Group Blog
 
All Blogs
 

อรรถาธิบาย

ศัพท์บางคำหลายๆคนอาจจะไม่คุ้นเคยนะครับ ดังนั้นผมจึงรวบรวมศัพท์เฉพาะบางอย่างที่น่าสนใจมาให้อ่านกัน

ฮาริเซ็น- กระดาษที่พับทบซ้อนๆกัน ที่คานาเมะ นิยมเอามาฟาดหัวโซสุเกะบ่อยๆครับ


Panzer Faust- เครื่องยิงจรวดต่อต้านรถถังแบบใช้แล้วทิ้ง


Assault rifle- อาวุธสงครามที่ใช้กระสุนขนาดกลางๆ คือใหญ่กว่าปืนกลแต่เล็กกว่าไรเฟิล เช่น M16A หรือ AK47


Shotgun- ปืนลูกซอง ส่วนมากลำกล้องเรียบไม่มีเกลียว กระสุนมีทั้งแบบลูกปราย และลูกโดด


The GIGN (Groupe d'Intervention de la Gendarmerie Nationale) หน่วยพิเศษต่อต้านการก่อการร้ายของฝรั่งเศส มีสำนักงานใหญ่อยู่ใน Satory ทางตะวันตกของ Paris

Fate- อีกชื่อหนึ่งของ Symphony No.5 ประพันธ์โดย Beethoven

นักแสดง

จิโดริ คานาเมะ
นางเอกของเราครับ คงไม่ต้องอธิบายกันมากนักกับคนคนนี้

ซาการะ โซสุเกะ
คนนี้ก็เช่นกัน คงรู้จักกันดีพระเอกหนุ่มของเรื่อง


โทคิวะ เคียวโกะ และ คาซามะ ชินจิ
ทั้งสองคนเป็นเพื่อนร่วมชั้นของ โซสุเกะ กับคานาเมะครับ คนขวามือคือเคียวโกะ คนซ้ายมือคือคาซามะ


อินาบะ มิสุกิ
คนนี้ก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นเช่นกัน แต่บทในเรื่อง FMP จะออกเป็นตัวอิจฉาเล็กน้อยเลยจับมาทำเป็นแม่เลี้ยงซะเลย


อะซึโนบุ ฮายาชิมิสุ
คนนี้เป็นตัวละครที่ดูลึกลับมากครับ เป็นประธานนักเรียน และเป็นคนที่แต่ตั้งให้โซสุเกะเป็นหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของสภานักเรียน แล้วก็คอยช่วยเหลือโซสุเกะเสมอเวลาทำเรื่องแปลกๆ เช่นระเบิดตู้รองเท้าเป็นต้น บทของเขาอยู่ใน FMP:Fumoffu ครับ


เรื่องนี้ตอนที่ผมแปลผมนึกในใจว่า ถ้าเรานึกภาพให้นี่เป็นละครเวทีที่แสดงในเทศกาลวัฒนธรรมของโรงเรียนจินไดเรื่องนี้อาจจะขำกว่าที่คิดซะอีก ถ้ายังไงก็ลองนึกตามดูนะครับ ว่าตัวละครหลายตัวหลุดเรียนชื่อจริง หรือเอานิสัยใน Fullmetal Panic มาล้อกันหลายตอนทีเดียว




 

Create Date : 19 กันยายน 2548    
Last Update : 19 กันยายน 2548 21:33:29 น.
Counter : 759 Pageviews.  

Cinderalla Panic

Title: Cinderella Panic!
Story: Shouji Gatou
English Translator: Brandi
Thai Translator: Nexus

คนที่อยากอ่านฉบับภาษาอังกฤษสามารถเข้าไปหาอ่านกันได้ที่ื //www.boku-tachi.net/ นะครับ อ้อแล้วอย่าไปฟ้องเค้าล่ะว่าผมเอามาแปล

ป.ล. ภาษาที่ใช้ในเรื่องนี้บางประโยคอาจจะไม่เหมาะกับเด็กนะครับ ผู้ปกครองควรพิจารณา


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีหญิงสาวแสนสวยคนหนึ่ง อาศัยอยู่ในประเทศ ประเทศหนึ่ง หญิงสาวคนนั้นแลดูแข็งแกร่ง งามสง่า มีผมสีดำตรงยาวจรดเอว และมีดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยประกายเฉลียวฉลาด เธออาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ มีพ่อ แม่ที่ใจดีมีชีวิตที่เพียบพร้อมและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

หากทว่า! วันหนึ่งมารดาของเธอได้ล้มป่วยลงและตายจากไป คานาเมะ....เอ่อไม่ใช่สิหญิงสาวนางนั้นถึงแม้จะแข็งแกร่งเพียงใดก็ยังคงเศร้าโศกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เพื่อบุตรสาวที่ร่ำไห้ทั้งวันทั้งคืน พ่อของเธอจึงตกลงใจแต่งงานใหม่
“คิดดูดีๆแล้วนั้นเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดมาก” หญิงสาวบอกกับเพื่อนของเธอ แต่นั่นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ อย่างไรก็ตามแม่เลี้ยงของเธอเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจ โหดร้ายทารุณ ละโมบโลภมาก อีกทั้งยังมีลูกสาวติดมาด้วยอีกสามคน

หลายคนคงคิดตรงกันว่า “ปกติแล้วเขาจะแต่งงานกับผู้หญิงพรรค์นี้กันด้วยเหรอ?” เราคงกล่าวได้เพียงว่า สัมปชัญญะของผู้เป็นพ่อได้ถูกบดบังด้วยความเปล่าเปลี่ยวเนื่องจากการเป็นม่ายนั่นเอง

แม่เลี้ยงและลูกสาวทั้งสามของเธอต่างก็อิจฉาในความงามของหญิงสาว จึงกระทำทารุณกรรมต่อเธอลับหลังคุณพ่อ ซึ่งประกอบไปด้วยการด่าทอในห้องน้ำ การเย้ยหยันเรื่องนาฬากาซึ่งเป็นเสมือนความทรงจำถึงมารดาของเธอ

ชีวิตของเธอก็เป็นเช่นนี้ หากแต่เป็นที่ทราบกันว่า ในเวลาที่เลวร้าย สิ่งที่เลวร้ายทั้งปวงจะทับถมเข้ามา คุณพ่อของเธอเสียชีวิตในเวลาต่อมาไม่นาน ซึ่งนั่นทำให้แม่เลี้ยงของเธอดีใจมาก และได้ยึดเสื้อผ้าสวยๆงามๆของเธอไปทั้งหมด จากนั้นก็ให้เธอไปอาศัยอยู่ในห้องใต้หลังคาอันแสนจะสกปรก “ภารกิจยึดครองเสร็จสิ้นสมบูรณ์”

“อุ วะ ฮะ ฮะ ฮ่า” หญิงสาวไม่สามารถทำอย่างอื่นได้น้อยจากหัวเราะเท่านั้น เธอถูกใช้ให้ทำงานหนักทั้งวันทั้งคืน บ่อยครั้งที่ไม่ได้รับแม้แต่อาหารสักมื้อ อีกทั้งยังไม่ได้รับการศึกษาในระดับที่น่าพึงพอใจอีกด้วย

จากการที่ต้องทำงานหนักในห้องครัว เธอจึงดูมอมแมมไปด้วยเขม่าและเถ้าถ่าน จากนั้นไม่นาน เธอก็ถูกตั้งชื่อเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า ซินเดอเรลลา ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันดีว่า ชะตากรรมของผู้ที่ใช้ชื่อนี้เป็นเช่นไร
ใช่แล้ว ซินเดอเรลลาของเราจะต้องใช้ชีวิตที่ยากลำบาก ทุกวัน ทุกวัน

