SCI Translator : รับแปลงานทางด้านวิทยาศาสตร์ ราคายุติธรรม ผลงานคุณภาพ รับงานพร้อมตรวจงานก่อนจ่ายเงิน งานด่วน งานเร็ว ทันใจวัยโจ๋(http://scitranslator.weloveshopping.com)
Group Blog
 
All Blogs
 

การสอบทุนกระทรวงวิทย์

สวสัดีค่ะพื่อนๆผู้สนใจเกี่ยวกับการสอบทุนกระทรวงวิทย์นะค่ะ

พอดีเราเพิ่งผ่านการสอบชิงทุนนี้มาค่ะ และได้ทุนนี้แล้ว เลยอยากแนะนำเพื่อนๆที่สนใจเหมือนเราน่ะคะ

ทุนกระทรวงวิทย์ก็เป็นหนึ่งในทุนที่ กพ เป็นคนดูแลค่ะ

ฉะนั้นหากใครสนใจดูทุนนี้สามารถดูได้จากสองเว็บ ตามด้านล่างค่ะ

//www.ocsc.go.th อันนี้ของ กพ ค่ะ
//stscholar.nstda.or.th อันนี้เป็นของทุนกระทรวงวิทย์เองเลยค่ะ

สิ่งสำคัญที่มีผลเป็นอย่างมากต่อการได้ทุนคือ การเลือกหน่วยทุนค่ะ

การเลือกหน่วยทุนก็คือ เลือกว่าเราจะสมัครหน่วยทุนไหน ไปเรียนด้านอะไร กลับมาใช้ทุนที่ไหน โดยทั้งหมดนี้เค้าจะประกาศออกมาแล้วว่ามีหน่วยทุนอะไรบ้าง ใหไปเรียนอะไร ตามความต้องการของหน่วยงานใด (กลับมาใช้ทุนที่นั้นล่ะค่าาา) ให้ไปเรียนที่ประเทศใดได้บ้าง

การเลือกหน่วยทุนนี้สำคัญมากค่ะ ไม่ใช่สำคัญแค่การต่อสูของจำนวนคู่แข่งในรอบข้อเขียนนะค่ะ แต่สำคัญจนถึงการสอบสัมภาษณ์เลยค่ะ

คือว่า แต่ละหน่วยทุน ก็จะมีความนิยมในการเลือกสมัครไม่เท่ากัน ถ้าหน่วยทุนไหนมีคนสมัครเยอะ เราก็ต้องทำคะแนนข้อเขียนให้ได้สูงมากถึงมากที่สุด เราถึงจะผ่านข้อเขียน เพราะกติกามีอยู่ว่า แต่ละหน่วยทุนจะคัดเลือกผู้ผ่านข้อเขียนห้าลำดับแรกโดยเรียงตามคะแนนค่ะ ดังนั้น พอนึกออกรึยังค่ะ ว่าถ้าหน่วยทุนที่เพื่อนๆเลือกสมัครมีคนสมัครอยู่ 70 คน เพื่อนก็ต้อทำคะแนนให้อยู่ใน top 5 ของ 70 คนนั้นน่ะค่ะ แต่ถ้าหน่วยทุนไหนมีคนสมัครแค่สอบคน เพื่อนๆก็ทำแค่ top 5 ของ10 คนน่ะค่ะ เห็นความแตกต่างแล้วใช่ม่ะค่ะ

แล้วทีนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่า หน่วยทุนไหนคนสมัครเท่าไหร่ อืมมม เราไม่รู้หรอกค่ะ เราได้แต่ประเมินจากสถิติของปีก่อนๆ ซึ่งเราต้องหาบุคคลที่เรารู้จักที่มีไฟล์ของปีก่อนๆ เพื่อมานั่งไล่ดูว่า หน่วยทุนคล้ายๆกันแบบนี้มีคนสมัครเท่าไหร่ มันก็ไม่เป๊กเท่าไหร่ แต่้ช่วยได้เยอะนะค่ะ อันนี้ก็ผสมดวงด้วยนะค่ะ

นอกจากนี้แล้ว เพื่อนๆคงต้องเลือกหน่วยทุนให้ใกล้เคียงหรือตรงกับสาขาที่เืพ่อนๆจบมาให้มากที่สุด เพราะไม่อย่างงั้นแล้ว ถึงแม้เพื่อนๆจะผ่านข้อเขียนไป ก็อาจไปตกม้าตายตนสัมภาษณ์ได้ แต่ก็ไม่ทุกคนนะค่ะ เพราะว่า ถ้าจบสายตรงมาแล้วไม่มีจุดขาย ก็อาจสู้คนจบไม่ตรงแต่มีโปรเจคดีๆไว้ขายให้กรรมการน่ะค่ะ (อันนี้เราเองแหละ จบไม่ตรงแต่ชนะคนจบตรงมาเลย ฆืดขึ้นคอเหมือนกานนนนน)

