Welcome! It's all about bunny!
Group Blog
 
All blogs
 

พระเจ้าติโลกราช กับการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8

สยาม...และประเทศไทย มักให้เรียนแต่ประวัติศาสตร์ "ไทย" เท่านั้นค่ะ

ประวัติศาสตร์ของ "ชาติพันธุ์" อื่นๆ มักจะถูกกลบไว้

คนไทยในปัจจุบันจึงมักได้เรียนแต่...คนไทยอพยพมาจากเทือกเขาอันไต 555+

หรือ สมัยพระบรมไตรโลกนาถ มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

โดนไม่เคยเรียนรู้ว่า...ในยุคเดียวกันนั้น นครพิงค์ มี "พระเจ้าติโลกราช"

พระ้เจ้าติโลกราช...ได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือ...สังคายนาพระไทยปิฎก...ครั้งแรกในแถบนี้

และเป็นเป็นการสังคายนาครั้งที่ 8 ในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา

และส่งหมื่นด้ามพร้าคด และหมื่นเงินกองไปดูเจ็ดสถานที่สำคัญของพระพุทธศาสนาในอินเดีย

แล้วเอามาสร้างไว้ใน...วัดเจ็ดยอด



(ภาพจาก//www.nalsiam.comค่ะ)


และวัดเจ็ดยอดนี่แหละที่เป็นสถานที่สำหรับการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ค่ะ

(ตอนนี้มีถนนหมื่นด้ามพร้าคดอยู่ที่แถวราชภัฏเชียงใหม่ และมีวัดหมื่นเงินกองอยู่ในเวียงค่ะ)

edit: ป.ล.ความรู้จากการเรียนประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในล้านนาล้วนๆ (มันมากเลย ลงเรียนตอนซัมเมอร์)




 

Create Date : 08 มกราคม 2553    
Last Update : 8 มกราคม 2553 2:09:34 น.
Counter : 1673 Pageviews.  

เจ้านายฝ่ายเหนือที่ฆ่าตัวตายเพราะ...ไม่รู้จะเป็น"สยาม"หรือ"ลาว"

เจ้าชายพระองค์นี้มักมีคำกล่าวกันว่า...ท่านเป็น "เจ้าชายผู้ถูกลืม"

ย้อนไปก่อนที่เจ้าดารารัศมีจะถวายตัวในปี 2429นั้น



(รูปพระราชชายาเจ้าดารารัศมี)


ยังมีเจ้าหญิงจากราชนิกุลเชียงใหม่เคยถวายตัวมาก่อนถึง 3 ปี มาแล้ว(พ.ศ.2426)

คือ เจ้าหญิงทิพเกษร ธิดาของ เจ้าสุริยะวงศ์ และเจ้าแม่สุวัณณา

โดยเจ้าอุตรการโกศลนครเชียงใหม่ ได้นำ "เจ้าทิพเกษร" เข้าเฝ้าถวายเป็นบาทบริจาริกาใน "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว"

ร.5 ทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ "เจ้าทิพเกษร" ทรงเข้าศึกษาขนบธรรมเนียมประเพณีอยู่ในสำนักของ "เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ (เจ้าจอมมารดาแพ บุนนาค)"ผู้เป็นพระสนมเอกผู้ใหญ่ หัวหน้าพระสนมทั้งปวง




พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ กรมหมื่นสรรควิไสยนรบดี








ประวัติการศึกษา

1.ทรงเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับปริญญาทางเศรษฐศาสตร์
2.ทรงเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ทำการศึกษาวิจัยสถานภาพและปัญหาเศรษฐกิจแห่งประเทศไทย
3.ทรงเป็นเจ้านายพระองค์แรกและเป็นคนไทยคนที่ ๒ ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก
4. พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรส ๑ ใน ๔ พระองค์ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสำเร็จการศึกษาด้านพลเรือนได้รับปริญญาจากมหาวิทยาลัย ซึ่งทรงได้รับปริญญา "ดอกเตอร์วิทสตาตส์ วิสเซนชัฟท์" จากทึบบิงเงน เยอรมนี




(รูป ส.ธรรมยศ ค่ะ)

ส. ธรรมยศ กล่าวไว้ในบทความเรื่องดังกล่าว ว่า การที่พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ ต้องปลงพระชนม์พระองค์เองนั้น เนื่องจากสภาพความกดดันต่าง ๆ มากมายในสมัยนั้น

หนึ่ง ด้วยการที่พระองค์มีดีกรีเป็นถึง ดอกเตอร์ ซึ่งเจ้านายในสมัยนั้น ไม่มีใครที่ได้ดีกรีถึงขึ้นนี้ อย่างมากก็แค่ปริญญาโท เท่านั้นเอง ความอิจฉาริษยาของผู้คนรอบข้าง มักจะนำมาซึ่งความเดือนเนื้อร้อนใจอยู่เสมอ ๆ

