สมาชิกหมายเลข 3757609
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 3757609's blog to your web]
Links
 

 

ไขข้อข้องใจ ทำไมต้องช่วยตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน?

 
ปัจจุบันตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนของไทยมีการพัฒนาไปมาก โดยมีขนาดถึง 3.6 ล้านล้านบาท หรือกว่าร้อยละ 20 ของ GDP และเป็นแหล่งระดมเงินทุนและแหล่งออมที่สำคัญ เป็นช่องทางจัดสรรเงินทุนที่มีประสิทธิภาพ นอกเหนือจากระบบสถาบันการเงิน 
 
 
ในด้านการออม ตราสารหนี้เป็นแหล่งลงทุนสำคัญของประชาชน ทั้งการลงทุนโดยตรง และการลงทุนผ่านกองทุนต่าง ๆ เช่น กองทุนรวม สหกรณ์ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และกองทุนประกันสังคม โดยการลงทุนของประชาชนในตราสารหนี้ภาคเอกชนมีขนาดถึง 1 ใน 3 ของเงินฝากในระบบธนาคารพาณิชย์ ดังนั้น การทำให้ตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนยังคงมีสภาพคล่องและดำเนินการต่อไปได้ ก็เป็นการรักษามูลค่าเงินออมของประชาชน และป้องกันไม่ให้ความตื่นตระหนกของนักลงทุนบางส่วนมากระทบเงินออมของประชาชนส่วนใหญ่ได้ 
 
ในด้านการระดมทุน การช่วยเสริมสภาพคล่องให้ตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน ช่วยให้บริษัทที่มีคุณภาพมีเงินทุนไปดำเนินกิจการต่อ หลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ที่ครบกำหนดที่อาจนำไปสู่การปิดกิจการและการเลิกจ้างพนักงาน 
 
การกล่าวว่าผู้ที่จะได้รับผลกระทบเป็นแค่คนส่วนน้อยนั้นอาจไม่ถูกนัก เพราะปัจจุบันมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนอยู่เป็นจำนวนมากทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม
 




 

Create Date : 24 เมษายน 2563    
Last Update : 24 เมษายน 2563 17:17:12 น.
Counter : 233 Pageviews.  

7 Innovation Awards ดัน SMEs ไทยก้าวไกลยั่งยืน









โครงการประกวดรางวัลสุดยอดนวัตกรรม
7 Innovation Awards ภายใต้โครงการความร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมสำหรับประเทศหรือ Thailand Synergy เพื่อ SMEs ไทย"เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน 11 องค์กรได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.),สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.), สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(อสท.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET), สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สป.วท.), สมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ไทย (Thai-BISPA),หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สมาคมธนาคารไทย,สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (สสว.) และบริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

โครงการนี้เป็นการค้นหานวัตกรรมให้กับองค์กรและประเทศชาติโดยสานประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจและสังคม และสนับสนุนการสร้าง Ecosystem ให้กับนวัตกรรมที่สามารถเชื่อมโยงกระบวนการคิดและกระบวนการทำงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจากต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ หรือ“จากหิ้งสู่ห้าง”

โดยมีเป้ามายของโครงการที่คำนึงถึงการ Synergy ของหน่วยงานต่าง ๆ(ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน) ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในวงจรชีวิตของการทำนวัตกรรม (InnovationLife Cycle) ทำให้เกิดการเรียนรู้ในเชิงบูรณาการและการพัฒนาสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการ SMEs และให้กับประเทศชาติร่วมกันเพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน 

จำนวนผลงานนวัตกรรมของผู้ประกอบการ
SMEs ที่เข้าสู่โครงการฯ ได้รับการพัฒนาบ่มเพาะธุรกิจต่อยอดสู่ช่องทางตลาดต่าง ๆ และได้รับรางวัลสุดยอดนวัตกรรม 7 InnovationAwards โดยเฉลี่ยอย่างน้อยปีละ 20 ผลงาน 



โครงการประกวดรางวัลสุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards ภายใต้โครงการความร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมสำหรับประเทศหรือ Thailand Synergy เพื่อ SMEs ไทยจึงถือว่าเป็น Innovation Platform ที่จะเชื่อมอุปสงค์ของตลาด(Demand) และอุปทาน (Supply) ซึ่งเป็นสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่มีนวัตกรรมที่มาจากผลงานวิจัย โดยผู้เชี่ยวชาญในมหาวิทยาลัยรวมถึงผู้ประกอบการ SMEs ไทย ที่มีศักยภาพและมีนวัตกรรมซึ่งมีอยู่จำนวนมากและกระจายอยู่ทั่วประเทศที่ยังไม่ได้ถูกเปิดเผยและยังไม่ได้ถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลาย หรือยังไม่มีการขยายผลไปยังผู้บริโภคในเชิงพาณิชย์

ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับทราบถึงมุมมองความต้องการของลูกค้า และตลาด และจะได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ เพื่อพัฒนาสินค้าตั้งแต่เป็นแนวคิด (
Concept) ไปสู่การทำสินค้าต้นแบบเพื่อการทดลองตลาดและการผลิตเพื่อการจำหน่ายไปจนถึงการขยายตลาดและขยายกิจการไปสู่ระดับประเทศและระดับโลกก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันระหว่างทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

