"ชีวิตที่เปลี่ยนไป"
 

ท้องฟ้า..ที่ปารีส


Thursday, November 02, 2006 4:31:39 PM

ท้องฟ้า..ที่ปารีส

ชอบมองท้องฟ้า เพราะอยากมองเมื่อไหร่ อยู่ที่ไหนก็มองได้
ทุกครั้งที่มองมันก็เป็นท้องฟ้า แต่ก็แปลกที่มันไม่เคยเหมือนเดิมสักครั้ง
มีคนบางคนเคยบอกไว้ว่า...
เวลาไม่สบายใจเมื่อไหร่ให้มองท้องฟ้า มันจะทำให้รู้สึกดี เพราะท้องฟ้าที่กว้างใหญ่กำลังโอบเรา..และปลอบเราอยู่...
Your friend












 

Create Date : 03 มกราคม 2550    
Last Update : 9 มกราคม 2550 21:40:47 น.
Counter : 2281 Pageviews.  

เพื่อนเพียบ

Sunday, October 29, 2006 8:47:03 AM

Bonjour mon amis!



Ca va ? สบายดีไหม แหม หายหน้าหายตาไม่ได้เล่าเรื่องปารีสไปตั้งนาน จะมีใครคิดถึงหรือเปล่าเนี่ย ต้องมีสักคนสิน่า ช่วงนี้อาจหายหน้าหายตาไป สมใจของหลาย ๆ คน ที่ไม่ต้องมานั่งอ่านจนเมื่อยสายตาไงล่ะ ตอนนี้ก็ไม่สบายอีกแล้ว 555 สงสัยเวรกรรมตามทัน เพราะตอนอยู่ที่เมืองไทย อยากป่วยมาก ๆ แต่ดันไม่ป่วย พอมาอยู่นี้ป่วยเลย อยากจะบ้าตาย ก็เป็นหวัดมาได้อาทิตย์หนึ่งแล้ว แล้วตอนนี้มันเป็นหวัดลงคอไปแล้วเลยไอใหญ่ แถมเป็นคนหลับยากอีก นอนไม่หลับอะดิ ยิ่งพักผ่อนไม่เพียงพอ แถมอาทิตย์ที่แล้วก็เรียนหนักมาก ถึงบ่ายสอง แถมเด็กดันปิดเทอมต้องกลับมาดูมันอีก กว่าจะได้พัก แถมต้องดูหนังสือต่อ โอย อยากจะบา แต่อาทิตย์นี้ดีหน่อยไม่ต้องดูเดกทั้งอาทิตย์ แถมเลิกแค่เที่ยงอีกด้วย เลยหวังว่ามันจะหายอ่ะดิ ช่วงนี้ไม่ได้ไปเที่ยวไหน นอกจากไปโรงเรียน ก็เลยมาบ่นเรื่องป่วยให้ฟังแทน ตอนนี้ทุก ๆ คนเป็นไงบ้าง สบายกันล่ะสิ ส่งรูปมาให้ดูนิดหน่อย เผื่อจะทำให้หายคิดถึงได้บ้าง อาทิตย์หน้าออนไลน์บ่อยมากขึ้นนะประมาณช่วงหัวค่ำทีเมืองไทยจนถึงดึกเลย

คิดถึงเหมือนเดิมจ้า

Your friend






 

Create Date : 12 ธันวาคม 2549    
Last Update : 12 ธันวาคม 2549 20:21:14 น.
Counter : 356 Pageviews.  

กำลัง กำ..อะไร?

Saturday, October 28, 2006 2:47:10 PM

ครอบครัวที่น่ารักอยู่ครอบครัวหนึ่ง

ในครอบครัวนี้มี พ่อ แม่ และบุตรชายวัย 5 ขวบ กำลังน่ารักเลยทีเดียว เจ้าหนูเป็นเด็กที่ซนอย่างร้ายกาจและขี้สงสัยอย่างมาก

อยู่มาวันหนึ่งเจ้าหนูก้อนึกครึ้มอกครึ้มใจอย่างไรบอกไม่ถูก
ไปคว้าเอาแจกันหยกแกะสลักต้นราชวงศ์หมิง
ซึ่งนั่นก้อหมายความว่ามันราคาแพงมาก

นำมาเล่นพลิกคว่ำพลิกหงาย
สักพักก้อล้วงมือเข้าไปในแจกัน

ทันใดนั้นเจ้าหนูก้อทำตาโตเท่าไข่ห่านดูเหมือนจะดีใจที่ล้วงเข้าไปเจออะไรสักอย่าง
แต่ปัญหาหาอยู่ที่ว่า เจ้าหนูจะดึงมือออกมาได้อย่างไร