“ซิน..........เดอ..........เรล..........ล่าาาาาาาาาา” มิซุกิแม่เลี้ยงของเธอร้องเสียงหลงแล้วเตะก้นของซินเดอเรลลา นั่นทำให้เธอหน้าคะมำลงกับพื้นทันที เนื่องจากเธอกำลังถูพื้นอยู่ หลังจากถ่มฝุ่นที่เอข้าไปในปากออกมาแล้วว่าเธอสวนขึ้นมาทันที
“ทำอะไรน่ะ?”
“หุบปาก ชั้นเป็นคุณนายของบ้านหลังนี้ ใช่มั้ย? ถ้าฉันเห็นหลังของใครแล้วหมั่นใส้ ชั้นก็มีสิทธิ์ที่จะเตะ และเธอ ซินเดอเรลลา ชั้นหมั่นใส้หลังของเธอมาก อุ๊ ฮุ ฮุ ฮู่”

แม่เสี้ยงมิซุกิกระหน่ำเตะไม่ยั้ง ซินเดอเรลลาที่น่าสงสารได้แต่ขดตัว และอดทนเท่านั้น
“...........แก”
“โอ้ ช่างสนุกเสียจริง สาวๆ มานี่เรามาจัดการนังซินกัน”
“ค๊า คุณแม่”
ลูกสาวของมิซุกิทั้งสามคน มานามิ มาโดกะ และโชโกะ ต่างก็หยิบ ฮาริเซ็น แล้ววิ่งเข้าใส่ซินเดอเรลลา
“ย่ะ”
“โย่ว”
“ยากซ์”
ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ
มันรุนแรงจนน่าจะเรียกการกลุ้มรุมทำร้าย มากกว่าจะเรียกว่า “ความรุนแรงในครอบครัว” แต่ภาพเช่นนี้เป็นที่พบเห็นกันเสมอๆในคฤหาสน์หลังนี้

“เอาล่ะ พอได้แล้ว” แม่เลี้ยงมิซูกิบอกหลังสบโอกาส เมื่อฝุ่นจางลง ภาพของซินเดอเรลลาที่นอนกองอยู่กับพื้นก็ปรากฎขึ้น
“ฮึ..ฮึ่ม แก”
มิซุกิยืนตระหง่านตรงหน้าซินเดอเรลลา แล้วมองเธออย่างเลือดเย็น
“หืม สภาพอย่างนี้ก็ดูดีนี่นา เธอคงจะรู้แล้วสินะว่าถ้าหือกับชั้นแล้วจะต้องเจออะไร”
“..............................”

อันที่จริงจิตใจขบถของซินเดอเรลลายังคงคึกคักอยู่ หากทว่าความเจ็บปวดเป็นสิ่งที่เธอเกลียด ดังนั้นเธอจึงทำเฉยๆเสีย

“ถ้าเข้าใจแล้วก็ทำความสะอาดระเบียงให้เสร็จ จากนั้นก็ไปล้างห้องน้ำ ทำใก้สะอาดขนาดที่ว่าเอาหน้าลงไปแนบได้เลยนะ ถ้าทำไม่ได้ชั้นจะให้เธอไปเลียโถส้วม”
ปกติแล้วแม่เลี้ยงที่ว่าใจร้ายยังไม่ทำกันถึงขนาดนั้นเลย
“ม่ายยยยยยยยยยย”
“เงียบซะ แล้วจงดีใจซะด้วยที่วันนี้เธอไม่ต้องเตรียมอาหารเย็น”
“เอ๋ ทำไมเหรอคะ? ซินเดอเรลลาถามอย่างงๆ เพราะปกติแล้วหน้าที่เตรียมอาหารเป็นงานประจำของเธอ”
“เธอไม่รู้เหรอ” มานามิที่เป็นพี่สาวคนโตพูดขึ้นมา
“คืนนี้น่ะ ที่ปราสาทจะมีงานเลี้ยงเต้นรำ” พี่สาวคนรอง มาโดกะพูดต่อ
“เพื่อที่ว่าเจ้าชายจะได้เลือกคู่หมั้น สาวๆทุกคนในอาณาจักรนี้ต่างก็ได้รับเชิญทั้งนั้น” โชโกะ น้องสาวคนสุดท้องเสริม

“อะ อะ อะไรนะ?”
“ใช่แล้ว พวกเราจะไปงานเต้นรำที่ปราสาทกัน เธอก็กินของเหลือจากเมื่อวานกับข้าวชืดๆไปก็แล้วกันนะ หรือจะให้หิ้วของเหลือจากปราสาทมาฝากล่ะ โฮะ โฮะ โฮะ”
“แต่ ฉันก็อยากจะไปด้วยนี่”
“ไม่มีทาง” ทั้งสี่คนพูดประสานเป็นเสียงเดียวกัน
“ไม่มีทางเป็นไปได้”
หญิงใจร้ายทั้งสี่คนมองไปที่ซินเดอเรลลาที่กำลังซึมเศร้าอย่างสะใจ ถึงแม้ว่านั้นเป็นบทที่กำหนดไว้ แต่ภาพที่ปรากฎนั้นเป็นภาพที่เลวร้ายมาก

“ได้เวลาเตรียมตัวแล้ว สาวๆ พยายามกันให้เต็มที่นะจ๊ะ แต่งตัวให้สวยที่สุด ครองหัวใจเจ้าชายให้ได้ ถ้าทำได้เราจะมีอำนาจเหนือประเทศนี้ จะได้ชักใยคณะรัฐบาลจากเบื้องหลัง แล้วหาผลประโยชน์จากผู้รับเหมาและธนาคาร”
“ค่าาาาาาาาาาาา” ทั้งสามคนตอบอย่างหนักแน่น และมิซุกิก็เดินจากไปพร้อมกับลูกสาวทั้งสามคน

“ดูแลบ้านดีๆ นะ” แม่เลียงมิซุกิกำชับซินเดอเรลลาจากบนรถม้าอันสวยงาม ซึ่งบนนั้นมีเธอกับลูกๆที่ต่างแต่งกายอย่างอลังการ
“พอเช็ดกระจกกับทำความสะอาดหน้าบ้านเสร็จแล้วก็ไปนอนซะ เข้าใจไหม”
“ค่ะ”
“ความจริงมันก็ไม่จำเป็นเท่าไหร่ แต่ชั้นจะขอเตือนเธอเอาไว้ก่อนนะ ว่าถ้าคิดที่จะแอบไปงานเลี้ยงล่ะก็ เลิกฝันซะ เพราะเธอไม่มีบัตรเชิญ ไม่มีแม้แต่ชุดที่จะใส่ ฮุ ฮุ ฮุ ฮุ” มิซุกิหัวเราะอย่างสะใจ"

“คงจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะยอมให้ผู้หญิงมอมแมมอย่างเธอเข้าปราสาท และอีกอย่าง ยามของปราสาทนั้นแข็งแกร่งมากนะ แถมในวันนี้ยังเสริมกำลังด้วยหน่วยพิเศษต่อต้านการก่อการร้ายที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดีอีกต่างหาก”
“มันปราสาทโลกไหนกันเนี่ย....”
“หุบปาก เอาล่ะ ไปได้” มิซุกิหันไปสั่งสารถี และรถม้าก็เคลื่อนตัว ชัวขณะหนึ่งก็ลับสายตาไป

“เฮ้อ ไปกันหมดแล้ว” ซินเดอเรลลารำพึงด้วยความโล่งอก เมื่อแม่มดทั้งสี่จากไป อย่างน้อยเธอก็จะได้มีเวลาพักผ่อนเสียหน่อยหนึ่ง
เธอจัดการงานที่ค้างอยู่อย่างรวดเร็ว แล้วกลับไปยังห้องใต้หลังคาอันมืดสลัวของเธอ
ซินเดอเรลลานั่งลงบนเตียงที่เก่าคร่ำคร่าพลางชายตามองไปนอกหน้าต่างทางทิศของปราสาท
“อา........”
ปราสาทส่งประกายสวยงามท่ามกลางแสงอาทิตย์อัศดงราวกับดิสนีย์แลนด์ในโตเกียว คืนนี้ในปราสาทแห่งนี้ เจ้าชายรูปงามจะทำงการคัดเลือกชายา ในงานคงจะเต็มไปด้วยอาหารเลิศรสและเสียงเพลงที่ไพเราะ
“ฮึ ชั้นไม่ได้อิจฉาเลยซักนิ๊ดเดียว” ซินเดอเรลลาพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่ขมขื่น
“ในงานคงจะมีแต่พวกเพลยบอยที่น่าขยะแขยง”

