Group Blog
  •   
  •  
  •  
  •  
All Blog
รีวิว Smooth E white & smooth baby hand serum





ป่านขับรถทางไกลตลอด และเป็นคนล้างมือบ่อยค่ะ

ปีที่แล้ว แฟนทักบ่อยๆ ว่าทำไมมือสากจัง เหี่ยวด้วย 5555 เลยชอบใช้

hand cream ตั้งแต่นั้นมา 

พกในกระเป๋าค่ะ ขาดไม่ได้เลย ล้างมือเสร็จ ก็ตามด้วย hand cream ตลอดจนเป็นนิสัยค่ะ 

ไม่ได้ กลัวมือเหี่ยวมากกกก หน้าตึง ผิวกายดี แต่มือเหี่ยวก็ไม่ไหวนะเออ

ช่วงนี้ชอบตัวนี้มากกก 




Smooth E white & smooth baby hand serum ค่ะ 

30 ml ราคา 99 บาท ป่านสอยจาก eve and boy 

ตัวนี้เป็นเวชสำอางนะคะ อ่านดู นี่ทำให้มือขาว แก้ไขปัญหาริ้วรอยและรอยแผลเป็น 



เนื้อครีมเป็น serum ค่ะ  ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ข้างหน้าเขียนว่า

for sensitive skin คือ อ่อนโยนแม้ผิวบอบบาง นะ



ใช้น้อยค่ะ แค่เม็ดข้าวโพด ซึมไว ไม่เหนียว ทาแล้วมือนุ่มดีนะ






หอมมากกกก ป่านชอบมากๆค่ะ หอมแบบกลิ่นดอกไม้ไทยๆด้วย 



มาดู Active Ingredients กันค่ะ 




• Shea butter - ฟื้นบำรุงผิวมือให้เนียนนุ่ม ด้วย Shea butter จากแอฟริกา

• Niacinamide - ช่วยปรับผิวมือที่หยาบกระด้างและแห้งกร้าน พร้อมช่วยลดเลือน ริ้วรอยและรอยแผลเป็น 



• Alpha Arbutin - ปรับผิวมือที่ไม่สม่ำเสมอ ให้ขาว เนียน และสว่างใสขึ้น ด้วยสารสกัดธรรมชาติจากผล bearberry

• Vitamin E - เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องผิวมือจากมลภาวะต่างๆ

• Allium Cepa – ช่วยฟื้นฟูอาการระคายเคืองและการอักเสบของผิว




ใช้ดีมากๆ ชอบมากๆ แนะนำจ้าาา 




Create Date : 27 กรกฎาคม 2559
Last Update : 25 สิงหาคม 2559 20:55:57 น.
Counter : 5056 Pageviews.

0 comment
รีวิว นมเปรี้ยว ดัชมิลล์ ดีไลท์








ป่านเป็นคนชอบกินนมเปรี้ยวมากค่ะ 
กินทุกวันเลย เลยซื้อนมเปรี้ยว ดีไลท์มาลองกินดูสักพัก 
มีทั้งหมด 3 สีนะคะ ขวดละ 10 บาท เอง






ที่ชอบเพราะมี โพรไบโอติกนะ  เป็นจุลินทรีย์ที่ดีมีประโยชน์ค่ะ 

ช่วยรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารของเราให้มีความสมดุล

จะต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีต่อร่างกาย ช่วยย่อยอาหาร

ซึ่ง 70% ของระบบภูมิคุ้มกันอยู่ที่ทางเดินอาหารค่ะ  

ถ้าทางเดินอาหารของเรามีสุขภาพดีและอยู่ในสภาวะสมดุล ร่างกายเราก็จะแข็งแร็งมีสุขภาพดีด้วย 

อร่อยดีค่ะ ดีงาม ชอบทั้งสีฟ้า สีแดง  และสีเขียว 




สีแดงไขมัน 0% ค่ะ แต่น้ำตาลแอบเยอะหน่อย 26 g แต่ก็อร่อยที่สุด เข้มข้นสุด 






สีฟ้าก็มีส่วนผสมของ จุลินทรีย์ โพรไบโอติก เหมือนกันค่ะ แต่ดีงามกว่าตรงที่ลด น้ำตาลลง 40%

