โนว์เทาหมี! รีวิว+แต่งหน้าให้ใบหน้าสวยใส เฟรซทั้งวัน







สวัสดีค้าทุกคนนน นน กลับมาเจอกันครั้งนี้ เมย์ก็จะมาเปิดกรุเครื่องสำอางที่ใช้อยู่ในช่วงที่ผ่านมา
ให้ชมกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ เราเปิดกรุสกินแคร์กันไปแล้วเนอะในกระทู้ก่อน กระทู้นี้ ก็จะเป็น
เครื่องสำอางหลักๆ ที่ใช้แล้วชอบ ใช้แล้วมันดีกับหน้าเรา มาฝากกันค่ะ  แล้วเดี๋ยวตอนท้าย 
แถม How to ฉบับฉับไว ให้ชมกัยด้วย ไปเริ่มกันเลย ยย







smashbox photofinish foundation primer
มาเริ่มกันที่กลุ่มของ Primer  ตัวนี้ถือเป็น Primer ตัวแรกๆที่เมย์ได้ลองใช้เลยก็ว่าได้ 
ตอนนั้นที่ลองใช้เพราะว่าหลายคนบอกว่าตัวเนี๊ย เป็นเหมือนเบสเมคอัพที่ควรมีไว้ตัวนึงเลย 
จริงๆเค้ามีหลายสูตรนะอย่างที่รู้กัน แต่ที่เมย์ใช้จะเป็นตัวนี้ สีเขียว ที่จะช่วยในเรื่อง ริ้วรอย 
จุดด่างดำ และรอยแดง เนื้อจลื่นๆ เกลี่ยง่ายมาก ก แต่มันดูแห้งๆอะ สำหรับเมย์ อันนี้ใช้แล้ว 
ไม่ได้ให้ความชุ่มชื้นเท่าไหร่ แต่ช่วยปรับสภาพสีผิวก่อนแต่งหน้าได้ดี ใช้แล้วสัมผัสได้เลยว่า
ผิวเรียบเนียนขึ้น แต่งหน้าง่ายขึ้น ใช้แล้วเมคอัพติดทนนานดีอยู่ คะแนน  8/10





MAC Prep+Prime CC Colour Correcting SPF 30/PA+++
มาถึงตัวที่สองกัน ตัวนี้เป็นไพรเมอร์เนื้อบางเบา ไม่ได้ปกปิดมาก แต่จะช่วยปรับสภาพผิว 
ให้ดูเรียบเนียนขึ้น แก้ไขพวกจุดบกพร่อง และอำพรางปัญหาต่างๆบนใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ 
ของเมย์ใช้เป็นสี Neutralize ส่วนตัวเมื่อก่อนใช้ตัวนี้บ่อยมาก คิดอะไรไม่ออกก็หยิบตัวนี้มาใช้ 
ด้วยมี SPF30 ด้วย ไม่ต้องลงกันแดดให้หนักหน้าไปอีก ไวต่อการแต่งหน้าสุดๆ 555  เนื้อครีม
เค้าเกลี่ยง่าย อำพรางจุดบกพร่อง พวกรอยแดงได้ค่อนข้างดี ดีสำหรับวันเร่งรีบ ตอบโจทธ์สุดๆ
คะแนน  7.5/10





Ilamasqua Hydra veil Primer
มาถึงตัวสุดท้ายของกลุ่มนี้กันบ้าง กับ Ilamasqua Hydra veil อันเลื่องลือ จริงๆแบรนด์นี้เค้าก็เป็น
แบรนด์เมคอัพที่มาจากประเทศอังกฤษ เป็นแบรนด์ที่นอกจะจะเน้นสีสันจัดจ้านของการแต่งหน้าแล้ว
 เมย์ว่ายังเป็นแบรนด์ที่มีเมคอัพหลากหลายประเภท และน่าสนใจอยู่หลายตัวเลยอย่างพวก
ผลิตภัณฑ์ที่เน้นเรื่องงานผิว เค้าก็ทำออกมาได้ดีนะในหลายๆตัว  และถ้าจะพูดถึงงานผิวแล้ว 
ตัวนี้ไม่มีไม่ได้ 5555 5 ใครๆก็พูดถึง กับคำเคลมที่ว่า Primer เทพ ที่จะช่วยพรีซผิวและเมคอัพ
ให้ดูสดใส นานถึง 8 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยี Anti Oxidant Astaxanthin ที่จะให้ผิวเราเนี๊ย 
รู้สึกฉ่ำน้ำตลอดทั้งวัน และตัวนี้ มันไม่มี Silicon แถมยังเป็น Cosmetic care ที่จะช่วยบำรุงผิว
ของเราอีกด้วยน้า ตอนนี้กลายเป็นลูกรักตัวใหม่ของเราไปแล้วว ว ฮือออ คือตัวเนี๊ย เนื้อมันจะเป็น
เจลใสๆ เหมือนเจลลี่อะ ตักขึ้นมาช้อนนึง จากเจลจะแตกตัว เป็นน้ำใสๆ ผัมผัสตอนลงผิวนี่แบบ
เย็นๆสดชื่นๆ หลังลง ผิวจะดูฉ่ำๆน้ำ ให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ดี ยิ่งผิวแห้งอย่างเมย์แล้ว ใช้แล้วมัน
หลอก ว่าผิวเราดี ผิวเราพักผ่อนมาเพียงพอ 5555  ถือว่าอยู่ทน ผิวดูเปล่งปลั่ง ไม่หมองคล้ำ
ระหว่างวัน สาวผิวแห้งอย่างอิฉันเลยต้องยอมให้กับตัวนี้จริงๆ มีไพร์มเมอร์ดี การแต่งหน้าดี 
มันก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วเนอะะะ >.< คะแนน 9.5/10 ไปเลย





Revlon photo ready
มาถึงรองพื้นกันบ้างดีกว่า รองพื้นตัวนี้ จะเป็นรองพื้นเนื้อบางเบา ที่ช่วยปกปิดรูขุมขนให้ผิวหน้า
เรียบเนียน  ปรับผิวให้กระจ่างใส ที่หลายๆคนคงคุ้นเคย กับคำเคลมที่ว่า ตัวนี้ใช้แล้วช่วยให้ถ่ายรูป
ขึ้นงั้นงี้ ตัวเนื้อรองพื้นจะมีความวาวนิดๆ เนื้อเกลียง่าย ไม่หนักหน้า ดูเป็นธรรมชาติ แต่ไม่ค่อยเน้น
เรื่องการปกปิดเท่าไหร่นัก ให้ลุคแบบดิวอี้ๆ เป็นผิวๆมากกว่า สำหรับคนหน้าแห้งอย่างเรา ถือว่าเอา
อยู่เลย ไม่เยิ้มระหว่างวัน แต่สำหรับคนผิวมันเราว่าอาจไม่เหมาะ ด้วยความที่มันมีวิ้งๆ วาวๆด้วย 
อาจจะยิ่งทำให้หน้าดูมันไปใหญ่ แต่ถือว่าเป็นรองพื้นที่หาซื้อง่าย ใช้กันตายได้ตัวนึงเลยสำหรับเรา
คะแนน 7.5/10





NARS sheer glow
รองพื้นอันเลื่องลืออีกแล้วว ว สำหรับสาวๆที่ชอบผิว ลุคดิวอี้ๆ ฉ่ำน้ำๆ น่าจะต้องเคยลองหรือมีตัวนี้
กันอยู่ในกรุอยู่แล้วเนอะ กับ NARS sheer glow รองพื้นสูตรบางเบาอีกตัว ที่ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน
 กระจ่างใสแบบเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกแบบงานผิว ตัวนี้เค้าจะปกปิดแบบ Light - Medium มี
ความวาวนิดๆ ไม่มาก ดูเป็นธรรมชาติ  ไม่วาวเท่าตัว REVLON นะ เราว่าตัวนั้นวาวกว่า เนื้อตัวนี้
ค่อนข้างเหลว เกลี่ยง่าย ไม่หนา ไม่หนักหน้า เลิฟสุดดดดด  ใช้แล้วผิวดูโกลวๆ ฉ่ำๆ แบบที่ชะนี
หน้าแห้งต้องการจริงๆ แต่ตัวนี้เมย์ว่าไม่ค่อยคุมมันเท่าไหร่นะ ถ้าวันไหนต้องออกแดด นานหน่อย
 หน้าแห้งๆแบบนี้ก็มีเยิ้มนิดๆเหมือนกัน คะแนน 9/10





Illamasqua Skin Base Foundation
ตัวนี้เป็นรองพื้นที่เน้นเรื่องการปกปิดได้ดีกว่า 2 ตัวแรก ตัวนี้เค้าบอกว่ามันให้การปกปิดคกลมกลืน
ไปกับผิวได้ดี สามารถปกปิด ให้ผิวเนียนได้หลายระดับตามความต้องการ เป็นแบบ  Medium-Full
 ตัวนี้จะเป็นตัวที่ปกปิดดีสุด ในบรรดารองพื้นที่เมย์มี แต่ถึงจะปกปิดได้ดีกว่าตัวอื่นๆ แต่เมย์ว่าเนื้อมัน
ก็ไม่ได้หนาหรือหนักหน้านะ เมย์ว่ามันก็ยังเอามาใช้ใน Everyday Look ของเราได้อ ยู่ คือมัน
สามารถ build ได้ ถ้าเราอยากได้ลุคบางเบาๆ งานผิวๆ หน่อยก็ทำได้ดี อยากเน้นการปกปิดมากๆ 
ตัวนี้ ก็เป็นได้ทั้งรองพื้นและคอนซิลเลอร์ในตัว ถ้าส่วนไหนต้องการ การปกปิดมากหน่อย อย่างใต้ตา
หรือรอยดำต่างๆ ลงตัวนี้ซ้ำอีกรอบ ก็แน่นเลยย ย เนื้อรองพื้นออกแนว ซาติน ไม่มีความวาว ฉ๋ำๆ
แต่ก็ไม่ได้แมตต์เกินไป ผิวแห้งแบบเมย์ยังใช้ได้ดีอยู่ เนื้อตัวนี้ส่วนตัวเมย์ว่า ถ้าใช้คู่กับ Hydra veil
 Primer และใช้ฟองน้ำเกลี่ยจะเกลี่ยได้ง่ายกว่า เพราะเนื้อค่อนข้างข้น ลงแล้วให้ผิวเนียนเรียบ
แต่ไม่ดูหนาจนเกินไป โดยรวมใช้แล้วถือว่าเรียบเนียน ติดทน ไม่ต้องพึ่งแอพ 555 คะแนน 9/10





Studio Fix Powder Plus Foundation
แป้งผสมรองพื้นที่ช่วยปกปิด ให้ผิวเรียบเนียนในวันเร่งรีบได้เป็นอย่างดี อณูแป้งเล็ก เนื้อละเอียด
 ตอนลงแป้งใหม่ๆที่คือหน้าเนียนมากกก ผิวดูผ่องฝุดๆ  วันไหนตื่นสาย รีบๆไม่มีเวลาลงรองพื้น 
นี่ลงตัวนี้ ป๊าปๆ รอยคล้ำใต้ตา สีผิวไม่สม่ำเสมอถือว่านางเอาอยู่เลยทีเดียว เนื้อแป้งจะหนาหน่อย
 คุมมันได้ไหม นี่หน้าแห้ง ส่วนมากลงตัวนี้ไม่ค่อยลงรองพื้นก่อนเลยตอบไม่ได้ แต่ตัวนี้แอบดรอบ
ระหว่างวันอะ ใช้แล้วตกบ่ายสีมันเปลี่ยน ดูหน้าหมองลงไม่รู้ทำไม มีเก็บในกรุไว้ในวันเร่งรีบจริงๆ
คะแนน 6.5/10





