สมาชิกหมายเลข 3757609
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 3757609's blog to your web]
Links
 

 

ผลประกอบการ "กลุ่มทรู" ไตรมาส 1/64 แข็งแกร่ง EBITDA โตร้อยละ 15 ผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น

นักวิเคราะห์จากหลายสำนักยังมั่นใจหุ้น บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น หรือ หุ้นทรู ว่ามีอนาคตดีและน่าลงทุน เริ่มจาก บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น หรือ TRUE ว่า ปี 2564 จะเป็นภาพของการฟื้นตัว ลุ้น Turnaround รอบใหญ่

ทั้งนี้เชื่อมั่นว่า TRUE จะดีขึ้นอย่างยั่งยืนในทุกหน่วยธุรกิจ สมศักดิ์ศรีการเป็นหุ้นสื่อสารสัญชาติไทย ด้วยเหตุผล 3 ประการ
1) ธุรกิจมือถือผ่านรอบการลงทุนหนักที่สุด ทั้งในคลื่นและโครงข่ายและผ่านการจ่าย vendor financing ที่สูงที่สุดในปี 2564 ไปแล้ว ขณะที่ฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วง 3 ปีหลังสุด แต่ไม่เกิดดอกออกผล เพราะการแข่งขันด้านราคาจะกลับมาส่งผลบวกเป็นอัตราเร่ง หากการแข่งขันด้านราคาลดลงในปี 2564

2) ธุรกิจ Broadband กระแส Work From Home ที่ต่อเนื่องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในระยะยาว เมื่อบวกกับการก้าวเข้าสู่ยุค 5G และความนิยมที่เพิ่มขึ้นของ OTT ทำให้ตลาด Broadband ยังโตต่อ 2%-3% เป็นไปได้

3) ธุรกิจ PayTV แม้ไม่สดใสแต่มีแนวโน้มฟื้นตัวตามอุตสาหกรรม Media หากวัคซีนปลดล็อคภาวเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังของปี 2564 ขณะที่กลยุทธ์การปรับไปทำ Platform Streaming อย่าง TRUEID จะช่วยบรรเทาผลกระทบของธุรกิจ Traditional ที่อ่อนแอลง


ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) มองว่า จำนวนผู้ใช้ 5G ของ TRUE จะพุ่งแตะ 1 ล้านราย ณ สิ้นปี 64 วางงบลงทุน 4-6 หมื่นล้านบาท (ไม่รวมค่าใบอนุญาตคลื่น) ในช่วงปี 63-65 เพื่อรองรับการลงทุนโครงข่ายและอุปกรณ์ 5G บริษัทติดตั้งเสาโทรคมนาคมไปมากกว่า 1 หมื่นเสาและครอบคลุมครบ 77 จังหวัด ซึ่งเฉพาะในพื้นที่กทม. และปริมณฑลได้ขยายโครงข่ายไปแล้ว 98% ในปีนี้จะเน้นเพิ่มเสา

ทั้งนี้ยังคงคาดการณ์อย่างอนุรักษ์นิยมว่าขาดทุนหลักปีนี้จะลดลงมากถึง 60% จากปีก่อน งบลงทุนได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในปี 63 และมีแนวโน้มลดลงทั้งในปี 64 และ 65 และมองว่า 5G จะผลักดันรายได้ ARPU และผลประกอบการหลักของ TRUE ให้กลับมาพลิกฟื้นในระยะยาว ยังเป็นหุ้นที่แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”

ปัจจัยที่น่าสนใจของหุ้นทรูยังมีอีก อาทิ ธุรกิจหลัก คือ เครือข่ายมือถือ ก็ได้ขยับจากผู้เล่นอันดับ3 ขึ้นสู่อันดับ 2 โดยมียอดผู้ใช้กว่า 31 ล้านเบอร์ ยังไม่รวมลูกค้าจากทรู ออนไลน์ 4.3 ล้านราย ทรูวิชั่นส์ 3.9 ล้านราย ใกล้ที่จะไล่ทันเบอร์1 อย่าง AIS ไม่กี่ก้าว ซึ่งขณะนี้ AIS มีผู้ใช้รวม 42 ล้านเบอร์ ขณะที่ DTAC มีผู้ใช้เพียง 19 ล้านเบอร์

