ฝันให้ไกล ... แล้วไปให้ถึง ...
 
+•+•+ [Wave100's Dream] 14 วัน 4,000 โล ไทยเหนือ-ลาวเหนือ-เวียดนามเหนือ +•+•+



"ชีวิตคือการเดินทาง"

คำๆนี้คงไม่ผิดนัก แต่ก็ไม่ถูกเสียทีเดียวในความรู้สึก


"การเดินทางคือชีวิต"

คำๆนี้ดูจะเหมาะกะผมมากกว่า ทุกๆ ครั้งที่สวมรองเท้าคู่เก่า ยกเป้โทรมๆใบเดิม ออกจากบ้าน ความรู้สึก คำพูดนี้ก็พรั่งพรูเข้ามาในหัว...

มีใครต่อใครถามผมเสมอมา ว่าทำไมต้องออกเดินทางแบบลำบากๆ

ไม่ได้อยู่ในรูปแบบสะดวกสบายหรือเป็นการพักผ่อนหาความสุขอย่างที่คนทั่วๆไปเขาทำกัน
มีประโยชน์อะไรในการใช้เงินในการซื้อความลำบากให้กับตัวเอง แทนที่จะจ่ายเงินเพื่อให้ตัวเองสะดวกสบาย

ย้อนกลับมาถามตัวเอง

"นั่นสินะ ทำไม"

ผมได้คำตอบเมื่อออกเดินทางมาแล้ว หลายปี จากประสบการณ์และการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ทำให้คิดได้ว่า ....



"เหตุผลของผมคือการเดินทางคือการเดินทาง ทำให้เราเข้าถึงความเป็นสากลของโลกมากขึ้น"

"เห็น... ในสิ่งที่โลกเป็น"....

"มิใช่ เห็นแต่สิ่งที่เราอยากให้เป็น เห็นแต่สิ่งปลูกสร้าง เห็นแต่วัตถุ.. เฝ้าแต่หาสินทรัพย์

เพื่อให้ได้มา ซึ่งวัตถุ

หาได้เรียนรู้ไม่ ว่าภายนอก แท้จริงแล้ว โลกเป็นอย่างไร.."



และไม่เชื่ออย่าลบหลู่

"การเดินทางเยอะๆ ทำให้เราเห็น จิตใจ เรียนรู้จิตใจ ของตัวเราเองด้วย"



สิ่งที่ช่วยให้ผม สมหวัง สามารถเดินทางได้ แม้ตัวผมเอง จะเป็นคน งบน้อย หาได้มีความร่ำรวยแต่อย่างใด


ผมไม่มีเงินซื้อรถยนต์ ไม่มีเงินนั่งเครื่องบิน... แต่ผมหาได้น้อยใจแต่อย่างใด


เพราะผมมีเครื่องจักรแห่งความฝัน ไม่สิ ต้องเรียกว่า

เพื่อน.....

ที่แม้ราคาค่างวด ไม่ได้มากมายแต่อย่างใด แค่หมื่นต้นๆ ( มือสอง )


พาเปิดโลกทัศน์ได้ทุกหนทุกแห่ง ด้วยงบประมาณ แบบที่ คนเล็กๆ อย่างเรา พอจะมี...


แต่ผมไม่ได้ขี่มอเตอร์ไซด์เพราะเรื่องเงินเป็นเหตุผลใหญ่ แต่เพียงอย่างเดียว...




แน่นอน ผมรักการขี่มอเตอร์ไซด์

รักความอิสระ รักสายลม แสงแดด ที่ปะทะหน้า .....

ไม่มียานพาหนะใดอีกแล้ว ที่ให้ความรู้สึกได้เช่นนี้


กระทู้นี้ ขอขอบคุณ Wave 100 ของผม ที่อยู่ด้วยกันมานาน พาไปทุกที่ ไม่ว่า กิน เที่ยว ทำงาน ทุกที่จริงๆ ....


My Wave 100 เจ้าแดง


++++++++++++++++++++++

ณ แยกอุดมชัย


เส้นทางการเดินทางของกลุ่มเรา ( ในไทยเดินทางกันเอง ไปเจอกันที่เชียงของ )

ปลายทางที่ตั้งใจ ซาปา ทิศเหนือของเวียดนาม

แต่เราไปไม่ถึงฝันครับ เพราะอะไร หรือเหตุใด ติดตามต่อไปครับ



นับจาก

ลาว

ด่านห้วยทราย - หลวงน้ำทา - ปากมอง - เมืองงอย - ด่านเวียดนาม - โพนทอง - ซำเหนือ - ด่านนาแมว - ซำเหนือ

เวียดนาม
ด่านนาแมว - แทงหัว - ฮานอย - ฮาลอง - ฮานอย - แทงหัว - ด่านนาแมว

ลาว
ซำเหนือ - เชียงขวาง - พูคูน - วังเวียง - เวียงจันทร์

ตามแผนที่ในรูปครับ

ระยะทางโดยรวม ประมาณ 4,000 กม ทั้งหมดครับ ( โดยรวมยานพาหนะ ทุกประเภท )




+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+




แนะนำเจ้าแดงต่ออีกสักนิด ( ไหนๆ มันก็คือพระเอกของงานนี้ )

เมื่อ 3-4 ปีก่อน อยากได้มอไซด์ มาใช้งานสักคัน มองๆ ฟิโน อยู่เพราะสวยถูกใจ แต่ราคามือสอง เกือบๆ สามหมื่น ก็สู้ไม่ไหว 555

เลยมาได้ Wave 100 สีแดง มือสอง ในราคา 12,000 บาท

ถึงวันนี้ไม่เสียใจเลย บางที่ ที่เราไป ผมว่า ฟิโน่ คงไปได้ลำบากแน่ๆ


++++++++++++++++++


มาเข้าเรื่องทริปเลย

ตอนแรกก็แพลนว่า ปลายปี จะพา เจ้าแดงไปลาว อยู่แล้ว แต่ในเจอกระทู้นึงใน internet เจ้าทริปบอกว่า จะไป เวียดนาม และเมือง ซาปา

ความฝันในใจ ลุกโชนขึ้นมา

ซาปา เมืองในฝัน ที่อยากจะควบ เจ้าแดง คู่ใจ ไปให้ถึงให้ได้


ทริปนี้จึงเกิดขึ้น


ออกจาก กทม เตรียมของที่บ้าน ต่างจังหวัด แล้วอีกวันค่อยออก



+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+




ขอแวะถ่ายหลักกิโล นี้หน่อย เห็นชอบถ่ายกัน

ขอข้าม เส้นทางในไทยไปเลยละกันนะขอรับ

ผมว่า เส้นทางเหนือนี่ คงมีคนรีวิวกันเยอะแล้ว อีกอย่างผมก็ไม่ค่อยได้แวะไหนเท่าไร

เพราะรีบทำเวลาไปด่านเชียงของให้เร็วที่สุด


เพราะกลุ่มรออยู่ที่เชียงของตั้งแต่ 8 โมงเช้าแล้ว

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+






ในที่สุด ก็มาถึงเชียงของจนได้

กว่าจะถึงก็เที่ยง คนอื่นรอกันจนเงก


รถผม บรรทุก 150 กิโล ซ้อนสอง ทำความเร็วสูงสุดได้ 80 เอง


ในที่สุดก็เจอกับ กลุ่ม

ในช่วงแรก มี 3 คัน รออยู่ในลาวแล้ว 1 คัน

รถมี
Wave 100( ผม และ เพื่อน ),
Suzuki Katana 125 ( พี่เหน่ง ผู้นำทริป ) ,
CBR 150 ( พี่ดุ๋ย Draco ของเรานั่นเอง )

รออยู่ในลาว
Tiger Cycle Cross 135 ( พี่โก้ )


ประเทศในฝัน อยู่ข้างหน้า เราแว้ววววววววววววว......... Go Go Go

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+






นั่งแพข้ามฟาก เสียค่าข้าม 500 บาทไทย สำหรับรถมอเตอร์ไซด์


ดีใจจังวุ๊ย เจ้าแดง ได้โกอินเตอร์ครั้งแรก


+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+




สภาพถนน ในลาว ดีบ้าง

กรวดบ้าง

ฝุ่นบ้าง

หินลอยบ้าง

ทำความเร็วกันไม่ค่อยได้มากนัก


เข้าไปในลาว เจอมอเตอร์ไซด์ชาวบ้าน เสียกลางทางบ้าง ก็ช่วยบ้างไม่ช่วยบ้าง


มีรายนึง เป็นนักศึกษา ยางรั่ว เข็นขึ้นเขามาแล้ว 10 กิโล ต้องเข็นไปอีก 40 กว่ากิโล กว่าจะถึงหมู่บ้าน

ขี่กลับบ้าน 120 กิโลเมตร !!!!!!


