ฝันให้ไกล ... แล้วไปให้ถึง ...
 
แบกเป้ท่องเที่ยวเส้นทางวงกลมแม่ฮ่องสอน

24 - 28 พฤศจิกา 2550

เลิกงานตอนเย็น รีบกลับอพาร์ทเม้นไปจัดข้าวของเตรียมเดินทาง ด้วยความที่เบื่อกรุงเทพมาก ขอให้ได้ไปไหนก็ได้ ที่ไม่ใช่กรุงเทพ ( ปล หนุ่มบ้านนอกคอกนา ไม่รู้จะไปไหนใน กทม ห้างก็ไม่ชอบ ผู้คนเยอะเิกินไป หน้าตาเหียกๆ อย่างผมก็คงไม่เหมาะกะห้าง สาวๆ หน้าตาดีๆ แต่งตัวเปรียบกะจะไปเดินแฟชั่นบน catwalk ซักเท่าไร T_T เข้าป่า เข้าดอยดีฝ่า หุหุ )

ไอ้เพื่อนตัวดีผม ที่นัดแนะกันมาอย่างดี ก็ดั๊นมาผิดสัญญา เอาฟะ ไปคนเดียวก้อด้ายยยย ปกติก็ไปกะเพื่อนๆอยู่แล้ว นานๆ ลุยเดี่ยวบ้าง เปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ได้ลุยเดี่ยวมาเกือบปีแล้ว เอาฟะ..

ว่าเข้าแล้ว ก็แบกเป้ไปหมอชิตทันที เป้อันเ่ท่าบ้านเ่ท่าเมือง เ้ต้นท์เอย ของเอย เอาไปให้เยอะที่สุด เหลือดีกว่าขาด สรุปเปรียบได้กับ คนบ้าออกกรุง -_-'

สรุปไ้ด้รถทัวร์ของสมบัติทัวร์ ผมชอบสมบัติทัวร์ เื่นื่องด้วยราคาย่อมเยากว่าชาวบ้าน เบาะนั่งสบายกว่าชาวบ้าน แถมมีแบบเตียงนอนด้วยนะ ที่ผมบอกว่า ราคาย่อมเยาก็เพราะสมบัติทัวร์คิดราคารถ 32 ที่นั่ง ราคา ป.1 ไม่เื่ชื่อลองขึ้นรถ ป. 1 ของสมบัติแล้วลองนับที่นั่งสิ ว่าเท่ากับรถ VIP 32 ที่นั่งของเจ้าอื่นมั๊ย แต่คิดราคา ป. 1 ซึ่งถูกกว่า แถมที่นั่งยังกว้างกว่า เื่นื่องจากสมบัิติทัวร์จะทำห้องน้ำ โ้ค้งๆ เล็กๆ ทำให้ใช้พื้นที่ท้ายรถน้อย เลยมีพื้นที่กลางรถเยอะ ที่วางเท้า กว้างกว่านครชัยเยอะ ( ไม่ได้รับค่าโฆษณามานะ แ่ต่ลองมาทุกยี่ห้อแล้ว สาย เีชียงใหม่-กทม เนี่ย จริงๆ ไม่น่ามาบอกนะเนี่ย เดวคนไปแย่งสมบัติทัวร์ของผม แล้วผมจะไม่มีรถไปเที่ยว T_T)

ถึงเ้ชียงใหม่ ก็ตอนเ้ช้า( 24 พ.ย.)พอดี ตาโหล ทันทีเพราะปกติก็เป็นคนนอนยากอยู่แล้ว บนรถทัวร์ก็จบกัน ใช้เวลาที่อาเขตคิดอยู่สักครู่ว่า จะไปแม่ฮ่องสอนยังงัยดี นั่งรถตู้ไป หรือรถทัวร์ หรือรถเมล์ดี ได้บรรยากาศ ( หลายคนคงแปลกใจว่า ทำไมผมไม่นั่งรถทัวร์ไปแม่ฮ่องสอนเลยฟะ หมดเรื่อง คือผมไม่มีแพลนมา่ก่อนครับ ว่าจะไปไหนดี คิดไรไม่ออกก็ไปเชียงใหม่ไว้ก่อน ถิ่นเ่ก่า ) สุดท้าย คิดว่า มีเวลาน้อย ขืนนั่งรถพวกนั้นก็จบกัน จะไหนแ่ต่ละีที่ก็ลำบาก

