นานา สาระน่ารู้
Group Blog
 
All Blogs
 

#นิสัยของผู้มีบุญมาก #จิตของผู้มีบุญมาก (มีลักษณะอย่างไร?)

#9 นิสัยของผู้มีบุญมาก





 

1. ไม่บ่น เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นปัญญา ทำให้ยอมรับต่อความเป็นจริงของชีวิต ทำให้รู้เห็นและเข้าใจถึงระดับวาสนาของตนและบุคคลอื่น ความเป็น ไปของชีวิตนั้นขึ้นตรงต่ออำนาจบุญกรรมที่ทำไว้ บ่นไปก็แค่นั้นเอง ที่ได้มา ที่มีอยู่ ที่เสียใจ ที่ไม่ได้ดั่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น มันคือ “ผลแห่งกรรม” อันเป็นสมบัติของเราเอง 

 

2. ไม่กลัว เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความเข้มแข็ง กล้าหาญ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคและปัญหาที่จะเกิดขึ้น เพราะมีความมั่นใจในความเป็นผู้บริสุทธิ์ ความเป็นผู้มีบุญของตน เมื่อจะคิด จะทำอะไรลงไป ล้วนมีกำลังบุญมารองรับทั้งหมดทั้งสิ้น 

 

3. ไม่ทำชั่ว เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นตัวควบคุม บริหารจัดการ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้เกิดความกลัว ความละอายต่อบาป ต่อกรรม ความผิดน้อยใหญ่ ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง เห็นถึงความเสียหาย หลายภพหลายชาติ เห็นถึง ผลกระทบต่อครอบครัว ต่อโลกต่อสังคม อย่างมากมายมหาศาล 

 

4. ไม่คิดมาก เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความสะอาด ความสว่าง ความสงบ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้เกิดพลังแห่งความสงบ แห่งจิตแห่งใจ ไม่ฟุ้งซ่านรำคาญใจ ไม่คิดเป็นทุกข์ ความคิดทุกความคิด ล้วนนำมาซึ่งความเบิกบานกายใจ ไม่คิดเบิกความทุกข์ มาใช้ก่อน 

 

5. รอได้ คอยได้ เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความใจเย็น มีความยืดหยุ่น ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่ใจร้อน ใจเร็ว เห็นถึงจังหวะ และโอกาสของชีวิต 

 

6. อดได้ ทนได้ เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นพลังงานเข้มแข็ง ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้มีความอดทน ที่เป็นหนึ่งเป็นเลิศ มีความคิดที่ไม่หวั่นไหว เห็นความสำเร็จทุกชนิดมาจากความอดทน อดทนอย่างมีความสุข 

 

7. สงบได้ เย็นได้ เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะเป็นสภาพให้เป็นคนที่สงบได้ เย็นได้ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่เป็นคนที่ร้อนรน กระวน กระวาย สับส่าย วุ่นวาย ในสิ่งที่ไม่เป็นสาระ ในสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น แม้จะตกอยู่ใน เหตุการณ์ที่เลวร้าย ก็ทำใจได้ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

 

8. ปล่อยได้ วางได้ เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นคนที่รู้จักการละ การวาง ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่เป็นคนที่แบกทุกอย่างที่ขวางหน้า ยึดทุกอย่างที่เกิดขึ้น 

 

9. รู้ได้ ตื่นได้ และเบิกบานได้ เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความรู้ตื่น เบิกบาน ตามกำลังของบุญฤทธิ์ เป็นผู้รู้ ต่อความ เป็นจริงของชีวิต ไม่ปล่อยชีวิตให้ตกไปในกระแสของความโลภ ความโกรธ ความหลง จิตใจมีความอิสระเต็มที่ ทุกวันทุกเวลาทุกนาที 

โอวาทธรรม จาก#หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
(วัดป่าบ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี)

 

#ติดตาม 

FB:https://bit.ly/2VihITa 

ID:yingonnaka




 

Create Date : 11 มิถุนายน 2563    
Last Update : 11 มิถุนายน 2563 13:25:26 น.
Counter : 60 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

#บุญคืออะไร และ#ทำไมต้องขยันทำบุญบ่อยๆ

#บุญคืออะไร? #ทำไมต้องขยันทำบุญ หรือ#ทำบุญบ่อยๆ





#บุญหมายถึงความดี เป็นชื่อของความสุข ผู้ที่ปรารถนาจำต้องรู้ว่าอะไรเป็นบุญ จะได้ทำให้สำเร็จผลสมความมุ่งหมาย

