป็นงานที่สอง



12. พระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นแบบพระเมรุมาศแบบใหม่ ครั้งแรกของกรุงรัตนโกสินทร์
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อทรงดำรงพระชนม์อยู่โดยสวัสดิภาพ พระราชทานพระกระแสพระราชดำรัสสั่งถึงการพระบรมศพของพระองค์ไว้ดังนี้.-
“แต่ก่อนมา ถ้าพระเจ้าแผ่นดินสวรรคตลง ก็ต้องปลูกเมรุใหญ่ซึ่งคนไม่เคยเห็นแล้วจะนึกเดาไม่ถูกว่าโตใหญ่เพียงไร เปลืองทั้งแรงคนและเปลืองทั้งพระราชทรัพย์ ถ้าจะทำในเวลานี้ดูไม่สมกับการที่เปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง ไม่เป็นเกียรติยศยืดยาวไปได้เท่าใด ไม่เป็นประโยชน์แก่คนทั้งปวง กลับเป็นความเดือดร้อน ถ้าเป็นการศพท่านผู้มีพระคุณ หรือผู้มีบรรดาศักดิ์ใหญ่ อันควรจะได้เกียรติยศ ฉันก็ไม่อาจจะลดทอน ด้วยเกรงว่าคนจะไม่เข้าใจว่า เพราะผู้นั้นประพฤติไม่ดีอย่างหนึ่งอย่างใด จึงไม่ทำการศพให้สมเกียรติยศซึ่งควรจะได้ แต่เมื่อตัวฉันเองแล้วเห็นว่าไม่มีข้อขัดข้องอันใด เป็นถ้อยคำที่จะพูดได้ถนัด จึงขอให้ยกเลิกงานพระเมรุใหญ่นั้นเสีย ปลูกแต่ที่เผาอันพอสมควร ณ ท้องสนามหลวง แล้วแต่จะเห็นสมควรกันต่อไป” (เทศาภิบาล เล่ม 10 หน้า 59 และจากเรื่องงานถวายพระเพลิงศพ พระบรมศพ โดย นายยิ้ม ปัณฑยางกูร ในหนังสือจันทรเกษม ฉบับที่ 11 เมษายน 2499)




ถ้ายังไม่เบื่อยังมีอีกตอนนะครับ

ข้อมูลอ้างอิง : หนังสือ “ พระเมรุมาศ พระเมรุ และเมรุ สมัยกรุงรัตนโกสินทร
โดย ศาสตราจารย์ น.อ.สมภพ ภิรมย์ ร.น. ราชบัณฑิต





Create Date : 24 มิถุนายน 2551
Last Update : 25 มิถุนายน 2551 6:40:58 น. 17 comments
Counter : 4842 Pageviews.

 
ขอบคุณมากครับลุง

แต่โรงพยาบาลศิริราช นี่สร้างจากสิ่งที่เหลือจากงานพระเมรุเหรอครับนี่ ?


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:7:53:07 น.  

 
สวัสดีครับคุณพยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง
เป็นส่วนหนึ่งครับ แต่ก็เป็นการจุดประกายสำหรับการสร้างโรงพยาบาล


โดย: ลุงกล้วย วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:8:03:25 น.  

 
กราบขอบพระคุณพี่ต้อมากๆนะค่ะ ทั้งใส่บาตรและอวยพรวันเกิดให้โอเล่เป็นปีที่ 2 ขอบคุณมากๆค่ะจากใจจริง


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:8:09:02 น.  

 
ตามมาอ่านอีกตอนครับ และจะตามอ่านตอนต่อไปด้วยครับ


โดย: หนุ่มอมตะ (หนุ่มร้อยปี ) วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:8:19:56 น.  

 
มีต่อป่ะคะ อยากอ่านอีก


โดย: popang (popang ) วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:8:47:25 น.  

 
ไม่เป็นไรครับน้อง นิดหน่อยพี่เต็มใจทำให้น้องเสมอนะครับ สุขสันต์วันเกิดครับ

สวัสดีครับคุณหนุ่ม
ขอบคุณมากครับที่ติดตาม เหลืออีกตอนครับ


โดย: ลุงกล้วย วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:8:50:15 น.  

 
สวัสดีครับคุณpopang
ยังมีอีกตอนครับ ขอบคุณมากครับ


โดย: ลุงกล้วย วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:8:52:09 น.  

 
ได้รับความรู้มากทีเดียวค่ะ


โดย: nathanon วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:9:45:18 น.  

 
ขอบคุณมากครับคุณnathanon


โดย: ลุงกล้วย วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:9:49:21 น.  

 
ลุงกล้วยค่ะจะเที่ยงแล้วนะค่ะ

กัลยาณมิตรคนดีของเราเสมอ
อย่าลืมดูแลสุขภาพนะค่ะ

มีความสุขนะค่ะ


โดย: catt.&.cattleya.. วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:11:25:42 น.  

 
เมื่อกี้อ่านบล็อกลุงจบ ไปขุดข้อมูลโรงพยาบาลศิริราชมาอ่านซะมึนเลยครับ


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:11:44:01 น.  