มอเตอร์ไซด์จึงเป็นคำตอบ ไอ้ผมก็ขี่มอเตอร์ไซด์แข็งอยู่แล้ว ^_^ ( ที่ office จะแซวผมว่าเป็นพวกมอเตอร์ไซด์รับจ้าง เนื่องด้วยหน้าตา อาจไปอยู่ในโซนนั้น T_T ปล. นอกจาก มอไซด์รับจ้างแล้ว ด้านศิลปะผมก็มีชื่อ จนได้รับการขนานนามว่า "แวนกร๊วก" ด้านดนตรี ผมคือ "โมสัตว์" ส่วนด้านกวี ผมชื่อดังจนได้รับการขนานนามว่า "เซ็กเปียร์") ว่าแล้วก็ไปหาเ่ช่ามอไซด์แถวประตูท่าแพ พร้อมไปหาหนังสือ แม่ฮ่องสอน ก่อน เพราะไม่มีความรู้เกี่ยวกะแม่ฮ่องสอนเลย เดวจะเคว้ง ......

ไ้ด้มอไซด์ แล้วก็เริ่มการเดินทางเลย ผมเลือกที่จะไปทาง ปาย ปางมะผ้า โดยจุดหมายวันแรก อยู่ที่ "ปางอุ๋ง"

การเิดินทางของผมจึงเริ่มขึ้น รูปแรกนี้ คือ เลี้ยวซ้ายที่แยกแม่มาลัยครับ
==========




ก่อนออกก็เติมน้ำ มันให้เรียบร้อย เิริ่มต้นด้วย หลักกิโลสวยๆ 11930 คริคริ เลขสวยวุ๊ย

กลับไป เอาไปซื้อหวยดีมั๊ยเนี่ย...

หมดค่าน้ำมัน ไป 150 บาท แพง เพราะซื้อน้ำมันใส่ขวดน้ำ ไปด้วย กันเหนียว เนื่องด้วยเส้นทางสายนี้ ปั๊มน้อย เดวน้อง Wave ผมจะไม่มีอาหาร



ขับมาเรื่อยๆ ด้วยความเร็วชมนกชมไม้ 80-100 กม/ชม อากาศดีสุดๆ ผมก็ไม่ได้รีบอะไร มาถึงร้านกาแฟหน้าทางเข้าน้ำตก หมอกฟ้า
ร้านน่านั่งดีครับ ก่อนไปชมความงามน้ำตก แวะจิบกาแฟ ชมร้านงามๆ ก่อนดีกว่า

สบายใจจริงๆ ครับ นั่งในร้านเงียบๆ.... วิวสวยๆ

เห็นร้านสวยๆ อย่างนี้ ช่างกล้องมือใหม่ ก็ต้องควักกล้องตัวเ่ก่ง ออกมาเก็บภาพเยี่ยงมือโปร....









ถ่ายร้านแล้ว ก็ต้องถ่ายกาแฟบ้าง ช่างหอมกรุ่นละมุนลิ้น เคล้ากลิ่นธรรมชาติ

โอ้ย ช่างมีความสุขจริงจริ๊งงงงงงงง

ระหว่างนั่งทานกาแฟไปก็ได้พบเพื่อนใหม่ ได้สนทากัน ข้อดี ของการไปเที่ยวคนเดียวคือ ผมจะได้พบปะผู้คน ได้เรียนรู้ความคิด ไ้ด้ทำความรู้จักกับคนที่เราไม่เคยรู้จักได้ง่ายกว่า การไปเป็นกลุ่ม นอกจากนี้เราจะ pay attention กับธรรมชาิติ วิถีชีวิต และผู้คนไ้ด้มากกว่า

ซึ่งหาไม่ได้ ในการไปเที่ยวกับเพื่อนครับ

++++++++++




ทานกาแฟสุดแสนอร่อย เสร็จแล้ว ก็เข้าไปน้ำตกหมอกฟ้า ทันที

โหย เห็นเส้นทางด้านหน้าแล้ว น้อง Wave ผมจะยางรั่วมั๊ยเนี่ย ไม่เป็นไร ทำอะไรไม่เคยคิดหน้าคิดหลังอยู่แล้ว

ไม่กลัวหรอก รั่วแล้วค่อยว่ากัน.....