พวกเราเลยช่วยกัน เปลี่ยนยางใน ให้ บริจาค ยางในไป 1 เส้นครับ

ความสุข จากการได้ช่วยเหลือ ผู้อื่น ....

มันสุขมากกว่าการได้รับเสียอีกนะครับ .....



+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





เราขี่กัน เรื่อยๆ ชิลๆ แวะเที่ยวตามหมู่บ้าน

แวะชมวิว ริมทาง ไปเรื่อยๆ

เราเข้าไปถามไถ่ เรียนรู้ พูดคุย ตามหมู่บ้าน

ให้ได้รู้ ว่าพี่น้อง เพื่อนบ้าน ร่วมโลกเรา อยู่กัน อย่างไร

กินกันอย่างไร

ใช้ชีวิตกันเช่นไร


ให้ได้รู้ ให้ได้เห็น ว่าที่โลกเป็น เป็นเช่นไร

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+




ผู้คนเมืองลาว เหมือน ผ้าขาวที่เปื้อนฝุ่น แต่ไม่เปลื้อนคราบน้ำมัน

เนื้อตัว หาได้สะอาด ดูดีแบบชาวไทย ชาวกรุงไม่

แต่จิตใจ กับ รู้สึกได้ ถึงความเอื้อเฟื้อ จริงใจ รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ


รอยยิ้ม การกระทำของเด็กๆ ในชนบท อันห่างไกล สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา


+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





พียงแค่ได้เดินทาง สั้นๆ ในลาว วันแรก

ผมก็ได้รู้สึกว่า เราคิดไม่ผิดจริงๆ ที่ได้มาเส้นทางนี้

ภายใต้ท้องฟ้า ที่กว้างใหญ่


ยังมีสิ่งให้เค้าค้นหาอีกมากมาย


ถ้าไม่ออกไป ก็ค้นไม่เจอ ประสบการณ์ใหม่ ยังรอเราอยู่ ใต้ฟ้าสีครามอันกว้างใหญ่แห่งนี้

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+






หลวงน้ำทา


คืนนี้เราพักกันที่หลวงน้ำทา ผมชอบเมืองหลวงน้ำทามาก เพราะให้ความรู้สึก

เป็นเมืองของนักเดินทางแบ็คแพ็ค


เหมือน ปาย สมัยก่อน


เป็นทางผ่านของนักเดินทาง เป็นเมืองที่ไม่ครึกครื้น หรือเงียบเกินไป มีวิถีชีวิต ของผู้คนท้องถิ่นผสมผสานกับ

สิ่งอำนวยความสะดวกที่ยังไม่มากเกินไป จนสูญเสียกลิ่นไอ แห่งเมืองลาว


อากาศที่เย็นสบาย ออกไปทางหนาวนิดๆ ทำให้เมืองนี้มีเสน่ห์เป็นอย่างมาก


ยามค่ำคืน มีร้านหรือบาร์เปิดอยู่นิดหน่อย แต่งแต้มชีวิตยามค่ำคืน สำหรับนักเดินทางที่เดินทางมาตลอดวัน

ได้พักผ่อนแบบชิลๆ


ยามเช้า มีร้านกาแฟ มีร้านอาหาร ให้ได้กิน เคล้าอากาศเย็น และเดินเที่ยวชมชีวิตชาวลาว


พอถึง ยามเช้า เดินเที่ยว พอได้รู้ได้เห็น ก็ต้องล่ำลา เมืองหลวงน้ำทา เพื่อเดินทางต่อสู่ เมืองงอย

ที่พักที่ต่อไปของเรา


สะบายดี หลวงน้ำทา ..............




แวะเที่ยว ตลาดชาว ไทดำ ข้างทาง

ซึ่งขาย ผลไม้ หรือ อื่นๆ ตามที่หามาได้


ไทดำ หรือ ผู้ไท หรือ ลาวโซ่ง เป็นกลุ่มชาวไทกลุ่มหนึ่ง ที่มีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ในเขตสิบสองจุไทเดิม
หรือบริเวณลุ่มแม่น้ำดำ และแม่น้ำแดงในเวียดนามเหนือ ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมของ ชาวไทดำ ชาวไทแดง และชาวไทขาว

ในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครองเวียดนาม และลาว พวกเขาได้เรียกชนเผ่าที่อยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำดำว่า
ไทดำ ที่เรียกว่าไทดำ ไม่ใช่ว่าพวกเขาอาศัยอยู่ในบริเวณลุ่มน้ำดำ

แต่เพราะว่ากลุ่มชนเผ่าไทดังกล่าว นิยมสวมเสื้อผ้าสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งย้อมด้วยต้นห้อมหรือต้นคราม
การที่เรียกว่า"ลาวโซ่ง" จริงๆแล้วชนชาติพันธุ์ไม่ได้เป็นลาว
เหตุที่เรียกเช่นนี้เป็นเพราะว่ามีการอพยบผ่านลาว การเรียกว่า "ชาวโซ่ง" หรือ "ชาวไททรงดำ"
จะถูกต้องกว่า เหมือนที่มีการเรียกคนกลุ่มนี้ในจังหวัดเพชรบุรีว่า "โซ่ง" หรือ "ไทยทรงดำ"

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





เราได้พูดคุยกับป้า ชาวไทดำ

และได้บันทึก VDO เก็บไว้

แกพูดว่า ดีใจที่มีคนไทย มาเยี่ยม อยากให้คนไทย มาเห็นชีวิตชาวไทดำบ้าง

เพราะเราต่างก็มีพื้นเพ เดียวกัน


+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





ในที่สุด เราก็เดินทางมาถึง

"ปากมอง"


ปากมองเป็นเมืองเล็กๆ เป็นเมืองผ่าน ถ้ามาจากอุดมไซ ทางแยกหนึ่ง
ก็จะไปหลวงพระบาง (ไปอีกราว 200 กม. ตามในรูปที่เห็น)

อีกทางหนึ่งก็ไปหนองเขียว ( เมืองงอย ) ปลายทางของเรา


กับเส้นทาง ยามเย็น ที่สวยงาม

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+




"หนองเขียว"

เมืองที่สวยที่สุด ของลาว ตามความคิดผม


หนองเขียว เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมลำน้ำฮู หรืออาจเรียกอีกชื่อว่า
เมืองงอยใหม่ ที่นี่เป็นชุมทางรถ ชุมทางเรือ จากที่นี่สามารถนั่งเรือลงไปหลวงพระบางได้
หรือนั่งเรือทวนน้ำขึ้นไปเมืองงอย เมืองขวา ก็ได้

จุดเด่นของที่นี่คือสะพานข้ามลำน้ำฮู ที่สร้างสมัยสงคราม โดยมีฉากเป็นภูเขาหินปูนสลับซับซ้อน
นักท่องเที่ยวนิยมค้างแรมกันที่นี่เพื่อชมทิวทัศน์สะพาน และขุนเขา



+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+




ยามเช้า สายหมอกที่ไหลเอื่อยๆ ล้อมรอบขุนเขา

งามเกินคำบรรยาย จะถ่ายทอดทางรูปภาพและตัวอักษรได้

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





เราพัก ที่พักริมน้ำ ถูกๆ คืนละ 200 แต่บรรยากาศดีทีเดียว

ตอนเช้าก็ออกมาแวะกินร้านริมน้ำ ใกล้ๆ สะพาน

แล้วก็เดินเล่น สูดอากาศยามเช้า


เวลาของคนลาว คงจะเดินช้า กว่าคนไทย ที่นี่ ไม่ต้องทำอะไรเร่งรีบ

มีวิถีชีวิต ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

แต่ตอนนี้ ผมรู้สึกว่า เวลา มันเดินเร็วเหลือเกิน เวลาแห่งความสุข ทำให้อะไรรอบตัวเร็วไปเสียหมด



เพราะฉะนั้น เวลาในชีวิตของคนเรา มีไม่มากนัก อยากทำอะไร ก็รีบทำซะ

จะได้ไม่เสียใจภายหลัง

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





เช้าวันต่อมา

หลังจากเดินเที่ยว จนหนำใจแล้ว ก็ออกจากหนองเขียว


เดินทาง มาถึง ชุมชนข้างทางแห่งนึง จอดรถเติมน้ำมัน และคุยกับชาวบ้าน


ได้เบาะแสว่า มีด่านเวียดนาม เปิดใหม่เป็นด่านสากล แยกไปตามทางลูกรัง-ดิน ในรูปด้านล่างประมาณ 100 กิโลเมตร

( เส้นทางไม่มีในแผนที่ )

ช่วยย่นระยะทาง การไปซาปา ได้ 3-4 วันเลยทีเดียว .......