Illamasqua Powder Foundation
แป้งผสมรองพื้นอีกตัวที่ช่วยปกปิดให้ผิวเรียบเนียนตลอดทั้งวัน นางใช้สีของพิกเมนท์ในการปกปิด
 จึงทำให้ปกปิดได้เป็นอย่างดี โดยไม่รู้สึกหนักผิว และไม่ต้องเติมแป้งบ่อยๆ เค้าบอกว่าตัวนี้ยิ่ง
เหงื่อออกยิ่งสวย เออ ... เอากับเค้าสิ สำหรับผิวแห้งแบบเมย์ ใช้แล้วถือว่าปกปิดได้ดีเลยทีเดียว 
ดูเป็นธรรมชาติ ชอบที่สีเข้ากับผิวช่วงนี้สุดๆ วันไหนที่ใช้ตัวนี้กับรองพื้น เมย์จะใช้พัฟลงในบริเวณ
ที่ต้องการปกปิดมากๆ อย่างใต้ตากับร่องแก้ม ส่วนบริเวณอื่นก็ใช้แปรงปัดทั่วหน้าเอา หรือ 
everyday look แต่งไปทำงาน ก็ลงแค่ไพรเมอร์กับใช้พัฟลงเบาๆทั่วหน้า ก็ได้ลุคผิวเรียบเนียน
เป็นธรรมชาติอยู่ ที่ชอบอีกอย่างคือไม่หมองและสีไม่ดรอประหว่างวัน คะแนน 8.5/10






NYX Nofilter Finishing Powder
แป้ง finishing powder จาก NYX ที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียน พร้อมปกปิดริ้วรอยและจุดด่างดำได้เป็น
อย่างดี ตัวนี้เนื้อแป้งจะมีความโกลวนิดๆ เมย์ใช้กับแปรงปัดทั่วหน้า หลังลงรองพื้นหรือเซ็ทเป็นขั้น
ตอนสุดท้ายหลังแต่งหน้าเสร็จ สำหรับตัวนี้เมย์ว่ามันไม่ค่อยปกปิดเท่าไหร่นะ อย่างริ้วรอยกับรอยดำ
ที่เค้าเคลมไว้ก็เฉยๆอะ เพราะมันไม่ได้เน้นการปกปิด แบบแป้งผสมรองพื้นอยู่แล้วด้วยมั้ง แต่หลักๆ

 ชอบที่ใช้แล้วหน้าดูผ่องดี ใช้ลงหลังรองพื้นแล้วหน้าดูโกลวๆ นิดๆ ผิวดูสวย ฉ่ำๆ นี่ชอบบบ
คะแนน 8/10





มาถึงตะกูล Blush on กันบ้าง ใช้แล้วชอบ ใช้แล้วดีของช่วงนี้มาดูกัน 
(เห้อออ เป็นกระทู้ที่ยาวนานอีกกระทู้สุดๆ 555)

NARS – Orgasm สีที่สาวๆหลายคนคงต้องมีอยู่ในกรุเป็นแน่ สีสวย ละมุน มีความวิ้งในตัว 
ใช้ได้กับทุกวัน เอาไป 8/10

The Balm – Hot mama สีออกส้มพีชมากกว่าตัวแรกนิดนึง แต่ไม่วิ้งเท่า ปัดเบาๆได้ลุคธรรมชาติ ใช้ได้ในทุกๆวันเช่นกัน เอาไป 9/10

NYX – Ombre 02 อันนี้เพิ่งไปสอยมาใหม่ สีสวยออกส้มแบบส้มเลย เป็นแบบ Ombre วันไหน
อยากปัดแบบแมตต์ๆก็ปาดข้างล่าง วันไหนอยากฉ่ำๆเหมือนลงไฮไลท์ในตัวก็ปัดผสมๆ เลิศ 
แถมราคาก็น่ารัก เอาไป 8/10




Lip แล้วคุณขาาา สุดท้ายแต่ไม่ท้ายที่สุด นี่คืือ 4 แท่งที่สลับกันใช้แทบทุกวันในช่วงนี้จริงๆ 
สีต่างกันไหม แฟนบอกไม่ นี่เถียงตาแตก ต่างสิคะต่าง !

NYX – 04 Ruffle trim สำหรับสาวผิวแทนเราว่าทาสีนี้สวยสุดๆ เนื้อแมตต์แต่ไม่แห้งมาก 
สีสวย  ชัด ติดทน เอาไป 8/10

MAC – Matte Taupe เป็นเนื้อแมตต์แต่ไม่มาก ยังให้ความชุ่มชื้นได้ดี สีคล้ายๆ NYX 04 
แต่ออกน้ำตาลกว่า ติดไม่ทน เอาไป 7/10

NYX – 03 Lace defail เป็นอีกสีที่สวยมาก เป็นนู้ดที่ไม่ป่วย สีสวย ติดทนเช่นกัน ไม่แห้ง
จนเป็นคราบ เอาไป 8/10

MAC – Satin Cherish ปกติไม่ค่อยมักลิปเนื้อซาตินเท่าไหร่ เพราะชอบแมตต์ๆมากกว่า แต่
ช่วงที่ผ่านมาปากแห้งมาก เลยต้องใช้ตัวนี้ แต่ใช้แล้วสีสวยดี ปากไม่แห้งลอก ชอบเอาใช้ลง
เป็นสีพื้นปาก แล้วลงสีแดงสดด้านในแบบ Ombre เอาไป 8/10


_________________________________________________________


มาถึงในส่วนของ How to กันแล้วว ในส่วนนี้ขอไปแบบไวๆ เลยละกันนะคะ เพราะยาวมากแล้ว
สำหรับกระทู้นี้ 5555 เอาเป็นแบบ Mini How to มาฝากใน “โนว์เทาหมี! รีวิว+แต่งหน้าให้ใบหน้า
สวยใส เฟรซทั้งวัน” มาฝากละกันเนอะ   ลุคนี้เป็นลุคสำหรับวันเร่งรีบของเมย์จริงๆ เมื่อคืนก็ไปปาร์ตี้
มาได้นอนเกือบตี 4 เช้านี้ต้องรีบออกไปทำธุระข้างนอกอีก ลุคนี้จะออกมาเป็นยังไงนั้น ไปดูกันเลยย 




1. จาก Before จะเห็นเลยว่าใต้ตาคล้ำมากกก ตาก็จะแดงหน่อยๆ ก็นอนไปแค่ 4 ขั่วโมงเองอะเนอะ
 มาเริ่มกันเลยดีกว่าหลังลงครีมบำรุงและกันแดดเสร็จ ก็ตามด้วย Hydra veil Primer จากIlamasqua
 กันค่ะ อย่างที่บอก นอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ หน้าแห้ง มาปรับสภาพผิว หลอกผิวให้ฉ่ำน้ำ แลดู
ผิวสุขภาพดีด้วยตัวนี้กันค่ะ



2. วันนี้อยากเน้นการปกปิดมากหน่อย เมย์เลยเลือกเป็นรองพื้นของ Illamasqua skin base ที่จะ
ช่วยปกปิดและให้ผิวเรียบเนียนมากขึ้น แต่ยังคงความบางเบาและไม่หนักหน้าจนเกินไป และลงซ้ำ
อีกชั้นบริเวณใต้ตา แทนการลงคอนซิลเลอร์ค่ะ

3. จากนนั้นเมย์เลือกเซ็ทด้วยแป้ง finishing powder จาก NYX ค่ะ เพราะลง Primer กับ รองพื้น
แน่นระดับนึงแล้ว แป้งเลยขอแบบเบาๆ ให้ผิวผ่องๆ โกลวๆหน่อยละกัน






4. จากนั้นก็มาเขียนคิ้วและลง eyeshadow กันตามภาพค่ะ อันนี้เมย์ใช้สีเนื้อลงเป็นพื้นก่อน แล้วตาม
ด้วยเอาบรัชออนของ NARS มาลงเบาๆให้ทั่วเปลือกตา จากนั้นเอาบรัชออนสีส้มของ NYX ที่เป็นตัว
 Ombre สีส้มๆมาลงบริเวณกลางเปลือกตา และตาล่าง จากปลายมาถึงกลางตา ต่อด้วยการ เอาสี
น้ำตาลเข้มมาวาดเป็นไลเนอร์ฟุ้งๆ ดัดขนตา ปัดขนตาเป็นอันเสร็จ





5. ปัดแก้มด้วย NARS สี Orgasm เบาๆให้ทั่วแก้ม ลุคนี้ปัดเบาๆ ไม่เน้นสีชัดมาก

6. ตามด้วยไฮไลท์จมูก และโหนกแก้มเบาๆ ด้วย The Balm Mary-Lou ให้หน้าพุ่ง และพุ่งไปอีกกก





7. ลงสีพื้นปากด้วย MAC สี Cherish แล้วเอา NYX สี 04 Ruffle trim มาแตะนิดๆให้สีออกส้มหน่อยๆ
 และลงสีแดงด้านในแบบ Ombre เพื่อให้ลุคนี้ดูสดใสยิ่งขึ้น






8. ในวันเร่งรีบแบบนี้ ผมมีหรือจะสระทัน 555 รวบเป็นบันไปค่ะ เคล็ดลับคือไม่ต้องหวีก่อนมัดนะคะ ผมจะอยู่ตัวได้ดีกว่า






เสร็จแล้ววว ว ว เป็นไงกันบ้างคะ ผู้หญิงคนนั้นที่นอนน้อย ใต้ตาคล้ำหายไปไหนแล้ว 5555 
ต้องขอบคุณโลกนี้ที่เนรมิตร เครื่องสำอางมาให้เราจริงๆ  ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นสาวนอนเต็มอิ่ม 
ผิวดี หน้าดูสดใสกันไปอีกก เมย์ก็หวังว่าทุกคนจะชอบ กระทู้นี้กันนะคะ แม้มันจะยาวมาก ก็ขอบคุณ
ที่ติดตามอ่านกันจนจบ วันนี้ไปก่อนแล้ว สวัสดีค้า 




Create Date : 04 ตุลาคม 2560
Last Update : 4 ตุลาคม 2560 23:01:54 น.
Counter : 830 Pageviews.

0 comment
“Nap Sleep Salons” ร้านแนวใหม่น่าลอง ที่คนชอบนอน พลาดไม่ได้!






“Nap Sleep Salons” ร้านแนวใหม่น่าลอง ที่คนชอบนอน พลาดไม่ได้!