เมื่อผู้ประกอบการที่เข้ามาร่วมกับโครงการนี้ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจก็จะมีการขยายงานและขยายกำลังผู้ผลิตเกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ในแต่ละชุมชนเพิ่มมากขึ้นและที่สำคัญคือสินค้าในภาคเกษตรก็จะถูกแปรรูปไปเป็นสินค้าอุตสาหกรรมได้มากขึ้นเกิดมูลค่าที่เพิ่มขึ้น เช่น ข้าวที่เคยขายได้กิโลกรัมละ
20 บาทเมื่อแปรรูปเป็นแป้งเด็ก (แป้งเด็กไรซ์แคร์)แล้วสามารถขายได้กิโลกรัมละหลายร้อยบาท เป็นต้นช่วยให้รายได้ที่เกิดจากการขายสินค้าการเกษตรเพิ่มสูงขึ้นและเกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 

ตัวอย่างนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากโครงการ 

ผลงานบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม เกรซ จาก บริษัทบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลผลงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์ด้านสังคมในช่วงต้นเดือนมีนาคม
2557 จากการประกวดสุดยอดนวัตกรรม7 Innovation Awards 2014 มียอดขายสูงขึ้นหลังจากได้รับรางวัลจาก 266 ล้านบาท (ในปี 2557) เพิ่มเป็น590 ล้านบาท (ในปี 2558) หรือเพิ่มขึ้น121 % และมีแผนการขายในปี 2559 อยู่ที่720 ล้านบาท บรรจุภัณฑ์เกรซ ทำจากเยื่อชานอ้อยไม่ก่อให้เกิดสารอันตรายเป็นโทษแก่ร่างกายโดยใช้เป็นภาชนะใส่อาหารแทนโฟมและพลาสติก ช่วยตอบโจทย์ของผู้บริโภคในด้านสุขภาพและไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถย่อยสลายเองได้ใน 45 วัน


ผลงาน สโนว์เกิร์ล (
Snow Girl) จากบริษัท สยาม เนเชอรัลโปรดักซ์ จำกัด ได้รับรางวัลผลงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจจากการประกวดสุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards 2014 มียอดขายที่เติบโตจาก18 ล้านบาท ในปี 2556 เพิ่มขึ้นเป็น 30ล้านบาท ในปี 2557 และเพิ่มขึ้นเป็น 50ล้านบาท ในปี 2558 หรือเพิ่มขึ้น 66% 

 



ผลงาน น้ำเต้าหู้โทฟุซัง จากบริษัท โทฟุซัง จำกัดได้รับรางวัลผลงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ จากการประกวดสุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards 2014 มียอดขายที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดโดยเฉพาะที่จำหน่ายผ่านช่องทางของ ซีพี ออลล์ เติบโตจาก 22.03 ล้านบาท ในปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 110.07 ล้านบาท ในปี 2558 หรือเพิ่มขึ้น 400 % ซึ่งเมื่อยอดขายน้ำเต้าหู้โทฟุซัง เติบโตได้มากขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรไทยมีรายเพิ่มสูงขึ้นจากการจำหน่ายถั่วเหลือง 



ผลงาน แป้งผงศรีจันทร์จากบริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัดได้รับรางวัลผลงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ จากการประกวดสุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards 2015 มียอดขายสูงขึ้นหลังจากได้รับรางวัลจาก 161.58 ล้านบาท ในปี 2557 เพิ่มเป็น331.47 ล้านบาท ในปี 2558 ซึ่งหากพิจารณายอดขายเฉพาะที่ผ่านช่องทางของซีพี ออลล์ ก็พบว่ามียอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเช่นกัน คือจาก 33.88ล้านบาท ในปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 133.57ล้านบาท ในปี 2558 หรือเพิ่มขึ้น 294 % 



ผลงาน ครีมบำรุงผิวหน้าเดิมมาดิก (
Dermadict) จากบริษัท เอเชีย คอสเมติกส์ กรุ๊ป จำกัด ได้รับรางวัลผลงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจจากการประกวดสุดยอดนวัตกรรม 7 InnovationAwards 2014 มียอดขายที่เติบโต เติบโตจาก 15.09 ล้านบาท ในปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 47.35 ล้านบาท ในปี 2558 หรือเพิ่มขึ้นถึง 213 %



/////////////////////////// 

7 Innovation Awards






#7InnovationAwards #SMEsไทย #SME #ผู้ประกอบการรายย่อย#ผู้ประกอบการ #สุดยอดนวัตกรรม #นวัตกรรม #โครงการสร้างสรรค์ #สังคมคุณภาพ #สังคมยั่งยืน#ชุมชนยั่งยืน #ความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน #ซีพีออลล์ #โครงการซีพี...เพื่อความยั่งยืน #ซีพีเพื่อความยั่งยืน




 

Create Date : 07 เมษายน 2560    
Last Update : 7 เมษายน 2560 20:17:18 น.
Counter : 1049 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.