ส่วนการสอบข้อเขียน

ก็มีการสอบภาษาอังกฤษ กับความรู้ความสามารถทั่วไป อย่างละ 100 ข้อ

วิชาภาษาอังกฤษ ก็สอบคล้ายๆ TOEFL PBT ค่ะ แต่จะมี reading เยอะหน่อยประมาณ 50 ข้อเลยทีเดียว แล้วก็จะปนๆพวก phrasal verb, idiom, error recognition, sentence completion อะไรประมาณนี้ค่ะ ให้ฝึกทำมาเยอะๆนะค่ะ เพราะส่วนใหญ่จะทำไม่ทันอ่ะ

วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป อันนี้ให้ไปซื้อหนังสือสอบภาค ก ของ กพ มาเลย ออกประมารนั้น แต่ภาษาไทยไม่เน้น มีน้อยมาก ดูๆพวกคำสุภาษิตมาบ้างนิดนึง ตอนเรามีออกสองข้อ ดูมาพอดี โชคดีมากกกก มีสอบเลขด้วยพวกอนุกรมแล้วก็เลขคำนวนทั่วไป ขอบอกต้องแม่นและเร็ว ทำไม่ทันจิงๆนะ

ทั้งสองวิชาสำคัญเท่ากัน เราต้องได้คะแนนทั้งสองวิชาสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยนของผู้ที่มาสอบทั้งหมด เช่น คนมาสอบ 1500 คน คะแนนเฉลี่ยภาษาอังกฤษ 65 เพื่อนก็ต้องได้สูงกว่า 65 ถึงจะผ่าน แต่อย่างว่า ผ่านก็ใช่ว่าจะได้รับเลือกให้สอบสัมภาษณ์ เพราะต้องได้ top5 ของแต่ละหน่วยทุน ถึงจะได้ไปสอบสัมภาษณ์

สรุป งานนี้ต้องเต็มตัวค่ะเพื่อนๆ เตรียมตัวมากกก ช่ยได้เยอะ ยิ่งฝึกทำมาเยอะ จะคุ้นกับระบบข้อสอบ สไตล์ข้อสอบ จะทำให้ไม่งมโข่ง และทำได้เร็ว มันตัดกันตรงนี้ล่ะค่ะ เพราะตัวข้อสอบไม่ได้ยากกก เราเชื่อว่าทุกคนทำได้หมดเหมือนกันแหละ เพียงแต่ว่าในเวลาเท่ากันใครจะแม่นและเร็วกว่ากันก็เท่านี้เอง สู้ๆๆๆๆนะค่ะ

มาถึงการสอบสัมภาษณ์

อย่างที่บอกค่ะ ใครจบสายตรงมา ถือว่าได้เปรียบมาก ทั้งในแง่ความรู้พื้นฐานและภาษีค่ะ อิอิอิ

แต่คนไม่ตรงก็ใช่ว่า ไม่มีทางสู้นะค่ะ เพียงแต่ว่าคุณต้องรู้จักapply สายที่คุณจบมาให้มาทางสายที่กำลงจะไปเรียนให้ได้

ยกตัวอย่าง จากเราเลยนะค่ะ เราจบ plant pathology มา แต่ทุนให้เรียนด้าน plant breeding เราก็เสนอเลยว่า เราจะปรับปรุงพืชให้ต้านทานโรค เพราะปัจจุบันนัก breeder ที่ทำงานด้านนี้น้อยมาก หรืออาจไม่มีเลย เพราะเค้าไม่มีความถนัดด้านโรคพืช อันนี้ก็เป็นจุดขายของเราน่ะค่ะ

บวกกับความมั่นใจแล้วความพร้อมด้านอื่นๆ เพื่อนๆก็สามารถเอาทุนนี้ไปครอบครองได้อย่างสมใจค่ะ

สิ่งที่เค้าจะถามตอนสัมภาษณ์ก็คือ
ทำไมต้องไปเรียนเมืองนอก เรียนเมืองไทยก็ได้

ทำไมต้องส่งคุณไปเรียน คุณมีดีอะไร

คุณไปเรียนแล้ว จะกลับมามั๊ย จะแต่งงานกับฝรั่ง แล้วหนีทุนมั๊ย

คุณจะอยู่ได้หรอ มหาลัยที่คุณต้องกลับมาใช้ทุนน่ะ แล้วพอใช้ทุนหมด จะย้ายมหาลัยมั๊ย

อะไรประมาณนี้ แล้วก็มีสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษนิดนึ พอวัดพื้นฐานเรา ฉะนั้นใครมีคะแนนโทเฟลไป ได้เปรียบค่า บางคนบอกว่า สอบทำไม เอาให้ได้ทุนก่อนก็ได้แล้วค่อยไปสอบโทเฟล แต่สำหรับเรา ทุกอย่างมีความหมายหมด เรามีโทเฟลไป เรามีคะแนน GRE ไป กรรมการเห็นว่าเราพร้อม ก็ให้เรา ฉะนั้น เตรียมตัวเรื่องคะแนนภาษาอังกฤษก่อนก็ดีนะค่ะ