สวัสดีค่ะทุกคนนน….. วันนี้เมย์มีร้านทำผม แนวใหม่ ที่มาจะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักไปพร้อมๆกัน

กับร้านที่มีชื่อว่า “ Nap Sleep Salons ” นั่นเอง หลายๆคนคงคุ้นหูกับชื่อร้านนี้กันมาบ้างแล้วนะคะ

เพราะตัวเมย์เองก็ได้เจอร้านนี้ จากรีวิวกล่าวขาน ในโซเชี่ยวต่างๆมากมาย ถึงความสบาย

และผ่อนคลายถ้าได้มาสัมผัสกับโปรแกรมของทางร้านค่ะ









สถานที่ตั้ง

ร้านนี้นะคะตั้งอยู่ที่ อาคารสยาม คอนโดมิเนียม หลังเซ็นทรัลพระราม 9

การเดินทางก็ค่อนข้างสะดวก เพราะสามารถนั่ง MRTมาลงสถานีพระราม 9 ได้เลย 

แต่ถ้าใครขับรถรถมาก็จอดได้ที่เซ็นทรัลพระราม 9หรือตึกตรงข้ามร้าน The 9th Tower ได้เลยค่ะ

เป็นร้านเล็กๆไม่ใหญ่มาก แต่มีพื้นที่ให้บริการลูกค้าทั้งหมด 2 ชั้น

บรรยากาศภายในร้านตกแต่งสไตล์ลอฟเน้นปูนเปือย ชั้นไม้ 

ตัดกับเฟอร์นิเจอร์สีดำ ที่ทำให้ร้านดูอบอุ่นและทันสมัย








บรรยากาศภายในร้าน

ครั้งแรกที่เราเปิดประตูเข้าไปภายในร้านสิ่งแรกที่เราสัมผัสได้คือ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอม

ที่ให้ความรู้สึกราวกับว่าเราอยู่ สปา ไม่ใช่ร้านทำผม แต่พอนึกขึ้นได้ อ้าว! เราอยู่ทำผมไม่ใช่หรอ?

ไม่ต้องแปลกใจไปค่ะร้านนี้ ก็อย่างที่ชื่อเค้าบอกเลย “Nap Sleep Salons” คือเค้าจะเป็นทั้งร้านทำผม

และเป็นทั้งสปาที่จะทำให้เราได้มานอนหลับ พร้อมกับผ่อนคลาย แบบสบายๆ

ให้หายเหนื่อยกับวันแสนล้าในระหว่างที่เราสระผม และทำทรีตเม้นท์ผมค่ะ


และพอมาถึงร้าน หลังแจ้งรายละเอียดที่จองเวลาไว้เสร็จ

พนักงานก็จะสอบถามเราเรื่องความแรงในการนวดและการเกา

รวมถึงไดร์ผมด้วย ว่าหลังสระเสร็จอยากให้ไดร์แบบไหนค่ะ








โปรแกรมหลักๆของร้านนี้ก็จะมีอยู่ 2 อย่างค่ะ

1. NAP ( Signature )โปรแกรมนี้จะเป็นโปรแกรมสำหรับสระ และไดร์ผม 

ในแบบฉบับของทางร้าน ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เมย์จะมาลองทำกันในวันนี้ค่ะ 

ระยะเวลาในการทำก็ราวๆ 1 ชั่วโมงค่ะ


2. NAP TREATMENT ( Exclusive )โปรแกรมนี้ก็จะมีทั้ง สระ ไดร์ 

เหมือนกันโปรแกรมแรก แต่จะเพิ่มขั้นตอนของการทำทรีตเมนท์ผมเพิ่มเข้ามาด้วย 

โปรแกรมนี้นอกจะผ่อนคลายแล้วนะคะ ก็ยังจะได้บำรุงผมและหนังศีรษะ 

สุดสบายยย ย ไปด้วยในตัวค่ะ









ขั้นตอนการทำ

พอถึงคิวพนักงานก็เขิญเมย์ขึ้นไปด้านบนชั้น 2 ซึ่งชั้น 2 เนี๊ย ก็จะมีการจัดเตียงที่สระผม

ออกเป็นมุมๆจะมีทั้งแบบ เตียงเดียว และก็ 2 กับ 3 เตียง แยกกันไป ด้านข้างก็มีชั้นไม้

แผงไม้มากั้นไว้เป็นส่วนๆ เพื่อความเป็นส่วนตัว

พอเราขึ้นมาถึงด้านบนพนักงานก็ให้เมย์มานอนบนเตียงสระผม ก่อนสระ 

พนักงานก็จะนำแผ่นมาปิดตา และนวดคอ นวดบ่า ไหล่ แล้วก็แขนเราเพื่อผ่อนคลาย

ก่อนที่จะเริ่มขั้นตอนของการสระผมกันค่ะ







มะกรูดสกัดเย็น

ตอนนี้พอล้างผมเสร็จพนักงานก็ลงแชมพู เพื่อเริ่มขั้นตอนของการสระผมกันค่ะ

แชมพูที่ทางร้านใช้นั้นจะเป็นแชมพู “มะกรูด สกัดเย็น” เวลาสระ เราก็จะได้กลิ่นหอมอ่อนๆ 

ของสมุนไพร และรู้สึกเย็นหนังศีรษะ อารมณ์ตอนนั้นคือสบายมากกก ก กก 

บวกกับเพลงบรรเลงในร้านที่เปิดคลอเบาๆแล้ว ชวนให้หลับสุดๆ พอลงแชมพูเสร็จ 

พนักงาน นวด นวด และนวด ความหนักเบาก็ขึ้นอยู่กับที่เราแจ้งพนักงานไว้ตอนก่อนจะขึ้นมาทำค่ะ

ใครชอบให้เกาให้นวดแรงๆ ก็สามารถแจ้งพนักงานได้ตลอดเลย










น้ำร้อนช่วยให้ผ่อนคลาย

หลังจากหลับไปสักพักใหญ่จากที่สระๆ นวดๆ เสร็จแล้วนั้น พนักงานก็มาจับไหล่เราเบาๆ 

ให้เราตื่น แล้วบอกว่า “น้ำร้อนนะคะ” เราก็พยักหน้าค่ะๆ แล้วพนักงานก็เทน้ำลงมา ฮึ่มมมม …

ร้อนจริงๆค่ะ5555 55 คือน้ำก็ร้อนนะแต่ไม่ถึงกับร้อนจนทนไม่ไหวอะ แว๊บแรกคืออาจจะสะดุ้งนิดนึง

แต่พอชินแล้วมันก็ไม่ร้อนแล้วอะ มันชาๆแบบ ผ่อนคลายมากกว่า 

อันนี้เลยแอบถามพนักงานมาว่าทำไมต้องใช้น้ำร้อนเขาบอกว่าเป็นน้ำร้อนออนเซน 

ที่ช่วยล้างความมันจากหนังศีรษะ จนทำให้รู้สึก สบายและสะอาดมากกว่า

พอลงน้ำร้อนแล้วก็ล้างผม เช็ดผม นวดต่ออีกสักพักเป็นอันเสร็จ 

( คือนวดบ่อยมาก นวดตลอดเวลาจริงๆ ฟินไปสิ )







นวดผ่อนคลายหลังสระ


พอเช็ดผมเสร็จพนักงานปรับเตียงที่เรานอนสระให้เป็นแบบนั่ง เออ…. มันเลิศมาก

ไม่ต้องเปลี่ยนเตียงลุกไปไหนเลยจ้า แล้วพนักงานก็มานวดคอ บ่า ไหล่ ให้เราอีกครั้ง

เป็นการผ่อนคลายสุดท้ายหลังจากนอนสระผมมาเป็นชั่วโมงๆ เห้อ ออ สบายแล้ว สบายอีกจริงๆ







จิบชาร้อนแก้ง่วง


ในระหว่างที่นวดอยู่นั้น พนักงานก็มีเสิร์ฟชาร้อนๆ ให้เราจิบระหว่างนวดไปอีกกกก 

อะไรมันจะขนาดนั้นน การได้จิบชาร้อนๆ หลังตื่นเนี๊ย มันสดชื่นจริงๆ อาจจะดูเป็นชาง่ายๆ 

แต่เมย์ว่าร้านนี้เค้าใส่ใจทุกรายละเอียดดีจริงๆค่ะ







ไดร์ผมขั้นตอนสุดท้าย


หลังจากนวดและจิบชาเสร็จแล้ว ก็มาไดร์ผมกันค่ะ เราก็นั่งไดร์ผมตรงที่เราสระผมเลยตรงนี้เราสามารถแจ้งทางร้านได้เลยนะคะ ว่าอยากจะให้ไดร์แบบไหน ใครจะไดร์ตรงหรือเป็นลอนคลายๆ

ได้หมดค่ะ โดยรวมที่นี่ ถึงแม้จะลงท้ายว่า Salon แต่ก็ไม่ได้เน้นการทำผม แบบตัด ซอย ทำสี นู้นนี่นั่นอะไรเลยเมย์ว่าเน้นไปที่สายสปามากกว่า แบบเป็นบริการสปา สำหรับผมและหนังศีรษะโดยเฉพาะ
เพราะทั้งตัวร้านบรรยากาศ และโปรแกรมหลักๆ บวกกับผลลัพธ์ที่ได้ มันเหมือนเราออกจากร้านสปาจริงๆ




(สภาพผม ก่อนและหลังทำ)



เสร็จแล้ววว ว .... อยากจะบอกว่า ฟินสุดๆ >.< อย่างที่บอกไปว่าร้านนี้เนี๊ย 

เค้าพิเศษกว่าร้านทำผมร้านอื่นจริงๆ ทั้งการบริการ ที่พนักงานใส่ใจลูกค้าทุกคนดีมากก 

ละเอียดอ่อนทุกขั้นตอนจริงๆ นอกจากเราจะได้ผมสวย เบาสบายหัวกลับไปแล้ว 

ยังได้ผ่อนคลาย เต็มอิ่มจากการหลับ ไม่ต่างจากเดินออกจากสปาตัวเลย

สำหรับเมย์ เมย์ว่าที่นี่เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่เป็นทั้งร้านทำผม และสปาที่น่ามาลองมากๆ

ใครที่เหนื่อยล้าจากการนั่งทำงาน หรือปวดหัวจากเรื่องเครียดๆ ทั้งรถติด เจ้านายด่า 

กระทั่งป้าข้างบ้านบ่น ก็มานอนหลับ พักผ่อนสมอง ให้ผ่อนคลาย ไปกับที่นี่ได้ 

มย์เชื่อว่า ทุกคนจะไม่ผิดหวังกับไปแน่นอนค่ะ .....




Create Date : 21 กันยายน 2560
Last Update : 21 กันยายน 2560 21:39:57 น.
Counter : 2126 Pageviews.

0 comment
เผยไอเทมลูกรัก มัดใจผิวสวยให้อยู่กับเราไปนานๆ











สวัสดีค่ะทุกคนน …. แฮะๆ แค่ชื่อกระทู้ก็กินขาดแล้วเนอะ 555 5 เว่อร์อะไรขนาดนั้น

จริงๆคือวันนี้เมย์อยากจะมาอัพเดท สกินแคร์ ที่เมย์ใช้อยู่ ในปัจุบัน  ซึ่งไอเทมหลักๆ

ก็จะเป็นพวกที่เน้นในเรื่องของ ความชุ่มชื้นของผิวเพราะตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา 

ผิวเมย์แห้งมากกก โดยเฉพาะหลังจากกลับมาจากญี่ปุ่นคือก่อนหน้านี้จริงๆ 

ก็เป็นคนผิวแห้งอยู่แล้วนะ  แต่ก็ไม่เคยแห้งจนลอก ตึงเหมือนช่วงนั้นเลย 

สกินแคร์ช่วงหลังๆมาของเมย์ เลยจะเน้นไปที่เรื่องของการบำรุงให้ความชุ่มชื้นซะส่วนใหญ่

อย่ารอช้ามาเริ่มกันที่ตัวแรกเลยดีกว่า …..