เราประชุมกันว่า ไปดีมั๊ย


ไม่ลองไม่รู้....


มีหรือที่เราจะไม่ลอง


จัดปายยยยยย..........


+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+






สภาพเส้นทาง อย่างที่เห็น

หินลอย ฝุ่นหนาๆ

ทำให้รถในกลุ่มล้มไปหลายครั้งเหมือนกัน

นอกจากนั้นยังลาดชัน จนต้องลากเกียร์ 1 ขึ้น

รถสวนมาที นึง นี่หันหน้าหลบฝุ่น กันเกรียว เนื้อตัว เต็มไปด้วยฝุ่น สภาพดูไม่ได้เลยทีเดียว

ยางก็รั่วกันบ้าง เปลี่ยนยางกันกลางทาง ตามหมู่บ้าน มีชาวบ้าน มาให้กำลังใจกันเป็นแถว 5555



+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





100 กิโลเมตร ใช้เวลาวิ่งประมาณ 5 ชั่วโมง


มาถึงด่านเวียดนาม ยามเย็น ตะวันเริ่มทอแสงอ่อนๆ

คำตอบที่เราได้รับ คือ...

ด่านนี้ เพิ่งเปิด ไม่ใช่ด่านสากล

มอเตอร์ไซด์ไม่สามารถผ่านไปได้


เอาหล่ะวา วิ่งมา 100 กิโล ไปไม่ได้ซะแล้ว

แต่ไม่ซีเรียส


เมื่อไม่มีทางออก ก็ออกทางเข้า


วิ่งกลับ แต่ 100 กิโล วิ่งกัน 5 ชม ขากลับ คงกลับไม่ถึง


วิ่งกันมืดๆ กลับไปหมู่บ้านเล็กๆ กลางทาง เพื่อหาที่พัก


วิ่งทางนี้ มืดๆ เป็นอะไรที่ลืมไม่ลงจริงๆ หินก็มองไม่ค่อยเห็น ทางก็ชัน


ใส่เกียร์ 1-2 กันอย่างเดียว


+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+




ย้อนกลับไปประมาณ 30 กิโล วิ่งกันเกือบ 2 ชั่วโมง

เห็นแสงไฟ ไม่กี่ดวง เหมือนสวรรค์มาโปรด


ที่โชคดียิ่งกว่า อำเภอที่เหมือนหมู่บ้าน ( มีบ้านไม่กี่หลัง แห่งนี้ มีห้องพัก )

ไม่น่าเชื่อ ใครจะมาพักฟะเนี่ย อำเภอที่ห่างไกลขนาดนี้



ที่สำคัญ ยามค่ำคืน


หนูวิ่งกันยั๊วะเยี้ยะ อยู่หัวเตียง ร้องจี๊ดๆๆๆๆ



เกือบจะนอนไม่หลับแน่ะะะะ


เช้าเลยรีบแผ่นแนบ แต่เช้า เพราะต้องออกให้พ้นจากทางฝุ่น ( แต่สวยงาม ) เส้นนี้

และไปให้ถึงเมือง ซำเหนือ ซึ่งมีระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร !!!!!!
+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





แม้เราจะผิดหวังกับการเข้าเวียดนาม

แต่ไม่ผิดหวังกับเส้นทาง สายนี้


เส้นทางที่ไม่ปรากฏอยู่ในแผนที่นี้

มีธรรมชาติ ที่งดงาม เนื่องจากความสูงของเส้นทางนี้


เส้นทางสายนี้ จึงเป็น


เส้นทาง สายทะเลหมอก


ที่อยู่เมืองไทย เที่ยวแล้ว เที่ยวอีก หาเท่าไร ก็หาไม่เจอ


ที่นี่ ขี่ไป ขี่ไป เจอทะเลหมอก ตลอดเวลา


ขอบคุณเส้นทางสายนี้ ที่มองธรรมชาติ ที่สวยงาม ให้เป็นบุญตา

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





น่าเสียดาย

ที่กล้องและฝีมือผม


ไม่สามารถถ่ายทอดความงดงาม ของธรรมชาติ ได้อย่างที่ตาเห็น....


มีเพียงความทรงจำเท่านั้น ที่มีต่อเส้นทางสายนี้.....


เราเชื่อว่า พวกเรา น่าจะเป็นคนไทย กลุ่มแรก ที่วิ่งมาเส้นทางสายนี้



พี่คนนึงในกลุ่มบอกว่า เส้นทางนี้ โหดกว่าเส้นทางจากห้วยโก๋น - อุดมไชย ( ถ้าจำผิดโปรดอภัย ) ที่เป็นทางฝุ่นเหมือนกัน



นับว่าเป็นประสบการณ์ ทางฝุ่นเล็กๆ สำหรับผมครับ


+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





เมื่อออกสู่ เส้นทางหลัก ไป "ซำเหนือ"


สิ่งแรกที่เราหาคือ ร้านอาหารข้างทาง


ได้เจอร้านข้างทาง สวยๆ วิวดีๆ ราคาถูก


จริงๆ ถนนสายนี้ วิ่งเรียบแม่น้ำ ร้านอาหารจึงวิวสวยเกือบทุกร้าน


เราขอเข้าไปดูการทำอาหารของคนลาว

ว่าเป็นอย่างไร



+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+




กินข้าว เคล้าวิวสายน้ำ

สายน้ำ กับ ชาวลาว ดูจะเป็นของที่ตัดกันไม่ขาด


เมืองบางเมือง ของประเทศลาว ยังต้องเดินทางด้วยทางน้ำ เพียงอย่างเดียว

ไม่มีถนนไปถึง


+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





จากชนบท จนถึง เมืองอันแสนสงบ



เส้นทางอันยาวไกลในวันนี้

เราวิ่งผ่านหุบเขา หุบเขาเล่า


จากชนบท สู่เมืองซำเหนือ


กว่าจะถึง ก็ค่ำและหนาว


"เมืองซำเหนือ"

เมืองชายแดน ลาว - เวียดนาม ที่น่าจะอยู่บนเขา ( ดูจากแผนที่ ) ห่างจากชายแดนเวียดนามประมาณ 90 กิโล

เป็นเมืองที่เราเจออากาศหนาวเย็นที่สุด ในทริปนี้ ที่เราเจอ

หนาวจนไม่สามารถออกจากห้องได้

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





ตื่นเช้ามา

อากาศหนาวเย็น....

ได้เวลาหาอะไรอุ่นๆ กินกัน .....

และเดินเล่น ชิลๆ ดูชีวิต ผู้คน ...


เมืองนี้เป็นเมืองสงบ และไม่ใช่ทางผ่าน เส้นทางการท่องเที่ยว

เลยแทบไม่เจอคนไทย


เพราะคนไทยส่วนใหญ่ก็คงหยุดแค่หลวงพระบาง เท่านั้น คงไม่มาถึงนี่

เพราะห่างจากเวียงจันทร์ น่าจะประมาณพันกิโล

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+



เส้นทางที่ไม่สมหวัง แต่ไม่ได้ผิดหวัง..............



อย่างที่บอก กลุ่มเรา มีเป้าหมาย ที่เมืองซาปา ประเทศเวียดนาม

สำหรับผม มีความฝัน คือ


พาเจ้าแดง ไปให้ถึงเวียดนาม


ดินแดน ที่ผู้คนใช้มอเตอร์ไซด์ มากที่สุดประเทศหนึ่ง...


ไปให้ถึงเมืองซาปา ทิศเหนือสุดของ เวียดนาม ติดกับ จีน...


ไปให้ถึง เมืองในสายหมอก ที่โด่งดัง...


ไปให้ถึง เมืองที่ผู้นำทริปของเรา ( พี่เหน่ง ผู้ขี่ Suzuki Katana 125 ) เคยควบสองล้อไปถึงมาแล้ว


แต่แล้ว โชคชะตา ก็ไม่เข้าข้างเรา

เมื่อเจ้าหน้าที่ด่าน นาแมว ที่เราหมายมั่น ปั้นมือว่า "ด่านนี้ อนุญาตให้มอเตอร์ไซด์ ผ่านได้แน่ๆ"


ไม่อนุญาต ให้เราผ่านได้.....................