ผู้ที่ทำตามๆ กันมาไม่รู้ว่าอะไรเป็นบุญ จะทำให้ถูกต้องไม่ได้ แม้จะทำด้วยความงมงาย ก็ไม่นำให้สำเร็จประโยชน์ เพราะฉะนั้น ผู้ปรารถนาจะทำบุญจึงต้องรู้ว่า
#บุญมีลักษณะเป็นอย่างไร ถ้าทำแล้วไม่อาจชำระจิตให้ผ่องใส หรือไม่นำให้เกิดความฉลาดว่า
สิ่งนี้ดี สิ่งนี้ไม่ดี ก็ไม่จัดว่าเป็นบุญ แต่เมื่อสามารถจะชำระจิตให้บริสุทธิ์ และนำให้เกิดความฉลาด รู้จักผิดชอบ
จึงจัดว่าเป็นบุญ สิ่งที่จะชำระจิตของคนให้บริสุทธิ์ อันเสมอด้วยความดีย่อมไม่มีสิ่งอื่นชำระได้เพียงภายนอกเท่านั้น แต่ความดีเป็นสิ่งชำระใจ เมื่อใจบริสุทธิ์แล้ว อาการภายนอกคือ กิริยาวาจา ก็บริสุทธิ์ตามไปด้วย เมื่อได้พิจารณาแล้วรู้ว่า บุญ เป็นสิ่งที่ชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ พึงสร้างความดีตามความรู้
ความสามารถที่ตนเองจะกระทำได้ จึงจะชื่อว่าได้บุญอย่างแท้จริง..
#ทำไมขยันทำบุญ #สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พฺรหฺมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม ท่านได้เทศน์เรื่องทำบุญไว้ว่า ทำไมต้องทำบุญ?
เพราะ#บุญเป็นพลังงานที่มีพลังดึงดูดความเจริญมาสู่ชีวิต เป็นต้นเหตุ แห่งความสุข ความสำเร็จ ในชีวิต ..ถ้าบุญน้อย อุปสรรคในชีวิตก็มาก ..ถ้าบุญมาก อุปสรรคในชีวิตก็น้อย ..ถ้าบุญอ่อนกำลังลง หรือ บุญหมด
บาปที่เคยทำไว้ ก็จะได้โอกาสส่งผล ..ทำให้ชีวิต มีอุปสรรค ต่างๆนานา เช่นเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่มีความสุข หมดอำนาจวาสนา เสียชื่อเสียงเกียรติยศ แม้คนที่รักกันก็หมดรัก แม้ทรัพย์ที่มีอยู่น้อยนิด ก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ ฉะนั้นการจะมีทรัพย์สมบัติทุกอย่าง และความสมบูรณ์พร้อมในชีวิต ก็ต้องมีบุญที่มากเพียงพอ ..ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในสถานภาพใด ล้วนต้องอาศัยบุญทั้งนั้น ไม่ว่าจะอยากอยู่แบบพอมีพอกิน หรือคิดจะเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี หรือพระเจ้าจักรพรรดิ ..แม้กระทั่งปรารถนาที่จะหมดกิเลส บรรลุมรรคผล นิพพาน เป็นพระอรหันต์ เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ต้องมีบุญถึง บารมีถึง ถึงจะดำรงอยู่ในสภาวะนั้น ได้อย่างมั่นคง และมีความสุข ..ด้วยเหตุนี้ เราจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะสั่งสมบุญ ..เพราะบุญ คือ เบื้องหลังความสุข ความสำเร็จ
ในชีวิตทุกระดับ
อย่างแท้จริง..

#แชร์เรื่องบุญไปก็ได้บุญ บุญและทาน ที่บังเกิดมี ในการส่งต่อ ขอให้เป็นอภิมหาบุญ ขอให้ผู้ที่ส่ง มีความสุข มีความเจริญ รุ่งเรือง ร่ำรวย

มีความสุขกายสบายใจ มีสุขภาพดี ไม่เจ็บไม่จน ปรารถนาสิ่งใด สมความปรารถนาทุกๆประการ ขอให้ผลบุญนั้น เห็นผลทันตา ด้วยเทอญ (อธิษฐาน) สาธุ 

 

.....รักใครให้ส่งไป...