FREYJA PEAU :







ตัวนี้จะเป็นคลีนซิ่งน้ำแร่ ใช้เช็ดพวกเครื่องสำอางก่อนล้างหน้านี่แหละ แต่พิเศษกว่าเพราะ 

นางเป็นทั้งคลีนซิ่งและโทนเนอร์ ที่จะช่วยฟื้นฟูผิว โดยเค้าบอกว่าตัวนี้เป็นนวัตกรรมใหม่ จากญี่ปุ่น

เรียกว่า S-100 Water ก็คือเป็นน้ำแร่ประจุลบ แล้วน้ำแร่ประจุลบคือ ? 55555 

ก็คือเป็นน้ำแร่ที่จะมีโมเลกุลเล็กกว่าน้ำที่เราใช้กันอยู่ทั่วๆไป 

ก็จะดีตรงที่ มันจะช่วยผลักสิ่งสกปรกพวกคราบเครื่องสำอาง รองพื้น แป้ง อายไลเนอร์ 

บลาๆของเรา ให้หลุดออกจากผิวหน้า ได้อย่างสะอาดและอ่อนโยน 

อีกทั้งยังมีส่วนผสมของ Micellar ด้วย และตัวนี้ยังมีสารบำรุงจาก สาหร่ายหิมะสีแดง

(SNOW ALGAE) เยสสสส อ่านไม่ผิดหรอก สาหร่ายหิมะแดง5555 

(อ่านออกเสียงให้ถูกต้องกันด้วยนะคะ >.<) ที่จะช่วยในเรื่องของการต่อต้านริ้วรอยตีนกา 

ต่างๆนาๆของเรา และคงความชุ่มชื้นให้กับผิว ยิ่งตอนนี้อายุอานามเมย์

ก็จะปาเข้าไป 30 เข้าทุกทีแล้วริ้วรอยเนี๊ยประมาทไม่ได้เล้ยย



ผลการใช้ :

ส่วนตัวเมย์ชอบตัวนี้เพราะรู้สึกว่าเช็ดง่ายดี พวกคราบเครื่องสำอางต่างๆก็หลุดออกง่าย 

แต่ถ้าเป็นพวกอินไลน์เนอร์ ก็อาจจะต้องเช็ดหลายรอบหน่อยแต่ก็ไม่เลอะเทอะเหมือนตอนใช้ออยเช็ด

ที่สำคัญไม่แสบผิว ผิวไม่แห้งเป็นขลุยหลังใช้ หลังเช็ดเสร็จก็จะรู้สึกเย็นๆหน้าสบายหน้าดี

ไม่เหนอะหนะ สำหรับเมย์ตัวนี้ถือว่าโอเคเลย ใช้มาครึ่งขวดละ ไม่แพ้โล่งใจมากกก 555 

ส่วนเรื่องพวกต่อต้านริ้วรอยอันนี้ ยังคงต้องดูกันอีกยาวๆแต่ก็อย่างที่บอก 

พอเช็ดเครื่องสำอางออกง่าย เราก็ไม่ต้องถูแรง หน้าเราก็ไม่เหี่ยวไม่ย่นเนอะ


ปล. ตัวนี้มีส่วนผสมของน้ำหอมด้วยนะคะ แต่เห็นว่าเป็นน้ำหอมสำหรับผิวแพ้ง่ายของเมย์

ปกติผิวแพ้ง่ายอยู่แล้ว แต่ใช้แล้วไม่แพ้นะ ใครที่แพ้ง่ายยังไงก็ลองเทสๆกันดูก่อนก็ดีค่ะ






ZA True white ex essence lotion :





ตัวนี้ไม่น่าต้องอธิบายมากเนอะ มีอยู่ในหลายๆรีวิว ที่ใครๆก็พูดถึง ถือว่าเป็นของดีราคาไม่แรงอีกตัว

ในดวงใจของเมย์เลย อันนี้ขวดที่ 3 ที่ 4 แล้วมั้ง และด้วยส่วนผสมและสรรพคุณ 4MSK ที่ช่วยยับยั้ง

การเกิดเมลานิน ลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำต่างๆ มี Vitamin C ที่ช่วยในเรื่องของความกระจ่างใส

และให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว



ผลการใช้ :

ดีงามพระรามแปด ยิ่งช่วงขวดแรกที่ใช้คือดีมาก รู้สึกได้จริงๆนะว่าผิวดูใสขึ้น มันดูสุขภาพดีขึ้นอะ 

แต่ขวดที่ 3มานี่ รู้สึกเฉยๆละ ไม่ว้าวเหมือนขวดแรก แต่โดยรวมก็ยังถือว่าดีอยู่ เนื้อโลชั่นซึมเร็ว 

ไม่เหนียวเหนอะหนะ กลิ่นไม่แรงมาก เมย์จะใช้เป็นตัวแรกในการลงบำรุงหน้า เช้า-เย็น 

ขวดนึงใช้ได้นานอยู่ เรื่องความชุ่มชื้นก็ดีในระดับนึงเลย ลงตอนเช้าก่อนแต่งหน้า

หน้านุ่มแต่งหน้าติดโอเคเลย







Himalaya Under Eyes Cream :






ดียังไง ? เสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใด ..... 5555 ครีมบำรุงใต้ตาจาก อินตะระเดีย ใช่ปะ 

ก็นี่ฝากน้องสาวซื้อมาจากอินเดีย เห็นหลายๆคนพูดถึง จนนี่ต้องไปหามาลอง สำหรับหลอดนี้ 

หลอดที่ 2 จนใกล้จะหมดหลอดอีกและ ตัวนี้เค้าบอกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ ที่มาจากธรรมชาติ 

ช่วยลดความหมองคล้ำใต้ดวงตา ปรับผิวให้เรียบเนียน นุ่มขึ้น ส่วนผสมหลักๆก็จะเน้นเรื่อง

ห้ความชุ่มชื้นและไม่มีน้ำหอม



ผลการใช้ :

อายครีมเมย์ถือว่าเป็นอะไรที่ยากในการตามหามากก ว่าอันไหนดี อันไหนใช้แล้วใต้ตาไม่ดำ 

ใช้แล้วใต้ตาหายไปเลย ส่วนตัวคือเมย์เป็นภูมิแพ้ด้วย เรื่องใต้ตานี่คือ คล้ำมากก 

ยิ่งช่วงไหนนอนดึก หรือแพ้ฝุ่นที่คล้ำแบบ ใช้คอนซิลเลอร์หมดหลอดคงปิดไม่หมด 555 

นี่ก็เวอร์อีกและ แต่อยากที่ได้ลองอายครีมมาหลายตัว ทั้งราคาหลักพัน จนมาถึงราคาหลักสิบ

อย่างตัวนี้เมย์ถือว่าตัวนี้ดี เกินราคา ใช้แล้วอาจไม่ได้ทำให้ใต้ตาหายคล้ำถาวร แต่ใช้แล้วใต้ตา

ก็ถือว่าดีขึ้น ช่วงไหนนอนดึก โบกเข้าไปเช้ามาช่วยได้ดี ใต้ตาชุ่มชื้น ไม่เหี่ยวไม่แห้งตึง 

ถามว่าจะใช้ต่อไหม ใช่สิแก!!! ทั้งถูก ทั้งคุณภาพพอๆกับแบรนด์หลักพัน

ละจะเปลืองตังไปทำไมหละจริงไหมมม อิอิ






Kiehl's Powerful Strength Line-Reducing Concentrate :






Serum Vitamin C จาก Kiehl’s ที่มีสรรพคุณในเรื่องของการฟื้นฟูผิว ลดเลือนจุดด่างดำ ริ้วรอย 

และช่วยให้ผิวกระจ่างใส อีกทั้งยังมี Vitamin C บริสุทธิ์ ถึง 10.5% ปราศจากสารกันเสีย

ปราศจากการแต่งสี ปราศจากกลิ่น แต่ห้ามปราศจากเงินเป็นอันขาด 

เพราะราคาสูงมากกกก 5555 55 จะร้องไห้



ผลการใช้ :

ใช้แล้วรู้สึกว่าผิวดีขึ้นนะ มันดูเหมือนผิวสดใสขึ้น แต่ไม่ได้ขนาดขาวขึ้นอะไรแบบนั้น 

มันดูผิวสุขภาพดีอะไรทำนองนี้มากกว่า รูขุมขนดูกระชับขึ้น ผิวเนียนขึ้น สังเกตุได้จากตรงจมูกเลย

เห็นง่าย เมย์ใช้แบบประหยัดสุดๆ แต่เสียดายที่เซรั่มมันตกตะกอน เร็วไปหน่อย นี่กะใช้นานๆ

ให้สมราคาซะหน่อย อดเลย ถามว่าจะซื้อใช้ต่อไหมถ้าหมด ...คิดว่าซื้อนะ แต่ต้องรอช่วงเงินทองอู้ฟู้

หน่อยละกัน ตอนไหนช็อตๆก็ใช้ตัวอื่นแทนไปก่อนละกันนะ อิอิ







Physiogel Daily Moisture Therapy Cream :






มาถึงตัวที่ช่วยชีวิตเมย์ในช่วงหน้าแห้ง ลอกเป็นดินลูกรังที่ผ่านมา ก็คือตัวนี้แหละจ้า 

มอยเจอร์ไรเซอร์ ที่ช่วยบำรุงผิว ให้ผิวเรียบเนียน ฟื้นบำรุงผิวบอบบางแพ้ง่าย 

ให้ผิวคงความชุ่มชื้นยาวนาน ลดโอกาสที่ผิวจะกลับมาแห้งซ้ำ จริงๆอันนี้เค้ามี 2 สูตรนะ 

แต่เมย์เลือกใช้เป็นตัวนี้ อีกตัวจะเป็นสีแดง หรือชมพูเนี๊ยแหละ ตัวนั้นจะช่วยลดปัญหาผิวแห้ง

ที่ทำให้ผิวแดงและคัน หรือผิวที่ระคายเคืองง่าย แต่เมย์ว่าผิวเมย์ตอนนั้นไม่ขนาดนนั้น 

เลยเลือกเป็นตัวสีฟ้าดีกว่า ตัวนี้ ไม่มีน้ำหอม สารกันเสีย และไม่อุดตันรูขุมขน


ผลการใช้ :

มันดีมากก คือเมื่อก่อนเมย์จะเลือกใช้สกินแคร์แต่พวกกลุ่มของ ไวเทนนิ่งซะส่วนใหญ่ 

เพราะปกติเมย์เป็นคนผิวคล้ำง่าย และตากแดดบ่อยอยู่แล้ว จากหน้าที่แห้งอยู่แล้ว 

ก็ยิ่งแห้งเข้าไปอีกกกก จนหน้าแห้งขึ้น แบบเอาไม่อยู่ละ เลยต้องปรับเปลี่ยนวิธีการบำรุง 