ผมขี่รถกลับ อย่างเสียดายมากเหมือนกัน ที่ไม่สามารถ พาเจ้าแดง ไปตามฝันที่คิดไว้ได้

Wave 100 's Dream [ Not come true ]

พอคิดได้


ก็ไม่เสียดาย นะที่มา อย่างน้อยก็มาได้ถึงที่นี่ ชายแดน ประเทศเวียดนาม ได้พบมาเห็นภูมิประเทศอันสวยงาม ของลาว...


พี่ดุ๋ยบอกว่า

"ตีลูกให้ถึงดวงจันทร์ ถ้าพลาด... ก็ยังอยู่ท่ามกลางดวงดาว"
"ขี่รถให้ถึงซาปา ถ้าพลาด... ก็ยังอยู่ท่ามกลางเมืองลาว"

พวกเราก็ขี่รถกลับซำเหนือ ท่ามกลางความหนาวเย็น ยามค่ำคืน 100 กว่ากิโล

คืนนี้เป็นคืนที่หนาว ยะเยือกมาก เหมือนในใจเรา...



+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





หลังจาก นั้น

เราก็ได้คุยกันว่า จะเอางัยดี จะไปทางไหนดี

พี่เหน่งเสนอว่า จะไปลองด่านอื่นอีก ลงใต้ไปเรื่อยๆ ห่างไปอีก 200 กิโล มีด่านอีกด่านหนึ่ง

ส่วนพวกเรายังคิดไม่ออก

ถ้าดูจากแผนที่ นาแมว ว่าไกลจากซาปา มากแล้ว ( คิดว่าเกือบ 700 กิโลมั๊ง )

ด่านที่ว่าอีกหลายด่าน ไปทางใต้ ยิ่งไกลจากซาปา ( น่าจะเฉียดพันกิโล ) เข้าไปอีก

ด้วยระยะเวลาที่ผมมี คิดอย่างไร ก็ไม่มีทางไปซาปาได้ทัน


เพราะเข้าด่านไหน ก็ต้องควรออกด่านนั้น เพราะเสี่ยงต่อการออกไม่ได้อีกเหมือนกัน


ผมมีเวลาแค่ 14 วันเท่านั้น ต้องรีบกลับไปทำงาน ณ วันนี้เราก็เดินทางมาด่านนี้ 7 วันแล้ว

เหลืออีกแค่ 7 วันเท่านั้น กับระยะทางที่จะไปซาปา ถ้าข้ามด่านได้ ยังงัย ก็ไม่ทัน


คิดไปคิดมา ก็ตื้อไปหมด


ผมก็คิดว่า เหลืออีก 7 วันขี่เที่ยวในลาวให้หมดก็ได้ เส้น เชียงขวาง-หลวงพระบาง-วังเวียง-เวียงจันทร์


..................



เช้ามา พี่โก้มาเคาะห้อง บอกว่า นอนคิดทั้งคืน


มาถึงนี่แล้ว เวียดนาม อยู่ตรงนี้ ถึงแม้ว่าไม่ได้เอามอไซด์เข้าไป อย่างที่หวัง

นั่งรถประจำทางกันไปมั๊ย........



คิดครึ่งนาที ตอบ ok ไปก็ไป


สุดท้ายมีพี่เหน่ง ที่อยากลองขี่มอไซด์เข้าให้ได้ เพราะพี่เหน่งมีอุดมการณ์ที่แรงกล้า

เลยขอแยกไปคันเดียว คนเดียว เพื่อลอง ด่านต่อๆ ไป


พวกเราเลยเหลือ 4 คน...


นั่งรถประจำทาง เข้าสู่เวียดนาม



ป.ล. ไม่ใช่คันในรูปนี้นะ แต่คันนี้มันดู คลาสสิค ดีใช้รูปนี้ละกัน
+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





เวียดนาม ดินแดน 2 ล้อ


เราต้องนั่งรถย้อนรอยเมื่อวาน จาก เมืองซำเหนือ ไปยังด่านนาแมว อีกครั้ง ระยะทางเกือบๆ 100 กิโล

และจากด่านนาแมว ไปยังฮานอย ประมาณ 300 กิโล รวม 400 กว่ากิโล

ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 15 ชั่วโมง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


เป็นอะไรที่ทรมาณมากๆ ทรมานยิ่งกว่า ขี่มอเตอร์ไซด์ทั้งวันเยอะ.....

ชาวเวียดนาม ขอพูดตรงๆ ว่า ไม่ประทับใจ

ตุกติก เป็นที่สุด เรื่องค่าโดยสาร ที่โดน charge กว่า 2.5 เท่าของปกติ

พอลงรถโดยสารปุ๊บ


ขึ้นแท็กซี่ ก็โดนโกงในทันที

นั่งไป 1 กิโลเมตร มิเตอร์ขึ้น 200 กว่าบาท...............


พวกเรา 5 คน ( 4 คนและหญิงฝรั่งคนนึง เจอบนรถโดยสาร คุยและร่วมทางกันมา )

รีบลงจากแท็กซี่นั้นทันที และโวย และจ่ายแค่ 100 บาทเท่านั้น แท็กซี่ทำท่าเป็นโวย แต่ก็ทำอะไรเราไม่ได้

( โกงเราแล้วยังโวยอีก )...

พวกเราต้องการไปพัก แถว Old quater ถนน Hang cot

ก็ทดลองขึ้น Taxi อีกคันนึง เหลือบไปเห็นสติกเกอร์ ว่า Taxi ใน Hanoi นี้ 8,500VND/KM

ราคานี้คือประมาณ เกือบๆ 20 บาทต่อกิโล


พวกเรา ok เทียบกับ 1 กิโลเมตร / 200 บาท


หาโรงแรม นอนและตื่นเช้ามา เพื่อเดินทาง Hanoi ยามเช้าแป๊บนึง และเตรียมตัวไป

Halong Bay


อ้อ ที่ว่า ที่นี่เป็นดินแดน 2 ล้อเพราะ คนเวียดนาม

นิยมการขี่จักรยาน และ มอเตอร์ไซด์มากกว่า ขับรถยนต์


2 ล้อ จึงมีมากมาย มหาศาล

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





ฮาลอง เบย์ ทะเล ในม่านหมอก


อากาศในเวียดนาม ค่อนข้างต่างจาก ลาว


ลาว อากาศจะหนาวแบบ แห้งๆ

เวียดนาม อากาศเย็น แบบชื้นๆ คือ มีหมอกปกคลุมเกือบตลอดวัน แต่ถ้าขับรถก็จะมีน้ำมาเกาะเรา
เหมือนว่า ประเทศเวียดนาม อากาศเย็น แต่เนื่องจากอยู่ติดทะเล ทำให้มีความชื้นสูง ทำให้เกิดฝน ( ที่เม็ดเล็กมากๆ ไม่เหมือนบ้านเรา )
จากหมอก


วันนี้ เราจะไปยัง เมืองท่า ฮาลอง

เพื่อไปเที่ยว อ่าว ฮาลอง หรือที่รู้จักกันทั่วโลก ในนาม ฮาลองเบย์

การเดินทางก็เป็นไปอย่างทุลักทุเลเช่นเคย เมืองฮาลอง อยู่ไม่ไกลจาก ฮานอย ไม่น่าเกิน 100 กม

แต่ใช้เวลาเดินทาง 3 ชมกว่า !!!!!!!


ถนนในเวียดนาม นี่สุดจะบรรยาย พลุกพ่าน ไม่มีระเบียบ แซงยาก ทำความเร็วได้ช้าเหลือเกิน......



เมื่อถึง ฮาลองเบย์ ก็ซื้อตั๋ว ล่องเรือออกไป


ทิวทัศน์ ของ ฮาลองเบย์ เหมือน เขาสก+พีพี ที่มีสายหมอก


โรแมนติกไปอีกแบบ


ก็จัดว่า ok บรรยากาศแปลกตา สวยใช้ได้


เที่ยวครั้งนี้ มีทั้งภูเขา ทั้งทะเล คุ้มจริงๆ ........