 

#ติดตาม

FB:https://bit.ly/2VihITa

ID:yingonnaka




 

Create Date : 11 มิถุนายน 2563    
Last Update : 11 มิถุนายน 2563 10:43:54 น.
Counter : 50 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

10 #สาเหตุของความทุกข์ และ#วิธีดับทุกข์ (อย่างได้ผล)

10 #สาเหตุของความทุกข์ และ#วิธีดับทุกข์ 



1. #ทุกข์เพราะคิดถึงตัวเองมากเกินไป จมอยู่ในปัญหาของตนเองมากเกินไป 
วิธีแก้ทุกข์ ให้ออกไปมองผู้คนตามท้องถนน มองให้เห็นความจริงว่า คนที่ทุกข์กว่าเราก็มี คนที่พิการแขนด้วน ขาขาด ตาบอดก็มี คนที่ไม่มีจะกินก็มี คนที่เสียพ่อเสียแม่สูญเสียคนรักก็มี โลกนี้ยังมีคนอีกมาก ที่ประสบปัญหายิ่งกว่าที่เราพบเจอเป็นร้อยล้านเท่า 

2. ทุกข์เพราะอยากประสบความสำเร็จมากเกินไป มีความอยากมากเกินไป 
วิธีแก้ทุกข์ ให้ลองพิจารณาถึงโทษของวัตถุ โทษของชื่อเสียง โทษของความสำเร็จ เมื่อพิจารณาจนเห็นความจริงว่า ทุกอย่างล้วนมีทั้งด้านดีและไม่ดี การให้คุณค่าต่อสิ่งต่างๆ ย่อมเบาบางลงไป จากนั้น ให้ฝึกทำหน้าที่โดยมีสติระลึกรู้ สนุกกับการทำงานโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน 


3.# ทุกข์เพราะมองเห็นแต่ความไม่ดีของผู้อื่น 
วิธีแก้ทุกข์ ขอให้หยุดการเพ่งโทษผู้อื่นไว้ชั่วคราว แล้วมองมาที่ความเลวของตนเอง ถ้าเราดีจริง ทำไมเราจึงไปมองแต่ความเลวของเขา เมื่อเราเห็นแต่ความเลวของเขา ก็แปลว่าเราเองก็เลวเหมือนกัน เมื่อคิดได้อย่างนี้ เมื่อเห็นความเลวของตนตามความเป็นจริงอย่างนี้ ก็จะสามารถเข้าใจได้ว่า มนุษย์ก็คือมนุษย์ ย่อมมีทั้งดี ทั้งเลวอยู่ในตัว พร้อมกันนี้ จงสร้างความรู้สึกขอบคุณผู้อื่นให้เกิดขึ้นในจิตใจ พยายามเห็นทุกคนในทุกด้าน มองผู้อื่นด้วยใจที่เป็นกลาง 



4. #ทุกข์เพราะติดอยู่กับความผิดพลาดในอดีต 
วิธีแก้ทุกข์ การยึดอยู่กับความล้มเหลวในอดีต คือผลจากการไม่เห็นคุณค่าในตนเอง ถ้าปล่อยไว้นานๆ จะกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ ขอให้หากิจกรรมที่เป็นประโยชน์ทำทันที ทำให้สนุก ทำให้เบิกบาน เพื่อให้เกิดความประจักษ์กับตนเองว่า ทุกคนเริ่มต้นใหม่ได้ มีชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้ 

5. #ทุกข์เพราะกังวลอยู่กับอนาคต ทุกข์เพราะสถานะความเป็นอยู่ เพราะความยากจน 
วิธีแก้ทุกข์ เบื้องต้น ให้จัดการสิ่งต่างๆ ไปตามเหตุปัจจัย พร้อมกันนี้ให้รับผิดชอบหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด สิ่งใดที่จัดการได้ให้จัดการ สิ่งใดที่ยังไม่ถึงเวลาให้หยุดพักไว้ก่อน สถานะภาพ เงินทอง ความเจริญต่างๆ สิ่งดีงามทั้งหลายล้วนเกิดจากการทำหน้าที่ในปัจจุบัน ถ้าดูแลปัจจุบันดีแล้ว อนาคตก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวอีกต่อไป ขั้นตอนต่อไปให้ฝึกสมาธิ เพราะการฝึกสมาธิช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ และยังลดความกังวลในอนาคตได้อีกด้วย 