เธอกำลังตกอยู่ในสภาวะ Insecurity Complex

“จะเป็นไปได้อย่างไร........มันเป็นเรื่องที่ไม่มีวันเป็นไปได้สำหรับฉัน โลกของฉันคือห้องใต้หลังคาแห่งนี้ มันเป็นชะตาชีวิตของฉัน ทางที่นองไปด้วยเลือด ราวกับสายลมที่บ้าคลั่ง..........” แล้วเธอก็พึมพำประโยคประหลาดๆออกมา จากนั้นอารมณ์ของเธอก็เปลี่ยนไปเป็นซึมเศร้า น้ำตานองหน้า
“โธ่ คุณพ่อ คุณแม่ที่อยู่บนสวรรค์ ทำไมจึงด่วนจากไปไปเสียเล่า ทอดทิ้งลูกคนเดียวกับชะตากรรมที่โหดร้าย ฮือ ฮือ.......”

ซินเดอเรลลาจมดิ่งลงไปในความเศร้าสร้อยจนกระทั่ง
“ฉันจะช่วยเธอเอง หยุดร้องไห้ซะ” เสียงทื่อๆของชายหนุ่มดังขึ้นมาอย่างกระทันหัน

เมื่อซินเดอเรลลาหันไปมองเธอก็เห็นพ่อมดหนุ่มยืนอยู่ เขามีใบหน้าที่ดูเคร่งขรึมปากเม้มสนิท สวมหมวกปลายแหลมกับเสื้อคลุมลายพรางแบบที่ใช้ในเมือง ในมือแทนที่จะถือไม้เท้าเขากลับถือ Panzer Faust- เครื่องยิงจรวดต่อต้านรถถังแบบใช้ครั้งเดียว ท่าทางคงจะเป็นแฟนตาซีในแบบของเขาแหละ



“คุณเป็นใคร” ซินเดอเรลลาถาม
“ผม สิบพ่อมดเอก ซาการะ โซสุเกะ ได้รับการมอบหมายภารกิจจากมิสทริล องค์กรเวทย์มนต์ลับสุดยอดที่ไม่สังกัดประเทศ เลขประจำตัวคือ B-3128 รหัสเรียกคือ Uruz 7 (อุรุสุ เซเว่น)”
“หา....”

หลังจากที่สิบพ่อมดเอกซาการะ กวาดสายตาสำรวจก้องด้วยความระมัดระวังแล้วเขาก็กล่าวต่อว่า
“ภารกิจของผมคือการใก้ความสนับสนุนแบบหลายส่วน ให้กับผู้ที่โชคร้าย จิโดริ ถ้าเธอต้องการจะไปงานเต้นรำ นั่นอยู่ในขอบเขตที่ผมจะช่วยได้”
“แต่ฉันคือ ซินเดอเรลลา”
“เอ่อ....นั่นแหละ” พ่อมดพูดตัดบท
“จะอย่างไรก็แล้วแต่ แต่อยู่ดีๆก็โผล่มาบอกว่าเป็นพ่อมด จะให้ฉันเชื่อได้อย่างไร”
“อย่างงั้นรึ”
“ก็ใช่น่ะสิ โดนเฉพาะอย่างยิ่งคุณดูไม่เหมือนพ่อมดเลยแม้แต่น้อย ทำไมก็ไม่รู้นะฉันถึงได้รู้สึกว่าเหมือนได้รับของมีตำหนิ”

ซินเดอเรลลาพูดได้ถูกต้อง ชายคนนี้ไม่ได้มีลักษณะท่าทางของพ่อมดที่คนทั่วไปคุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากลับมีกลิ่นของดินปืนและเขม่าควัน
“แต่ผมเป็นพ่อมดจริงๆนี่นา”
“เธอคงไม่คิดหรอกนะว่า ฉันจะเชื่อเพียงเพราะคุณบอกว่าตัวคุณเป็นพ่อมด หลักฐานล่ะ แสดงออกมาสิ จะเป็นเวทยืมนต์หรืออย่างอื่นก็ได้”
“เวทย์มนต์อย่างนั้นหรือ ตกลง จะแสดงให้ดูเดี๋ยวนี้” เขาพูดอย่างห้าวหาญแล้วหยิบช้อนคันเล็กๆออกมาจากเสื้อคลุม
โอม..............#$#^%&*”

เมื่อเขาร่ายมนต์จบช้อนก็เริ่มหมุน ....................................................................................ก็แค่นั้นแหละ
“..........แค่เนี๊ย?”
“ยัง ยังไม่จบแค่นี้”
เมื่อเธอเห็นพ่อมดหยิบส้อมออกมาจากเสื้อคลุม ซินเดอเรลลาก็รีบโบกมือห้ามด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย
“พอ พอแล้วหละ”

“ผมยังมีเทคนิกที่สามารถ เด้งจากท่านั่งขัดสมาธิลอยขึ้นไปบนอากาศภายในเวลาเพียงหนึ่งวินาทีเท่านั้น”
“แล้วมันมีประโยชน์อะไรรึ ถ้ามีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นก็แค่ยิงลูกไฟออกจากมือ หรือทำอย่างอื่นจะไม่ดีกว่ารึ”
“หืม มันคืออะไร”
“ช่างมันเถอะ ไม่ต้องสนใจหรอก”

ดูเหมือนว่าถ้าเธอยังคงถกปัญหานี้ต่อไปเขาคงไม่พอใจ เธอจึงเปลี่ยนเรื่องเสีย
“ตกลงเธอบอกว่าจะพาฉันไปงานเต้นรำใช่ไหม?”
“Affirmative”
“อืม...ฉันก็ดีใจนะ แต่จะไปอย่างไรล่ะ ดูท่าทางเธอไม่เหมือนจะมีชุด บัตรเชิญ หรือรถม้าเลย” ซินเดอเรลลาพูดอย่างขมขื่น แล้วก้มลงมองชุดอันแสนจะมอมแมมของเธอ

“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา อันดับแรกเธอต้องเตรียมของตามรายการนี้”
พ่อมดหยิบม้วนกระดาษขึ้นมาแล้วอ่านอย่างรวดเร็ว
“อันดับแรก ฟักทองหนึ่งผล หนูสี่ตัว กิ้งก่าหนึ่งตัว”
“อือ ฮึ”
“แล้วก็ปืน Assault Rifle หนึ่งกระบอก ปืนชอตกันหนึ่งกระบอก”
“หา!!!!”
“ระเบิดต่อต้านบุคคลสองโหล กระสุน 5.56 มม. หนึ่งร้อยหกสิบนัด ระเบิดซีโฟร์สี่กล่อง กับระเบิดเคลย์มอร์หกอัน”
“ไอ้ของพวกนั้นเอาไปทำอะไรน่ะ”

พ่อมดอ่านทวนรายการอีกครั้งด้วยสีหน้างงๆ แล้วทำหน้าอายๆ จากนั้นกล่าวว่า
“รายการหลังๆนั้นเป็นรายการซื้อของ ของผมเอง สิ่งที่เธอต้องเตรียม มีแค่ฟักทอง หนู และกิ้งก่า”
“อื้ม เข้าใจล่ะ”
ซินเดอเรลลาคิดว่าเธอจะไว้ใจชายคนนี้ได้ไหมเนี่ย