นายสืบศักดิ์ สืบภักดี เลขาธิการสมาคมโทรคมนาคม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สทค.) กล่าวว่า ปัจจุบันภาพรวมธุรกิจสื่อสารไทยมีความคึกคักจากการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี 5G ไทยจะเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า “digital infrastructure service” บริการต่าง ๆ จะเปลี่ยนไปอยู่ในรูปดิจิทัล โดยมีเครือข่าย5G เป็นรากฐาน

คนไทยปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีเร็วและเริ่มคุ้นกับการใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนออนไลน์ การปรึกษาแพทย์ทางไกล ที่เห็นชัด คืออีเพย์เมนต์โตก้าวกระโดด

ท่ามกลางวิกฤติโควิด กลุ่มทรู มีรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น1.1% จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เป็น 26,900 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 1.7% จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เป็น 35,400 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564

จากปัจจัยหนุนโดยการเติบโตของฐานผู้ใช้บริการทั้งธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ บรอดแบนด์และดิจิทัล ในขณะเดียวกัน มาตรการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (ไม่รวมค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย)ลดลง 5.5% จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อนเป็น 21,400ล้านบาท ทำให้ทั้ง EBITDA และกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 15%และ 41.4% เป็น 14,100 ล้านบาทและ 3,300 ล้านบาท ตามลำดับ

 




 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2564    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2564 11:35:22 น.
Counter : 104 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ฤา รถไฟความเร็วสูงอีอีซี จะกลายเป็น ระเบียงเสารถไฟไฮสปีดภาคตะวันออก

อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ได้ให้สัมภาษณ์ไทยโพสต์ ประเด็นการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน กระแทกตั้งแต่รมต.ยันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแบบจุกอก บอก "ทำงานระดับโลกด้วยความรับผิดชอบและฝีมือระดับ อบต. ...วิธิคิดวิธีทำที่ด้อยพัฒนาอย่างนี้ ที่สุดแล้วจะไม่ได้ระเบียงเศรษฐกิจ แต่จะได้โฮปเวลล์ 2 เป็นระเบียงเสารถไฟไฮสปีดภาคตะวันออก มาแทนเสียมากกว่า"

ไปอ่านเนื้อหาเต็ม ๆ กัน
-----------------------------------------------


"ไฮด์สปีด EEC : โฮปเวลล์ ๒ ???"
 

“ข้อตกลงตามร่างเอกสารแนบท้ายสัญญา เรื่องกำหนดส่งมอบพื้นที่นั้นอยู่นอกเหนือข้อกำหนดคัดเลือกเอกชน ร่างแนบท้ายนี้จะมีไม่ได้ ถ้าเปิดไว้จนให้สิทธิเอกชนฟ้องรัฐเรียกค่าเสียหายได้ คณะกรรมการคัดเลือกต้องรับผิดชอบ” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการคมนาคม ๒๕ กันยา ๒๕๖๒        
                           
ถาม    อาจารย์ว่า กลุ่มกิจการร่วมค้า CP และพันธมิตร ( CPH )  จะยอมลงนามในสัญญา ตามที่รองนายกฯ และรัฐมนตรีคมนาคม ขีดเส้นตายหรือไม่

ตอบ    ผมลองฟังคำชี้แจงของฝ่าย CP ในทีวี TNN แล้ว   เขาบอกว่าเขาติดอยู่ ๑ เรื่องที่สำคัญจริงๆ   คือขอให้มีการส่งมอบพื้นที่ให้เขาทำงานได้เสร็จในกำหนด ๕ ปี  
 