เ้ข้าไปซัก 200 เมตร กลายเ็ป็นถนนดีขึ้นมาทันที เทปูน ( อะไรฟะ ทางด้านหน้าเ็ป็นหน้าเป็นตา แ่ต่มองเส้นทางเข้าแล้ว หลายๆ ท่านอาจตัดใจ แต่ทางด้านในดันทำดี )

และแล้ว ก็มาถึงน้ำตก หมอกฟ้า จนได้




น้ำตกคนน้อยๆ อากาศเย็นสบาย ผมละชอบจริงๆ ครับ เป็นบรรยากาศแบบที่ผมชอบที่สุดในการท่องเที่ยวแล้ว เพราะบริเวณน้ำตก ป่าจะร่มครึ้ม สายน้ำไหลเย็น อากาศเย็นสบาย เสมอ นั่งได้เป็นชั่วโมง หรือเป็นวันเลย ถ้ามีเวลามากพอ

แ่ต่เสียดายครับ ต้องไปให้ถึง "ปางอุ๋ง" ก่อนมืด ต้องจรลีเสียแล้ว ไว้ว่างๆ จะมาเยือนใหม่

เ้จ้าหน้าที่ที่นี่ หน้าตา น่ารักใช้ได้ครับ เลยขอถ่ายซักแชะ แต่ไม่ได้เอารีบมาใหู้ดูนะ ขอผมเก็บไว้ดูคนเดียว หุหุ......





หลังจากออกจากน้ำตกแล้ว ก็ยิงยาวเลยครับ ไม่แวะที่ไหนแล้ว แม้แต่ปายและห้วยน้ำดัง ( เพราะเคยไปมาแล้ว )

และโดยส่วนตัวก็ไม่ได้ชอบปายซักเท่าไร เฉยๆ ครับ ในความคิดผม ผมคิดว่า มันก็คล้ายๆ เชียงใหม่ย่อมๆ นะ ซึ่งก็ถิ่นเดิมผม เลยไม่รู้สึกแปลกตาเท่าไร

ขับผ่านจุดชมวิวดอยกิ่วลม ซึ่งสูงและสวยงามครับ แต่ไม่ไ้ด้เก็บรูปมาให้ดูกัน มัวแต่ทราบซึ้ง ความงาม กับความหนาวอยู่

เลยเก็บรูปบรรยากาศ ข้างทางมาให้ดูกัน ในส่วนตัวผมคิดว่า สวยดีครับ ด้วยความที่ขี่มอไซด์ไปคนเดียว อยากถ่ายตรงไหน ก็หยุดถ่ายได้เลย ขอให้มีห้องน้ำก็พอ เอ้ย ไม่ใช่ อยากถ่ายรูปตรงไหน ก็หยุดถ่ายเลย





มาถึงปางอุ๋ง เย็นๆ มืดๆ พอดี เอาไว้ดูรูปตอนเช้าดีกว่านะครับ สวยกว่า ไปกางเต้นท์

พอกางเต้นท์ ( ที่ยืมเพื่อนมา ไม่ไ้ด้ check เต้นท์ก่อน ) โอ้ แม่จ้าวววววววววววววว

หนาวอย่างนี้ เต้นท์ อย่างนี้ แข็งตายชัวร์.............

สรุปเหนื่อย กางเต้นท์ฟรีครับ คนอื่นเขาเอาเต้นท์ ที่นอนอย่างดี บรรทุกใส่รถกันมา ช่วยกันกลาง เฮฮากัน รู้สึกเหงาก็คราวนี้แหล่ะครับ ตรูมาทำไรซะเนี่ย ยืนกางเต้นท์คนเดียว เห็นเต้นท์ตัวเองก็อนาจ หนาวตายแน่......