 
ขอบคุณครับคุณแคทกัลยาณมิตรคนดี มีความอาทรมาฝากกันเสมอครับ

คุณพยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันหลังลุงกล้วยขอเรียกคุณถมบ้างถ้าไม่คิดว่าตีซี้นะครับ
เอาไว้ให้ลุงกล้วยได้อ่านบ้างนะครับ ดูซิว่าจะมึนเหมือนดื่มน้ำสีอำพันหรือเปล่าครับ


โดย: ลุงกล้วย วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:12:17:55 น.  

 



สวัสดีค่ะลุงกล้วย

แหม...อ่านข้อความที่ไปคอมเม้นท์ไว้ หายคิดถึงเลย...
ไม่ได้คุยกันนานเลยนะคะ

แวะมาดูบ่อยๆ....
ลุงกล้วยคงสุขสบายดี...และมีความสุข
สังเกตุได้จากข้อความที่ว่า ได้จิบไปเป็นแก้วแล้ว..อิอิ

เข้าพรรษาออกพรรษา ก็มิได้นำพาเหมือนกันค่ะลุงกล้วย
ขึ้นอยู่กับอารมณ์ตัวเองอย่างเดียวเลย

ช่วงนี้ก็จิบไวน์บ้าง พอเป็นกระสัย
อวบเหลือเกิน กับ เบียร์...55+



โดย: นางฟ้าอรชร วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:16:01:56 น.  

 
สวัสดีค่ะลุงกล้วย วันนี้นู๋น้ำค้างมาส่งความคิดถึงให้คุณลุงเร็วไปหน่อยค่ะ เผอิญกล้วว่าจะไม่ได้มาส่งความคิดถึงอีกซัก 2 วันค่ะ น้ำค้างต้องเดินทางไปสัมมนาที่ต่างจังหวัดอีกแล้วค่ะ เลยคงไม่ได้มาส่งความคิดถึงให้เลยแวะมาส่งให้ก่อนค่ะ คิดถึงซาเหมอนะคะ


โดย: น้ำค้างกลางใจ วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:18:04:30 น.  

 
สวัสดีค่ะลุงกล้วย วันนี้นู๋น้ำค้างมาส่งความคิดถึงให้คุณลุงเร็วไปหน่อยค่ะ เผอิญกล้วว่าจะไม่ได้มาส่งความคิดถึงอีกซัก 2 วันค่ะ น้ำค้างต้องเดินทางไปสัมมนาที่ต่างจังหวัดอีกแล้วค่ะ เลยคงไม่ได้มาส่งความคิดถึงให้เลยแวะมาส่งให้ก่อนค่ะ คิดถึงซาเหมอนะคะ


โดย: น้ำค้างกลางใจ วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:18:04:41 น.  

 
สวัสดีครับคุณเอ็กซ์
ลุงกล้วยดื่มแก้วเดียวเสมอครับนอกจากแก้วแตกแล้วถึงเปลี่ยนฮ่าๆ น่านอ่ะจิพักนี้ห่วงยางของลุงกล้วยพองเกินงามแล้ว..

สวัสดียามค่ำครับนู๋น้ำค้าง
ลุงกล้วยขอให้เดินทางด้วยความปลอดภัยทั้งไปและกลับนะครับ กลับมาแล้วอย่าลืมเอารูปให้ลุงกล้วยดูบ้างนะครับ ลุงกล้วยก็คิดถึงนู๋ซำเหมอครับ


โดย: ลุงกล้วย วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:20:17:43 น.  

 
สวัสดีค่ะ ลุงกล้วย
มาเก็บความรู้ดีๆ จากลุงกล้วยต่อค่ะ
ขอบคุณมากๆนะค่ะ


โดย: whitelady วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:20:48:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ลุงกล้วย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




เมื่อเด็กกำลังเติบโตเป็นวัยรุ่น มีความต้องการเป็นตัวของตัวเองสูง ผู้ใหญ่ที่ไม่เข้าใจและใจแคบมักจะมองว่าเด็กดื้อ คนเราจิตตกได้เป็นครั้งคราว อาจทำอะไรที่ไม่เหมาะสมได้ การรู้ตัวเองและให้อภัยตัวเอง จึงเป็นสิ่งสำคัญ ให้เคารพแนวคิดของผู้อื่นบ้าง เสมือนหนึ่งเป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่ต่างไปจากเราเท่านั้นเอง ตนเองเสียเมื่อไหร่ที่คิดดี คิดชอบเป็นอยู่คนเดียว ทำไปเพราะไม่รู้ ให้อภัยกันได้ รู้แล้วยังทำ คือ ความดื้อ ความทุกข์ของมนุษย์ 100% เกิดจากการพยายามฝืนความจริงของธรรมชาติ หากอยากได้อะไร ก็ควรเสียอะไรบ้าง ทำอะไรก็แล้วแต่ ควรมีหลักการบ้าง แต่ต้องระวังอย่ายึดเป็นกฎเกินไป อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดเป็นคำพื้นๆ ที่ใช้มาเตือนสติเราได้ดีตลอดกาล อะไรก็ตามแต่ แม้ว่ามันจะจริง จะถูกต้อง แต่ถ้าการพูดออกไปนั้นมันไม่มีประโยชน์มีแต่ผลเสีย อย่าพูดดีกว่า
Friends' blogs
[Add ลุงกล้วย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.