ซินเดอเรลลาค้นหาจนทั่วคฤหาสน์ จนกระทั่งเธอพบของที่ต้องการครบทั้งหมด เธอใส่หนูกับกิ้งก่าไว้ในตะกร้าวางไว้ที่หน้าประตู จากนั้นก็วางฟักทองลงข้างๆกัน แล้วหันไปถามพ่อมดว่า “ของทุกอย่างพร้อมแล้ว แล้ว ขั้นต่อไปล่ะ?”
“คุณไปยืนตรงนั้น ข้างๆฟักทองกับหนู แล้วห้ามขยับเขยื้อนนะ” เขาสั่งแล้วเดินถอยออกไป จากนั้นเขาก็ยกเครื่องยิงจรวดต่อต้านรถถังขึ้น เปิดไกและเครื่องช่วยเล็ง
“คุณ...จะทำอะไรน่ะ”
“ร่ายเวทย์ ไม้เท้าอันนี้อาจจะดูเหมือน Panzer Faust แต่จริงๆแล้วมันเป็นเครื่องยิงจรวดเวทย์มนต์ สิ่งที่บรรจุอยู่ในนั้นไม่ใช่วัตถุระเบิดทั่วไปแต่เป็นระเบิดเวทย์มนต์ ซึ่งเป็นผลผลิตจากวิทยาการด้านเวทย์มนต์ที่ล้ำสมัยที่สุด การใช้งานก็สะดวก เพียงแค่เล็งด้วยเครื่องช่วยเล็งเวทย์มนต์ แล้วกดปุ่มเวทย์มนต์”
ราวกับว่าเมื่อใดที่เติมคำว่าเวทย์มนต์ลงไปกับสิ่งนั้น มันจะสามารถทำอะไรก็ได้

เมื่อสิบพ่อมดเอกซาการะถอยออกไปได้ระยะห่างพอสมควรแล้ว เขาก็นั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น ยกเครื่องยิงจรวดต่อต้านรถถังประทับบ่าแล้วเล็งไปยังซินเดอเรลลา ซึ่งมันทำให้หน้าเธอถึงกับซีดลงทันที
“ทะ ทะ ทะ ทำอะไรน่ะ”
“อย่าขยับ มันยิงได้ครั้งเดียวเท่านั้น”
นั่นหมายความว่าพลาดไม่ได้สินะ พ่อมดนั้นดูท่าทางเอาจริงเอาจังมาก
เขาเล็งผ่านเครื่องช่วยเล็งไปยังบริเวณระหว่างซินเดอเรลลา กับหนูแล้วฟักทอง
“คุณ.....คุณจะฆ่าฉันรึไง ถ้าหากโดนยิงด้วยเจ้านั่นล่ะก็....”
“ไม่มีเวลาเถียงแล้ว ยิงงงงงงงงงงง” แล้วพ่อมดก็ยิงออกไป
ลูกจรวดพุ่งเข้าใส่ซินเดอเรลลาอย่างรวดเร็ว

ซินเดอเรลลาที่น่าสงสารเธอทำได้แค่เพียงกรีดร้องเท่านั้น เสี้ยววินาทีถัดมา ทั้งตัวเธอ ฟักทอง หนู และกิ้งก่า ต่างจมอยู่ในเปลวเพลิง
และแล้วซินเดอเรลลาของเราก็จบชีวิตลงอย่างมีศักดิ์ศรีภายในกองเพลิง
คิดอย่างนั้นเหรอ ไม่...มี...ทาง

เมื่อไฟดับลงแล้วควันก็จางลงแล้ว ตรงกลางนั้นมีหญิงสาวที่แสนสวยงามในชุดราตรีที่วิจิตรบรรจง ใช่แล้วซินเดอเรลลาสวมชุดนั้นอย่างรวดเร็วด้วยผลของจรวดเวทย์มนต์นั่นเอง
“แค่ก แค่ก”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ฟักทองก็กลายเป็นรถม้า หนูกลายเป็นม้า และกิ้งก่าเป็นสารถี
ซินเดอเรลลาถึงกับตะลึงเมื่อเธอได้เห็นตัวเอง
“นี่...นี่คือตัวฉันจริงๆหรือเนี่ย”
เธอแต่งชุดราตรีสีขาวบริสุทธิ์ สวมรองเท้าแก้ว และสร้อยคอที่เปล่งประกายระยิบระยับ อีกทั้งมงกุฎเพชร ผมที่ดำเป็นประกายของเธอเข้ากันได้ดีกับชุดสีขาวหิมะ ปกติเธอก็เป็นผู้หญิงที่สวยอยู่แล้ว เมื่อแต่งชุดเช่นนี้ก็ยิ่งงดงามขึ้นไปอีก ช่างสวยงามน่าประทับใจยิ่งนัก

พ่อมดเดินเข้ามาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงทรนงว่า
“เห็นแล้วสินะ นี่แหละผลจากเทคโนโลยีเวทย์มนต์ที่ล้ำสมัยที่สุด”
ซินเดอเรลลาไหล่ตกเล็กน้อย
“นี่เธอจะพูดว่า –เธอสวยมาก- หรือ –เธอเข้ากับชุดนี่จังเลยนะ- ไม่เป็นหรือไง อีตาบ้าสงคราม”
“หืม?? อะไรนะ”
“....ไม่มีอะไร อ้อ ขอบคุณนะด้วยชุดกับของต่างๆนี้ฉันคงจะสามารถเข้าร่วมงานเสี้ยงเต้นรำได้แล้วล่ะ”
“ไม่ต้องขอบคุณผมหรอก มันเป็นภารกิจ เอ้า เอานี่ไปด้วย”
“อะไรหรือ?”
“บัตรเชิญเข้าร่วมงาน เมื่อกี้ลืมให้ไป”
“อา...”
“ไปได้แล้วซินเดอเรลลา ผมไม่ทราบหรอกนะ ว่างานเต้นรำมันสนุกตรงไหน แต่คุณจะสามารถเต้นรำได้ เท่าที่คุณต้องการ”

“เธอมีวิธีพูดที่ทำให้ฉันโมโหได้ซะทุกที....” ซินเดอเรลลาพึมพำขณะกำลังก้าวขึ้นรถม้า แต่พ่อมดได้หยุดเธอไว้
“เวทย์ชุดนี้ จะหมดผลโดยอัตโนมัติ ณ เวลา 0000 บรรลุเป้าหมายให้ได้ก่อนเวลานั้นแล้วถอนตัวทันที มิฉะนั้นตัวตนที่แท้จริงของคุณจะถูกเปิดเผย และคุณจะถูกจับโดย GIGN ของปราสาท”
“เข้าใจแล้ว แต่ไอ้ GIGN นั่นมันคืออะไรน่ะ?”
“หน่วยรบพิเศษของฝรั่งเศส พวกเขานั้นยอดเยี่ยมมาก”
“ตกลง ที่นี่ฝรั่งเศสเหรอ?”
“อย่าคิดมากน่า”
“......................”

ในที่สุดรถม้าฟักทองก็ออกเดินทางพาซินเดอเรลลาไปยังปราสาท

สาวๆที่ล้วนแต่งตัวสวยๆงามๆต่างมารวมตัวกันที่ห้องโถงจัดงานเลี้ยงของปราสาท มีตั้งแต่คนที่ตั้งใจจะมาพิชิตหัวใจของเจ้าชาย คนที่ตั้งใจจะมาเพื่อความสนุกสนาน คนที่มาขายอาหาร และคนที่มาตั้งโต๊ะพนันฟุตบอล!! ทุกคนต่างก็มีจุดมุ่งหมายเป็นของตนเอง

บรรยากาศในห้องโถงกังวานไปด้วยบทเพลงจากวงซิมโฟนีออเคสตราของปราสาท ทั้งๆที่งานนี้เป็นงานเต้นรำของสาวๆ แต่ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด เพลงที่บรรเลงจึงเป็นบทเพลง Fate(ชะตากรรม) ของบีโธเฟน เนื่องจากบทเพลงนี้เป็นบทเพลงที่ค่อนข้างมืดหม่น จึงเป็นการยากยิ่งนักที่จะเต้นรำภายใต้บทเพลงนี้