ขับมอไซด์กลับเ้ข้าไปในหมู่บ้าน "รวมไทย" ซึ่งไร้ไฟฟ้า แสนสงบ แต่ค่าี่ที่พัก ราคาไม่ชาวบ้านเท่าไร ต้องควักไป 400 เพื่อแลกกับบ้านหลังโต นอน 5 คนสบายๆ แ่ต่ต้องเอาหล่ะ ไม่งั้นหนาวตายแ่น่.....

สรุป มาได้ "ลุงจาย" โฮมสเตย์ ครับ ดูแลดีและเ็ป็นกันเองดีครับ





เช้า ( วัี่นที่ 25 พ.ย. ) จริงๆ ก็ไม่เช้าเท่าไร ตี 3 ครับ ไก่แ_'ง ขันซะแล้ว ตาสว่างเลยตรู ได้ิยินเสียง บ้านข้างๆ ตื่นเพราะไก่ขันเหมือนกัน ไม่ตื่นได้งัย ขันอยู่ข้างหูเลย

ข่มตาหลับอีกซักนิดจนตี 5 ก็ด้ายเวลาเตรียมตัวไปเ็ก็บภาพความงามของ ปางอุ๋ง กันแล้ว

เดินมาจากหมู่บ้านเรื่อยๆ อูย...... หนาวโคตรรรรรรรรรรรรร

มือเย็นเจี๊ยบเลย โทษใครไม่ได้ นอกจากความไม่รอบคอบของตัวเอง เจือกมะเตรียมถุงมือมา

พอมาถึงอ่างเ็ก็บน้ำ ต้องตกตะลึงในความงาม ต้องขอบอกว่า โดยส่วนตัวผม ไม่เคยเห็นที่ไหน งดงามอย่างนี้มาก่อนเลย

น้ำที่ดับขลับ สงบนิ่ง เรียบ ช่วยให้จิตใจที่วุ่นวายขอเราพบกับความสงบ นิ่ง สายหมอกที่ไหลมาตามพื้นน้ำ ช่างแผ่ซ่านความสวยงามและหนาวเย็นเข้าไปถึงในจิตใจ

สวยจนยากบรรยายครับ และด้วยฝีมืออันน้อยนิดของผม ไม่สามารถเก็บภาพความสวยงามนั้นมาไ้ด้ 10% ก็ยังไม่ถึง ต้องลองไปสัมผัสนะครับ

แต่ขอบอกก่อน ว่าถ้าไปปางอุ๋ง ต้องไปเห็น ตอนเ้ช้า ที่มีสายหมอกไหลมาตามพื้นน้ำ มิเช่นนั้นแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับอ่างเก็บน้ำธรรมดา
++++++++++



ใช้เวลาเดินเก็บภาพและชื่นชมความงามไปเรื่อยๆ ครับ ภาพอาจไม่ละเอียดนัก ก็มันแ่ค่ 1.5 MegaPixels อ่ะครับ



เดินมาเรื่อยๆ ห่างจากตัวสันอ่างเก็บน้ำเรื่อยๆ ดวงอาทิตย์เริ่มทอแสงสีทอง

สวยงามจนยากบรรยายครับ อย่าลืมไปดูเองครับ




มีคนพายเรือด้วย พายมาท่ามกลางสายหมอก.....................

เรือหน้าตาแปลกๆ เนอะ ขอเปลี่ยนเป็นเรียกว่าแพดีก่าาา



เดินไปถึงบริเวณที่เป็นสวน สวยดีครับ ดอกไม้สวยๆ เคล้าสายหมอกอ่อนๆ ยามเช้า




เสร็จแล้ว ก็เดินกลับ ไปเก็บเต้นท์( ที่กางไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ) เป็นความลำบากที่สุดในทริปนี้ครับ กว่าจะพับเต้นท์ให้เก็บเข้ากระเป๋าเก็บเต้นท์ได้ ไม่รู้คนผลิตจะทำมาไมให้มันเล็กนักหนา แบบว่า ถ้าพับไม่ดี ไม่มีวันเก็บเข้าถุงไ้ด้ แถมยังพับคนเดียวอีกตะหาก ไม่มีคนช่วยพับ ช่วยรีดให้เต้นท์มันเีรียบ กว่าจะเก็บได้เล่นเหงื่อแตกซิ๊กๆ แทนที่จะหนาวๆ