ถาม    มันมีความเสี่ยงอะไรมากมาย ถึงยังไม่ยอมกัน

ตอบ    สัญญานี้เป็นสัญญาร่วมลงทุนรัฐกับเอกชน ( PPP )   ให้เอกชนลงทุนไปก่อนทั้งหมด ต้องสร้างให้เสร็จพร้อมให้บริการใน ๕ ปี เป็นเงินกว่า ๒ แสนล้าน   ขึ้นปีที่ ๖ เมื่อเสร็จโครงการแล้ว ฝ่ายรัฐถึงจะมาจ่ายเงินร่วมลงทุนในส่วนของตน ให้ CPH แสนล้านบาท    จากนั้นเอกชนก็บริหารโครงการเดินรถเก็บรายได้ไป ๕๐ ปี ก็เป็นอันเสร็จสิ้นสัญญา 

สัญญาอย่างนี้เมื่อเริ่มนับ ๑ แล้ว  ถ้าการรถไฟส่งมอบพื้นที่ให้เขาไม่ได้ตามแผนเอกชนก็เจ๊งได้   ทิ้งเป็นเสาค้างโด่เด่ ไปตลอดแนวจาก ดอนเมือง ไปสุวรรณภูมิ ยาวไปจนถึงอู่ตะเภาเลย   

ตรงนี้ถึงมีการตกลงกันเป็นร่างแนบท้ายว่า   ลงนามแล้วก็ขอเวลาสำรวจและเจรจา ทำแผนรื้อย้ายผู้บุกรุก ( ๕๑๓ ราย)-เวนคืน( ๘๕๐ ไร่)-ย้ายเสาไฟแรงสูง-ท่อก๊าซรายทาง  ทำแผนจนเกิดเป็นแผนส่งมอบพื้นที่ และแผนก่อสร้างที่สอดคล้องกันก่อน พื้นที่ส่วนใดพอมีแผนลงตัวและส่งมอบได้แล้ว ก็เริ่มนับเวลา ๕ ปีได้   ทยอยทำแผนและส่งมอบกันไปเป็นส่วนๆอย่างนี้ให้หมดสิ้นใน ๑ ปี นับแต่วันลงนามในสัญญา   โครงการส่วนต่างๆก็จะถูกก่อสร้าง และส่งมอบจนแล้วเสร็จได้ทั้งหมด ส่วนไหนจะช้าจะเร็วก็แล้วแต่สภาพปัญหาที่ยากง่ายต่างกันเป็นเฉพาะพื้นที่ไป   นี่คือข้อเจรจาที่ยุติกันในระดับผู้ปฏิบัติแล้ว  แต่ระดับรัฐมนตรีไม่ยอมรับ
 

ถาม    ตรงนี้ใช่ไหมครับ  ที่รัฐมนตรีคมนาคมบอกว่าเป็นข้อตกลงนอกกรอบข้อกำหนดคัดเลือกเอกชน

ตอบ    ครับ   รองนายกฯอนุทินสำทับเลยว่า ให้นับ ๑ ทันทีที่ลงนาม  กำหนดส่งมอบที่ดินทั้งหมดให้ ใน ๒ ปี  ถ้าเกิน ๒ ปี   ก็ขยายเวลาในสัญญาได้  นี่ถ้าเงินไม่พอท่านรองฯ ท่านยังให้สัมภาษณ์เกทับไปอีกว่า ถ้ายังมีปัญหาท่านจะช่วยออกค่าทุบเสาโฮปเวลล์ ช่วงดอนเมือง-มักกะสัน ๒๐๐ ล้านบาท ให้ด้วยก็ได้นะครับ
 

ถาม    คราวบริษัทซีโนไทยของรองฯอนุทิน รับเหมาทำแอร์พอร์ตลิงค์สมัยรัฐบาลทักษิณ การรถไฟก็ส่งมอบพื้นที่ล่าช้าไป ๒ ปี  คราวซีโนไทยสร้างรัฐสภา   รัฐสภาก็ส่งมอบพื้นที่ล่าช้าไปปีครึ่ง ท่านรองฯท่านจึงคิดและคุ้นกับการขยายเวลา ต่อสัญญาอยู่แล้วแน่นอน