ก็จะหวานน้อยลงนะคะ ไขมัน 0% เหมือนเดิม และแคลอรี่ลดลงด้วยค่ะ 





ส่วนสีเขียว คือ เหมาะสำหรับคนที่กลัวอ้วนสุดๆ 

คือมีน้ำตาลแค่ 0.1 % ค่ะ ปราศจากไขมัน และแค่ 30 cal เองนะ 

มีโพรไบโอติกเหมือนกันค่ะ ลองกินแล้วแทบจิไม่หวานเลยนะ 



สำหรับป่าน ป่านมองว่า โพรไบโอติก คือ จุลินทรีย์ที่มีชีวิต

และดีงามต่อร่างกายมากๆค่ะ ควรกินทุกวัน 

เพื่อเสริมช่วยรักษาสมดุลของระบบทางเดินอาหารของเราให้มีสุขภาพดี 

จะต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีต่อร่างกายค่ะ 


แนะนำๆ กินทุกวันดี๊ดี ^^ 




Create Date : 26 กรกฎาคม 2559
Last Update : 27 กรกฎาคม 2559 22:43:31 น.
Counter : 27465 Pageviews.

0 comment
PREVIEW - ครีมแต้มสิว Yanhee Acne Cream และ ยันฮี เซรั่ม วิตอี Yanhee Serum Vit E








ป่านได้ผลิตภัณฑ์ของยันฮีมาลองหลายตัวค่ะ
แต่สนใจ 2 ตัวนี้เป็นพิเศษ คือ ครีมแต้มสิว Yanhee Acne Cream และ ยันฮี เซรั่ม วิตอี  Yanhee Serum Vit E 

เลยจะเอามา พรีวิว ให้ดูค่ะ ว่าน่าสนใจยังไง ^^ 

ตัวแรกนะคะ ครีมแต้มสิว Yanhee Acne Cream


ข้างหน้าเขียนว่า ครีมแต้มสิว Yanhee Acne Cream

สิวแห้งยุบเร็ว , ลดการอุดตันของสิว , ไม่ทิ้งรอยสิว



ครีมสำหรับผู้มีปัญหาสิวด้วยนวัตกรรมใหม่พร้อมสารสกัดจากธรรมชาติ ช่วยดูแลปัญหาสิวที่เกิดจากความมันและสิ่งสกปรกอุดตัน ทั้งยังช่วยเพิ่มความสดชื่นผ่องใสให้แกผิวพรรณ




ส่วนประกอบ

Purified Water, Mineral Oil, Sulphur , Polysorbate 60, Polyacrylamide, Propylene Glycol, Salicylic Acid, Zinc Acetate, Glycerin, Cetyl Alcohol, Stearic Acid, Methylparaben, Propylparaben, Aloe Barbadensis Leaf Extract


เนื้อครีมเป็นสีขาวขุ่นๆค่ะ เราใช้น้อย คือแต้มแค่หัวสิวเท่านั้นนะ 



ทาแล้วแอบแสบนิดๆนะคะ แต่เช้ามาก็ยุบค่ะ ดีงามเหมือนกัน 



อีกตัวนะคะ คือ 

ยันฮี เซรั่ม วิตอี  Yanhee Serum Vit E 



หน้ากล่องเขียนว่า 

ลดริ้วรอยแห่งวัย , แก้ปัญหาผิวหมองคล้ำ , ผิวกระชับ แลดูเรียบเนียน

ผิวเนียนชุ่มชื่น , เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว



ส่วนประกอบ

Watet, Arbutin, Propylene Glycol, Vitamin E, Carbomer 940, Aloe Barbadensis Leaf Powder, Polysorbate 60, Triethanolamine, DMDM Hydantoin, Methylparaben, Sodium Hyaluronate




texture มีเนื้อใสๆ ขาวขุ่นนิดๆค่ะ ซึมง่าย มีกลิ่นหอมเล็กๆ นะ ไม่เหนียวเหนอะหน่ะค่ะ 