กำแท้ๆ......T_T





ออกจากปางอุ๋ง ก็แวะไปเที่ยวหมู่บ้านรักษ์ไทย หมูบ้านชายแดนซึ่งมีอาหารจีนยูนนาน และชา อันลือชื่อ ที่นี่ติดชายแดน สถาปัตยกรรมการก่อสร้างเป็นแบบจีน คาดว่าคงเป็นคนจีนอพยพมา

แวะจอดมอไซด์หน้าร้านอาหารจีนอยู่นาน คิดว่า จะกินดีมั๊ยน๊อ มาทั้งที สุดท้ายก็ตัดใจ คิดว่า ไปหากินราคาถูกๆ ดีกว่า คนจนอย่างเรา เนื่องด้วยร้านรวงที่นี่ มีการประดับคล้ายภัตตาคารอยู่เหมือนกัน คาดว่าราคาคงไม่น้อย หุหุ

ตัดใจได้ก็ ขับมอไซด์มุ่งหน้าสู่พระตำหนักปางตอง น้ำตกผาเสื่อต่อไป แต่ไม่ได้เก็บรูปมาฝากครับ

+_+ +_+ +_+ +_+ +_+ +_+ +_+ +_+



ขากลับออกมาจากทางแยกที่จะไปปางอุ๋ง ปรากฏว่าหลงครับ หาทางออกไม่เจอ ขี่มาตั้งนาน เพิ่งรู้ตัวว่า บรรยากาศเปลี่ยนไปจากตอนขับเข้ามา T_T

โผล่อีกที ถึงปลายทาง แม่ฮ่องสอน อย่างไม่รู้เนื้อรู้ัตัว ทำให้พลาด "ถ้ำปลา" ซึ่งอยู่ใกล้ๆ ปากทางออกจากปางอุ๋ง บนเส้นทางหลวง 1095 มาได้ เอาฟะ ตอนเย็นค่อยขับมอไซด์ย้อนกลับไป แค่ไม่กี่สิบโล ซำบายอยู่แล้น..........

มาถึงแม่ฮ่องสอน สิ่งแรกที่คิดถึงคือ วันนี้นอนไหนดีฟะ ก็คงไม่พ้น Guest house ถูกๆ ถามๆ ชาวบ้านดูเค้าบอกแถววัดจองคำ จะมี Guest house ราคาน่ารักอยู่มากมาย สรุปคือ ขี่อยู่รอบเมืองก็ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ แวะกินกาแฟก่อนดีฝ่าาา........

มาเจอร้านน่ารัก เจ้าของเ็ป็นกันเอง นั่งกินไปกินมา แอบเห็นป้ายว่า ที่นี่ก็เป็น Guest house อยู่ชั้นบน อิอิ ได้ที่พักแล้วคร๊าบบบบ

ร้านนี้ชื่อว่า ร้าน "คอฟฟี่ มอร์นิ่ง" เป็นร้านกาแฟและ Guest house น่ารักๆ สงบๆ เจ้าของเ็ป็นคน กทม จบมหาลัยชื่อดัง แ่ต่หลบหนีความวุ่นวายของ กทม มาหาความสงบ พอเีพียง ที่แม่ฮ่องสอน แถมเจ้าตัวก็เป็นคนหน้าตาน่ารักทีเดียว เล่นเอาหัวใจหนุ่มโสดอย่างผม พองโต นิดๆ เลยทีเดียว 555555555

จริงๆ ผมไม่ใช่คนหื่นกามนะครับ ( แค่เป็นคนห่าม ( กืน ) ) แต่เห็นสาวน่ารัก แล้วมันหนาวใจ อุตส่าห์หลบสาวๆ น่ารักจาก กทม มา ก็ยังมาเจอสาวๆ น่ารัก แถวนี้อีก โอวววว กำ.........

เอาเ็ป็นว่า งัยๆ คืนนี้ตรูมีที่ซุกหัวหล่ะฟะ..........