+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





แต่อย่างไรก็ตาม

มาเมือง 2 ล้อ

คนรัก 2 ล้อ อย่างเรา จะใช้อะไรเป็นพาหนะหล่ะ


5555555555


คำตอบก็คงไม่ต้องบอก

ก็ 2 ล้องัย


ตะลุย เวียดนาม ด้วย 2 ล้อ

ป.ล. สังเกตุ รอยขาดกางเกง พี่ดุ๋ย ข้างนี้ยังน้อยนะ อิอิ จอมยุทธ ต้องมีบาดแผล

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





ภารกิจ ครั้งนี้ คือ ตะลุยกิน ตะลุยเที่ยว



ตะลุยกิน


กินดะ ข้างทางเนี่ยแหล่ะ มีอะไร ลองไป


อยากกิน อะไร ลองให้หมด


ชีวิตชาตินี้ เกิดหนเดียว ตายหนเดียว อยากเกิดอีกที ก็ชาติหน้า อยากตายอีกที ก็ชาติหน้า


อยากทำอะไร ทำไป...

อยากกินอะไร กินไป....


จัดไป อย่าให้เสียชาติเกิด.......



ภาพบน หมูกระทะ ( หรือเปล่า ) แสนแพง ( โดนฟัน ไม่ถามราคาก่อน )

ภาพล่าง คล้ายๆ ปอเปี๊ยะ ชาวเวียดนาม กินกันยามเช้า พร้อมน้ำซุปเค็มๆ อร่อยดี



ร้านอาหารในเวียดนาม ที่เราลอง ส่วนมากเป็นร้านข้างถนน ตั้งโต๊ะเตี้ยๆ เยอะไปหมด....


+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





และที่ขาดไม่ได้

กาแฟ....


กาแฟร้อน หอมกรุ่น สักแก้ว เคล้าบรรยากาศทะเลสาบ West lake อันกว้างใหญ่

สายหมอกพร้อมลมเย็นๆ


โอ้ยยยย มีความสุขจริงๆ .....




ป.ล. กาแฟเวียดนาม จะเข้มข้น และหอมกรุ่นมาก ผมชอบกาแฟเวียดนาม
และราคาก็ไม่แพง แก้วละ 25 เอง กับร้านบรรยากาศสวยๆ แบบนี้


+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+







นั่งชิล และชมวิวไปเรื่อยๆ

บรรยากาศดีมั๊กๆ

เสร็จแล้ว ก็ควบ Suzuki Viva 110 ควบเที่ยว Hanoi ต่อไป

แหม รถ 110cc นี่แรงบิดมันดีจัง ต่างจาก 100cc อย่างเจ้าแดง อย่าพอรู้สึกได้




ทำงัยได้ เรามันคนเงินน้อย ก็ต้องขี่ร้อยซีซี ต่อไป

ก็ได้แต่หวังว่า อีกสัก สอง สามปี จะมีเงินเก็บพอถอยรถ 110 หรือ 125 สักคัน

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+






ตึกราม บ้านช่อง ในฮานอย

บางส่วนจะใช้สถาปัตยกรรม ชิโน-โปรตุกีส ( หรือเปล่า )

คล้ายๆ ทางภูเก็ต แต่มีเยอะกว่า


อิทธิพลน่าจะมาจากสมัยที่ตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





ขี่ไปให้ทั่วทุกมุมเมืองของฮานอย


มอเตอร์ไซด์ก็ดีอย่างนี้ ไปได้หมด จอดได้หมด รวดเร็ว ประหยัด


ถ้าเป็นรถยนต์ วันนึงก็คงไปได้ไม่กี่ที่เท่านั้น เพราะรถติด




แต่ ขี่มอเตอร์ไซด์ในฮานอยนี่สุดๆ จริงๆ รถมอเตอร์ไซด์เยอะมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


บางแยกไม่มีไฟแดง ขี่ตัดกันเอง หลบกันเอง


บอกตามตรง ขี่ใน กทม มาก็หลายปี


มาขี่ที่เวียดนามยังเกร็ง....



+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





โฮนฮว่านเกี๋ยม

อีกหนึ่งทะเลสาบในตัวเมืองฮานอย


ที่หนุ่มสาว มักมานั่งกัน


+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





เห็นคนเวียดนาม ขี่รุ่นนี้กันเยอะ

และสวยดี

ที่สำคัญ เครื่องยนต์หัวฉีด 150cc รูปทรงสวยงาม น่าสนใจดี

Honda SH 150i

เลยถามร้านว่าเท่าไร


คำตอบคือ....



6,300 U.S. Dollars !!!!!!!!!!!!!!!!!!


พระเจ้า สองแสน บาทททททท


ทำไมคนถึงได้ขี่กันเยอะขนาดนี้ อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก


ราคาซื้อเจ้าแดงได้เป็น 10 คันเลยทีเดียว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


อิจฉาคนเวียดนาม มีรถมอเตอร์ไซด์ให้เลือกหลายรุ่นมากๆๆๆๆ


ผิดกับประเทศเรา มีไม่กี่รุ่นเอง เหอๆ แต่ผมก็ไม่มีเงินอยู่ดีแหล่ะ ไม่อยากผ่อนรถแล้วไม่มีเงินเที่ยว....


+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+






บอกตามตรงว่า ตอนอยู่ในเวียดนาม

อยากกลับลาวมาก เพราะอยู่ลาวแล้วสบายใจกว่า อยู่เวียดนามมาก...


ผู้คนน่ารัก ซื่อตรง นิสัยดี ตรงข้ามกับคนเวียดนามที่เราเจอ โกงได้โกง ตุกติก เอาเปรียบได้ตลอด....


แถมสื่อสารกันไม่ค่อยได้ แม้แต่ภาษาอังกฤษ.....


แต่น่าเสียดาย ที่วันสิ้นปี เราต้องนอนที่ จังหวัด Thang Hoa ซึ่งไม่น่าอยู่เลย

เพื่อรอนั่งรถกลับ ซำเหนือ ซึ่งมีรอบเดียว เราพลาดไม่ได้ เพราะถ้าพลาด ก็ต้องรอวันจันทร์เลย

เช้าวันปีใหม่ ก็ต้องนั่งรถทั้งวัน ถึงซำเหนือ ก็ 2 ทุ่ม


เช้าวันต่อมา ดีใจมาก ที่ได้กลับมาขี่มอเตอร์ไซด์อีก...


ออกจากซำเหนือ ตอนเช้า ได้สูดอากาศบริสุทธิ์เย็นๆ วิวสวยๆ ของขุนเขาเมืองลาว

สวรรค์จริงๆ.........




+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+







แต่ชีวิตมนุษย์มันก็อย่างนี้แหล่ะ


การจะไปถึงที่หมายที่ได้สักที่...


บางทีอันก็มีอุปสรรค ที่ไม่ควรเจอ บางทีมันก็เจอ..


มันก็ไม่ราบเรียบเสมอไป...


แค่เรายอมรับ ว่าชีวิตมันก็เป็นอย่างนี้แหล่ะ

มันก็เป็นรสชาติ รสชาติหนึ่ง...


เหมือนขี่มอไซด์

เส้นทางมันก็ไม่ราบเรียบ ตลอดเวลา

มีหลุม มีบ่อ ให้ตะกุกตะกัก กันบ้าง ( ดันร่วงร่อง )

มีน้ำ ให้เปียกกันบ้าง ( จริงๆ มันไม่น่าเปียก ดันไปเจอหิน กลางน้ำ รองเท้าเปียกเลย )

แค่จะดูน้ำตกแค่เนี้ยะ ก็ลุยๆ กันไป


+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+







จุดหมายปลายทางของเรา ในวันนี้

เราต้องไปให้ถึงเมือง เชียงขวาง


เพราะว่า ใกล้วันทำงานของผมแล้ว แต่ละวัน จึงต้องทำเวลากันพอสมควร


วิ่งได้ได้วันละเกือบๆ 300 กิโลเมตร เพราะต้องรีบกลับเวียงจันทร์ เพื่อข้ามไปฝั่งไทย


เวลาเหลือนิดเดียว ทำให้ไม่สามารถไปหลวงพระบางได้ทัน

แต่ไม่เป็นไร หนหน้าจะมาใหม่

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+




แวะพักกลางทาง ที่เมือง เวียงคำ ( หรืออะไรสักอย่าง )


เป็นเมืองริมน้ำ กลางหุบเขาสูงชัน สวยทีเดียวเมืองนี้

ถ้ามีเวลาก็อยากนอนพักอยู่ที่นี่เหมือนกัน


สูงชันแค่ไหน ดูรถประจำทางที่วิ่งตามเรามาตามทางลงเขาก่อนถึงเมืองนี้

เบรคควันโขมงไปหมด

คนรถเอาน้ำมาลาด ( ลาดน้ำแบบนี้ไม่เป็นไรหรอเนี่ย!!!! )