“.....เสด็จพ่อ ลูกคิดว่าเราควรจะเปลี่ยนเพลงดีหรือไม่?” องค์ชายเคียวโกะซึ่งเป็นบุคคลหลักของงานนี้ถาม ถึงแม้เขาจะเป็นองค์ชาย แต่อย่างไรก็ตามเขาก็เป็นผู้หญิงที่น่ารักสวมแว่นตาและถักผมเปียทั้งสองข้าง (ประโยคนี้ค่อนข้างจะไม่สมเหตุสมผล แต่อย่าไปสนใจมากนักเลย)

“หืม แต่พ่อชอบนะ ทำไมรึ” ราชาฮายาชิมิสุซึ่งปกครองประเทศนี้ตอบกลับมา
เขาเป็นชายที่ดูหลักแหลม ผมสีดำ สวมแว่นขอบทองเหลืองซึ่งดูแล้วเข้ากับตัวเขายิ่งนัก
“ลูกควรจะเลือกชายาจากด้วยเต้นรำนี้นี้มิใช่หรือ? ลูกไม่อยากแต่งงานกับสตรีประเภทที่สามารถเต้นรำได้อย่างสวยงาม ทั้งๆที่เพลงที่บรรเลงมันมืดมนออกขนาดนี้”
“อย่างนั้นหรือ? แต่ช่างเถอะ เขาเป็นเจ้าสาวของลูกนี่ ลูกชอบคนไหนก็เลือกคนนั้นก็แล้วกัน”
“ลูกก็คิดไว้อย่างนั้น”
“แต่ว่า ไม่ใช่ว่าจะเป็นใครที่ไหนก็ได้นะ”

ราชาฮายาชิมะดันแว่นของเขาขึ้นไปด้วยนิ้วชี้แล้วกล่าวว่า
“มันจะเป็นปัญหาใหญ่ ถ้าภรรยาของลูกเป็นพวกอุดมคติจัด และห้ามนิยมคอมมิวนิสต์หรือนิยมระบบสาธารณรัฐ เพราะอย่างไรก็ตามพ่อยังคงเป็นกษัตริย์อยู่ ต้องไม่เป็นนักนิยมศาสนาหัวรุนแรง พวกฟุ่มเฟือยหรือนักฉวยโอกาสนั่นก็ไม่เอานะ และวต้องเป็นคนที่ไฝ่เรียนรู้แต่เศรษฐศาสตร์เป็นสาขาที่ต้องห้ามเด็ดขาดนะ”
“เอ่อ....”
องค์ชายเคียวโกะเข้าใจประโยคเมื่อสักครู่ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง

“อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับชายาในอนาคตของลูกคือ จะต้องไม่เป็นอันตรายกับคณะรัฐบาล ดังนั้นความสามารถในการเข้าสังคมจึงเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่”
“ถ้าเช่นนั้นทำไมเราจึงจัดงานเลี้ยงเต้นรำเล่าท่านพ่อ”
“พ่อก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่งานเช่นนี้จัดต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ก่อนรัชสมัยที่แปด หน้าที่ของกษัตริย์ที่ต้องคำนึงถึงอีกประการหนึ่งคือการรักษาประเพณีให้ดำรงไว้”

ความสามารถในการถกเถียงของราชาฮายาชิมิสุเป็นที่เลื่องลือแม้กรัทั่งในอาณาจักรข้างเคียง ดังนั้นเจ้าชายเคียวโกะจึงตัดสินใจที่จะหยุดพูดในเรื่องนี้ต่อไป
“เมื่อคำนึงถึงเงื่อนไขทั้งหมดที่พ่อบอกไป ลูกมีใครอยู่ในใจหรือยัง?”
“ลูกขอคิดก่อนนะครับ”

ตั้งแต่งานเลี้ยงเริ่มขึ้น หญิงสาวมากหน้าหลายตาต่างก็พากันมาแนะนำตัวต่อเจ้าชายเคียวโกะ หากทว่ายังไม่มีผู้ใดที่สามารทำให้หัวใจของเจ้าชายหวั่นไหวได้แม้แต่คนเดียว

“ยังไม่พบใครที่ถูกใจเลยครับ ทุกคนดูน่ารักเหมือนกันไปหมด”
“แล้วลูกคิดอย่างไรกับสามพี่น้องเมื่อสักครู่นี้ล่ะ? พ่อคิดว่าพวกเธอดูร่าเริงดีนะ”
ทั้งสองคนกำลังพูดถึงแม่หม้ายที่ชื่อมิซูกิกับลูกสาวทั้งสามของเธอที่มาแนะนำตัวเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา แต่ทั้งสามสาวต่างทะเลาะกันเพื่อที่จะได้จับมือกับเจ้าชาย ทหารยามจึงควบคุมตัวทั้งสามคนรวมทั้งแม่ของเธอไปขัง

ทันใดนั้นเอง ผู้คนในห้องโถงต่างกระซิบกันพึมพำ
(โอ้ เธอช่างสวยงามเสียนี่กระไร)
(ลูกสาวของตระกูลไหนกันเนี่ย)
(สวยอย่างกับ Hepburn) **Katharine Hepburn ดารารางวัลออสการ์**

ฝูงชนที่ต่างก็กระซิบกระซาบกันนั้นแหวกออกเป็นทาง และตรงกลางนั้นเองหญิงสาวสวยงามแลดูสูงศักดิ์ ก็เดินตรงเข้ามาหาเจ้าชายเคียวโกะ
หญิงสาวคนนั้นคือซินเดอเรลลาที่ สิบพ่อมดเอกซาการะ ช่วยด้วยเวทย์มนต์ของเขานั่นเอง

“โอ้....” เจ้าหญิงเคียวโกะถึงกับอุทานเมื่อมองเห็นเธอ
เธอสวมชุดผ้าไหมสีขาวราวหิมะ ผมสีดำยาวตรง ดวงตาของเธอนั้นใสกระจ่าง ผละผิวพรรณนั้นแลดูนุ่มนวลไร้ซึ่งตำหนิ เธอช่างเป็นสตรีที่สวยและสง่างามเสียนี่กระไร

“สวัสดีเพคะเจ้าชาย” เธอกล่าวคำทักทาย จากนั้นลดสายตาลงเล็กน้อยแล้วย่อตัวลง
“คานา.... เอ่อเธอช่างสวยเสียเหลือเกิน” องค์ชายบ่นพึมพำแล้วพวงแก้มของเขาก็แดงขึ้นเล็กน้อย
ท่าทางองค์ชายออกจะงุ่มง่ามเล็กน้อย ออกจะดูราวกับว่าได้ลืมสิ่งต่างๆรอบตัวไปหมดสิ้น เจ้าชายของเราดูเหมือนว่าจะถูกใจซินเดอเรลาเข้าซะแล้ว

ซินเดอเรลล่าตะลึงกับปฎิกิริยาที่ไม่คาดคิดขององค์ชาย แต่หลังจากที่เธอกระแอมครั้งหนึ่งแล้วเธอก็ตั้งสติได้
“อะ แฮ่ม องค์ชายเพคะ ช่วยกรุณาเป็นเกียรติเต้นรำกับหม่อมชั้นหน่อยได้ไหมเพคะ”
เธอถาม แล้วเจ้าชายเคียวโกะ ซึ่งดูเหมือนเพิ่งตื่นจากความฝันก็รับสะบัดหน้าสองสามครั้งแล้วตอบว่า
“ได้สิ เรามาเต้นรำกัน คานะ....”
“อันที่จริง อืม....ชื่อของหม่อมชั้นคือซินเดอเรลล่านะเพคะ ไม่ใช่คานะ”
“อ้อ.. จริงสินะ คานะ...............”