ประโยชน์ของวิตามินอี

  • วิตามินอี (Vitamin E) หรือ โทโคฟีรอล , โทโคไทรอีนอล เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ซึ่งจะถูกเก็บสะสมไว้ที่ตับ เนื้อเยื่อไขมัน หัวใจ เลือด กล้ามเนื้อ มดลูก อัณฑะ ต่อมหมวกไต ต่อมใต้สมอง มีหน่วยวัดเป็น IU โดย 1 IU = 1 mg. โดยวิตามินอีแบ่งออกออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือโทโคฟีรอลและโทโคไทรอีนอล โดยทั้ง 2 กลุ่มจะแบ่งเป็น 4 รูปแบบ คือ แอลฟา บีตา แกมมา เดลตา ซึ่งในบรรดาสารทั้ง 8 ตัว แอลฟาโทโคฟีรอล จัดได้ว่ามีฤทธิ์ทางชีวภาพ แต่แกมมาโทโคฟีรอลมีประสิทธิภาพมากกว่าในการเพิ่มระดับเอนไซม์ซูปเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเทส (SOD) ซึ่งมีความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันโรคที่เดี่ยวข้องกับการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งรวมไปถึงมะเร็ง โรคหัวใจ โรคชรา อัลไซเมอร์
  • วิตามินอีเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยม ป้องกันการเกิดออกซิเดชันของสารในกลุ่มไขมัน ทำงานเหมือนกับวิตามินเอ วิตามินซี ซีลีเนียม กรดแอมิโนซัลเฟอร์ นอกจากนี้วิตามินอียังสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ วิตามินเอ ได้ดียิ่งขึ้น และยังทำหน้าที่สำคัญคล้ายเป็นยาขยายหลอดลมและเป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือด โดยวิตามินอีจะต่างกับวิตามินที่ละลายในไขมันตัวอื่นคือร่างกายจะเก็บสะสมไว้เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น คล้าย ๆกับวิตามินบีและวิตามินซี
  • แหล่งที่พบวิตามินอีตามธรรมชาติ ได้แก่ ไข่ จมูกข้าวสาลี ขนมปังโฮลวีต ซีเรียลชนิดโฮลเกรน แป้งทำขนมปังแบบเสริมวิตามิน ถั่วเหลือง น้ำมันพืช น้ำมันเมล็ดฝ้าย น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันข้าวโพดถั่ว เมล็ดทานตะวัน เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ (วอลนัท พีแคน ถั่วลิสง จะมีแกมมาโทโคฟีรอลมากเป็นพิเศษ) กะหล่ำปลี กะหล่ำดาว ผักใบเขียว ผักขม อะโวคาโด(เฉพาะเนื้อ) ปวยเล้ง เป็นต้น
  • โรคจากการขาดวิตามินอี คือ เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย กล้ามเนื้อฝ่อ และโรคโลหิตจาง โรคเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ และศัตรูของวิตามินอี ได้แก่ ความร้อน ออกซิเจน อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง กระบวนการแปรรูปอาหาร ธาตุเหล็ก คลอรีน และน้ำมันแร่ธรรมชาติ เป็นต้น

ประโยชน์ของวิตามินอี ต่อผิว เมื่อใช้ทา 

  1. ช่วยทำให้แลดูอ่อนกว่าวัย โดยชะลอกระบวนการเสื่อมสภาพของเซลล์
  2. ป้องกันแผลเป็นหนานูน ทั้งภายนอกและภายใน

สำหรับตัวนี้ทำได้ดีค่ะ เพราะมี aloe vera ด้วย ถ้าใครเป็นแผลเป็น รอยแดง หรือโดนแดดบ่อย
vitamin e ก็จะช่วยให้ผิวสมานได้ไวขึ้นค่ะ

product ทั้งสองตัวมีขายใน 7-11 นะคะ





Create Date : 21 กรกฎาคม 2559
Last Update : 5 สิงหาคม 2559 14:46:37 น.
Counter : 5066 Pageviews.