กรรมการที่มาสอบเราก็จะมาจากหลายมหาิทยาลัย แต่หนึ่งในนั้นจะมาจากต้นสังกัดที่คุณจะไปอยู่น่านแหละ สำหรับคะแนนเสียงแล้วเสียงจากต้นสังกัดดังที่สุดค่ะ อันนี้จากวงในเลยบอกมา เช่น คุณสัมภาษณ์ได้คะแนนสูสีกับคู่แข่ง แต่ต้นสังกัดบอกว่า ฉันเอาคนนั้น ก็คนนั้นได้ค่ะ แม้ว่าจะมีเสียงจากกรรมการท่านอื่นเลือกคุณก็ตาม ทั้งนี้เป็นเพราะ กรรมการจะให้เกียรติให้ต้นสังกัดเป็นคนเืลือกมากกว่าค่ะ เพราะยังไงก็ต้องกลับไปทำงานด้วยกันอยู่ดี เพื่อความสบายใจน่ะค่ะ อันนี้็ว่ากันไม่ได้นะค่ะ ทำใจสบายๆแล้วทำของเราให้ดีที่สุดก็พอแล้วค่ะ เชื่อว่ากรรมการต้งเห็นค่ะ ถ้าเราพยายามจริงๆ









 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 19 พฤษภาคม 2552 23:25:38 น.
Counter : 1670 Pageviews.  

ทุนเรียนนอก

สวัสดีค่ะเพื่อนๆร่วมอุดมการณ์และเพื่อนๆผู้สนใจจะไปเรียนต่อ แต่ไม่มีเงินเป็นของตนเองแบบเราเนี่ยยยยย

ขอแนะนำจากประสบการณ์ที่ตนเองประสบพบเจอมาล่ะกันนะค่ะ

ทุนต่อนอกมี 2 ประเภทใหญ่ๆ

1. ทุนรัฐบาลไทย
2. ทุนต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นทุนของมหาวิทยาัลัย ทุนของรัฐบาลต่างประเทศ หรือทุนขององค์กรอิสระต่างๆก็ได้

เพื่อนๆคนไหนที่สนใจจะไปเรียนต่อนอก อาจต้องหาแหล่งทุนให้หลากหลายนิดนึงค่ะ เพื่อความมั่นคงของตัวเราเอง 5555

อาจต้องสอบทั้งทุนรัฐบาลไทย และหาจากแหล่งต่างประเทศด้วย

สำหรับการขอทุนจากต่างประเทศ

ขอแนะนำเลยว่า ก่อนที่เราจะเอาหน้าตาอันน่ารักจิ้มลิ้มไปขอทุนเค้า เราก็ควรมีความพร้อมระดับนึงแล้วนะค่ะ นั่นก็คือ เืพ่อนๆควรจะมีผลสอบ Standardized Test (TOEFL, IELTS)เพื่อไปบอกเค้าว่า ฉันก็ระดับมาตรฐานนะย่ะ 555
แต่ถึงเราไม่ยื่นให้เค้าไปก่อน เค้าก็ทวงเราอยู่ดีล่ะค่ะ เพราะมันคล้ายๆว่าเป็นเอกสารประกอบการสมัครขอทุนไปเสียแล้ว

ยกเว้นเสียแต่ เพื่อนๆที่สนใจทุนทางยุโรป ที่ใช้ภาษาดัตช์ หรือภาษาแม่เป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษเค้าก็จะไม่ใช้คะแนนภาษาอังกฤษน่ะค่ะ แต่ก็ควรมี certificate ด้านภาษาให้เค้านิดนึง เช่น ทุนเยอรมันเค้าก็อยากได้คนที่พูดภาษาเยอรมันเป็นมาบ้าง อย่างเช่นทุน DAAD เดี๋ยวนี้เค้าบอกเลยว่า ยูต้องมีใบรับรองการผ่านการเรียนภาษาเยอรมันมานะ ถึงจะมีสิทธิสมัคร แต่บางทุนที่มาจากมหาวิทยาลัยของเยอรมันเอง ก็อาจไม่สนใจใบรับรองพวกนี้ค่ะ