ตอบ    นั่นเป็นโครงการที่รัฐลงทุนฝ่ายเดียว  ซีโนไทยรับเหมาก่อสร้างเท่านั้น  ช้าไปเท่าใดรัฐก็ล่าช้าเสียหายเป็นเงินจมเปล่า  ส่วนผู้รับเหมานอนเกาพุงสบายไป

ส่วนสัญญาไฮด์สปีดอีอีซีกับ CPH นี้เป็นสัญญาร่วมลงทุนแถมยังให้เอกชนลงทุนไปทั้งหมดก่อนเสียด้วย  ซึ่งช้าติดขัดไปเท่าใดเขาก็เสียดอกเบี้ยเสียค่าเตรียมการไปมากมาย  ยิ่งถ้าส่งมอบที่ดินให้เขาเป็นฟันหลอก่อสร้างไม่ได้เต็มที่ จน ๕ ปีไม่เสร็จ เขาก็ถูกปรับอีกวันละ ๙ ล้านบาท เงินก้อนที่จะได้จากรัฐก็ล่าไปอีก.. ก็ชิบหายกันพอดี
 

ถาม    ถ้ากลุ่ม CPH ยอมลงนามตามรัฐบาล โอกาสชิบหายก็มีมากสิครับ

ตอบ    โดยระดับมาตรฐานความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นแล้ว            ผมว่าผู้บริหารซีพีกับ อิตาเลียนไทย เขาต้องคิดหนักมากๆทีเดียวในการตัดสินใจครั้งนี้
 

ถาม    ตกลงถูกผิดอยู่ที่ตรงไหนครับนี่

ตอบ    สัญญาร่วมลงทุนเอกชนกับรัฐ   มันไม่ใช่สัญญาจ้างเหมานะครับ  แต่เป็นสัญญาร่วมมือกันเพื่อความสำเร็จร่วมกัน    ข้อกำหนดที่ประกาศคัดเลือก ก็ไม่ใช่ TOR ที่ตกลงเจรจากันเพิ่มเติมไม่ได้  มันเป็นคำเชิญชวนให้ยื่นข้อเสนอ ( Request for Proposal ) เท่านั้น ยังเปิดช่องให้เจรจาได้ในหลายเรื่อง   การเจรจาต้องระวังแต่เพียงว่า อย่าให้ฝ่ายที่ได้ที่สองคือฝ่ายซีโนไทยที่นอนรออยู่ เขาเสียเปรียบเท่านั้น
เฉพาะเรื่องหลักประกันความเสี่ยงในการส่งมอบที่ดินให้ต่อเนื่องนี้  ผมว่าสามารถเจรจาให้ชัดเจนให้การรถไฟต้องรับผิดชอบในความเสี่ยง จนผูกมัดเป็นข้อตกลงแนบท้ายสัญญากันได้ครับว่า  รัฐจะรับจัดการความเสี่ยงส่วนนี้อย่างไร

 

ถาม    ถ้าทำไม่ได้จริงก็ต้องเสียค่าโง่ อย่างที่รัฐมนตรีศักดิ์สยามท่านเตือนไว้

ตอบ    ก็อย่าโง่สิครับ  วางแผนให้เป็นไปได้แล้วทุ่มเททำทุกวันให้สำเร็จตามแผนให้ได้  ควรต้องยอมลงเงินชดใช้ชดเชยชาวบ้านเขาให้คุ้ม  หน้าไหนบุกรุกเข้ามาอีกก็จับส่งศาลติดคุกทันตาเห็นเลย  ทำจริงๆก็ทำได้นะครับ  มันอยู่ที่จะยอมรับไหมว่าเรื่องนี้เป็นความเสี่ยงส่วนที่รัฐต้องรับผิดชอบ เพื่อความลุล่วงของงาน
 

ถาม    แล้วจะยุติกันได้อย่างไรครับ ฟังแล้วดูจะเถียงกันยังไงก็ได้ แล้วแต่ว่าใครจะถือหางใครเท่านั้นเอง 