เจ้าหนูเริ่มกระสับกระส่ายพยายามดึงมือออกมาแต่ ก้อไม่สำมะเร็จ จนต้องใช้ไม้ตายคือ "ทำไม่ได้ร้องไห้ไว้ก่อน"

เสียงเอ็ดอึงเป็นผลให้พ่อและแม่ต้องวิ่งมาดู

เมื่อมาพบเข้าต่างก้อพยายามช่วยกันดึงมือของเจ้าหนูออกจากแจกันด้วยวิธีต่างๆ

น้ำมันก้อแล้ว น้ำสบู่ก้อแล้วทำอีท่าไหนก้อไม่ออก
จนสุดท้ายผู้เป็นพ่อต้องตัดใจทุบแจกันหยกราชวงศ์หมิงทิ้ง
เพื่อรักษามือของลูกชายเอาไว้ เมื่อมือของเจ้าหนูหลุดจากแจกันแล้วพ่อและแม่

ก้อพบว่ามือเจ้าหนูกำอะไรบางอย่างจนแน่น

ผู้เป็นแม่จึงถามลูกชายว่า "หนูกำอะไรอยู่จ้ะลูก ?"


เจ้าหนูตอบพร้อมทำสีหน้าขึงขัง
"ผมปล่อยมันไม่ได้หรอกครับ"

"แล้วมันคืออะไรจ้ะลูก?" ผู้เป็นพ่อเริ่มสงสัย

"มันเป็นสตางค์ครับ" เจ้าหนูตอบพร้อมกับค่อยๆ แบมือออกอย่างทนุถนอม

จึงปรากฏว่า ในมือของเจ้าหนูมีเพียงเหรียญสลึงอยู่สองเหรียญ
เจ้าหนูหารู้ไม่ว่าการที่เขาพยายามกำเหรียญเอาไว้
ทำให้ครอบครัวต้องสูญเสียของมีค่ากว่าเป็นพันๆ เท่า

แล้วเพื่อนๆ ล่ะ ขณะที่คุณกำลังใช้ชีวิตอยู่นี้

คุณกำลัง "กำ"อะไรไว้ในชีวิตบ้าง

เงิน? บ้าน? งาน?
รถ? ทิฐิ? ...


แล้วสิ่งที่คุณกำอยู่ทำให้คุณสูญเสียอะไรที่มีค่ามหาศาลไปบ้าง
เวลา.... ครอบครัว.... พ่อแม่.....
คนที่รักเรา..... สวรรค์

คุณ "กำ" อะไรอยู่ ?




 

Create Date : 12 ธันวาคม 2549    
Last Update : 12 ธันวาคม 2549 20:08:57 น.
Counter : 238 Pageviews.  

เพราะอากาศ...มันหนาว

Tuesday, October 17, 2006 11:12:02 AM

สวัสดี ทุก ๆ คน

หายหน้าหายตาไปนาน พอได้รับเมล์ที่ส่ออาการน้อยใจบ้าง ก็มีบางคน บางคน ที่สุตส่าห์พยายามตอบเมลล์กลับมาพอได้อุ่นใจ แม้บางคนจะตอบกลับมาเป็นประโยคสั้น ๆ ก็ตาม เมล์บางฉบับที่ถูกก็อปปี้มาจาก word เพื่อนบางคนอาจจะอ่านไม่ได้ ก็เปลี่ยนฟ้อนท์เอาก็แล้วกัน วิธีเปลี่ยนก็ คลิกที่ เมนู view เลือก endoding เลือก Thai (บางคนไม่รู้จริง ๆ คนที่รู้แล้วก็เฉย ๆ ไว้ อย่าแอบทำตาม ) ก็เพราะว่า wireless มันไม่มี เวลาที่อยากเขียนก็ส่งไม่ได้ ก็เลยพิมพ์ใส่เวิร์ดเก็บไว้อ่ะดิ