0 comment
รีวิว Lucidol - L Argan oil hair treatment





ป่านเป็นคนผมยาวมากค่ะ 
ทำสีบ่อยมากๆ เลยต้องหาอะไรบำรุงผมตลอด
ล่าสุดมาลองใช้ Lucidol - L Argan oil hair treatment  แล้วคือชอบมากกก ผมนิ่มสุดๆค่ะ 

มีแต่ที่ watson ที่เดียวเท่านั้น ขนาด 60 มล. ราคา 330 บาทค่า  


ที่ดูแห้งๆ คือ ใส่ ตัวนี้เข้าไปแล้วผมนิ่ม ดูลื่นสลวย เลยทันที



Lucidol - L  เป็นแบรนด์จากญี่ปุ่นค่ะ product ของเขาที่ป่านเห็นในเมืองไทยจะเป็น Hair Styling พวกจัดแต่งทรงผม เขาเพิ่งออก product บำรุงผมตัว Argan Oil นี้ มาเมื่อ 2-3 ปีก่อนนี้เองโดยมีขายที่ญี่ปุ่นก่อน พอออกมาปุ๊บ ก็โป๊ะแตกเลย ดังมาก ได้รางวัล Cosme award 2 ปีซ้อนเลยทีเดียว  ....... จริงๆตัวนี้ป่านเคยได้ยินมาว่า ตัวนี้คือดีงาม ใช้แล้วผมนุ่ม พลิ้วสวย ไม่เหนียวเหนอะหนะเลย เวลาไปญี่ปุ่นต้องหอบหิ้วมาหลายขวด เพราะที่บ้านเราไม่มีขาย พอแบรนด์ส่งมาให้ดีใจมากกก เพราะมีความอยากอยู่แล้วค่ะ




ซึ่งทางแบรนด์เคลมมาว่า

ตัวนี้หลักๆ เลย คือเป็น Argan oil คุณภาพสูงสกัดมาจากผลของต้นอาร์แกน ซึ่งจะพบอยู่ในประเทศโมรอคโกเท่านั้น นับเป็นต้นไม้ที่สามารถอยู่รอดและเจริญเติบโตได้แม้ในสภาพแวดล้อมที่เป็นทะเลทราย

น้ำมันที่สกัดได้จากผลอาร์แกน จะอุดมไปด้วยสารอาหารนานาชนิดและให้ความชุ่มชื่นแก่เส้นผม จึงถูกเรียกขานกันในนาม...“ทองคำแห่งโมรอคโก” จริงๆก็มีหลายแบรนด์ที่มีส่วนผสมของ Argan Oil นะคะ แต่ของ Lucido-L พิเศษกว่าตรงที่เขาสกัดน้ำมันโดยใช้แรงดันสูงเทียบเท่าได้กับแรงดันระดับน้ำทะเล 10,000 เมตร จนได้ออยล์ที่มีอนุภาคที่เล็กมากกกก สามารถกระจายตัวและเข้าบำรุงได้ดีกว่าการสกัดแบบธรรมดา



วิธีใช้ ป่านใช้หลังสระผมค่ะ เช็ดผมพอหมาดๆ 

ใส่ Lucidol - L organ oil hair treatment 1 รอบก่อนที่จะเป่าผมด้วยไดร์ จะช่วยฟื้นฟูผมแตกปลาย และ ป้องกันความร้อนจากไดร์เป่าผมด้วยค่ะ 