อย่างที่บอก ตัวนี้เป็นตัวหลักที่กู้ผิวหน้าเมย์ให้กลับมาชุ่มชื้นขึ้นอีกครั้งเลย หลังจากหน้าแห้ง 

ตึงมากๆอยู่ช่วงนึง เนื้อครีมก็จะเป็นครีมเข้มข้น แต่ไม่หนักผิวมาก ช่วงแรกๆเมย์จะใช้ตัวนี้

บำรุงเช้า-เย็นเลย แต่พอผิวหน้าดีขึ้น ตอนนี้ก็ใช้แค่ตอนก่อนนอนรอบเดียวละ 

โดยรวมตัวนี้ถ้าหมดแล้วก็คงซื้อมาใช้ต่อเรื่อยๆนะ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะผิวจะไม่กลับมาแห้งซ้ำ

อย่างที่เค้าเครมเอาไว้หรือเปล่านะ อันนี้คงต้องรอดูกันยาวๆ







Wonjin baby glow cream :






มาถึงตัวสุดท้ายกันแล้ววววว 5555 ตัวนี้ไม่มีอะไรมากเลย ซื้อมาลองใช้เพราะแพ็กเกจล้วนๆ 

โอ้ยยยย กระปุกเอย กล่องเอย ต้องตำๆ แต่พอลองแล้ว เอ้อ .... มันก็ดีนะแก 

ตัวนี้จะเป็นครีมจากคลินิกที่เกาหลี ภายใต้ชื่อแบรนด์ WONJIN EFFECT 

ช่วยในเรื่องการฟื้นฟูผิว ให้ผิวสุขภาพดี เนียนนุ่มและสดชื่นขึ้นตอนตื่นมาทำนองนั้น 

ที่สำคัญนางบอกว่าหน้าจะชุ่มชื้นเงางาม ฉ่ำน้ำแบบสาวเกาหลี




ผลการใช้ :

เนื้อครีมข้นมากกก ก สำหรับคนผิวแห้งแบบเมย์ ถ้าไม่ได้ออกแดดหนักมาก ก็เอาอยู่ 

เนื้อครีมสีขาว มีความเงาวิ๊งในตัว พอทาลงผิวแล้วก็ไม่เหนียวเหนอะหนะนะ ซึมเข้าผิวได้ดีอยู่ 

ทาแว้บแรกแอบตกใจหน่อย เพราะหน้าขาวมาก 555 แต่สักพักเนื้อครีมก็ซึมลงผิวได้ดี 

เหลือไว้แต่ความเงานิดๆ ไม่ได้ฉ่ำน้ำเว่อร์อะไรขนาดที่คิดไว้ โดยรวม ถ้าเวลาทาไปทำงาน 

อยู่ในห้องแอร์ถือว่าโอเคนะตัวนี้ ผิวชุ่มชื้นดี พอบ่ายๆใต้ตา หน้าผากไม่แห้ง

 ไม่เป็นคราบ แต่ถ้าวันไหนต้องอยู่กลางแจ้ง ตัวนี้อาจต้องข้ามไปก่อน






เห้ออ อ อ อ ยาวมากกระทู้นี้ ...หวังว่าเพื่อนๆคงได้ความคิดเห็น ไว้ไปเปรียบเทียบ

ในการลองไอเทมใหม่ๆกันดูเนอะไม่งั้นหน้าจะแห้งงงง ง มากแบบเมย์ช่วงก่อน อิอิ 

ส่วนตอนนี้หน้าดีขึ้นมากแล้ว ยังไงก็อย่าลืม บำรุงผิวให้เหมาะสม 

กับสภาพผิวของแต่ละคนกันนะคะ เพื่อผิวที่สวย จะได้อยู่กับเราไปนานๆนะคะ

วันนี้ไปแล้ว บ๊าย บายย ย ....






Create Date : 13 กันยายน 2560
Last Update : 15 กันยายน 2560 9:53:52 น.
Counter : 668 Pageviews.

0 comment
REVIEW : PHOEBE Magic Moonlight Cream




สวัสดีค้า วันนี้เมย์มี Mini Review ตัว Magic Moonlight Cream 
จากแบรนด์ PHOEBE มาฝากกัน 






มาทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ตัวนี้กันก่อนเลยดีกว่า 
Magic Moonlight Cream เป็นครีมที่เค้าบอกว่าเน้นเรื่องความกระจ่างใส
ตัวครีมใช้สารสกัดธรรมชาติ นำเข้าจากประเทษอิตาลี 
ผสานเทคโนโลยีที่จะช่วยให้เนื้อครีมซึมลึึกเข้าสู่ผิวได้ดี ถึง 95%



ส่วนประกอบหลักในผลิตภัณฑ์

- Capparis Spinosa Extract  ช่วยลดการอักเสบของผิว
- Olive Leaves Extract  ต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตตามินซีถึง 400% 
- Aloesin ยับยั้งการผลิตเม็ดสีในชั้นผิว 
- Oryza Sativa Extract เสริมสร้างคอลลาเจนปรับผิวให้กระจ่างใส
- Red Orange Extract เสรืมสร้างคอลลาเจน ปรับผิวให้กระจ่างใส 






สรรพคุณของผลิตภัณฑ์ 

- ผิวกระจ่างใส
- ผิวหน้าดูเรียบขึ้น
- รอยดำจากสิว ฝ้า กระดูจางลง
- กระชับรูขุมขน
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน









มาดูเนื้อครีมกันบ้าง 

ส่วนตัวเราว่าเนื้อครีมข่อนข้างมีความเป็น ซิลิโครนอยู่นิดๆ 
จะให้ความรู้สึกลื่นๆ เวลาทาลงผิว เกลี่ยง่าย มีกลิ่นหอม 
( สำหรับใครที่แพ้น้ำหอม อาจต้องลองเทสก่อนใช้อีกที )



ทีนี้มาดูผลการทดลองใช้กันดีกว่า !!!!

แต่.... รอบนี้ไม่ได้ใช้หน้าเมย์ในการรีวิวนะทุกคนนน 5555
รอบนี้จะเป็นผู้ทดลองใช้กิตติมศักดิ์ นั่นก็คืออออ แม่ ของเมย์เอง อิอิ
เพราะตัวนี้ อย่างที่บอกสรรพคุณไป น่าจะเห็นผลชัดเจนกับผิวหน้าของแม่มากกว่า
เมย์ก็เลยให้เมย์ทดลองใช้ 1 เดือน เรามาดูผลที่ได้กันดีกว่า 








จากที่ดูจากภาพ และที่แม่บอกมา ก็จะเห็นได้ว่า ผิวหน้าแม่ดูสุขภาพดีขึ้น
รอยฝ้า กระก็ดูจางลงพอสมควร ให้สังเกตดูที่ช่วงแก้มซ้ายแม่ เดิมกระจะเยอะมาก
โดยรวมแม่บอก ผิวดูชุ่มชื้นขึ้น หน้าดูตึงขึ้นกว่าเก่า 555 
ในเรื่องความขาวใส ผิวหน้าแม่ก็ดูใสขึ้น ดูสว่างขึ้น
อาจจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่านี้ ถึงจะเห็นผลเรื่องของความขาวใส
และฝ้า กระ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 




ยังไงใครที่มีปัญหาเรื่องความกระจ่างใส หรือฝ้า กระ สีผิวไม่สม่ำเสมอ
ก็ลองไปหาตัว Magic Moonlight Cream มาลองใช้กันได้เลยยย 
เอาเป็นว่า วันนี้ไปก่อนแล้ว หวังว่าคงได้ข้อมูลดีๆ ของผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ๆ
ไว้เป็นอีกตัวเลือกในการตัดสินใจเลือกใช้ครีมกันนะคะ สวัสดีค้าาาา :)


IG : phoebe_thailand_official



Create Date : 19 สิงหาคม 2560
Last Update : 19 สิงหาคม 2560 18:21:14 น.
Counter : 1111 Pageviews.

0 comment
บอกลาคัพ A ชะนีเฮ! ยิ้มรับเต้าใหม่คัพ C







บอกลาคัพ A  ชะนีเฮ! ยิ้มรับเต้าใหม่คัพ C




 สวัสดีค้า :) จากชื่อหัวกระทู้ ก็น่าจะพอเดากันออกแหละเนอะ
ว่าวันนี้เราจะมารีวิวเกี่ยวกับเรื่องอะไรกัน ... 

ใช่ค่ะ ... วันนี้เมย์จะมารีวิว และพูดถึงการทำศัลยกรรม "เสริมหน้าอก"
ที่เมย์เพิ่งไปทำมาสดๆร้อนๆ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ตอนนี้ก็ครบ 2 เดือนพอดี กับหน้าอกใหม่
ก็เลยคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะมารีวิว มาแชร์ประสบการณ์
ให้กับเพื่อนๆ น้องๆ ที่กำลังคิดจะเสริมหน้าอกกัน 


ก่อนอื่นเลย ... จริงๆแล้ว เมย์คิดที่จะเสริมหน้าอกมานานนนนนนมากแล้ว 
เพราะความอกไข่ดาวของเรานั้น มันแบนมากจริงๆ
เมย์ก็ได้มีการศึกษา มีการดูรายละเอียด ทั้งคลินิก ทั้ง โรงพยาบาล มาพอสมควร
แต่ก็ด้วยงานที่ค่อนข้างยุ่ง และไม่มีเวลาได้หยุดยาว ก็เลยปล่อยผ่านเลยมานาน
จนมาเมื่อปลายๆปีที่แล้ว ได้เห็นรีวิวเสริมหน้าอกของคลินิกหนึ่ง 
เมย์ก็เลยเริ่มกลับมาหาข้อมมูลอีกครั้ง เพราะอายุ อานามตัวเองก็ปาเข้าไปจะ 30
ในอีกปีสองปีข้างหน้าแล้ว ส่วนตัวคิดว่า ถ้าเกิน 30 ก็ไม่อยากทำแล้วอะ
เลย ฮึบ!!!   เอาวะ.... 555 ต้องจัดแล้วหนะปีนี้ 
พอกำลังใจมา ก็เริ่มเลยค่ะ หาข้อมูลเปรียบเทียบหลายๆที่
เมย์มีคุณหมอที่หามูลและ เลือกมาอยู่  3 คน
ก็ค่อยๆหารายละเอียด ดูรีวิว โทร ไลน์ไปสอบถามต่างๆ
อันนี้เวลาดูรีวิว ดูรายละเอียด เมย์แนะนำให้ดูประวัติของแพท์
ว่าเป็นแพท์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้จริงหรือเปล่า สถานที่ คลินิก
มีความสะอาด ปลอดภัยไหม? รวมถึงรีวิวก็ควรดูแบบที่มีรีวิวระยะยาวด้วยก็ดีค่ะ
เพราะของแบบนี้ มันต้องอยูาในร่างกสยเราไปนาน ยังไงก็ต้องศึกษา
ต้องหารายละเอียดให้ชัดเจน ก่อนตัดสินใจเลือกนะคะ สุดท้ายก็มาจบที่ 
เสริมหน้าอกกับคุณหมอทรงยศ จันทจิตน์ ที่ Dream Clinic ค่ะ