องค์ชายเคียวโกะซึ่งตกหลุมความงามของเธอ ดูเหมือนว่าสติจะลอยไปไหนต่อไหนเสียแล้ว

บทเพลงที่บรรเลงอยู่นั้นก็จบพอดิบพอดี และแล้วเพลงวอล์ซปกติก็เริ่มขึ้น เจ้าชายและซินเดอเรลล่าต่างก็เต้นรำกันอย่างเบาพริ้ว อย่างสง่างามตามจังหวะของดนตรี ผู้คนรอบข้างต่างมองทั้งคู่ด้วยสายตาที่หลงไหลไปกับการเต้นรำนั้น

เนื่องจากซินเดอเรลลานั้นสูงกว่าองค์ชายเคียวโกะ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เที่เธอจะเป็นฝ่ายนำเสียเอง แต่อย่างไรก็ตามทั้งคู่ดูมีความสุขในช่วงเวลานี้

ราชาฮายาชิมะเห็นดังนั้นจึงรีบแอบสั่งให้มือขวาของเขาที่เป็นหัวหน้าหน่วยข่าวกรองทันที
“ตรวจสอบทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้น และจากนี้ไปให้ติดตามเธอตลอดเวลาด้วย”
ยังไง ยังไงเขากํยังคงเป็นราชา (อยู่ดี)

บรรเพลงบรรเลงต่อเนื่องกันโดยไม่หยุด จากวอล์ซ ก็เป็นแทงโก ตามด้วย ร๊อค แรคเก้ แล้วก็ ฮิปฮอป แล้วจบด้วยการปรากฎกายของราชาเพลงโซล –เจมส์ บราวน์- ที่ออกมาอำนวยพรให้แก่ทั้งสองคนด้วยเสียงตะโกน “Gettup”


ทั้งซินเดอเรลลาและองค์ชายต่างก็เต้นได้กับเพลงทุกประเภท นั่นเป็นเพราะพวกเขาต่างสนุกสนาน อนิจจาซินเดอเรลลา เธอลืมกำหนดเวลาของเธอซะแล้ว
ในขณะที่เธอกำลังสนุกสนานกับการเต้นทวิสต์นั่นเอง ระฆังบอกเวลาเที่ยวคืนก็ดังขึ้น
“โอ้!!!!!!!!!!!!”
ซินเดอเรลลาหน้าซีด แล้วเธอก็ระลึกถึงคำเตือนของสิบพ่อมดเอกซาการะขึ้นมาได้
“เวทย์มนต์จะหมดผลเมื่อเวลา 0000”

เธอตกอยู่ในภาวะวิกฤตเสียแล้ว หากเวทย์มนต์เสื่อมลงต่อหน้าฝูงชน ไม่เพียงแต่จะต้องอับอายขายหน้าแล้ว หากแต่เธอยังอาจจะถูกจับโดยทหารรักษาพระองค์ก็ได้”
เมื่อเจ้าชายเคียวโกะเห็นซินเดอเรลลาหยุดไป เขามองเธอด้วยสีหน้าสงสัย
“เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
“ขอโทษนะพคะ พอดีหม่อมฉันเพิ่งนึกได้ว่ามีงานด่วน คือถึงเวลาให้อาหารแมวแล้วล่ะเพคะ”
ปกติแล้วลูกสาวตระกูลสูงศักดิ์เขาต้องทำงานให้อาหารแมวกันด้วยหรือ

“เอ่อ....”
“เป็นช่วงเวลาที่หม่อมฉันสนุกสนานมากเพคะ เจ้าชาย แต่อย่างไรก็ตามต้องขอตัวก่อนนะเพคะ”
เธอบอก และก่อนที่เจ้าชายเคียวโกะจะทันได้ห้าม เธอก็หันหลังกลับไปแล้ววิ่งตัดผ่านห้องโถงออกไปยังระเบียงที่เชื่อมกับบันไดทันที

“หยุดก่อน”
องค์ชายเคียวโกะตามเธออกไป แต่ซินเดอเรลลาของเรานั้นไม่ใช่คนโง่ขนาดที่ว่าจะหยุดเมื่อมีคนสั่งให้เธอหยุด
“แย่ที่สุด ใส่อย่างนี้แล้ววิ่งไม่ถนัดเอาซะเลย” เธอบ่นแล้วแตะรองเท้าแก้วทิ้งไปอย่างไม่ใยดี แล้ววิ่งต่อไปราวกับบ้าคลั่ง
เธอเร็ว เร็วมาก เร็วจนกระทั่งองค์ชายไม่อาจตามได้ทัน

“ทหาร…..ใครก็ได้ ช่วยหยุดผู้หญิงคนนั้นที” องค์ชายตะโกนดังลั่นแล้วองค์รักษ์ของปราสาทก็ออกมายืนขวางทางของซินเดอเรลลาเอาไว้
คู่ต่อกรของเธอคราวนี้เป็นมืออาชีพ ไม่มีทางที่มือสมัครเล่นอย่างซินเดอเรลลาจะสามารถเอาชนะได้
“ฮึ คงจะมาได้แค่นี้สินะ” เธอปลงใจ แต่........................................... “ปัง ปัง”
เสียงปืนดังขั้นแล้วองค์รักษ์ก็ลงไปนอนกองอยู่กับพื้น ทีชะคน ทีละคน

“หา !!!!!!!!”
ที่ข้างหน้าของซินเดอเรลลาที่กำลังตื่นตะลึงนั่นเอง สิบพ่อมดเอกซาการะอยู่ดีๆก็ปรากฎตัวขึ้นมา เขายังคงสวมเสื้อคลุมตัวเดิมกับหมวกยอดแหลม แต่คราวนี้ในมือเขาเปลี่ยนเป็นช๊อตกัน
“ยังวิ่งได้ไหม?”
“เอ่อ... อื้ม ได้สิ”
“ถ้าอย่างนั้นรีบตามผมมา” เขาบอกแล้วเคลื่อนตัวทันที ซินเดอเรลลาก็วิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว

“บริการหลังการช่วยเหลือน่ะ แต่ว่าการแทรกซึมเข้ามาโดยที่ไม่มีบัตรเชิญก็ยากพอสมควรเหมือนกัน”
“แล้ว ปืนนี่ล่ะ”
“เรมิงตันเวทย์มนต์ M870 บรรจุกระสุนลูกโดด”

องค์รักษ์อีกจำนวนหนึ่งโผล่ขึ้นมาขาวงคนทั้งสอง ขณุที่ทั้งคู่กำลังมุ่งตรงไปที่ประตูปราสาท
ปัง ปัง
พ่อมดยิงด้วยความแม่นยำที่เหลือเชื่อ และองค์รักษ์ก็ล้มลงไปกองกับพื้น คนที่ถูกยิงด้วยกระสุนเวทย์มนต์แบบสตัน(Stun) สลบลงไปทีละคน ทีละคน
“สะ สุดยอดไปเลย”
“ทางนี้”

พวกเขาวิ่งมาจนถึงสวนของปราสาท ซึ่งรถม้าฟักทองจอดรออยู่
“ขึ้นรถ เร็วๆเข้า” พ่อมดตะโกนบอก ขณะเดียวกันเขาก็กราดยิงใส่หมู่องค์รักษ์ที่ตามมา ซึ้นเดอเรลลากระโดดขึ้นรถม้าอย่างรวดเร็ว
“เรียบร้อยแล้ว”
“ออกรถเลย”

สารถีลงแส้แล้วล้อของรถม้าก็ขยับบดพื้น ส่งให้รถม้าเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว และพ่อมดก็กระโดดขึ้นรถในเสี้ยววินาทีสุดท้าย
แต่แล้ว ประตูปราสาทก็ปิดลง พวกเขาไม่มีทางหนีทางอื่นอีกแล้ว

“แย่ที่สุด ไม่มีทางแล้ว!!!!” ซินเดอเรลลาสบถ แต่ทันใดนั้น พ่อมดก็หยิบลูกระเบิดมือออกมาจากใต้ผ้าคลุมแล้วถอดสลักนิรภัยออก
“ระเบิดมือเวทย์มนต์....ใช่ไหม?”
“เปล่า นี่คือระเบิดมือศักดิ์สิทธิ์ ที่มีตำนวนเล่าขานกันมาว่ากษัตริย์อาเธอร์เคยใช้”
“....................”