ตอนนี้เริ่มไปเรียนได้เกือบอาทิตย์แล้ว ไม่ค่อยรู้จักใครหรอก เพราะไม่มีเวลาได้คุยกัน รู้จักเฉพาะบางคนที่ครูเค้ายกตัวอย่างให้ฟังเฉย ๆ อ่ะ แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมอ่ะไรมากมาย เพราะว่าเธอก็หลากหลายประเทศเหลือเกิน แต่ละคนก็คุยกันคนละภาษากันไป ตอนนี้เรียนเริ่มยากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะว่าอืม มันยากนะ ยิ่งเราไม่ค่อยรู้อะไรมากด้วย ยิ่งต้องเรียนหนักไปกันใหญ่เลย การบ้านก็มีทุกวัน เฮ้อ แต่ก็ สู้สู้ อยู่แล้วจ๊ะ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปไหน เพราะขี้เกียจมั้ง หนาวด้วย อย่างมากก็เดินเที่ยตอนกลับจากโรงเรียนแล้วอ่ะ ก็เดินตามถนนหนทางไปแบบไร้สาระ เหนื่อยเมื่อไหร่ก็หาเมโทรกลับบ้าน อ่ะ เมื่อวานไปทำการ์ดนักศึกษาของประเทศฝรั่งเศสมา คนเยอะมาก ๆ เจอคนไทยด้วย เป็นนักเรียนทุนจากจุฬา ก็คิดว่าไม่ใช่ผู้ชายแท้หรอกแต่ไว้หนวดด้วย มาเรียนที่นี่ปีครึ่งอ่ะ เรียนเกี่ยวกับแฟชั่นดีไซค์ จบแล้ววก็ไปเป็นอาจารย์จากจุฬาเลย แต่ประมาณว่าทางบ้านมีฐานะดีอ่ะ เห็นว่าปีใหม่คงกลับไปอยู่บ้าน และอีกอย่างพักในอพาทเมนต์ย่านผู้ดีที่แพงมากด้วย แต่เค้าก็ไม่หยิ่งนะ พูดภาษาฝรั่งเศสไม่ได้เรียนภาษาที่มหาวิทยาลัยเดียวกับเราด้วย ก็พอดีตอนทำการ์ดให้เพื่อนเราช่วยพูดกับเจ้าหน้าที่ให้นะ ขนาดเจ้าหน้าที่ที่ทำเกี่ยวกับคนนานาชาติแบบนี้ก็ไม่พูดภาษาอังกฤษ เลย ไม่มีใครพูดได้ เพราะเค้าถือว่าเค้าไม่ง้อใคร ประมาณนั้น เอกสารน้องเค้าเกือบมีปัญหาเพราะว่าใบที่แปลจากเมืองไทยต้องเรามาประทับตราที่สถานพูตไทยในฝรั่งเศสด้วย ต้องเสียค่าประทับตรา 15 ยูโร ต่อหนึ่งแผ่นนะ ขนาดคนไทยด้วยกันนะเนี่ย แต่น้องเค้าประทับมาแล้วก็ผ่านอ่ะ ไอ้เราก็ตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เพราะไม่ได้ประทับแต่ก็ลองยื่นไป เพราะรอมานานมาก ปรากฎว่าโชคดีเจอหัวหน้าเค้า เลย แล้วเค้ากำลังจะไปเที่ยวเมืองไทยกัน ก็เลยถามแต่เรื่องเมืองไทย เป็นอันว่าเอกสารกัลทิมาผ่าน (โชคดีที่เกิดเป็นคนไทยตรงนี้ล่ะ ) เสร็จเรียบร้อย แต่ต้องไปหาหมอเพื่อตรวจอีกทีวันที่ 24 พฤศจิกายน นะ ถ้าไม่เป็นโรคเอดส์ ก็คงผ่าน 555 ก็ต้องรอไปอีกเป็นเดือน โหยย กว่าจะได้ใบไปทำวีซ่า เห็นไหมว่ายุ่งยากแค่ไหน เออเชื่อเปล่าเค้าไปเที่ยวเมืองไทย สองอาทิตย์ ค่าทัวร์ แค่ 1060 ยูโรแค่นั้นนะ ทำงานครึ่งเดือนก็ไปได้แล้ว แบบว่าถูกมากมาก ทีเราจะมาที่นี่แบบว่าต้องมีเงินหลายแสน ทำงานเป็นชาติ ทำไมโลกเรามันไม่เท่าเทียมกันเลยเนี่ย เฮ้อ แต่จะน้อยใจกันไปก็เท่านั้น เราไม่สามารถแก้ไขอะไรมันได้อีกแล้ว ก็รับกรรมมีชีวิตอยู่กันต่อไปก็แล้วกัน เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมชาวฟิลิปินส์ลาออกจากครูซึ่งเป็นงานที่มีเกียรติมาเป็นคนทำความสะอาดบ้านที่นี่ เท่านั้น กัลทิมาอาจทำแบบนั้นก็ได้ ใครจะไปรู้ 5555
ช่วงนี้ใครเจอน้ำท่วมบ้าง ยกมือขึ้นหน่อย เพราะได้ข่าวมาว่าเจอน้ำท่วมกันถ้วนหน้า ดีใจด้วย ตอนนี้ที่นี่หนาวมาก ถึงมาก เพื่อนบอกว่าอีกสองเดือนกัลทิมาจะตาย เพราะอากาศหนาวกว่านี้อีก เตรียมรับมือโดยการไปหาซื้อเสื้อกันหนาวในร้านที่มันลดราคา แต่ขนาดลดราคาแล้วยังต้องคิดแล้วคิดอีกเลย แต่ไม่กล้าซื้อมาก เพราะไม่รู้จะขนกลับยังไงอ่ะดิ
เอาล่ะ ไปดีกว่า เดี๋ยวมีคนบ่นอีกว่าเขียนมายาว ขี้เกียจอ่านอีกล่ะ
คิดถึงเหมือนเดิมจ้า
Your friend