+++++++++++++++++++++++



ได้ที่พักแล้ว บ่ายแ่ก่ๆ เอง มีเวลาอีกเยอะ ก็ถามเจ้าของร้านว่าไปไหนดี เจ้าของร้านน่ารัก ใจดี แนะนำที่ หมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาว ไม่ไกลจากตัวเมืองครับ 20 กว่าโล บิดแป๊บบบบเดียวถึง
++++++++++
รูปหน้าหมู่บ้านครับ






บรรยากาศในหมู่บ้านครับ มีร้านขายของ และผู้คนเยอะเหมือนกัน




ขอเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกซักหน่อยครับ





เที่ยวหมู่บ้านกระเหรี่ยงเสร็จ รีบบิดรถย้อนมาทางปาย เพื่อเก็บ "ถ้ำปลา" ที่พลาดไปตอนบ่้าย และแล้วก็มาถึงครับ






บรรยากาศภายใน วนอุทยานถ้ำปลา สงบ ร่มรื่น ชวนนอนยิ่งนักครับ





เก็บภาพไปเรื่อยๆ..... ไม่ได้ถ่ายบริเวณในถ้ำปลามาให้ดูกัน เพราะมันแสงน้อย ถ่ายไปก็ได้ภาพไม่ได้เรื่องง่ะครับ มือใหม่อย่างผมด้วยแล้ว ไม่ได้เอาขาตั้งกล้องไป จบข่าวเลยครับ......





ย้อนกลับมาในตัวเมือง แม่ฮ่องสอน ค่ำพอดี รีบขึ้นไปบนดอย กองมู เพื่อชมความงามของพระธาตุดอยกองมู

ด้วยความสะเพร่า ลืมขาตั้งกล้องไว้ที่ Guess house อีกแล้ว T_T กลุ้มใจตัวเองจริงจริ๊งงงงงง

ก็เลยถ่ายมาตามบุญตามกรรม แต่พระธาตุดอยกองมู สวยงามอยู่แล้วครับ ไม่ผิดหวัง........




เห็นพระทำรายกันก็ม่ายยู้ ขอแชะ เก็บภาพกิจกรรม.......







มีคนมาลอยโคมด้วย สวยดีครับ อยากลอยบ้าง แต่ไม่มีสาวมาลอยเป็นเพื่อน อยากมีสาวมาลอยข้างๆ แล้วถามว่า

"อธิษฐานอะหยังกา อ้าย"

"ก็อธิษฐานหื้อหันหน้าน้องฟ้ามุ่ย คนเดียวน่ะก้าาาาาาา"

แล้วสาวก็จะเขินอาย หน้าแดง

เสร็จแล้วก็มีสาวมา 4 คน

"คนเดียวก๊ะ อ้ายยยยยยยยย"

หุุหุ เสร็จแล้ว ผมก็ได้ควงสาว 5 คน 555555555 ( อันนี้ในฝันนะ เลียนแบบโฆษณา DTAC )

เจ้าประครู๊ณณณณณ ลอยยี่เป็๋งปี๋หน้า ขอสาวน่าฮักๆ ซักคนเตอะคร๊าบบบบบบ มาลอยโตยกั๋น T_T





หลังจากมีความสุขกับความฝันเรียบร้อยแล้ว ก็ตื่นมาพบกะความจริงต่อไป ก็ลงมาจากดอยกองมู ไปเี่ที่ยวหนองจองคำ เพื่อเ็ก็บภาพ วัดจองคำ ยามค่ำคืนอันสวยงามครับ นั่งชมวิวอยู่นานเลยครับ เพราะสวยดี อากาศเย็นสบาย





เดินเรียบหนอง เข้าไปในวัด ยามค่ำคืน วัดสถาปัตยกรรมไทยใหญ่ส่องแสง ความสวยงาม ไม่แพ้ยามกลางวัน





ออกจากวัด ก็พบกับถนนคนเดินที่แสนเรียบง่าย มีของน่ารักขายมากมาย ชอบที่นี่มากกว่าปายครับ เพราะแม่ฮ่องสอน คนไม่เยอะ มีความสงบ อย่างที่ผมชอบ ซึ่งต่างจากปาย ออกจะเริ่มเ็ป็นธุรกิจไปซักหน่อย





