Group Blog
 
All Blogs
 
การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน (โดย รศ.ดร.อิทธิสุนทร นันทกิจ)

ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต
พืชจะเจริญเติบโตได้ดี จะต้องประกอบด้วย ปัจจัยที่จำเป็นต้องม ีในการเจริญเติบโต อันได้แก่ แสง น้ำ ธาตุอาหารพืช อุณหภูมิ ความเป็นกรด-ด่าง ออกซิเจน และ คาร์บอนไดออกไซด์ ทั้งที่ราก และส่วนเหนือดิน ในการปลูกพืชโดยทั่วไป จะมีดินและอากาศ เป็นส่วนที่จะให้ปัจจัยเหล่านี้ แต่ข้อเสียของดิน คือ ดินจะมีคุณสมบัติที่ไม่แน่นอน ในแต่ละท้องที่ ถ้าดินมีคุณสมบัติ ที่ไม่เหมาะสมต่อพืช ก็จะเจริญไม่ดี การปรับปรุง และแก้ไขดิน อาจจะสามารถทำได้ แต่ในบางกรณี อาจจะมีความยุ่งยากมาก หรือต้องใช้ค่าใช้จ่าย ที่สูงมาก ส่วนการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน จะใช้วัสดุอื่นมาแทนดิน โดยจะเลือกวัสดุ ที่มีความเหมาะสม ต่อการเจริญเติบโตของพืช โดยปรกติ จะเป็นวัสดุ ที่ไม่เกิดปฎิกริยาทางเคมี และไม่มีการปล่อยสารต่างๆ ให้แก่พืช และในระบบนี้ จะมีการให้สารละลาย ธาตุอาหารแก่พืช ซึ่งสารละลายนี้ จะประกอบด้วยธาตุอาหาร ที่จำเป็นต่อพืชทุกตัว และอยู่ในรูปที่พืช สามารถนำไปใช้ได้ทันที และมีการปรับค่า ความเป็นกรดด่าง ให้อยู่ในระดับ ที่เหมาะสมด้วย โดยระบบการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน จะคำนึงถึง การจัดการให้ปัจจัยที่จำเป็น ต่อการเจริญเติบโตของพืช อยู่ในระดับ ที่เหมาะสมที่สุด ต่อการเจริญเติบโต และการให้ผลผลิตของพืช

ข้อดีและข้อเสียของการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน

ข้อดี
1. สามารถทำการเพาะปลูกพืชในบริเวณพื้นที่ที่ดินไม่ดี หรือสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก
2. ประหยัดเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่ายในการเตรียมดิน และการกำจัดวัชพืช ทำให้สามารถปลูกพืชอย่างกันต่อเนื่องได้ตลอดปี ในพื้นที่เดียว
3. สามารถตัดปัญหาเกี่ยวกับศัตรูพืชที่เกิดจากดิน ทำให้สามารถปลูกพืชในพื้นที่เดียวกันได้ตลอดปี ถึงแม้จะเป็นพืชชนิดเดียวกัน
4. เป็นระบบที่มีการใช้น้ำ และธาตุอาหารพืชอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
5. เพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้แรงงาน
6. สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของพืชได้อย่างถูกต้องแน่นอน และรวดเร็ว โดยเฉพาะในระดับรากพืช ได้แก่ การควบคุมปริมาณธาตุอาหาร ความเป็นกรด - ด่าง อุณหภูมิ ความเข้มข้นของออกซิเจน ฯลฯ ซึ่งการปลูกพืชทั่วไปทำได้ยาก
ข้อเสีย
1.ข้อเสียที่สำคัญที่สุด คือ เป็นระบบที่มีราคาแพงมาก เนื่องจากประกอบด้วยอุปกรณ์ต่างๆมากมาย และมีราคาแพง
2.จะต้องใช้ผู้ที่มีความชำนาญ และประสบการณ์มากพอสมควร ในการควบคุมดูแล

แนวทางการนำระบบการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินไปใช้
1.ใช้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับทางด้านสรีรวิทยาของพืช เช่น
-การศึกษาเกี่ยวกับการดูดใช้ธาตุอาหารของพืช เพื่อใช้เป็นแนวทางในการใส่ปุ๋ยของพืช
-การศึกษาถึงผลของสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ต่อการเจริญเติบโต และให้ผลผลิต เช่น อิทธิพลของอุณหภูมิแสง
-ศึกษาทดลองเพื่อหาองค์ประกอบของสารละลายธาตุอาหารพืช ที่เหมาะสมแก่พืชแต่ละชนิด และแต่ละช่วงการเจริญเติบโต
2.ใช้ปลูกพืชเพื่อเป็นการค้า
โดยเป็นการปลูกพืชจำนวนมากๆ จะต้องอาศัยข้อมูลจากการวิจัยในข้อ 1 มาขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้น และจะต้องมีการคำนึงถึงกำไร และขาดทุน กล่าวคือ เป็นการนำผลการทดลอง เพื่อมาใช้เป็นการค้า
แนวทางการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน
งานวิจัยเกี่ยวกับการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินในบ้านเรา มีการทดลองเป็นเวลานานแล้ว แต่ส่วนใหญ่ เน้นในด้านการศึกษาเกี่ยวกับสรีรวิทยา ถ้าเรามุ่งที่จะทำการผลิตเป็นจำนวนมาก ควรจะต้องเน้นเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในแต่ละด้านให้มากขึ้น แนวทางการวิจัยการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน เพื่อเป็นการค้าพอสรุปได้ดังนี้
1.ระบบการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินที่เหมาะสมในประเทศไทย เช่น อาจเป็นวิธี N.F.T. อาจใช้วัสดุปลูก และให้น้ำแบบน้ำหยด โดยสรุปให้เห็นถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละระบบ ความเหมาะสมในแต่ละท้องที่ เปรียบเทียบการลงทุนในแต่ละระบบ และพืชที่ควรใช้ปลูก วัสดุปลูกที่เหมาะสม
2.สภาพโรงเรือนที่เหมาะสม รวมถึงขนาด ความสูง วัสดุที่ใช้ รูปร่าง ทิศทางการสร้าง การควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น แสงสว่างภายในโรงเรือน
3.สารละลายธาตุอาหารที่เหมาะสมทั้งในด้านองค์ประกอบ ความเข้มข้น ความเป็นกรดด่างกับพืชแต่ละชนิด อายุการเจริญเติบโต และฤดูปลูก
4.วัสดุอุปกรณ์ ศึกษาเกี่ยวกับการสร้างเครื่องมือวัดต่างที่จำเป็นต้องใช้ ในการปลูก เช่น เครื่องวัดความเป็นกรดด่างของสารละลาย เครื่องวัดความสามารถในการนำไฟฟ้าของสารละลาย ตลอดจนการควบคุมอุณหภูมิและการให้น้ำ

เทคนิคการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินแบบต่างๆ

เทคนิคการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน จะแบ่งเทคนิคเหล่านี้ตามชนิดของวัสดุที่ใช้ปลูก
1.การปลูกในวัสดุปลูกที่เป็นของแข็ง
โดยทั่วไป จะใช้วัสดุปลูกต่างๆ ใส่ลงในภาชนะปลูก ซึ่งจะมีแบบต่างๆ ได้แก่ การปลูกในถุง (Sack culture) ซึ่งปรกติ จะปลูกในแนวระนาบ แต่ถ้าปลูกในแนวตั้ง เพื่อเพิ่มพื้นที่ ในการปลูกในเรือนกระจก จะเป็นการปลูก ในภาชนะปลูกแนวตั้ง (Column culture) ภาชนะที่ใช้ใส่วัสดุปลูก อาจทำเป็นกระบะขนาดใหญ่ หรือเป็นกระถางก็ได้ ซึ่งพอสรุป วิธีปลูกต่างๆได้ดังนี้ การปลูกในทราย (Sand culture) การปลูกในกรวด (Gravel Culture) การปลูกในขี้เลื่อย(Sawdust culture) การปลูกในแผ่นฟองน้ำฯลฯ รูปการปลูกในวัสดุปลูกแบบต่างๆ.(Substrate culture)
2. การปลูกในสารละลาย คือการปลูกในน้ำ (Water culture หรือ Hydroponic) การปลูกแบบนี้ รากพืชจะเจริญอยู่ในสารละลาย ธาตุอาหารพืชโดยตรง ได้แก่ วิธีปลูกแบบ
ก.การปลูกในสารละลายไม่มีการไหลวน (Water culture) โดยรากพืช จะแช่อยู่ในสารละลายธาตุอาหาร ที่อยู่นิ่ง แต่จะมีการให้อากาศในน้ำ โดยเครื่องพ่นอากาศ
ข.การปลูกแบบ N.F.T.(Nutrient Film Technique)
ค.การปลูกในอากาศ (Aeroponic)เป็นระบบปลูกที่รากพืช ลอยอยู่ในอากาศ และมีการฉีดสารละลายธาตุอาหาร เป็นฝอยไปที่รากพืชโดยตรง
ง.การปลูกแบบ DFT.(Deep Flow Technique)
อุปกรณ์ที่จำเป็นในการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน
ในระบบการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน จำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งต่างๆดังนี้

-วัสดุต่างๆที่สามารถนำมาใช้เป็นวัสดุปลูก ในการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน รวมถึงข้อดีข้อเสีย ของวัสดุแต่ละชนิด
-ภาชนะที่ใช้ในการปลูกพืช ทั้งเพื่อปลูกเป็นการค้าจำนวนมาก และเพื่อปลูกเป็นไม้ประดับ
-หลักและวิธีการเตรียมสารละลายธาตุอาหารพืช
-อุปกรณ์และวิธีการติดตั้งระบบการให้น้ำ และสารละลายธาตุอาหารแก่พืช
-ระบบควบคุมการให้น้ำ และสารละลายธาตุอาหารพืช โดยอัตโนมัติ
-การตรวจสอบและควบคุมส่วนต่างๆ ในระบบการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน
-เทคนิคการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินแบบต่างๆ ข้อดีข้อเสียของแต่ละระบบ




Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2552 21:38:26 น. 1 comments
Counter : 4394 Pageviews.

 
ขอบคุณครับ


โดย: SriSurat วันที่: 19 สิงหาคม 2554 เวลา:18:13:00 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

SupatKa
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add SupatKa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.