วันเข้าพบปรึกษาคุณหมอ

จริงๆเมย์เป็นคน ชินกับเรื่องความสวยความงามแบบนี้มากๆนะ
แต่พอมาถึงคลินิกตอน 10:30 ตามเวลานัด
คือแบบ .. ใจมัน ตุบๆๆๆ 5555 วัดความดันมา ความดันสูงไปอิ้ก
ไหนบอกไม่ตื่นเต้นไง!!! ก็อย่างว่าแหละค่ะ เดี๋ยวจะต้องเปิดหน้าอกให้คุณหมอดู
ก็คงมีตื่นเต้นเป็นธรรมดาแหละเนอะ อิอิ 
พอเมย์มาถึงคลินิก ก็จะมีพนักงานมาสอบถามรายละเอียดเราค่ะ
ว่าอยากทำขนาดเท่าไหร่ มี หรือดูรุ่นไหนมาไหม
ด้วยความที่เมย์ศึกษารายละเอียดของที่นี่มาประมาณนึงแล้ว
ก่อนจะมาเสริมหน้าอกที่ Dream Clinic
ก็เลยรู้ว่า ด้วยขนาดและฐานหน้าอกของเราแล้ว
น่าจะเหมาะกับรุ่น Mentor รุ่น Ultra High
และก็อยากได้แบบ ใหญ่พอดีตัว แต่ไม่อยากได้ใหญ่ขนาดพริตตี้อะไรแบบนี้
เพราะส่วนตัวเราก็เป็นคนไม่ได้แต่งตัวอะไรสายนั้นอยู่แล้ว 
พอนั่งรอสักพักก็ถึงคิวพบคุณหมอ...... 
ก็จะมีพนักงานมาเรียกเราให้เข้าไปในห้องพบคุณหมอ
จากนั้นก็ให้เปลี่ยนชุด ถอดเสื้อผ้าช่วงบนออก และนั่งรอคุณหมอค่ะ
พอคุณหมอมาถึง ก็ถามอยากได้รุ่นไหนอะไร ยังไง เหมือนที่พนักงานเราก่อนเข้าห้องแหละ
หลังจากนั้นคุณหมอก็ให้เราถอดผ้าคลุมออก แล้วก็มาจับๆ วัดๆที่หน้าอก
คือเขิลมากกก.... 555 คุณหมอก็วัดแบบระเอียดมาก วัดแล้ววัดอีก
วัดจนเราจากที่เขิล จนหายเขิลอะ และคุณหมอก็บอกว่า กระดูกเราไม่เท่ากันเล็กน้อย
แต่ไม่มีปัญหากับการทำหน้าอกนะ เนื้อหน้าอกไม่เท่ากัน 2 ข้าง แต่แค่เล็กน้อย
คุณหมอก็อธิบายไป จนให้เราเลือกขนาด ตอนแรกก็ลองใส่อยู่ที่
320 กับ 350 ของ Mentor Ultra High จริงๆที่เราดูรีวิวมา
มีคนตัวขนาดเท่าเมย์เป๊ะ ส่วนสูง น้ำหนัก เท่ากันเลย หน้าอกก็แบนพอๆกันเลย
ละเค้าทำอยู่ที่ 320 แล้วมันออกมาโอเคมาก เราก็เลย คิดว่า 320 ก็น่าจะพอหน่า
แต่พี่คุณหมอก็แนะนำว่า จริงๆแล้ว เราจะไปวัดจากคนอื่นไม่ได้
ว่าออกมาแล้วจะได้เท่าไหน เพราะต่อให้หน้าอกดูแบนเท่ากัน แต่ขนาดของฐานต่างกัน
เวลาใส่ได้มาก ได้น้อย มันก็ขึ้นอยู่กับฐานด้วย ไม่ใช่แค่เนื้อหน้าอกอย่างเดียว
เพราะอย่างนั้น ฐานหน้าอกเมย์ข่อนข้างเล็ก ต่อให้มีเนื้อหน้าอกอยู่ ก็ใส่ได้ไม่เยอะ
ถึงใช้รุ่น Ultra High ถ้าอยากได้ใหญ่หน่อย ก็ต้องเลาะฐาน
คุยกันไปสักพัก คุณหมอก็บอกว่าเราทำได้ใหญ่สุดคือ 375
ใจเมย์ตอนแรกก็ อยากทำอยู่ที่ 350 นะ กลัว 375 ใหญ่ไป กลัวมันเกินตัวอะ
แต่พี่ๆพนักงานก็ช่วยแนะนำว่า ถ้าชอบที่ 350 ก็ใส่ไปเลย 375 
คือมันต่างกันนิดเดียวเอง ทำทั้งทีก็เอาใหญ่ไปเลย เพราะมันก็ไม่ใหญ่กว่า 350 มาก
ขนาดนี้น่าจะดูเซ็กซี่กว่า คือเมย์ลังเลหลายรอบมากกับขนาด 
แหม... ก็ผ่าตัดใหญ่ทั้งทีเนอะ ไอ้ใหญ่ก็อยากได้ใหญ่อยู่หรอก
แต่แค่กลัวมันใหญ่เกินไป กลัวคลำเจอขอบ กลัวดูโป๊ะไรงี้ บลาๆ 
แต่ด้วยเชื่อใจคุณหมอและพี่พนักงานที่แนะนำ
ก็เลยได้ข้อสรุปกันว่า เป็นขนาด 375 ของ Mentor Ultra High
มีการเลาะฐาน เพราะเมย์เลือกขนาดใหญ่กว่าฐานเดิม
เป็น Dual Plane ซิลิโคนวางใต้กล้ามเนื้อเฉพาะส่วนบน




ข้ออธิบายเพิ่มเติมเรื่อง ซิลิโคนรุ่น Mentor Ultra High

หลายๆคนอาจคุ้นหูกับ ซิลิโคน Mentor กันอยู่แล้ว
แต่รุ่น Ultra High นี้จะเป็นรุ่นพิเศษ ที่วัสดุออกแบบมาให้มีปริมาณมากขึ้น
กว่าซิลิโคนรุ่นธรรมดาถึง 150% โดยที่ความกว้างของฐานเท่าเดิม
เป็นทรงพุ่ง ทำให้หน้าอกดูชิด และไม่ล้นขอบจนเกินไป (ถ้าเลือกทำไม่เกินฐานเดิม)
ลดโอกาสการเป็นผังผืด เหมาะสำหรับสาวๆที่หน้าอกเล็ก ตัวเล็ก ฐานหน้าอกเล็กแบบเมย์
มันถูกสร้างมาเพื่อเราจริงๆ 555555


(ภาพประกอบ จากอินเตอร์เน็ต)







การวางซิลิโคน แบบ  DPM อยู่ระหว่างผิวหนังและใต้กล้ามเนื้อ


เป็นการวางแบบ ระหว่างผิวหนังและใต้กล้ามเนื้อ
ซึ่งจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า หน้าอกไม่เป็นบล็อค ไม่เกินขอบข้าง
เป็นเทคนิคที่ดีที่สุด ที่แพทย์ให้การยอมรับในปัจจุบัน

ข้อดี : ช่วยให้หน้าอกส่วนบนลาดลงดูเป็นธรรมชาติ  
เหมาะกับคนที่มีความหย่อนของหัวนมและเนื้อเต้านมในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง

ข้อเสีย : เจ็บกว่า เพราะต้องมีการตัดกล้ามเนื้อ 
จึงต้องใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าการวางซิลิโคนเหนือกล้ามเนื้อ




( ภาพประกอบ จากเว็บ Dream Clinic )






หลังจากได้ปรึกษากับคุณหมอและคุยเรื่องขนาด
เมย์ก็ตกลงที่จะทำการเสริมหน้าอกกับที่นี่ เพราะได้คุยกับคุณหมอแล้วเราว่าโอเค
คุณหมอเป็นศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเลเซอร์และศัลยกรรมตกแต่ง
โดยตรงจากสถาบันในไทยและเกาหลี และก็เป็นคุณหมอที่โด่งดังเรื่องเสริมหน้าอก  
ติด 1 ใน 5 ของหมอเสริมหน้าอกในไทยด้วย 
อีกทั้งคุณหมอดูใส่ใจรายละเอียดกับคนไข้มาก คือ หมออาจไม่ได้อธิอบายยืดยาวนะ
เพราะการเข้าพบทีนึงต้องทำเวลา เพราะคิวข่อนข้างเยอะ
แต่คุณหมอจะตอบตรงคำถาม อธิบายในส่วนที่เราต้องทำความเข้าใจ 
ส่วนเรื่องการเตรียมตัวอื่นๆ พนักงานจะเป็นคนแจ้งให้เราทราบอีกที
หลังจากคุยเสร็จก็ มีการตรวจเลือด เพื่อดูผลเลือดก่อนผ่าตัดค่ะ
เมย์ได้จองคิวทำอีกทีคือ 1 เดือนหลังจากนั้น ช่วงสิ้นปีพอดี เพราะออฟฟิศหยุดปีใหม่
และอีกอย่างเมย์เป็นคนทานวิตามินและฉีดผิวมาต่อเนื่องหลายปี
ทำให้ต้องหยุดพวกวิตามินต่างๆ อย่างน้อย 1 เดือนก่อนทำอยู่แล้ว 
ต่อจากนั้นก็ ..... เตรียมตัว เตรียมใจ ทำร่างกายให้พร้อมค่ะ 





การเตรียมตัวก่อนเสริมหน้าอก

1. งดพวกวิตามินต่างๆ อย่างน้อย 1 เดือน 
2. ออกกำลังกาย เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง เพราะวันผ่าตัด
เราต้องห้ามป่วยเด็ดขาด ถ้าป่วยก็ต้องเลื่อนไปก่อน จนกว่าจะหายดี
3. ทานอาหารที่มีประโยชน์ ทานผัก ผลไม้เยอะๆ 
อันนี้เมย์เคยสอบถามเพื่อนที่เคยทำหน้าอกมา เห็นบอกว่าหลังผ่าตัดจะท้องผูกกัน
1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัดเมย์จะทานอาหารที่เน้นผัก ทุกมื้อ ทานผลไม้เยอะๆ
หลังผ่านี่คือ ถ่ายท้องดีมาก สบายตัว อิอิ
4. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัด อย่างน้อย 1 สัปดาห์ (เมย์งดส้มตำด้วย 555
เพราะอาหารรสเค็มและรสจัด อาจทำให้แผลหายบวมช้า )
5. เตรียมอุปกร์ที่จะต้องใช้หลังผ่าตัดให้พร้อม เพื่อความสะดวกหลังผ่าตัด
เช่น Support Bra , เจลเย็นสำหรับประคบ , ยาต่างๆ เป็นต้น
6. ทำใจให้สบายค่ะ อย่ากังวล ทุกอย่างผ่านไปไวมากกกก แล้วเราจะมีน้องนมใหม่ที่สวยงามค่ะ
7. สำหรับคนที่กังวลว่าผิวจะแตกลาย ให้ทาพวก ครีมบำรุงผิวบริเวณหน้าอก ก่อนเสริมหน้าอก
อย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น