และใส่อีกรอบตอน รีดผมด้วยเครื่องรีดผมค่ะ

ความรู้สึกหลังใช้ ป่านว่า นางดีงามมมมมมม คือใช้แล้วผมเงาดีคะ ดูชุ่มชื่น นุ่มสลวย หอมอ่อนๆด้วยนะ ที่ชอบที่สุดเลยคือ นางไม่เหนอะหนะเลยค่ะ ป่านว่าเป็นออยล์บำรุงผมที่เนื้อสัมผัสเบามาก เบาที่สุดตั้งแต่ที่เคยใช้มา แต่ยังบำรุงผมได้ดี แถมยังป้องกันรังสี UV ด้วยค่ะ

ตัวนี้เป็น product อีกตัวที่ชอบค่ะ แนะนำเลย ^^ 






Create Date : 21 กรกฎาคม 2559
Last Update : 3 สิงหาคม 2559 16:32:16 น.
Counter : 6141 Pageviews.

0 comment
รีวิว Biore Cleansing Water สูตรใหม่ คลีนซิ่งวอเตอร์ ที่เช็ดออกได้ทั้งเมคอัพและความมัน




ป่านเป็นคนแต่งหน้าจัดเต็มทุกวันค่ะ แต่ก็ให้ความสำคัญเรื่องการทำความสะอาดหน้า

และงานผิวมากๆ เช่นกัน 

ซึ่งป่านรีวิวบ่อยๆ บอกตลอดว่า ทุกคนที่แต่งหน้า และ ใช้ครีมกันแดด

ถ้าไม่อยากเป็นสิวอุดตัน ต้องใช้ Cleansing Water 

เพราะล้างหน้าอย่างเดียว ไม่พอหรอกค่ะ 


ล่าสุดเมาท์มอยกัน ว่า Biore ออกตัวใหม่ 

เป็น Cleansing Water 2 สูตรค่ะ 

คือ สูตร Oil Clear (ขวดสีฟ้า) สำหรับผิวผสม – ผิวมัน :  ช่วยลดความมันส่วนเกิน และผิวสดชื่น

และ สูตร Soften Up (ขวดสีชมพู) สำหรับผิวธรรมดา – ผิวแห้ง ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น นุ่มเด้ง

ซึ่งทั้ง2 เป็นสูตร Anti-Acne ช่วยลดปัญหาสิว และอ่อนโยนมากจึงไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน



แบรนด์เคลมมาว่าสูตรใหม่นี้มีการพัฒนาสูตรจากเทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่น

นั่นคือเพิ่ม Micelles เข้มข้น ผสานพลังกับน้ำแร่ธรรมชาติจาก Japan Alps แล้ว Micelles ที่ Biore มีคือเข้มข้นกว่าเดิมด้วย ประสิทธิภาพการดูดจับเครื่องสำอางนั้น จะดูดจับได้ง่าย อีกทั้งดูดจับคราบเมคอัพและความมันอุดตันถึงร่องรูขุมขนออกได้ดีมากกว่า ทำให้สะอาดกว่า และสามารถทำความสะอาดเมคอัพกันน้ำ ไม่ว่าจะเป็น Eyeliner Eye Shadow หรือ Mascara ก็สามารถเช็ดออกได้หมด ไม่ทิ้งสิ่งอุดตัน ทำให้ผิวสะอาดกว่าตั้งแต่ปาดแรก ที่สำคัญ ยังสามารถเช็ดความมันออกได้ด้วยนะ

ส่วนน้ำแร่ธรรมชาติจาก Japan Alps นี้จะมีคุณสมบัติช่วยให้ผิวเนียนใส ซึ่งถือว่า Biore เป็นแบรนด์เดียวที่ส่วนผสมของน้ำแร่อยู่ในผลิตภัณฑ์ จะเรียกว่าเป็นคลีนซิ่ง วอเตอร์สูตรน้ำแร่ก็ยังได้ อีกทั้ง Biore Cleansing Water สูตรใหม่นี้  ทำความสะอาดได้ถึงร่องรูขุมขนตั้งแต่เช็ดครั้งแรก