เช้าวันที่ 26 พ .ย. รีบจรลีออกจากตัวเมือง แม่ฮ่องสอนแต่เช้า ด้วยเส้นทาง อันหนาวเหน็บ และยาวไกล ประมาณ ร้อยโลป๋าย จึงรีบบิดด้วยความเร็ว 100 กว่าๆ ไม่นาน ก็ถึงทุ่งดอกบัวตอง อันเป็นเป้าหมายคนส่วนใหญ่ ที่มาแอ่วแม่ฮ่องสอน ฤดูนี้





เสียดาย มาถึงก็เกือบเที่ยงแล้ว แสงแดดแรงทีเดียว เลยอดสัมผัสสายหมอก บน "ดอยแม่อูคอ" แต่ไม่เป็นไรได้เห็นดอกบัวตองก็ชื่นใจแล้วคร๊าบบบบ..........





ปีหน้าใครยังไม่ได้ไป แนะนำให้ไปให้ได้นะครับ สวยงามมากครับ

เสียอย่างเดียว แดดแรง ทำให้คนผิวขาวๆ อย่างผมดำขึ้นอีก 5555555555

ต้องเลือกแล้วระหว่าง อยากเที่ยว กับ อยากหล่อ T_T




ม้แต่ดอกบัวตอง ยังบานท้าทายแสงตะวัน ใยคนเรา จึงกลัวแสงตะวัน หลบแสงตะวัน ไม่ออกไปค้นหาความหมายของชีวิต และเห็นโลกอันกว้างใหญ่ ซึ่งมีอะไรให้ค้นหาอีกมากมาย.............





ในเมื่ออีกหน่อย ชีวิตก็โรยรา ไม่นาน เหมือนดอกบัวตอง ที่รอวันโรย

จะทำอะไรก็ทำ ออกไปค้นหาชีวิตอิสระ ท้าทายชีวิต พิชิตการเดินทาง

Walking with the sun

Breath the air

Oh , what 's a wonderfull world

คริคริ คิดอะไรซึ้งๆ ก็เป็นนะ เราเี่นี่ย.........





ถ่ายรูปเจ้าเพื่อนยาก ที่จอดสงบนิ่งรอผมอยู่ที่น้ำตกซักหน่อย

หากไม่มีเจ้านี่ ผมคงไม่มีโอกาสได้เปิดหูเปิดตาได้ จะขับรถยนต์หรือนั่งรถเมล์ราคาแพงและช้าเกินไป

Trip นี้ต้องยกความดีให้เพื่อนยากที่ไม่เกเร ต้องทำให้ผมลำบากเลย ไปไหนไปกัน ทางเรียบ ทางลูกรัง ขึ้นเขา ลงห้วย

พาผมไปได้ทุกที่ ที่ใจต้องการ........





จากน้ำตกแม่สุรินทร์ก็ต้องขี่รถกลางแดด ระยะทางยาวไกลอีกครั้ง เพื่อหาที่พักที่แม่สะเรียง ระหว่างทางได้แวะไปเที่ยว "ถ้ำแก้วโกมล" ถ้ำน้ำแข็งแห่งเดียวของประเทศเรา

จริงๆ ก็ไม่ใช่ ถ้ำน้ำแข็งหรอกครับ แต่เป็นแร่แคลไซด์ที่เิกิดการแตกตัว รูปทรงคล้ายๆ ผลึกน้ำแข็ง แต่เนื่องด้วยไม่สามารถถ่ายรูปได้

เพราะแสง flash จะทำให้แร่แคลไซด์ทำปฏิกิริยากับแสง กลายเป็นแร่ที่หมองคล้ำ ไม่สวยงาม จึงห้ามถ่ายรูปครับ


และก็มาถึง "แม่สะเรียง" อำเภอในหุบเขา ซึ่งสมัยก่อน เป็นเมืองทางผ่าน ก่อนไปแม่ฮ่องสอน

สมัยก่อน การไปแม่ฮ่องสอน ระยะทางยาวไกลมาก ต้องพักที่แม่สะเรียงก่อน รุ่งเ้ช้ามาจึงเดินทางต่อ ที่นี่จึงมีที่พัก Guess house ราคาย่อมเยามากมายให้ได้เลือกพักกัน ผมเลือก Guess house แห่งนึง ราคาเพียงคืนละ 150 บาทเ่ท่านั้น