แล้วก็แวะพักกินข้าว เรามักจะเลือก ร้านที่มีฝรั่ง จะได้สนทนาว่าไปเที่ยวไหนกันมาบ้าง

ฝรั่งที่เจอส่วนมากจะเช่ารถมาจากเวียงจันทร์

รถก็จะเป็นพวก Honda XR250, Baja, FTR

สวยดี อยากได้สักคันเหมือนกัน แห่ะๆ

แต่ก็ไม่มีความรู้จะหาอะไหล่ได้ป่าวนะ ในบ้านเรา


แล้วจะขี่เที่ยวไกลๆ ได้ป่าวนะ

รถคันไหน ที่ขี่เที่ยวไม่ได้ หรือมีปัญหาเรื่องการซ่อมบำรุง ผมต้องขอผ่านก่อน เพราะงบน้อย




+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





และเราก็มาถึงเชียงขวาง

เมืองที่มีทุ่งไหหิน

ยามเช้าอันสงบ ราบเรียบ ในสายหมอก

พระพุทธศาสนา ยังคงเป็นแกนหลักที่สำคัญของการดำเนินชีวิตของคนลาว


สังเกตจากจำนวนคนใส่บาตร ยังเยอะกว่าบ้านเรา


+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





ระหว่างทางลงเขา ที่ราบเชียงขวางอันกว้างใหญ่

และทุ่งไหหิน

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





ออกจากเชียงขวาง ขึ้นเขาอีกครั้ง

สู่สามแยกภูคูน เส้นทางสายโรแมนติก เวียงจันทร์-หลวงพระบาง

เส้นทางสายนี้สวยจริงๆ โดยเฉพาะจากภูคูน-วังเวียง


วันนี้เราต้องไปให้ถึงวังเวียง


ได้ผ่านจุดชมวิว "ผาเจ๊า"
เขาหินปูนที่ยิ่งใหญ่เหมือน ดอยหลวงเชียงดาว สูงโดดขึ้นมาเหนือใคร


ที่นี่สวยจริงๆ แต่เสียดาย เรามาถึงตอนบ่ายๆ แดดแรงจัดมาก

ถ่ายรูปยังงัยก็ไม่สวย

ถ้าได้มานอนที่นี่ ชมทะเลหมอกยามเช้า มีผาเจ๊าโผล่มาคงสวยไม่น้อย...

หรือว่า ยามเย็น พระอาทิตย์ตกหลัง "ผาเจ๊า" ที่สูงตะหง่าน คงจะสวยไม่น้อย...


ข้อเสีย ของการเที่ยวไปเรื่อยๆ แล้วมีเวลาน้อยก็อย่างนี้ คือไม่สามารถเก็บรูปที่สวยๆ ได้


เพราะไม่มีเวลารอแสงสวยๆ ผ่านไปก็ถ่ายๆ ไป เก็บไว้เพียงความทรงจำ


+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+






เส้นทางสายนี้ สวยจริงๆ ครับ

นี่ถ้าไม่ได้ไปฮานอย คงมีเวลา ซึมซับ ความงดงาม ของเส้นทางสายนี้ ได้อย่างเต็มที่


ดูเส้นถนนที่ทอดยาว ลากผ่านขุนเขาสิครับ สวยมากๆๆๆๆๆ

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





ถัดจากขุนเขา ที่ยิ่งใหญ่


ถนนลอยฟ้า


ก็ถึงถนน ในหมู่เขา เรียบลำธารที่ไหลเอื่อย...


โอ้ยยยยยย จะสวยไปถึงไหนนะ เส้นทางสายนี้...


ถ้าเป็นได้ขอมาอีกครั้ง สำหรับเส้นทางสายนี้....


+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





กำลังจะถึง "วังเวียง"

ปายเมืองลาวแล้ว


ตอนนี้ ได้มีรถแยกทางกลับบ้าน โดยแยกกันที่ แยกภูคูน ขึ้นหลวงพระบาง

และเข้า จ. น่าน ทางไชยบุรี - ด่านห้วยโกร๋น

ทำให้ตอนนี้ สมาชิก เหลือ 2 คัน คือ รถผม และ พี่ดุ๋ย Draco ครับ

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+





วังเวียง

เมืองที่คล้าย ปายบ้านเรา

มีสายน้ำ มีภูเขา

ทำให้ได้รับความนิยมจากฝรั่ง

จนปัจจุบัน มีสภาพคล้าย ถนน ข้าวสาร ไปทุกวัน...


แต่ก็ต้องยอมรับว่า เป็นเมืองที่สวย เมืองนึงทีเดียว

ด้วยความงดงาม ของ สายน้ำ และเขาหินปูน


+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+






จากวังเวียง ถึง เวียงจันทร์

ถนนค่อนข้าง เป็นทางราบ และมีเป็นชุมชน


วันนี้อากาศร้อนมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อยู่บนเขา ซะเคยตัว พอเจอที่ราบ แทบทนร้อนไม่ไหว


เข้าเวียงจันทร์มา ก็มาประตูชัยเลย

และที่นี่เอง เกิดเหตุการณ์ ไม่คาดคิดขึ้น กระเป๋าตังค์ หาย เงินหายเกลี้ยงเลย

เงินเก็บทั้งหมดของผม T_T

แต่ ของนอกกาย ไม่ตายหาใหม่ได้ เครียดอยู่ 10 นาที ก็ทำใจได้....

อุตส่าห์เก็บเงินได้ 1/3 ของราคา Fino แล้วนะเนี่ย เริ่มเก็บใหม่ อีก 2 ปีน่าจะซื้อ Fino ได้........


พอกระเป๋าตังค์หาย ก็เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปครับ มัวหากระเป๋าอยู่ จะบอกว่า Passport เพื่อนหายด้วย

เลยวุ่นวาย จัดการเข้า การเข้าเมืองแบบเถื่อนๆ แบบแอบ เข้ามา เพราะไม่เหลือเงินเลย...

โชคดี Passport ผมไม่หาย เลย สามารถพาเจ้าแดงกลับมาได้....

+•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•++•+•+






สุดท้ายนี้ ขอจบทริปแบบห้วนๆ เพราะทำต่อไม่ไหวแล้วครับ ต่อจากนี้ไม่มีอะไร ไม่ได้ถ่ายอะไรเลย เพราะมัวจัดการเรื่องต่างๆ และกลับรถไฟด้วย







สุดท้ายนี้ ก็อยากขอบคุณ ทุกๆ ท่าน ที่สละเวลาอ่านกระทู้ผมครับ

ขอบคุณ พ่อแม่ ที่ให้โอกาสลืมตามาดูโลกสวยๆ ...

ขอบคุณประเทศไทย ที่ให้ผืนแผ่นดิน ได้อยู่อาศัย อย่างภาคภูมิ...

ขอบคุณตัวเอง ที่อย่างน้อย ก็เกิดมา มีความสุขถึงทุกวันนี้

ขอบคุณเจ้าแดง ที่พาเที่ยว ไม่มีบ่น ไม่มีงอแง


และขอบคุณโลก ที่มอบสิ่งสวยงาม ทิ้งไว้ ให้พวกเรา ได้ค้นหา

ได้ออกไปดู


แล้วพวกเราก็จะรู้เอง ว่าโลก งดงามแค่ไหน......



++++++++++++END+++++++++++






Create Date : 19 ธันวาคม 2553
Last Update : 4 เมษายน 2559 22:40:29 น. 38 comments
Counter : 3217 Pageviews.  
 
 
 
 
ไกด์ไลน์ของผมเลยครับ
 
 

โดย: ข้าวผัดห่อโอเลี้ยงถุง วันที่: 19 ธันวาคม 2553 เวลา:17:20:22 น.  

 
 
 
การเดินทางแบบนี้ถึงรถชาติดีครับ เป็นกำลังใจให้ครับ
 
 

โดย: bkk IP: 172.20.22.156, 203.144.130.176 วันที่: 19 ธันวาคม 2553 เวลา:17:50:20 น.  

 
 
 
สุดยอดครับ น่าไปจริงๆ แล้วพี่อีกคนตกลงเข้าเวียดนามด้วยมอเตอร์ไซค์ได้มั้ยครับ
 
 

โดย: sun IP: 203.150.206.170 วันที่: 19 ธันวาคม 2553 เวลา:19:34:42 น.  

 
 
 
ตอบน้า sun สรุปก็เข้าไม่ได้อยู่ดีครับ
 
 

โดย: เตี้ย ล่ำ ดำ แก่ วันที่: 20 ธันวาคม 2553 เวลา:10:19:01 น.  