วันผ่าตัด

และแล้ววันผ่าตัดก็มาถึง จริงๆเมย์มีนัดผ่าตัดวันที่ 26 ธันวา แต่ด้วยงานที่เสร็จไม่ทัน
ทำให้ต้องเลื่อนคิวเป็น 29 ธันวา งืออออ ...คือ เกือบไม่ได้คิวแล้ว
ต้องขอชมพนักงานที่นี่มากๆ อันนี้จริงๆ เพราะเราวึ่นวือกับทางคลินิกมาก
โทรบ่อยมาก ปรึกษาทุกอย่าง ทั้งทางโทรศัพท์และไลน์ แต่พนักงานก็ให้คำแนะนำ
และช่วยเหลือสุดๆ คือถ้าเป็นนี่ นี่เหวี่ยงไปแล้ว 5555
ด้วยเลื่อนคิวเป็น 29 แฟนก็ไม่ว่างมาดูแลเพราะติดงาน เมย์เลยได้น้องสาว
มาช่วยคอยรับคอยส่ง วันผ่าคุณหมอนัด บ่าย 2 โมง พนักงานบอกมา 2 โมงได้เลยค้า
เผื่อเวลาไว้ให้แล้ว ไม่ต้องมาก่อน ..... พอเกือบๆบ่าย 2 ที่คลินิก็โทรมา ตุ๊ดๆ
"คุณเมย์คะ ใกล้ถึงหรือยังค้า พอดีคุณหมอเสร็จคิวสองแล้วค่ะ ถ้าคุณเมย์มาแล้ว
จะได้ทำต่อเลยค้า" พ่างงงงงง!!!! โอ้ยยย อะไรจะไวปานนั้น 
ไม่ทันได้เตรียมใจ.....เพลงลอยมาเลย o_O!
เมย์มาถึงคลินิกตอน บ่าย 2 พอดีเป๊ะ พอมาถึงพี่ๆพนักงานก็ให้เรา วัดความดัน
และกรอกเอกสารก่อนการทำผ่าตัดค่ะ ตรงนี้ก็จะเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับการผ่าตัดของเรา
อาจหลายแผ่นหน่อยแต่อยากให้อ่านรายละเอียดให้เข้าใจกันนะคะ
อย่าแค่เซ็น ผ่านๆ .... เพราะทุกอย่างคือความสมัครใจของเราค่ะ
รายละเอียดจะเป็นพวก รุ่นซิลิโคน ขนาด วิธีการผ่าตัด และผลข้างเคียงต่างๆ
หลังการผ่าตัด ที่อาจจะเกิดขึ้น สำหรับกรณีผ่าตัดของเรา
พออ่านจบ เซ็นปุ๊ป... พนักงานก็เรียกเราขึ้นไปชั้นบนเลย 
น้องที่มาเฝ้าก็ให้ไปเดินเที่ยวแถวนี้ก่อน เพราะหน้าคลินิกมี MRT รัชดาเลยแก
เดินทางสะดวกไปอีก พอขึ้นมาชั้นบน พยาบาลก็ให้เราเปลี่ยนเสื้อผ้า
และไปรอที่ห้องพัก เพื่อให้คุณหมอมาตรวจวัดหน้าอกโดยละเอียด
ก่อนเข้าผ่าตัดอีกที ...ตอนนั้นคือ ใจเต้น ตุ้บๆมาก คือมันไวมากกกกกก
ไหนบอกให้น้องมีเวลาเตรียมใจไง คือทุกอย่างไวมากจริงๆ เปลี่ยนชุดเสร็จ
เดินเข้าห้องพัก ไม่ถึง 5 นาที หมอก็มา ตรวจวัดหน้าอก บอกถึงโครงร่างเรานะ
ทำแล้วจะเป็นอย่างๆนี้ๆนะ และก็อธิบายอาการที่อาจเกิดหลังผ่าตัด 
พอเสร็จปุ๊ป ....ก็โดนเข้าห้องผ่าตัดเลย !!!!!!!
คือหรือมันเป็นเทคนิคของทางคลินิกเพื่อไม่ให้คนไข้ตื่นเต้น 
แบบ ทุกอย่างไว แบบไม่ทันได้ตื่นเต้นอะ พอเดินเข้าห้องผ่าตัดสีขาวๆ
และก็มี วิสัญญีแพทย์ รอเราอยู่ คือเมย์เลือกวิธีควบคุมการดมยาโดยวิสัญญีแพทย์ 
ไม่ใช่การให้ยาสลบขณะทำที่ไม่ใช่ยาชา เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองอะคะ 
อาจจ่ายแพงกว่าการให้ยาสลบนิดนึง แต่เผื่อความสบายใจเนอะ
พอเดินไปขึ้นเตียงผ่าตัด มองไฟขาวด้านบน
ห้องเย็นมากกกก หนาว 555 แปปเดียว วิสัญญีแพทย์ก็พูดทักทาย 
สวัสดีค้า พี่ชื่อนี้ๆนะคะ (เป็นผู้ชายแต่ออกสาว ใจดีมาก) ชื่ออะไรค่ะ? ...เรา : เมย์ค่ะ
วิสัญญีแพทย์ : ค่ะน้องเมย์ เดี๋ยวกางแขนออกมานะคะ เดี๋ยวจะเย็นๆที่แขนเล็กน้อยน้า
และต่อสายน้ำเกลือเข้าที่แขน เราก็ ค่ะๆ แปปนึงก็รู้สึกเย็นตามเส้นเข้ามาเลย 
เท่านั้นแหละ ....... จำอะไรไม่ได้แล้ว หลับ z z Z Z
คือไวมากกกก เข้าห้องผ่าตัดได้ไม่ถึง 5 นาทีเลยมั้ง 555


ตื่นมาอีกทีคือ มีหน้าอกแล้ววว.... แม่หนูเป็นสาวแล้วววว 555
ตอนนั้นคือ ได้ยินเสียง ติ๊ด ติ๊ด ของเครื่องวัดชีพจร แล้วเราก็ค่อยๆลืมตาขึ้นลางๆ
เหมือนตัดมาจากในละครยังไงยังงั้น  พอเริ่มรู้สึกตัว พร้อมความเพียร 
แต่มือก็คลำไปที่หน้าอก ... ว้าวววว มีหน้าอกแล้ว แต่ผ้าพันไว้ อิอิ
ตอนนั้นไม่เจ็บเลยนะ ไม่เจ็บจริงๆ มันเพียรๆ และเจ็บคอมากกว่า
จำได้ว่าตอนตื่นพอกลืนน้ำลายนี่ เจ็บคอมาก แต่...ไม่กังวลค่ะ
เพราะก่อนเข้าผ่า เราให้น้องซื้อยาอม กับมะม่วงเปรี้ยวมาให้แล้ว
เพราะอ่านรีวิวมาแล้วจ้า มะม่วงเปรี้ยวก็เอาไว้กินเล่นๆ แก้เคลื่อนไส้ อาเจียร
ต่อๆ ... พอคลำหน้าอกเสร็จ ก็รู้สึกเหมือนมีสายอะไรอยู่ข้างตัว เอามือควานๆ
ก็เจอกับกระบอกพลาสติก คือในใจ รู้อยู่แล้วแหละว่าต้องเป็นกระบอกเดรนเลือดแน่นอน
แต่เพื่อความแน่ใจ .... เลยพูดกับพยาบาลที่เฝ้าเราอยู่ว่า นี่อะไรค่ะ (ด้วยเสียงห้วนๆ 
ไม่ได้อะไรนะ แต่หนูไม่มีแรงพูด คือมันอยากพูดนะ แต่เปล่งเสียงได้ไม่ครบอะ
พอเริ่มพูดเยอะ มันสะเทือนถึงหน้าอกและเริ่มเจ็บอะ )
พยาบาลพอได้ยินเราถาม ก็ตอบว่า : สายเดรนเลือดค่ะ !!! เท่านั้นแหละ 
ฮือออ จะร้องไห้ คือไม่อยากใส่สายเดรนอะ มันเกะกะ และต้องแบกไปตลอด
แต่ก็พอคิดไว้บ้างแล้ว ว่าต้องโดนใส่แน่ๆ เพราะเป็นคนฉ๊ดและทานวิตามินมาเยอะมาก
เลือดก็คงต้องออกมากอยู่แล้ว และการใส่สายเดรนเลือดเนี๊ย จะช่วยระบายเลือดได้ดีกว่า
และทำให้อาการบวมช้ำ หายไวกว่าให้ร่างกายขับเลือดเสียออกมาเองด้วย 

อย่างที่บอกค่ะ... ตื่นมาไม่เจ็บเลยจริงๆ พอนอนพักไปจนเกือบจะครบเวลาพักฟื้น 
ก็เริ่มอยากอาเจียร แต่มันอ้วกก็มาก็ไม่มีอะไร เพราะเรางดอาหารไปก่อนผ่าตัดอยู่แล้ว
ตอนจะอาเจียรนี่แหละพีคสุด คือมันอยากอาเจียรไง เลยจะลุก o_O!
พอลุกก็เอามือเท้าข้างเตียง เท่านั้นแหละ ความเจ็บปวดมาเลยยยย
มันเจ็บ แบบเจ็บ ไม่โกหกว่าไม่เจ็บ มันเจ็บจริงจริ้งงง
แต่ถ้าอยู่เฉยๆ มันก็ไม่เจ็บนะ จะเจ็บตอนเราขยับตัวแหละ ที่ปวดและเจ็บมาก
พอครบเวลา ต้องเดินลงบันไดไปชั้นล่าง ก็มีพยาบาลมาคอยดูแลเรา 
ตอนนั้นเมย์เพียรมาก คือลุกแล้วเจ็บไปหมด มันสะเทือนไปหมด เวลาเดิน เวลาขยับ
น้ำตาจะไหลจริงๆ แต่ก็ผ่านมาได้ ..... พอลงมาถึงชั้นล่าง น้องสาวก็รออยู่แล้ว
พยาบาลก็จัดแจง ยา มาไว้ให้ และแจ้งให้มาถอดผ้าพันออกอีก 3 วันค่ะ