เมืองนี้เป็นเมืองที่เรียบง่าย หากใครรักชีวิตที่สงบ ไม่ผิดหวังครับ

รูปนี้เป็นรูปพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียง ปากทางเข้าตัวอำเภอครับ

+++++++++++++++++++++++++++++++





เส้นทางวันสุดท้าย 27 พ.ย. เป็นเส้นทางที่ยาวไกล 200 กิโล ผมตัดสินใจ ตอนเ้ช้านั้นว่า กลับรถเที่ยวบ่ายหนึ่งดีกว่า จะได้พักผ่อนก่อนทำงานวันพุธต่อไป ซึ่งตอนแรกแพลนไว้ว่าจะกลับรถกลางคืน เลยต้องบิดหูตูบออกจากแม่สะเรียงแต่เช้าตรู่

แวะเติมพลังงานให้ตัวเอง ข้าวเหนียวไก่ทอด เคล้าทิวทัศน์อันสวยงาม ของสวนสนบ่อแก้ว






จากสวนสนบ่อแก้ว ใช้เวลาไม่นานก็ถึงออบหลวง มีเวลาให้เดินเล่น 2 ชั่วโมง T_T





จากออบหลวง บิดรวดเดียวจบ ถึง "ร้านเล่า" ร้านคนรู้จัก แถวถนนนวมินทร์ครับ ซึ่งเป็นร้านคนรู้จักที่เชียงใหม่ครับ มีหนังสือน่าอ่าน กาแฟอร่อยๆ น่าทานครับ ผมก็ได้หนังสือ แม่ฮ่องสอนที่นี่เอง ไม่งั้นผมก็คงหลงไปแล้ว หุหุ




สรุปแล้ว ผมเดินทางทั้งหมด รอบเส้นทางวงกลมแม่ฮ่องสอน( ทางหลวงสาย 1095 และ 108 ) รวมระยะทาง 846 กิโลเมตร ตามไมล์ของเจ้า Wave เพื่อนยากครับ

โดยรวมแล้ว เป็นทริปอีกทริปที่ประทับใจผมครับ เพราะมันส์สะใจ วัยโก๋ ( หรือเปล่า ) อย่างผม

รีบคืนเจ้า Wave เพื่อนยากและไปอาเขตนั่งรถ กลับ กทม ทันที เฮ้อ กลับ กทม อีกแล้ว T_T

รวมทั้งสิ้นใช้งบประมาณไป 3700 กว่าๆ นับว่าแพงสำหรับผมเหมือนกัน เพราะไม่มีตัวหาร และไม่ได้นอนเต้นท์

แต่ได้ไปเที่ยว แค่นี้ถือว่าจิ๊บๆ ใช่มั๊ยครับ




ท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกท่าน ที่อุตส่าห์ติดตามกระทู้หัด Post ของผมครับ ถ้าเ็ป็นไปได้ และไม่ขี้เกียจ จะมา post ต่อไปครับ

ส่วนผม ขอตัวไปเดินทาง 7 คาบสมุทร ตามหาความฝันขอลูกผู้ชายต่อไปครับ( เกิดเป็นลูกผู้ชายต้องออกทะเล จริงมั๊ยครับ 55555555 อ่านการ์ตูนมากไปแล้ว เรา ^_^ )

See you........................


Create Date : 14 ตุลาคม 2553
Last Update : 13 เมษายน 2554 12:25:05 น. 2 comments
Counter : 3728 Pageviews.  
 
 
 
 
แนะนำเว็บท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงาม
 
 

โดย: attractions (loveyoupantip ) วันที่: 7 สิงหาคม 2554 เวลา:1:08:05 น.  

 
 
 
เราเคยไปมาแล้วแม่ฮ่องสอนสวยมาก ขอให้เป็นแบบนี้ตลอดไป ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆ ทำให้อยากกลับไปเยือนอีกครั้ง
 
 

โดย: เมย์ IP: 49.230.165.131 วันที่: 24 กันยายน 2556 เวลา:22:39:23 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

เตี้ย ล่ำ ดำ แก่
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




ฝันให้ไกล ... แล้วไปให้ถึง ....
[Add เตี้ย ล่ำ ดำ แก่'s blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com