 

Create Date : 12 ธันวาคม 2549    
Last Update : 12 ธันวาคม 2549 20:03:17 น.
Counter : 407 Pageviews.  

Re: เพราะ..

Saturday, October 14, 2006 2:06:30 AM

Around the corner I have a friend,
ฉันมี เพื่อนที่อยู่ไม่ไกล

In this great city that has no end,
ในเมือง ใหญ่ที่ไม่มีวันหลับไหล

Yet the days go by and weeks rush on,
และเวลา ก็ยังคงผ่านไป

And before I know it, a year is gone.
ฉันไม่ เคยรู้ว่านานแค่ไหน

And I never see my old friends face,
แต่ฉัน ไม่เคยเจอเพื่อนเก่าคนนั้น

For life is a swift and terrible race,
เพราะ ชีวิตที่มีแต่การเปลี่ยนแปลงและแข่งขัน

he knows I like him just as well,
รู้แต่ ว่าเขาคงสบายดีเช่นกัน





As in the days when I rang his bell.
จนวัน หนึ่งอยากลองไปหาดูสักที

And he rang mine but we were younger then,
เพื่อน ที่เราเคยมีความรู้สึกดี ๆ

And now we are busy, tired men.
แต่ตอน นี้เรายุ่งและเหนื่อยล้า

Tired of playing a foolish game,
ต้อง ฟันผ่ากับเกมอันหลากหลาย

Tired of trying to make a name.
เหนื่อยหน่ายกับการสร้างชื่อ




"Tomorrow" I say! "I will call on Jim
พรุ่งนี้แล้วกันนะฉันจะโทร หา

Just to show that I'm thinking of him."
ปลอบตัว เองว่าเรายังมีเพื่อนให้คิดถึงอยู่

But tomorrow comes and tomorrow goes,
แต่พรุ่งนี้ผ่านมาแล้วก็ผ่าน ไป

And distance between us grows and grows.
ระยะทาง ระหว่างเรายิ่งไกล

Around the corner, yet miles away,
เพื่อน ที่อยู่ใกล้กลับเหมือนอยู่ห่างร้อยไมล์

"Here's a telegram sir," "Jim died today."
จนได้ ข่าวว่าเพื่อนจากเราไป

And that's what we get and deserve in the end.
นี่คือ สิ่งที่เราสมควรได้หรืออย่างไร

Around the corner, a vanished friend.
ที่ตรง นั้นไม่ไกล แต่ว่าเพื่อนฉันไม่อยู่อีกต่อไป

Remember to always say what you mean.
อยากให้จำไว้ จงพูด อย่างที่ใจคิด




If you love someone, tell them.
ถ้าคุณ รักใครสักคนก็บอกเขาไป

Don't be afraid to express yourself.
อย่า กลัว ที่จะเผยความรู้สึก

Reach out and tell someone what they mean to you.
เปิดใจ และบอกคนที่มีความหมายกับคุณ

Because when you decide that it is the right time it might be too late
เพราะหากคุณรอจนถึงเวลาที่เหมาะสม วันนั้นอาจจะช้าไป

Seize the day. Never have regrets.
หาโอกาส ในวันนี้ แล้วคุณจะไม่มีวันเสียใจทีหลัง

And most importantly, stay close to your friends and family,
สิ่ง ที่สำคัญที่สุด จงอย่าละเลยเพื่อนและครอบครัว

for they have helped make you the person that you are today.
เพราะพวกเขาทำให้คุณเป็นอย่างที่คุณเป็นทุก วันนี้





 

Create Date : 12 ธันวาคม 2549    
Last Update : 12 ธันวาคม 2549 19:56:14 น.
Counter : 306 Pageviews.  

1  2  3  4  
 
 

Sweetpigko
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add Sweetpigko's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com