เวลาเดียวกับที่เขาตอบนั้นเอง พ่อมดก็ขว้างระเบิดมือไปที่ประตูปราสาท อึดใจถัดมาก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น แล้วประตูก็ถูกระเบิดกระจายไป
“หนีให้เร็วที่สุด”
ทันใดนั้นเองรถม้าฟักทองก็วิ่งผ่านกลุ่มควัน และซากประตูปราสาท พวกเขาหนีออกจากปราสาทอย่างอึกทึกครึกโครม

ถัดมาไม่นานนักเสียงระฆังบอกเวลาเที่ยงคืนก็สงบลง เวทย์มนต์ก็เสื่อมไปตามเสียงระฆัง รถม้าแปลงกลับเป็นฟักทอง ม้าเปลี่ยนเป็นหนู และสารถีก็กลับเป็นกิ้งก่า
“อ้าาาาาาาาาาาาาาาาา”

รถม้าที่เธอนั่งหายไปอย่างกะทันหัน ทำให้เธอลอยอยู่กลางอากาศ
พ่อมดกลับตัวกลางอากาศด้วยท่วงที่ที่ชำนิชำนาญ แล้วกอดเธอเอาไว้ จากนั้นจึงลงพื้นด้วยหลังอย่างมีทักษะ แล้วทั้งสองคนก็กลิ้งตกลงไปในแม่น้ำข้างทาง หลังจากเสียงดังโครมใหญ่แล้วผิวน้ำก็สงบลง

น่ายินดีที่หน่วยทหารม้าที่ตามมาไม่สังเกตเห็นพวกเขา เลยวิ่งผ่านไป
จากนั้นพ่อมดก็ช่วยซินเดอเรลลาขึ้นมาบนฝั่ง
“แค่ก แค่ก”
“เกือบไปแล้วสินะ”
เธอเปียกปอนไปหมดทั้งตัว ชุดที่สวยงามนั้นก็กลับกลายเป็นชุดสกปรก ปุปะปุปะ ดังเดิม

“อา” ซินเดอเรลลาถอนหายใจ เมื่อเธอสังเกตเห็นตัวเธอในสภาพเช่นนี้
“ฉันเข้ากันกับเจ้าชายได้ดีเสียนี่กระไรแต่ พรุ่งนี้ฉันคงต้องกลับไปแผชิญหน้ากับความจริงที่เจ็บปวดเหมือนเดิม”
“หมายความว่าถ้ามีงานอย่างนี้ทุกวันคงจะดีใช่ไหม?”
“เปล่า นั่นมันไม่ใช่ปัญหาหรอก”
“นั่นสินะ ถ้าจัดงานประเภทนี้ทุกวัน เศรษฐกิจของประเทศคงล่มสลายพอดี”
“ฉันหมายความว่า ฉันอาจจะได้รับการคัดเลือกให้เป็นชายาของเจ้าชายก็ได้
ถ้าฉันไม่ได้มอมแมมอย่างนี้ และถ้ามันเกิดขึ้นจริง ฉันจะได้ออกจากชีวิตที่ลำเค็ญนี่เสียที ...เฮ้อ ฉันเริมคิดว่ามนุษย์อาจจะมีความสุขมากกว่านี้ก็ได้ หากเขานั้นไร้ซึ่งความฝัน”

สิบพ่อมดเอกซาการะจ้องไปที่ซินเดอเรลลาซึ้งกำลังซึมเศร้า
“อะ...อะไร?”
“ซินเดอเรลลา คิดอย่างนั้นเป็นการยอมรับความพ่ายแพ้นะ” พ่อมดพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“หือ”
“ถึงแม้ว่าสถานการณ์การรบจะเสียเปรียบและคุณกำลังจะแพ้ แต่คุณต้องไม่หวังพึ่งกำลังสนับสนุน อ่านสภาภูมิประเทศและภูมิอากาศให้ออก รู้จักจุดอ่อนและจุดแข็งของศัตรู อดทนต่อความยากลำบากที่เกิดขึ้น และตัดสินใจเลือกหนทางที่ดีที่สุด นั่นคือเคล็ดลับในการเอาชีวิตรอด ไม่มีอนาคตสำหรับทหารที่ยอมแพ้หรอกนะ”

นี่เป็นครั้งแรกที่พ่อมดพูดกับเธอด้วยความจริงใจ เธอมองเขาด้วยสีหน้างงงง
“ไม่ว่าจะอยู่ในปราสาท หรืออยู่ที่ไหนก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ ยังไงก็ยังคงมีศัตรูอยู่เสมอ เธอคิดจะพึ่งพาเจ้าชายไปตลอดชีวิตอย่างนั้นหรือ?”
“ฉัน ฉัน” ซินเดอเรลลารู้สึกลำบากใจที่จะตอบคำถามนี้ แล้วพ่อมดก็ลุกขึ้น
“เธอไปคิดเอาเองก็แล้วกันนะว่าควรทำอย่างไร เธอน่าจะทำได้ถึงแม้จะไม่มีเวทย์มนต์ก็ตาม”
“เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน”
“ลาก่อนนะ” พ่อมดกล่าวคำอำลา แล้วเดินจากไป แต่ซินเดอเรลลาพยายามเรียกไว้

“คุณพ่อมด”
“หืม มีอะไรรึ?” เขาหยุดเดินแล้วถามกลับ
“คุณจะไปไหนหรือ?”
“ไปทางตะวันตก ภารกิจต่อไปกำลังรออยู่” ท่าทางที่เขาพูดประโยคนี้นั้นช่างดูน่าประทับใจเสียเหลือเกิน ดีจนกระทั่งดูไม่เข้ากับเขาเสียเลย แล้วพ่อมดก็หายลับไปในความมืดของกลางคืน
“เขาจากไปซะแล้ว”

การอยู่เพียงลำพังทำให้ซินเดอเรลลานึงถึงคำพูดของพ่อมด
(จริงสินะ ฉันคิดพึ่งพาคนอื่นมากเกินไป) ซินเดอเรลลาเริ่มคิด
(คิดๆแล้ว ไม่มีทางที่คนคนอย่างฉัน จะได้เป็นชายาของเจ้าชาย ฉันควรจะคิดถึงชีวิตตัวเองให้มากกว่านี้ ดีกว่าที่จะไปหวังลมๆแล้งๆ ในเวลาวิกฤตนะ ผู้ชายมักจะพึ่งพาไม่ได้เอาซะเลย เหมือนพ่อของฉันยังไงล่ะ)
ความคิดของซินเดอเรลลาเริ่มสมเหตุลมผลขึ้น
(ใช่แล้วอย่างแรกเลยคือ คฤหาสน์นั่นเป็นของ พ่อ-แม่ ของฉันนี่นา แล้วคนแปลกหน้าอย่างพวกนั้นมีสิทธิ์อะไรมาทำกร่างในคฤหาสน์? กฎหมายก็กฎหมายเหอะ ถ้ามันงี่เง่าอย่างนั้นฉันก็ไม่ขอทำตามหรอก ใช่แล้วทำไมช่างโง่อย่างนี้นะเรา)
เธอสะกดอารมณ์โกรธที่กำลังพลุ่งพล่านเอาไว้ แล้วเดินเท้าเปล่ากลับบ้าน

เจ้าชายเคียวโกะ ที่ตกหลุมรักซินเดอเรลลาอย่างหัวปักหัวป่ำ นั้นต้องการที่จะได้เธอมาเป็นชายายิ่งนักไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรก็ตาม”
แต่เจ้าชายไม่รู้ที่อยู่ของซินเดอเรลลา ชื่อเต็ม หรือแม้แต่เบอร์โทรศัพท์ เบาะแสเพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่คือรองเท้าแก้วคู่ที่เธอทิ้งไว้ที่ปราสาทนั่นเอง กษัตริย์ฮายาชิมะที่ท่าทางจะมีข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับเธอ ก็ดูเหมือนว่าพยายามทดสอบความสามารถของบุตรชายของเขา เขาจึงไม่เปิดเผยข้อมูลแม้แต่อย่างเดียว