และอีกอย่างที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งยวด ไม่แพ้คะแนนสอบภาษาอังกฤษ นั่นก็คือ Statement of Interest ซึ่งก็คือ จดหมายที่ร่างขึ้นมาเพื่อบอกถึงความตั้งใจของเรา ว่าทำไมถึงสนใจอยากมาเรียนทางนี้ เรามีอะไรเด่นบ้างที่ะเหมาะกับการเรียนทางนี้ และที่สำคัญคือ ทำไมเค้าต้องให้ทุนเรา

เพื่อนๆควรให้ความสำคัญกับการเขียนจดหมายนี้เป็นอ่างมาก เพราะมันเหมือนตัวแทนเรา และบ่งบอกความเป็นเราได้อย่างชัดเจน ลองนึกดูนะค่ะ คนสมัครทุนจากทั่วโลก กรรมการคนให้ทุนจะรู้ได้อย่างไรว่าเค้าควรจะให้ทุนกับใคร เค้าก็อ่านจากจดหมายนี่ล่ะค่ะ ฉะนั้นถ้าจดหมายเราไม่เจ๋งจริง เราก็คงกินแห้วน่ะค่ะ เพราะชาติอื่นที่ใช้ถาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ยังไงเค้าก็เขียนแสดงความรู้สึกนึกคิดของเค้าได้กระ่จ่างมากกว่าเด็กไทยอย่างเราอยู่แล้ว ดังนั้นเราจึงต้องทุ่มเทเป็นอย่างมากกับจดหมาบนี้นะค่ะ ขอย้ำ สำคัญจริๆงค่ะ

สรุป ควรมีเป็นอย่างยิ่งค่ะสำหรับคะแนนภาษาอังกฤษ เพราะถ้าเพื่อนๆขอทุนจากต่างประเทศ เราไม่ได้แข่งเฉพาะเด็กไทยนะค่ะ แต่เราแข่งชิงทุนกับเด็กทั่วโลกเลยค่ะ ซึ่งอันนี้ ถ้าไม่เจ๋งจริง ก็คงไม่ได้รหรอกค่ะ

สำหรับการขอทุนจากรัฐบาลไทยนั้น

ส่วนใหญ่ก็ต้องไปเว็บนี้เลย ทุนของ กพ //www.ocsc.go.th แล้วดูทุนไปเรียนต่างประเทศ มันจะมีหลายทุน เราควรต้องศึกษาให้ดีว่า ทุนไหนเหมาะกับเรา แล้วจะเปิดรับสมัครช่วงไหนของปี จดและจำให้ขึ้นใจ ควรหมั่นไปดูเรื่อยๆก่อนถึงช่วงที่เค้่าระบุไว้ เพราะมันไม่แน่นอนค่ะ มันแล้วแต่งบประมาณชาติจะมา แล้วแต่ปีจริงๆค่ะ

อย่าพลาดการสมัครเด็ดขาด มิฉะนั้นท่านต้องรอไปอีกปีนึง !!!!!!!

ตัวอย่างเช่น ทุนกระทรวงวิทย์ เปิดรับสมัครประมาณมีนาคมของทุกปี

แต่ตอนปีเราสมัครนะ ปลายเดือนมกรา เปิดรับแล้ว กลางเดือนกุมภาก็ปิด ฉะนั้นใครไม่ได้ตั้งใจตามจริงๆ อาจพลาดเลย กันพลาดอีกทางนึงคือ ให้มีสมาคมคอเดียวกันไ้เยอะๆ ยิ่งมีหลายหูหลายตา จะช่วยสอดส่องความเป็นไปของทุนได้นะค่ะ

อีกทุนที่อยากแนะนำ คือทุนของ สกอ //www.research.mua.go.th มันก็จะมีทุนหลายประเภทอีกน่ะค่ะ ลองดูแล้วกันเนอะ

พยายามหาไว้ก่อนนะค่ะ หาให้ได้เยอะที่สุดที่จะหาได้ ทั้งทุนจากไทย และทุนจากต่างประเทศ เพราะเราไม่มีทางได้ทุกทุนที่เราสมัครไปอยู่แล้วค่ะ สู้ๆ

อ่อ หมั่นพยายามไปร่วมงาน education Fair ต่างๆไว้ก็ดีนะค่ะ เราจะได้เอกสารแจกฟรีเยอะมาก ซึ่งนั่น็เป็นอีกแหล่งนึงของการได้รับรู้เรื่องทุนค่ะ







 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 19 พฤษภาคม 2552 22:38:07 น.
Counter : 109 Pageviews.  


TOEFL_GANG
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add TOEFL_GANG's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.