6. #ทุกข์เพราะเหงาอยากมีคู่ 
วิธีแก้ทุกข์ ให้มองไปตามความจริงว่า ทุกสถานะย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่มีสถานะใดที่มีแต่ข้อดีไม่มีเสีย คนมีคู่ก็อยากได้อิสระ คนไม่มีคู่ก็อยากมีคนดูแล คนมีคู่มีคนดูแลเพิ่มขึ้นแต่ก็ต้องดูแลคนอื่นเพิ่มขึ้นด้วย ส่วนคนไม่มีดูอาจมีคนดูแลน้อยหน่อย แต่ก็ไม่มีภาระมานั่งรับผิดชอบใครเพิ่ม สรุปแล้วชีวิตแบบไหนก็มีข้อดีข้อเสียทั้งนั้น ขอให้รู้ว่าเมื่อคุณมีคู่ผ่านไปสักพัก คุณก็อยากเป็นโสด เมื่อคุณเป็นโสดผ่านไปสักพัก คุณก็อยากมีคู่ ชีวิตที่ดีจึงไม่ใช่ชีวิตที่มีคู่หรือไม่มีคู่ แต่เป็นชีวิตที่มองทุกอย่างบนพื้นฐานของความเข้าใจ มีคู่หรือไม่มีคู่ ไม่เกี่ยวอะไรกับความสุขเลย 






7. #ทุกข์เพราะคาดหวังในตัวผู้อื่นมากเกินไป 
วิธีแก้ทุกข์ ให้ทำความเข้าใจว่า ทุกคนไม่ได้เกิดมาเพื่อจะทำอะไรๆ ให้ถูกใจเรา เหมือนกับที่เราก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อทำอะไรๆ ให้ถูกใจคนอื่นไปทุกเรื่อง ขอให้มองความจริงว่า แม้แต่เราเองยังทำอะไรไม่ได้อย่างใจตนเอง ยังบังคับตนเองให้ทำสิ่งที่ควรทำไม่ได้ แล้วทำไมเราจึงหวังบังคับให้ผู้อื่นคิดเหมือนเรา รู้สึก และทำเหมือนเรา ขอให้บอกตนอย่างอย่างจริงจังว่า โลกนี้ทุกคนมีจิตวิญญาณเพื่อรับใช้ตนเอง แม้เราเอาจิตของเราไปผูกติดกับเขา ความทุกข์ย่อมเกิดขึ้นโดยไม่ต้องสงสัย แท้จริงแล้ว การหวังให้ผู้อื่นเป็นอย่างใจตน ก็คือความเห็นแก่ตัวชนิดหนึ่งเหมือนกัน 

8. #ทุกข์เพราะเอาแต่ใจตัวเอง 
วิธีแก้ทุกข์ ให้กำหนดมองตามจริงว่า เราไม่ใช่ศูนย์กลางของโลก ไม่ใช่คนสำคัญอะไร เราเกิดมาชั่วคราว แล้วก็จะผ่านไป บางสิ่งเราทำผิดพลาด บางสิ่งเราทำถูกต้อง ความเป็นคนธรรมดาของเรามีอยู่มากมายไม่มีประมาณ ความอ่อนแอ โง่เขลา ความล้มเหลวของเราแสดงออกมาทุกเมื่อเชื่อวัน เห็นอย่างนี้แล้ว เราจะยึดมั่นถือมั่น สำคัญว่าตนยิ่งใหญ่ไปเพื่ออะไร ฟังคนอื่นให้มาก พูดให้น้อยลง เมตตาให้มากขึ้น คือหนทางแก้ไขการเอาแต่ใจของตนเอง! 

9. #ทุกข์เพราะกลัวความชรา 
วิธีแก้ทุกข์ ให้ทำความเข้าใจว่า ความแก่ เจ็บ ตาย คือเรื่องธรรมชาติ เมื่อสิ่งนี้ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่เราต้องกังวลกับมัน มนุษย์ทุกคนควรใช้ชีวิตให้เหมาะสมกับวันวัย เมื่ออายุมากขึ้น ก็สมควรลดความต้องการในสิ่งต่างๆของตนลง ถ้ายังต้องการเท่าเดิม แต่ร่างกายไม่อำนวย การจะไม่มีทุกข์ย่อมเป็นไปไม่ได้ 