หลังการผ่าตัด

หลังการผ่าตัด ต้องบอกว่า เจ็บสุดๆ ก็แค่ วันสองวันแรกจริงๆ 
และอาการก็จะค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆตามลำดับค่ะ เจ็บมันก็เจ็บอะแหละ 
แต่ต้องอดทนเพื่อความสวยเนอะ 555
คืนแรกกลับมาบ้าน คือ พอแอนตัวนอน แบบเจ็บมาก
ตอนนั้นกลับมาคือหิว และต้องทานข้าว เพื่อจะได้กินยา 
นี่หิวมาก กินข้าวต้มจนเกลี้ยง และกินยานอน นอนไปได้สักพัก
ก็รู้สึกอยากอาเจียร คือต้องปลุกน้องมาช่วยพยุงตังขึ้น เจ็บก็เจ็บ แต่ต้องลุกอะ
คือเมย์แพ้ยาสลบหนักมาก อ้วกอยู่ 2 วันเลย อ้วกจนไม่กล้ากินยา 
เพราะกินละก็อ้วก .... พอวันที่ 2 อาการเจ็บคอเริ่มดีขึ้น เวลาพูดไม่เจ็บคอแล้ว
และก็ไม่เพียรแบบวันแรก ช่วงบ่ายๆ เริ่มอยากลุก อยากเดิน ก็พอเดินได้ช้าๆ
คือนอนนานๆมันก็เมื่อยอะ พูดถึงเมย์ฟื้นตัวง่ายอยู่นะ ถ้าไม่นับอาการแพ้ยาสลบ
นี่คือดีมาก ... บวกกับสายเดรนที่ต้องถือไว้ตลอด เลยรำคาญนิดๆ
วันที่ 3 ไปเอาผ้าพันหน้าอกออก ... จริงๆถ้าเรามีคนคอยดูแล ไม่ลุก นั่ง เดินบ่อย
เมย์ว่าก็จะไม่ค่อยเจ็บหน้าอกเท่าไหร่นะ วันที่ 2-3 นี่ดีขึ้นเยอะมาก
มาถึงคลินิกก็ดีใจได้ถอดผ้าออก และคิดว่าจะได้เห็นน้องนมครั้งแรก 
บวกกับเอาสายเดรนออกแล้ว เย้........
แต่.... พอคุณหมอเอาผ้าออกและบอกว่า ยังอยากให้ใส่สายเดรนต่อไปอีกนิด
เพราะเลือดยังออกไม่เยอะเลย ฮือออ หนูรำคาญ แต่ก็ต้องเชื่อฟังคุณหมอค่ะ
ไม่งั้นถ้าดื้อที่จะเอาออก ก็เอาออกได้ แต่ถ้าบวมขึ้นมา ก็ต้องมาเจาะเลือด เจาะน้ำเหลืองออก
เจ็บตัวซ้ำสองไปอีก เลยดื้อดีกว่า วันนี้เห็นน้องนมครั้งแรก แวปแรกก็ เอ้อ ไม่ใหญ่มากหนิ
เรามองแบบ ก้มหน้ามอง แต่พอกลับมาดูกระจกหน้าตรงที่บ้าน 
ป๊าดดดด........ ใหญ่มากกกกก สำหรับคนตัวเล็กแบบเรา
มันอาจจะยังบวมอยู่ด้วยแหละหน่า ของเมย์แทบไม่มีรอยช้ำเลย
ทุกอย่างโอเคมาก หลังจากนี้หมอก็แนะนำให้ ประคบเย็นบ่อบๆค่ะ 
และอย่าเพิ่งอาบน้ำจนกว่าจะตัดไหม ( สะอาดกันไป 555)










พอครบ 7 วันก็มาตัดไหมและเอาสายเดรนออกค่ะ
คุณหมอบอกหน้าอกสวยกำลังดี ไม่บวมมาก ถือว่าดีแล้ว
แต่ให้ประคบเย็นบ่อยๆและพันผ้าเพื่อไม่ให้ซิลิโคนดันสูงขึ้น ให้ใส่ไปอีก 1 เดือน 
และเพื่อให้หน้าอกสวย ได้รูปค่ะ หลังจากนั้น เราเริ่มดูแลตัวเองมากขึ้น
ประคบเย็นบ่อยๆ แต่ด้วยต้องออกไปทำงานทุกวัน เมย์เลยประคบเฉพาะตอนเช้ากับเย็น
และทานน้ำใบบัวบกบ่อยๆ










วิธีดูแลตัวเองหลังเสริมหน้าอก

1. อันนี้ควรใช้ทั้งก่อนและหลังเสริมหน้าอก Bio Oil ใช้ทาบริเวณหน้าอก 
เพื่อไม่ให้ผิวแตกลายหรือคัน เมย์ให้ตัวนี้ทาต้นขาอยู่แล้ว
 เลยเอามาทาหน้าอกด้วยก่อนผ่าตัด 1 เดือน เพราะผิวเราต้องขยายตัวค่อนข้างมาก 
ก็กลัวผิวแตกลายและคัน จริงๆใช้พวก เบบี้ออย หรือครีมที่ให้ความชุ่มชื้นตัวอื่นได้ค่ะ
แต่เมย์มีตัวนี้อยู่พอดี ก็เลยใช้ตัวนี้ไปเลย
2. เจลประคบเย็น อันนี้ ซื้อเตรียมมาก่อนผ่าตัดเลยก็ดีค่ะ ประคบที่เนินหน้าอกบ่อยๆ
เพื่อลดบวม แต่เมย์แนะนำให้ลองหาซื้อแบบแผ่นเล็กมาประคบดูนะคะ
เพราะเมย์เอาแผ่นเล็กไว้ประคบข้างๆ เวลาใส่ Support Bra ใช้แผ่นเล็กเหน็บไว้ข้างเสื้อใน
สะดวกดีค่ะ เดินไปไหนมาไหนก็เหน็บไปได้ 555 ส่วนแผ่นใหญ่ก็ไว้ประคบเนินหน้าอกตอนนอนเอา
( เทคนิคเล็กน้อยนะคะ เมย์จะชอบเอาน้ำแข็งก้อน ใส่ถุง แล้วห่อผ้ามาประคบมากกว่า
เพราะมันเย็นนานกว่า และเย็นกว่าเจลเยอะ แต่อาจต้องคอยเช็ดไม่ให้น้ำแข็งละลาย
ไหลมาเปียกแผลแค่นั้น )
3. แคปซูลใบบัวบก หรือ น้ำใบบัวบกคั้นสด ให้ทานช่วง 1-2 อาทิตย์แรกก็พอค่ะ
ถ้าหาน้ำใบบัวบกคั้นสดไม่ได้ ก็ให้ซื้อแบบแคปซูลมาทานดู จะข่วยลดบวมได้อีกทาง
ส่วนตัวเมย์ชอบดื่มน้ำใบบัวบกแบบคั้นสดมากกว่า มันสดชื่นดี เย็นๆ ไม่ขมอย่างที่คิดค่ะ
4. ยาทาลดแผลเป็น อันนี้ทางคลินิกให้มา ใช้ทารอยแผลผ่าตัด ทุก เช้า-เย็น 
ตอนทาคุณหมอแนะนะให้นวดๆ คลึงๆที่แผลเบาๆ เพื่อไม่ให้แผลเป็นนูนค่ะ
5. แผ่นแปะลดรอยแผลเป็นนูน ตัวนี้ใช้แปะบริเวณแผลเป็นหลังจาก ทายาเสร็จ
มันจะมาเป็นแผ่นใหญ่ๆ ให้ตัดขนาดพอปิดแผลได้ตามรูปค่ะ 
แผ่นนึงใช้ได้ 3-5 ครั้ง จนกว่าจะหายเหนียว 
6. วิตามิน E อันนี้คุณหมอให้เริ่มทานตอนครบ 1 เดือน 
ให้ทานวันละ 800 มิลลิกรัม ถ้าเป็นแบบ 400 ก็ทานวันละ 2 เม็ด เวลาไหนก็ได้
7. งดพวกเครื่องดื่มแแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1-2 เดือน
8. งดออกกำลังกายหนัก หรือยกของหนัก อย่างน้อย 1-2 เดือน
9. งดทานของแสลง อันนี้เป็นที่ถกเถียงกันหลายต่อหลายที่
ว่ากินได้กินไม่ได้ อันนี้เราก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้นะ แต่ส่วนตัวงดค่ะ
เพื่อความสบายใจ ส้มตำ ปลาร้าเจ้าโปรด อาหารทะเล ของหมักดอง 1 เดือน งดหมด








ตอนนี้ก็ครบ 2 เดือนแล้ว 
หลังจาก 1 เดือนที่เข้าไปพบคุณหมอ คุณหมอก็สอนนวดหน้าอก
และให้ทานวิตามิน E นาน 6 เดือน และก็ให้ขยันนวดและทายาลดรอยแผลเป็นอย่างสม่ำเสมอ
แผลโดยรวม และน้องนมถือว่าโอเคเลยค่ะ แผลเล็กและสวยมากกกก กราบคุณหมอ :D
ส่วนหลังจากนี้เมย์ว่า แผลจะสวยไม่สวย ก็อยู่ที่เราดูแลตัวเองแล้วค่ะ
เพราะคุณหมอทำมาให้สวยแล้ว แผลเล็ก สวยแล้ว
จากนี้ก็ดูแลหน้าอก ไม่ให้บวมช้ำ หมั่นทายาอย่างสม่ำเสมอ
และทานยาตามที่คุณหมอสสั่ง  อย่างแผลของเมย์ จริงๆกลัวคล้ำมาก
เพราะปกติเวลาเป็นแผล ผิวเมย์คล้ำง่ายมาก และแรกๆ เวลาทายาก็มีจุดแข็งๆบริเวณแผล
พอช่วงหลังขยันทาและนวดเบาๆ บริเวณแผลตอนทา ก็ดีขึ้นนะ
จุดที่เคยจับแล้วแข็งก็เหมือนจะนิ่มลงค่ะ 
ส่วนเรื่องหน้าอก นิ่มไม่นิ่ม แรกๆคือแข็ง และตึงมาก
ตอนนี้ก็นิ่มขึ้นเยอะมาก มันจะค่อยๆนิ่มเอง และจะค่อยๆดูคล้อยเป็นธรรมชาติ
อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับเวลา และการขยันนวดของเราด้วย












อ่านมาจนถึงตอนนี้ คงอยากเห็นผลลัพธ์กันแล้วเนอะ 555
จริงๆก็ไม่ใช่คนถ่ายเซ็กซี่ออะไรอยู่แล้ว เลยไม่ขอลงรูป X มากเนอะ 5555
เอาเป็นว่า ทำออกมา สวย สมใจจริงค่ะ ขนาดไม่เล็ก ไม่ใหญ่มาก 
แบบใหญ่พอดีตัว ถ้าวันไหนใส่รัดรูปคือแบบ ผู้ชายหันมองแหละค้า 
โดยรวมก็ จากอกไข่ดาว คัพ -A ตอนนี้ก็ ได้คัพ C ต้นๆ ใหญ่สมใจค่ะ
ต้องกราบบบบขอบคุณคุณหมอและพี่ๆพนักงานมากๆ
ไม่ผิดจริงๆที่เลือก คุณหมอทรงยศ Dream Clinic กราบบบ
วันนี้หนูโตเป็นสาวแล้ววว แม่ 5555








( รูปก่อนทำ อกไข่ดาวจริง ไม่ใช้สแตนอิน ไม่ใช้ตัวแสดงแทน เนินอะไร ไม่เคยมี )





( รูปปัจจุบัน แกกกก ดูเอาเองละกัน เนินมา หน้าอกมี มันดีอย่างนี้นี่เอง )






วันนี้ก็พอแค่นี้ก่อน หวังว่าข้อมูล และการแชร์ประสบการณ์ครั้งนี้จะเป็นประโยชน์
กับสาวๆหลายคนที่กำลังอยากจะเสริมหน้าอกนะคะ
ใครมีข้อสงสัยอะไรยังไงเพิ่มเติม ก็ถามมาได้เลย ยินดีตอบค้า 
วันนี้ขอบคุณมากๆที่อุส่าอ่านกันยืดยาวจนจบ ขอบคุณนะคะ :)





Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 6 มีนาคม 2560 22:34:16 น.
Counter : 45577 Pageviews.

4 comment
1  2  3  4  5  

maybedong
Location :
ปทุมธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



All Blog