และมีความอ่อนโยน  โดยการันตีความอ่อนโยน 7 ประการได้แก่ 

1) มีการทดสอบการแพ้ ผลการทดสอบคือ อ่อนโยน ไม่แพ้ 

2) อ่อนโยนต่อดวงตา ใช้บริเวณดวงตาได้ 

3) ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน 

4) ค่า pH เทียบเท่ากับผิวหน้า 

5) ไม่มีแอลกอฮอล์ 

6) ไร้สี 

7) ไม่มีน้ำหอม




มาในรูปแบบขวดปั๊มค่ะ ใช้ง่ายเช่นเคย 

เวลาใช้กดชุ่มๆ เลยค่ะ อย่าไปกลัวเปลือง เพราะค่ารักษาสิวแพงกว่าค่า Cleansing เยอะ 






เช็ดออกง่ายค่ะ ปาดแปปเดียวหายเกลี้ยงนะ 

และสามารถเอา เครื่องสำอางกันน้ำออกได้หมดค่ะ พวก eyeliner ก็เช็ดออกง่ายนะ

แต่สำหรับป่าน ป่านมองว่ายังไงเราก็ต้องใช้แยกค่ะ

หลังเช็ดออกแล้วสบายผิวดีค่ะ รู้สึกสะอาดมากๆๆๆๆๆ




เมคอัพจัดเต็มเอาออกหมดค่ะ 

จากสำลีที่ป่านใช้ เช็ดครั้งแรกเมคอัพก็ออกเกือบหมดแล้ว Mascara, Eyeliner,

eyeshadow กันน้ำต่างๆออกมาเพียบค่ะคุณ รองพื้น แก้ม ปาก ก็ออกมาเยอะเลย

พอเช็ดครั้งที่ 2-4 ก็แค่เก็บรายละเอียดแล้ว ป่านชอบความสะอาดแบบกริ๊บๆ ก็เลยใช้สำลี

เยอะหน่อย จริงๆเช็ดเกลี้ยงตั้งแต่สำลีแผ่นที่ 3 แล้วค่ะ

จากที่ป่านใช้  Biore Cleansing Water สูตรใหม่ทั้งสองสูตร

  1. สะอาดจริง เพราะมีส่วนผสม มี Micelles เข้มข้นกว่าเดิม อีกทั้งผสานพลังรวมกับน้ำแร่ธรรมชาติอีก จึงช่วยให้การเช็ดเมคอัพทำเพียงไม่กี่ครั้งก็สะอาดแล้ว ไม่ต้องถูซ้ำไปซ้ำมา เช็ดซ้ำๆ จนเจ็บหน้า และเครื่องสำอางกันน้ำ รอบดวงตาก็เช็ดออกได้เช่นเดียวกัน 
  2. เป็นแบรนด์เดียวที่มีส่วนผสมของน้ำแร่ ให้ความรู้สึกคุ้ม สะอาดและยังผิวเนียนใสอีกด้วย (แบบว่า ดี คุ้มราคา)
  3. หลังใช้มา 1 อาทิตย์ ยังไม่มีปัญหาสิวหริอสิวอุดตัน เพราะทางแบรนด์การันตีความอ่อนโยน มั่นใจได้ว่าไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน และยังเป็นสูตร Anti-Acne ช่วยลดปัญหาสิว ทั้ง2 สูตรอีกด้วย
  4. สูตร Oil Clear ใช้จริงแล้ว รู้สึกสดชื่น ไม่ทิ้งความมันหลงเหลือบนใบหน้า เช็ดออกได้ทั้งเมคอัพและความมัน ลองเอากระดาษซับมันมาซับๆดู คือ ไม่มีความมันเลยค่ะ


เป็น product ที่ดีมากๆ แนะนำนะคะ  ^^





Create Date : 20 กรกฎาคม 2559
Last Update : 10 สิงหาคม 2559 20:32:21 น.
Counter : 30994 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  

saypan
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 690 คน [?]



สายป่านค่ะ จากเพจ Sp saypan
make up / skincare / fashion / fitness / Design
ดิฉันลดน้ำหนักและ พยายามสวย มาตลอดชีวิต