ตอบ    “ความยุติธรรม”มันไม่ใช่รสนิยมนะครับคุณครับ..การตกลงแบ่งปันความเสี่ยงกันอย่างเป็นธรรมเช่นเป็นหุ้นส่วนกันนี้ กฎหมายร่วมลงทุนรัฐ-เอกชนของไทย ปี ๒๕๖๒ ได้กำหนดไว้ชัดเจนแล้วว่า

“มาตรา๖ การดําเนินการภายใต้พระราชบัญญัตินี้ต้องเป็นไปเพื่อบรรลุเป้าประสงค์ของ การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน  ดังต่อไปนี้ 

(๑) ความสอดคล้องกับแผนการจัดทําโครงการร่วมลงทุน 

(๒) ความเป็นหุ้นส่วนระหว่างรัฐและเอกชน  ซึ่งต้องมีการจัดสรรความเสี่ยงและผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่เอกชนอย่างเป็นธรรมโดยคํานึงถึงความสําเร็จของโครงการร่วมลงทุน และความคุ้มค่าในการดําเนินโครงการร่วมลงทุน ....”
 

ถาม    ถ้ายอมตามเอกสารแนบท้ายชุดปัจจุบัน ที่ให้ CPH ลงนามไปก่อนแล้ว แล้วถึงเริ่มนับอายุสัญญาตามการส่งมอบที่ดินแต่ละส่วนภายใน ๑ ปีอย่างนี้  โครงการก็ต้องช้าไปอีก ๑ ปี  แล้วอย่างนี้ไม่ถือว่าขัดต่อสาระสำคัญของข้อกำหนดหรือครับ

ตอบ    ตรงจุดการขยายเวลาแล้วแยกกำหนดแล้วเสร็จเป็นส่วนๆอย่างนี้ ผมว่าฝ่ายรัฐบาลน่าจะถูกต้องนะครับว่าแยกไม่ได้และให้เวลา ๕ ปี ล่าช้าออกไปไม่ได้  

ว่าไปแล้วเวลาเจรจาที่ผ่านมา ๔ เดือนเข้าแล้วนี่  ถ้าร่วมมือกันพัฒนาแผน รื้อย้าย เวนคืน ส่งมอบ แล้วปรับเป็นแผนก่อสร้างจนลงตัวเป็นแผนแนบท้ายสัญญา ลงนามแล้วนับ ๑ ได้เลยนี่   ก็ควรจะทำได้และน่าจะเสร็จพร้อมลงนามได้แล้วด้วย ในความเห็นผม ผมว่านี่คือทางออกที่เป็นไปได้และควรจะเป็นว่า  แผนส่งมอบต้องมีเป็นข้อตกลงแนบท้ายสัญญา แต่กำหนด ๕ ปีนั้นขยายไม่ได้

อันที่จริงการรถไฟน่าจะลงทุนทำแผนนี้ไว้ในมือตั้งแต่แรกเลยก็ไม่ทำ ทำงานระดับโลกด้วยความรับผิดชอบและฝีมือระดับ อบต.นี่ มันไปไม่ไหวหรอกครับ
 

ถาม    ซ้ำด้วยอำนาจนิยมของรัฐมนตรีไทยอีก  โครงการนี้ ก็ตายแน่ๆ  

ตอบ    งานนี้เห็นชัดว่า..ความคิดและวัฒนธรรมในบ้านเมืองคือตัวชี้ขาดความสำเร็จจริงๆครับ  แถมด้วยปัญหาประโยชน์ทับซ้อนอีกต่างหาก  
วิธีคิดวิธีทำที่ด้อยพัฒนาอย่างนี้..ผมว่าในที่สุดแล้วชาวไทยเราจะไม่ได้ระเบียงเศรษฐกิจอะไรหรอกครับ เราจะได้โฮปเวลล์ ๒ เป็น “ระเบียงเสารถไฟไฮด์สปีดภาคตะวันออก” เสียมากกว่า 


---------------------------
"ไฮด์สปีด EEC : โฮปเวลล์ ๒ ???"




 

Create Date : 30 กันยายน 2562    
Last Update : 30 กันยายน 2562 12:46:46 น.
Counter : 188 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.