10. #ทุกข์เพราะอัตตาตัวตน 
#วิธีแก้ทุกข์ สูงสุดของความทุกข์ คือทุกข์เพราะมีอัตตาตัวตน ถ้าไร้อัตตาตัวตนแล้ว ความทุกข์ก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้อีก หนทางแห่งการดับทุกข์ที่แท้จริง จึงเป็นหนทางเดียวกับการทำลายอัตตาตัวตน เราไม่อาจแก้ความทุกข์ด้วยหนทางอื่น 
การแก้ทุกข์เป็นเรื่องๆ คือการแก้ทุกข์ที่ไม่มีวันจบสิ้น หนทางดับทุกข์เที่ยงแท้มีเพียงหนทางเดียวคือ อริยมรรคมีองค์แปด ย่อลงมาก็เหลือศีล สมาธิ วิปัสสนา ย่อลงมาอีกก็เหลืออานาปานสติ ฝึกสมาธิวิปัสสนาเสียแต่วันนี้ อัตตาตัวตนย่อมเบาบาง เมื่ออัตตาตัวตนเบาบางแล้ว ชีวิตย่อมมีความสุขมากขึ้นโดยลำดับ 

#ติดตาม 
FB:https://bit.ly/2VihITa 
ID:yingonnaka




 

Create Date : 04 มิถุนายน 2563    
Last Update : 4 มิถุนายน 2563 10:59:08 น.
Counter : 101 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

#ตักบาตรตอนเช้า หรือ#ใส่บาตรพระตอนเช้า #ได้อานิสงส์อย่างคาดไม่ถึง (9 ประการ)

#ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย นอกเหนือจากการสืบสานมรดกวัฒนธรรมแล้ว #การทำบุญตักบาตรในช่วงเทศกาล
หรือแม้แต่#การตักบาตรหน้าบ้านยามเช้า ล้วนแล้วแต่เป็นการประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ดีงาม เพิ่มความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

โดย#อานิสงส์ของการใส่บาตรในตอนเช้า กล่าวกันว่ามีมากมายถึง 9 ประการ ดังนี้





ประการที่ 1 การใส่บาตรทุกวันย่อมได้รับอานิสงส์ 5 ประการ

ที่ตามพุทธเจ้าตรัสไว้ คือ เป็นที่รักของผู้คนทั้งหลาย,เป็นคนดีมีปัญญาย่อมชอบคบค้าสมาคมด้วย,มีชื่อเสียงที่ดีงาม,เป็นผู้ไม่ห่างไกลธรรม และเมื่อตายแล้วย่อมเข้าสู่สุคติโลกสวรรค์

ประการที่ 2 การใส่บาตรทุกวันทำให้จิตใจเกาะอยู่กับความดี เป็นการฝึกจิตให้คลุกเคล้าอยู่กับกุศล ซึ่งเป็นทางแห่งความเจริญที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรับรองว่า “ผู้ฝึกจิตดีแล้วย่อมนำสุขมาให้” เพราะเมื่อตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่จะนึกถึงคือจะหาอะไรใส่บาตรดี ซึ่งจุดนี้ก็เรียกว่าเป็นสังฆานุสติ เพราะนึกถึงพระสงฆ์ และจาคานุสติ เพราะนึกถึงสิ่งที่จะนำใส่บาตรพระ ถือเป็นบุญการเจริญพระกรรมฐานถึง 2 กองด้วยกัน


ประการที่ 3 เป็นการลดความตระหนี่ถี่เหนียว บรรเทาความเห็นแก่ตัว สร้างใจให้เป็นสุขและ สร้างสังคมให้ร่มเย็น เพราะเป้าหมายหลัก ของการให้ทานที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ คือ เพื่อกำจัดความตระหนี่ มุ่งสู่ความดีและความเสียสละ

ประการที่ 4 เป็นการต่อบุญต่อลาภให้แก่ตนเอง เพราะการใส่บาตรเป็นการเสริมทานบารมีโดยตรง เป็นการสร้างทางแห่งความมั่งคั่งร่ำรวยและความคล่องตัวในโลก ยิ่งทำทุกวันกุศลก็ยิ่งส่งผลอย่างต่อเนื่อง จนสามารถหลีกพ้นความยากจนได้อย่างถาวร

ประการที่ 5 เพื่อการอุทิศส่วนกุศลให้แก่บุคคลอันเป็นที่รักที่ล่วงลับไปแล้ว อันเป็นการแสดงความกตัญญูต่อผู้มีคุณ


ประการที่ 6 เป็นการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของเราเอาไว้ เพื่อความงดงามและมีเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของชนชาติ

ประการที่ 7 เป็นแบบอย่างการส่งต่อความดีจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อให้ลูกหลานมีแบบอย่างในการทำความดีสืบต่อไป เพราะถ้าคนเป็นพ่อแม่ไม่ทำตัวอย่างไว้ ลูกหลานก็ไม่มีตัวอย่างดู ต่อไปคนรุ่นใหม่ก็จะไม่กล้าทำ แล้ววัฒนธรรม ที่ดีงามของเราก็จะสูญสลายไปในที่สุด