ด้วยเหตุผลดังที่ว่ามาข้างต้น เจ้าชายเคียวโกะจึงออกคำสั่งดังนี้
“ให้ผู้หญิงทุกคนในอาณาจักรแห่งนี้ทดลองสวมรองเท้าคู่นี้ ค้นหาสตรีที่สวมรองเท้าคู่นี้ได้อย่างเหมาะเจาะ จำลองรองเท้าให้เหมือนคู่นี้ทุกประการอีก 128 คู่แล้วแบ่งหน่วยค้นหาออกเป็น 128 หน่วย”

คำสั่งนี้ออกจะดูจริงจังไปหน่อยเมื่อคิดว่าเรื่องนี้เป็นเพียงเทพนิยาย แต่นั่นแสดงให้เห็นว่าองค์ชายนั้นเอาจริงเอาจังมากขนาดไหน

ในวันนั้นเองผู้รับใช้ของเจ้าชายก็นำรองเท้าจำลองกลุ่มละคู่ แล้วเดินทางกระจายกันออกไปทั่งอาณาจักร ผู้รับใช้คนหนึ่งที่ชื่อคาซามะก็ไปยังคฤหาสน์ของซินเดอเรลลาที่อยู่ไม่ไกลจากปราสาทนัก

ลอร์ดคาซามะหยิบรองเท้าออกมาแล้วเคาะประตูของคฤหาสน์ แม่เลี้ยงมิซูกิจึงออกมารับ
“ค่ะ”
ดูท่าทางเธอจะอ่อนเพลียและงงงวย ในขณะที่เขากำลังคิดว่าควรจะเข้าไปข้างในหรือไม่เธอก็เปิดประตู
“เข้ามาสิ”
เขาเดินเข้าไป แต่ข้างในคฤหาสน์นั้นว่างเปล่า ตั้งแต่ระเบียงทางเข้า ห้องหับต่างๆต่างเงียบสนิท ไม่มีแม้แต่เฟอร์นิเจอร์สักชิ้น หรือแม้แต่ของตกแต่งบ้าน
ลูกสาวทั้งสามคนยังคงอยู่ในชุดราตรี เกาะกลุ่มกันอยู่ ณ มุมหนึ่งของห้อง

“ต้องขอโทษด้วยนะครับ แต่ว่า มันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”
“ฝีมือของนังซินเดอเรลลาตัวดีน่ะสิ” แม่เลี้ยงพูดโพล่งขึ้นมา
“พวกเราถูกขังอยู่ในปราสาทหนึ่งวัน พอเรากลับถึงบ้าน...... มันขนทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านนี้ไปขายในเมือง แล้วหอบเงินหนีไป นังตัวร้ายนั่นถึงขนาดขายชุดชั้นในของชั้นกับลูกๆให้ร้านขายของลามก(Porn Shop) ปกติแล้วต้องทำกันถึงขนาดนี้เลยหรือไง?
“อา...ช่างเหลือเชื่อจริงๆ?”

“พอเราไปหาตำรวจ พวกนั้นก็บอกเราว่า “ปลงซะเถอะ” ฮึ! ไอ้โจรขโมยภาษีพวกนั้น แกก็เหมือนกันใช้มั้ย เอ้าว่ามาสิ มีอะไรก็ว่ามา?”
ลอร์ดคาซามะพยายามอย่างหนัก เพื่อที่จะกล่อมแม่ลูกพวกนั้นจนสงบลง
“เรื่องนั้นเอาไว้ว่ากันที่หลัง แต่ตอนนี้ผมอยากให้คุณสุภาพสตรีลองสวมรองเท้าคู่นี้ก่อน จะลองดูไหมครับ?”
แม่เลี้ยงและลูกๆต่างมองหน้ากันด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน
“เอาเถอะ ลองดูก็ได้เผื่อเผื่อเอาไว้”
ไม่ต้องบอกก็คงจะรู้ว่า ไม่มีใครที่จะสวมมันได้พอดีแม้แต่คนเดียว

สิบพ่อมดเอกซาการะกำลังเดินบนทางที่มีเพียงเส้นเดียว
นาทหารชั้นประทวนอย่างเขาไม่สามารถใช้คาถาเคลื่อนย้าย หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างอื่นได้ เขาจึงต้องอาศัยการเดินเพื่อไปยังภารกิจต่อไป
ขณะที่พระอาทิตย์กำลังจะตกนั่นเอง ก็มีรถม้าวิ่งมาจากข้างหลังแล้วหยุดลง ข้างๆเขา

“หืม??”
เมื่อเขาเห็นหญิงสาวที่นั่งอยู่เพียงคนเดียวในตำแหน่งคนขับ พ่อมดก็รู้สึกตะลึงเล็กน้อย
“สวัสดีคุณพ่อมด” ซินเดอเรลลาทักทาย เธอสวมชุดแบบนักเดินทางใหม่เอี่ยม และรองเท้าหนังที่ดูทนทาน
“เกิดอะไรขึ้นกันล่ะเนี่ย?”
“ก็แค่ทำตามที่คุณแนะนำ พอลองใช้หัวนิดหน่อยก็ได้แผนออกมา ฉันเองก็ตกใจเหมือนกัน ไม่ได้คิดว่าจะได้ผลขนาดนี้”
“อือ ฮึ”
เขาพยักหน้าสามสี่ครั้ง แล้วพูด “อืม อืม” โดยที่มือกอดอกอยู่

“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วสินะ” เขาถามแล้วหญิงสาวคนนนั้นก็ส่งยิ้มให้เขา
“แล้วคุณจะทำอะไรต่อไปจากนี้ล่ะ”
“อย่างที่บอก ไปทางตะวันตก”
“บังเอิญจริงๆ กำลังคิดอยู่ว่าจะเดินทางไปทางตะวันตกพอดี ไปด้วยกันไหม?”
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “เอาสิ ขอไปด้วยคนก็แล้วกัน”
“ตรงไปตรงมาดี งั้นไปกันเถอะ”

เขานั่งลงตรงที่นั่งข้างคนขับ แล้วเธอก็เคลื่อนรถม้าออกเดินทาง รถม้าที่ทั้งสองคนนั่งอยู่นั้นเดินทางไปยังทิศที่พระอาทิตย์อัศดง
“แล้วตอนนี้” สิบพ่อมดเอกซาการะถาม “ผมจะเรียกคุณว่าอะไรดีล่ะ?”
“อืม นั่นน่ะสินะ ซินเดอเรลลาก็ไม่เหมาะซะแล้ว แต่เรื่องนี้ฉันคิดว่ายังไม่ต้องรีบร้อนคิดหรอก”
“อย่างนั้นรึ”
“อืม เพราะทางเส้นนี้ดูท่าทางจะไกลนะ เธอดูสิ” เธอตอบ

ภาพของเธอที่อาบด้วยแสงอาทิตย์อัศดงช่างสวยงามน่าประทับใจเสียเหลือเกิน

องค์ชายเคียวโกะผิดหวังมากที่ไม่สามารถตามหาหญิงสาวนางใดที่สามารถสวมรองเท้าแก้วได้พอดีเลย แต่เพราะภาระงานและการศึกษาจำนวนมหาศาลที่พระราชาส่งมาให้เขานั้นทำให้เขายุ่งทุกวัน ทุกวัน และรู้สึกดีขึ้นในที่สุด และจากการที่เขาได้เรียนรู้ว่า แม้กระทั่งตัวของเขาเองก็ยังไม่สามารถได้ทุกสิ่งที่ปรารถนา ทำให้เขานั้นได้กลายเป็นผู้ปกครองที่ชาญฉลาดในเวลาต่อมา และทุกคนก็ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตราบชั่วกาลนาน

เฮ้อ จบซะที แต่คานาเมะนี่ก็โหดใช่หยอกเลยนะครับ กำหนดการต่อไปจะเป็น อรรถาธิบายเพิ่มเติมและ Character Profile ครับ คงจะวันจันทร์หน้าโน่นแหละถึงจะเรียบร้อย




 

Create Date : 08 กันยายน 2548    
Last Update : 14 กันยายน 2548 22:56:05 น.
Counter : 323 Pageviews.  


Nexus
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Nexus's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.