 
 
 
ดูกี่ที ก็ประทับใจครับ
 
 

โดย: กอล์ฟ IP: 58.137.12.74 วันที่: 20 ธันวาคม 2553 เวลา:15:54:38 น.  

 
 
 
ขอบคุณที่เอามาแบ่งปันให้ชมครับ
 
 

โดย: เก่ง IP: 115.87.92.79 วันที่: 20 ธันวาคม 2553 เวลา:21:30:00 น.  

 
 
 
สุดๆๆๆยอดๆๆๆ
 
 

โดย: inoon IP: 118.173.172.222 วันที่: 21 ธันวาคม 2553 เวลา:15:45:51 น.  

 
 
 
ความฝันของผมคือขับรถจากไทย

ผ่านลาวเข้าไปเวียตนามซึ่งผมคิดว่าที่สุดแล้ว

เพราะเป็นเส้นทางที่ลำกและไม่เคยชินฝันนั้น

ก็ยังไม่เป็นความจริงสักที

แต่คุณซึ่งสร้างฝันบนเส้นทางเดียวกันด้วย

มอเตอร์ไซด์ แม้ะไม่เต็มฝันเพราะอุปสรรคอย่างที่เล่า

ชอบตรงที่คุณบอกว่า

"ตั้งใจไปซาปา แม้พลาดยังได้อยู่ในลาว"

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีดี

ขอบคุณที่แบ่งปันประสบการณ์ที่ล้ำค่า

พูดได้เพียงว่า"สุดยอดครับผม"

......ขอน้อมคารวะ......
 
 

โดย: jojo IP: 113.53.198.232 วันที่: 21 ธันวาคม 2553 เวลา:17:49:24 น.  

 
 
 
"เพราะเป็นเส้นทางที่ลำบากและไม่เคยชิน
แต่จนแล้วจนรอดฝันนั้น
ของผมก็ยังไม่เป็นความจริงสักที่"
 
 

โดย: jojo IP: 113.53.198.232 วันที่: 21 ธันวาคม 2553 เวลา:17:53:16 น.  

 
 
 
ขอบคุณนะครับ
สำหรับเรื่องราวและภาพถ่ายดีๆ

^_^
 
 

โดย: TANGMO123 IP: 101.109.131.171 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:2:40:41 น.  

 
 
 
ขอแสดงความนับถือครับ
ผมขับขี่ Harley DaVidson ยังไปได้ไม่ถึงไหนเลย
ขออนุญาตินำไปแนะนำให้เพื่อนๆได้อ่านกันนะครับ
ตามเวปนี้ครับ
//hd-playground.com/smf/index.php/topic,29974.new.html#new
ขอบคุณและนับถือครับ
 
 

โดย: ไปศาจจ้อ IP: 113.53.3.29 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:41:35 น.  

 
 
 
สุดยอดจริงๆ

ขอคารวะ
 
 

โดย: เจ้าจ้อย IP: 118.172.165.244 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:42:02 น.  

 
 
 
สุดยอดของการเดินทางเลยครับ นับถือครับ
 
 

โดย: aof IP: 182.52.42.67 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:20:49:19 น.  

 
 
 
นั่งชิล และชมวิวไปเรื่อยๆ บรรยากาศดีมั๊กๆ เสร็จแล้ว ก็ควบ Suzuki Viva 110 ควบเที่ยว Hanoi ต่อไปแหม รถ 110cc นี่แรงบิดมันดีจัง ต่างจาก 100cc อย่างเจ้าแดง อย่าพอรู้สึกได้ทำงัยได้ เรามันคนเงินน้อย ก็ต้องขี่ร้อยซีซี ต่อไป ก็ได้แต่หวังว่า อีกสัก สอง สามปี จะมีเงินเก็บพอถอยรถ 110 หรือ 125 สักคัน

ผมซึ้ง น้ำตาแทบไหลกับประโยคนี้ของพี่ ผมขับ 400 CC แต่
กิเลสในเบื้องลึกมันอยากขับตัว 1000 ปลงเลยครับ
 
 

โดย: แอบอ่าน IP: 101.109.95.177 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:50:57 น.  

 
 
 
สุดยอดครับ.. คำเดียวสั้น ๆ

ผมขอถือโอกาสศึกษาเป็นไกด์ไลน์เลยละกันครับ อยากเติมฝันให้เต็มเช่นกัน และขออณุญาตินำไปให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันนครับ

เพราะผมก็ขับน้องแดงเหมือนกัน dream 100 touring..
 
 

โดย: rock22 IP: 124.122.249.160 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:17:31:09 น.  

 
 
 
....อยากจะไปให้ถึงฟากฟ้า.....ขอเก็บทุกภาพ ทุกถ้อยความ....ผมยังลุย ป่าเมือง กาญ เพราะมีเวลาแค่ 2 วัน หรือ นานสุด แค่ 3 วัน....สักวันหนึ่งถ้ามีวันหยุดสัก 20 วัน จะ ตามรอยเส้นทางนี้ ให้ได้....ขอบคุณมาก ครับ
 
 

โดย: gruncha IP: 58.8.19.246 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:16:14:36 น.  

 
 
 
เข้ามาดูแล้วอยากลองควบมอเตอร์ไซรไปบ้าง เคยไปแต่เอาเสือภูเขาปั่นจากเวียงจันทร์ ไปหลวงพระบาง ปากมอน หนองเขียว อุดมชัยปากน้ำน้อยเข้าพงสาลี แล้วนั่งเรือกลับผ่านเมืองขวา หนองเขียว มาขึ้นรถหลวงพระบางกลับเวียงจันทน์ เมื่อ ๒๓ ต.ค.๒๕๕๓
 
 

โดย: เสือหางยาว IP: 110.164.45.117 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:15:17 น.  

 
 
 
เส้นทางจากปากมอนไปออกถูเล้า เข้าน้ำเนิน ทะลุซำเหนือ สวยมากใช้เสือภูเขาปั่นเมื่อปี 52 แต่ว่าหลังจากกลับมาอยากเอา cbr150 เข้าไปเที่ยวอีกครั้ง ตือต่อขนส่งขอทำพาสปอร์ด ขนส่งแจ้งว่ามอเตอร์ไซร์ไม่มีพาสปอร์ด ทำได้แค่แปลเล่มทะเบียน ขอถามหน่อยครับว่าแปลเล่มทะเบียนที่ไหน อย่างไร กะว่าวันหยุดยาวจะพาแฟนไปเที่ยว
 
 

โดย: เสือหางยาว IP: 110.164.45.117 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:19:28 น.  

 
 
 
ขอทราบขั้นตอนนำรถออกไปลาวเอกสารอะไรบ้าง เพื่อเป็นข้อมมูลในการเดินทางครับ
 
 

โดย: เสือหางยาว IP: 110.164.45.117 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:26:00 น.  

 
 
 
คุณ เสือหางยาว ครับ

มอเตอร์ไซด์ เข้าได้ที่ด่าน ห้วยโกร๋น น่าน กับ ด่านเชียงของ
ด่านที่มีสะพานข้ามไม่ได้ครับ โดยทั่วไป

ขั้นตอนไม่มีอะไรมาก แปลเล่มทะเบียนไป ใบขับขี่สมาร์ทการ์ด ไป Passport ทะเบียนบ้าน ทะเบียนรถ

ไปแจ้งออก คน ก่อน แล้วก็แจ้งขอรถออก ที่ศุลกากร ด่านนั้นๆ ครับ ไม่ยากเลย ถามเค้าได้ครับ
 
 

โดย: เตี้ย ล่ำ ดำ แก่ IP: 119.46.161.198 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:14:37:59 น.  

 
 
 
ขอเบอร์พี่หน่อยผมอยากสอบถามอะโทรมาหาผมเบอร์นี้0871397826เดี๋ยวผมโทรกลับ
 
 

โดย: วัช IP: 192.168.9.8, 180.183.185.43 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:16:20:09 น.  