ประการที่ 8 เป็นการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา เพราะพระสงฆ์สามเณรต้องอยู่ด้วยการบิณฑบาตเลี้ยงชีพ ถ้าไม่มีใครใส่บาตรก็ไม่มีอาหาร เมื่อไม่มีอาหารย่อมไม่อาจดำรงชีพอยู่ได้ แล้วพุทธศาสนาก็อาจจะสิ้นสุดลงในยุคปัจจุบัน


ประการที่ 9 การใส่บาตรเป็นการสร้างความปรองดองให้กับชาวพุทธ เป็นการหยุดวิกฤตความศรัทธา เพราะถ้าชาวพุทธทุกบ้านพร้อมเพรียงกันใส่บาตร จะเกิดเป็นพลังแห่งความสามัคคีขึ้น ซึ่งพลังดังกล่าวนี้จะช่วยสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสงบสุข ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า “ความสามัคคีของหมู่คณะ ย่อมทำให้เกิดสุข” ทำให้ชาวพุทธมีความเข้มแข็ง และสามารถจะสร้างกรอบอันดีงามให้แก่ภิกษุสามเณรทั้งหลายไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางได้

#ติดตาม
FB:https://bit.ly/2VihITa
ID:yingonnaka




 

Create Date : 01 มิถุนายน 2563    
Last Update : 1 มิถุนายน 2563 13:44:40 น.
Counter : 79 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

#กรรมเป็นมะเร็ง #อัมพฤกษ์ #ไดัรับอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เกิดจากผลกรรมอะไร และมี#วิธีแก้กรรมอย่างไร?

#กรรมเป็นมะเร็ง #อัมพฤกษ์ #ไดัรับอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เกิดจากผลกรรมอะไร และมี#วิธีแก้กรรมอย่างไร?
(ใครไม่ชอบอ่าน สามารถดูคลิปแทนได้ค่ะ)


คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ



#กรรมเป็นมะเร็ง เกิดจากกรรม ที่เคยฆ่าสัตว์ หรือทำโรงฆ่าสัตว์ 
#ผลกรรม 
-ทำให้เป็นโรคร้ายแรง รักษาไม่หาย ต้องทุกข์ทรมาน 
#วิธีแก้กรรม 
-ต้องทำบุญครั้งใหญ่ อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร และบวชชีพราหมณ์ 1 เดือน เพื่อส่งบุญกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร 
-สร้างพราะถวายวัด 
-กราบไหว้ส่ิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรารพนับถืออย่างสม่ำเสมอ 



#กรรมเป็นอัมพฤกษ์ เกิดจากกรรม ที่เคยฆ่าสัตว์ ทรมานสัตว์ ทำร้ายคนในอดีตชาติ และปัจจุบันชาติ 
ผลกรรม 
-ทำให้พิการทางร่างกาย มีชีวิตเหมือนสัตว์ที่ถูกทรมาน 
วิธีแก้กรรม 
-ตักบาตรทำบุญอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร 
-ถวายยาเข้าวัด 
-ปล่อยสัตว์ลงน้ำในวันเกิด กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร 

#กรรมได้รับอุบัติเหตุบ่อยๆ 
กรรมที่เกิดจาก สร้างความวุ่นวายให้ผู้อื่นอยู่เสมอ ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ด่าว่าด้วยคำหยาบคายเสมอ 
ผลกรรม 
-ทำให้ได้รับบาดเจ็บ หรืออุบัติเหตุบ่อยครั้ง 
-เกิดการผ่าตัดสูญเสียอวัยวะ
วิธีแก้กรรม
-รักษาศีล5
-สวดมนต์ภาวนะทุกคืน
-ทำบุญไหว้พระ 9 วัด ปล่อยนกปล่อยปลา


#ติดตาม FB:https://bit.ly/2VihITa
ID:yingonnaka




 

Create Date : 26 พฤษภาคม 2563    
Last Update : 26 พฤษภาคม 2563 11:15:52 น.
Counter : 86 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  

สมาชิกหมายเลข 5089379
Location :
สระบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชื่อหญิงค่ะ อาชีพธุรกิจส่วนตัว เกี่ยวกับงานป้ายโฆษณา.
New Comments
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 5089379's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.