 
 
 
089-2715451 ครับ ขอบคุณที่ให้ข้อมูลการนำรถมอไซร์เข้าลาว ผมคิดจะเอารถมอไซร์เข้าไปท่องเที่ยวหลายครั้งติดต่อขอทำพาสปอรดรถมอไซร ขนส่งบอกไม่มี ก็เลยใช้จักรยานเสือภูเขา ปี50 ปั่นจากเวียงจันทน์ไปทุ่งไหหิน ปี 51 ปั่นจาก
ภูคูน ไปเชียงขวาง - ภูเล้า-น้ำเนิน-ซำเหนือ ปี 53 ปั่นจากเวียงจันทน์ไปหลวงพระบาง และล่าสุดเมื่อ 23 ต.ค.เริ่มปั่นจากหลวงพระบาง-ปาดมอน-นอนที่หนองเขียว จากนั้นปั่นไปอุดมชัย -ปากน้ำน้อย -บุ่งไต้-บุ่งเหนือ-พงสาลี แล้วนั่งเรือกลับผ่านเมืองขวา -เมืองงอย -หนองเขียว-ต่อรถยนต์ที่ปากมอนเข้าเวียงจันทน์ ชอบการเดินทางที่เป็นอิสระบรรยากาศในลาวผมติดใจมาก ปีนี้ว่าจะต่อยอดไปเดียนเบียนฟู ถึง ซาปา แต่ก็อยากจะนำรถมอไซรพาแฟนเข้าไปเที่ยว
 
 

โดย: เสือหางยาว IP: 180.183.59.87 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:21:47:59 น.  

 
 
 
Passport มอไซด์ไม่มีแล้วครับ
จนท ขนส่งเขาบอกยกเลิกไปแล้ว เพราะมอไซด์ไม่ใช่พาหนะสำหรับเดินทางไกล

แต่ก็ข้ามได้ครับ บางด่าน เขาก็ยังเปิดให้ไปได้
 
 

โดย: เตี้ย ล่ำ ดำ แก่ IP: 119.46.161.198 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:18:46:21 น.  

 
 
 
ชอบตคุณมากครับ ขอถามอีกนิดครับ เมื่อเข้าทาง จ.น่าน หรือเชียงของ แล้วกลับเมืองไทยออกทางด่านหนองคาย ได้ไม๊ครับ
 
 

โดย: เสือหางยาว IP: 182.53.211.17 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:01:19 น.  

 
 
 
สุดยอดครับผม
 
 

โดย: หมาเห่าดาวเทียม วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:35:31 น.  

 
 
 
เสือหางยาว : ได้ครับผม ผมก็เข้าทางน่าน กลับทางหนองคายครับ
 
 

โดย: เตี้ย ล่ำ ดำ แก่ IP: 119.46.161.198 วันที่: 4 มีนาคม 2554 เวลา:10:30:40 น.  

 
 
 
เยี่ยมยอด นี้ละคือฝันที่ผมอยากทำแต่ยังไม่ได้ทำ
 
 

โดย: teeyai IP: 125.24.246.21 วันที่: 23 เมษายน 2554 เวลา:10:48:08 น.  

 
 
 
ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ให้ข้อมูลผมที่Blog ของMocyc.comเกี่ยวกับ"เล่มหม่วง”ครับ
เก่งมากนะครับ หนุ่มอย่างคุณ ไม่จนหรอก ขอให้คุณรักษาความพยายามของคุณในชีวิตของคุณ ความสำเร็จใกล้มือคุณ เป็นกำลังใจให้นะครับ สู้ๆ
และ ผมขอไปอ่านBlogที่คุณให้มาต่อนะครับ
 
 

โดย: DD Computer IP: 124.121.46.140 วันที่: 17 พฤษภาคม 2554 เวลา:17:29:01 น.  

 
 
 
ขอข้อมูลรายละเอียดตอนผ่านด่านข้ามประเทศและระยะทางการเดินทางในแต่ละวัน+รายละเอียดที่พัก เพิ่มหน่อยนะครับ (ถ้าคุณกลับมาอ่านอีก)
 
 

โดย: DD Computer IP: 124.121.46.140 วันที่: 17 พฤษภาคม 2554 เวลา:17:44:55 น.  

 
 
 
ถาพสวยค่ะ :) ขอให้ปลอดภัยกับทุกๆ เส้นทางค่ะ
 
 

โดย: PinePh วันที่: 30 พฤษภาคม 2554 เวลา:12:03:03 น.  

 
 
 
ผมก็ชอบการเดินทางแบบนี้ถ้ามีโอกาศขอร่วมเดินทางด้วยนะ ผมhide_momoi@hotmail.co.th ลืมบอกผมอยู่ลพบุรียินดีที่ได้รู้จักครับ
 
 

โดย: hide IP: 223.205.49.30 วันที่: 3 มิถุนายน 2554 เวลา:23:37:42 น.  

 
 
 
วันหลัง ขอ ติดตามไปด้วย นะ ครับ......
 
 

โดย: อมก๋อย IP: 125.25.230.255 วันที่: 12 สิงหาคม 2554 เวลา:21:47:03 น.  

 
 
 
สุดยอดจริงๆคะแค่น้องแดงคันเล็กๆคันเดียวก็ไปต่างประเทศได้แล้ว ขนาดเรามีคันใหญ่ยังไม่สามารถไปเที่ยวได้ตามใจอยากของเราได้เลยนับถือความพยายามมานะบากบั่นจริงๆคะ
 
 

โดย: เกตุ IP: 124.121.191.130 วันที่: 8 กันยายน 2554 เวลา:10:38:12 น.  

 
 
 
ผมเพิ่งอ่านเจอครับ ชอบเรื่องราวที่ร้อยเรียงชวนอ่าน ชอบภาพถ่ายที่ทุกๆ ภาพ เพราะมันสื่อถึงคำพูดนับไม่ถ้วน ขอเป็นกำลังใจให้ในทุกๆ เส้นทางที่ไป ผมเองก็มีความฝันที่อยากไปในที่บางที่เช่นกัน แต่ยังไม่ได้เหมือนคุณเลย ท้ายนี้ขอบคุณที่แบ่งปันสิ่งดีๆ ใ้ห้ชมครับ
 
 

โดย: sing_chompu@hotmail.com IP: 118.174.99.244 วันที่: 28 ตุลาคม 2554 เวลา:13:59:40 น.  

 
 
 
ชอบบบบบมากครับ
อยากออกทริปกับพี่ๆบ้าง
ผมก็ชอบท่องเที่ยวเหมือนกัน
ไม่ทราบว่าจะขอร่วมทางด้วย
ได้ป่าวครับ?
 
 

โดย: lannaniyom@hotmail.com IP: 202.28.27.2 วันที่: 19 ธันวาคม 2554 เวลา:16:27:01 น.  

 
 
 
ยอดเยี่ยมครับ........อยากให้คนรุ่นใหม่มีแนวคิด..แบบนี้บาง....จะได้ลดความเห็นแก่ตัว....เลิกยึดติดกับวัตถุ.......และรู้จักการให้และแบ่งปันให้มากขึ้น....ผมเป็นนักเดินทางคนหนึ่งที่ชอบรูปแบบการใช้ชีวิตท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง...เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตเพื่อนร่วมโลก.....และตัวเราเอง....ถึงแม้ว่าวัยของเราจะแตกต่างกัน......แต่ความฝันคือภาพเดียวกัน....บางทีเราอาจเคยพบเห็นกันด้วยความบังเอิญ...หรือธุรกิจ....บริเวณหลังมอ......หรือร้านซ่อมมอไซค์...และอีกครั้งที่ผมวางโปรแกรม...เดินดั้นด้นไปสู่พงสาลีเพื่อการเรียนรู้..กับตำนานชีวิตเพื่อนร่วมโลก......ด้วยพาหนะคู่ชีพตามลำพัง......หากมีโอกาสอยากจะขอเชื้อเชิญไปสร้างตำนานร่วมกัน.....
 
 

โดย: peerad@hotmail.com IP: 180.183.66.162 วันที่: 26 ธันวาคม 2554 เวลา:10:44:02 น.  

 
 
 
ไม่ได้เข้ามาอ่านเสียนาน

ขอบคุณทุกท่านมากครับ

ถ้าใครอยากร่วมทางกัน คุยกันได้ใน pantip ห้องรัชดา
[มอเตอร์ไซค์ ] ครับ ผมสิงอยู่ห้องนั้นครับ

มีทริปเรื่อยๆ ครับ
 
 

โดย: เตี้ย ล่ำ ดำ แก่ IP: 119.46.161.198 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:19:23:04 น.  

 
 
 
สุดยอดมาเลยครับพี่
 
 

โดย: TLEMINICA IP: 1.10.203.160 วันที่: 26 พฤษภาคม 2557 เวลา:20:42:27 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

เตี้ย ล่ำ ดำ แก่
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




ฝันให้ไกล ... แล้วไปให้ถึง ....
[Add เตี้ย ล่ำ ดำ แก่'s blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com