และประเด็นใหญ่ ก็ด้วยเหตุที่พระองค์ มีพระมารดาเป็นเจ้าหญิงจากเชียงใหม่ ซึ่งในขณะนั้น สยามยังมองเชียงใหม่ว่า เป็น “ลาว” ความแตกต่างทางเชื้อชาติ ระหว่างสยามและล้านนายังมีอยู่ในใจลึก ๆ ของชาวสยามอยู่นั่นเอง จนถึงขั้นที่กล่าวหาพระองค์เจ้าดิลกนพรัฐว่า จะคิดแยกล้านนาออกจากสยามประเทศ ซึ่งทำให้พระองค์ช้ำใจมาก ทั้งที่พระองค์ได้เสด็จไปดินแดนล้านนาเพียงครั้งเดียว ซึ่งข้อกล้าวหานี้ จะเป็นเพียงเพราะที่พระองค์มีพระมารดาเป็นชาวเชียงใหม่เท่านั้นเอง ซึ่งข้อหานี้เป็นข้อหาที่หนักหน่วงเอาการ ….


ความเศร้าโศกาดูร ความกดดันกับมรสุมที่เข้ามาในชีวิต ที่ต้องฟันฝ่ากับการดูหมิ่นหยามจากชาวสยามในสมัยนั้น จนประสบความสำเร็จยิ่งกว่าใคร

ด้วยความที่ความสามารถของพระองค์ยังใช้ได้ไม่เต็มที่ก็มาสิ้นพระชนม์ลงเสีย นับเป็นความสูญเสียบุคคลที่มีค่า ของทั้งสยาม และ ล้านนา อันที่จะเรียกคืนไม่ได้

ก็ได้เพียงแต่ เสียดาย หากไม่เช่นนั้น ประเทศจะพัฒนาไปได้ดีกว่านี้อีกมากนัก

(ภาพประกอบ รูปหมู่พระราชโอรส ฉายที่ประเทศอังกฤษ พ.ศ. ๒๔๔๔
จากซ้าย พระองค์เจ้ารังสิตประยุรศักดิ์, พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ, สมเด็จเจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร, พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ, พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์, พระองค์เจ้าสุริยงประยุรพันธุ์)




(โชคดีที่ระบบการศึกษาของเยอรมนีกำหนดให้ผู้ที่จะรับปริญญา "ดอกเตอร์ของรัฐ" ต้องพิมพ์วิทยานิพนธ์ออกมาเป็นหนังสือให้แพร่หลายทั่วไป ซึ่งทำให้พระวิทยานิพนธ์เป็นภาษาเยอรมันที่มีชื่อว่า "เกษตรกรรมในสยาม บทวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของราชอาณาจักรสยาม" ถูกเก็บไว้ในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วโลก)


ที่มา

"พลเมืองเหนือ" ปีที่ 2 ฉบับที่ 64 ประจำวันที่ 20 - 26 ม.ค. 2546

เห็นไหมว่า...สยามในอดีตโหดร้ายเพียงใด

หมายเหตุ :

-ปัจจุบันท่านคือ "เจ้าชายนักเศรษฐศาสตร์ของไทย"

-วังของ "พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ กรมหมื่นสรรควิสัยนรบดี" ปัจจุบันคือ ที่ทำการของ การไฟฟ้านครหลวง สามเสน

- สยามมักปล่อยข่าวว่าพระองค์ฆ่าตัวตายเพราะเสียพระทัยเพราะพระชายาสิ้นพระชนม์ เพื่อ "กลบ" ความโหดร้ายของตนเอง




 

Create Date : 07 มกราคม 2553    
Last Update : 7 มกราคม 2553 1:24:05 น.
Counter : 6284 Pageviews.  

พ.ศ.2553 ครบรอบ 100 ปีการอนิจกรรมเจ้าน้อยศุขเกษม





มีภาดาและภคินีตามลำดับต่อไปนี้

1. เจ้าอุดรการโกศล (น้อยสุขเกษม)
2. เจ้าหญิงบัวทิพย์
3. เจ้าราชบุตร (วงษ์ตะวัน) (ลำดับ 1-3 เกิดแต่แม่เจ้าจามรี)
4. เจ้าพงษ์อิน
5. เจ้าหญิงศิริประกาย
6. เจ้าอินทนนท์ (ลำดับ 4-6 เกิดแต่หม่อมเขียว)

ตอนนั้นเชียงใหม่เป็นประเทศราชของสยาม ทางเชียงใหม่ส่ง เจ้าดารารัศมี ซึ่งเป็นเจ้าอาของเจ้าน้อย
ไปอภิเษกกับ ร. 5 เป็นการผูกสัมพันธ์ ตอนนั้นเจ้าดารารัศมีอายุแค่ 13 เ อง...

เจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่สิ้นชีวิตในปี 2440 ลูกสาวที่ถูกเรียกลงเป็นเจ้าจอมที่บางกอกเมื่ออายุได้ 13 ปี (พ.ศ. 2430) คือเจ้าดารารัศมีก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาเผาศพพ่อ และแผ่นดินเชียงใหม่ก็ไม่มีเจ้าผู้ครองนครเพราะสยามไม่แต่งตั้งผู้ใด นั่นคือช่วงปี พ.ศ. 2441 - 2442




พ.ศ. 2441 เจ้าน้อยถูกส่งไปเรียนที่ รร.เซนต์แพทริก เป็น รร.แคธอลิกของฝรั่งที่พม่า โดยแอบส่งไป ขี่ช้างไป เพราะตอนนั้นพม่าเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษซึ่งมีเรื่องกับไทยอยู่

เจ้าน้อยไปตอนอายุ 15 เพราะทางบ้านต้องการให้ได้ภาษาอังกฤษ เพราะค้าขายกับอังกฤษในพม่า




เจ้าน้อยได้พบมะเมียะแม่ค้าสาวสวย ซึ่งเพิ่งมาจากตองอู เจ้าน้อยอายุ 19 มะเมียะอายุ 15 ก็ตัดสินใจแต่งงานกัน


จนอายุ 20 เจ้าน้อยเรียนจบถูกเรียกกลับเชียงใหม่ เจ้าน้อยเลยเอาเมียกลับมาด้วย โดยให้ปลอมเป็น
เด็กรับใช้ชาย เอาเมียไปแอบในเรือนเล็ก โดยไม่รู้เลยว่าเจ้าพ่อเจ้าแม่ได้หมั้นเจ้าหญิงบัวนวล ธิดาของเจ้าสุริยวงษ์ (คำตัน สิโรรส) ให้เป็นคู่หมั้นของเจ้าน้อยฯ เป็นการภายในตั้งแต่ปีที่เจ้าน้อยฯ เดินทางไปศึกษาเล่าเรียนในเมืองพม่า



เจ้าน้อยไม่ยอมแต่งงาน เลยเปิดเผยว่ามีเมียแล้วคือมะเมียะ เอามะเมียะมากราบเจ้าพ่อเจ้าแม่แต่ไม่ได้รับการยอมรับ

ปัญหาใหญ่ในขณะนั้น คือเจ้าน้อยเป็นผู้ที่ได้รับการคาดหวังว่าจะได้รับตำแหน่งเจ้าหลวงองค์ถัดไปจากเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ ซึ่งเป็นพระเจ้าลุง


เรื่องนี้ไปถึงสยาม ร. 5 กับพระราชชายาเจ้าดารารัศมีเห็นว่าไม่ควร เลยส่งผู้สำเร็จราชการมาเจรจา บอกว่าเจ้าน้อยจะมีเมีย กี่คนไม่ใช่ปัญหาแต่ต้องไม่ใช่สาวพม่า

เพราะว่าคนพม่า ถือสัญชาติอังกฤษ เดี๋ยวอังกฤษจะถือโอกาสแทรกแซง ว่าแต่งกะพม่า ก็ต้องถือว่าเป็นพม่าด้วย (ช่วงนั้นมีการต่อสู้กันเรื่องดินแดนฝั่งซ้าย-ขวาแม่น้ำโขง)

ที่สำคัญเจ้าน้อย เป็นเจ้าชายของเชียงใหม่ ถูกวางตัวไว้ให้เป็นเจ้าอุปราชเชียงใหม่ เท่ากับว่าสยามอาจต้องเสียเชียงใหม่ให้อังกฤษ ก็เลยบังคับส่งมะเมียะกลับพม่า (ไปส่งกันที่ประตูหายยา)

รูปประตูหายยาค่ะ




เจ้าน้อยฯ ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าภายใน เดือนจะกลับไปหามะเมียะให้จงได้ นางจึงคุกเข่าลงกับพื้น ก้มหน้า สยายผมออกเช็ดเท้าเจ้าน้อยฯ ด้วยความอาลัยหา ก่อนที่เธอจะขึ้นไปบนกูบช้าง

เมื่อกลับไปถึงเมืองมะละแหม่งแล้ว มะเมียะได้มอบเงินทองจำนวนหนึ่ง (ซึ่งเจ้าแก้วนวรัฐและเจ้าแม่จามรีมอบให้นางก่อนเดินทางกลับเป็นการปลอบขวัญ) แก่พ่อแม่และน้อง

จากนั้นนางได้แต่เฝ้ารอคอยเจ้าน้อยฯ จนครบกำหนด เดือนที่ท่านได้รับปากไว้ แต่กลับไร้วี่แววใดๆ

มะเมียะจึงตัดสินใจเข้าพึ่งใต้ร่มพุทธจักร ครองตนเป็นแม่ชีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ว่านางยังซื่อสัตย์ ต่อความรักที่มีต่อเจ้าน้อยศุขเกษม

หลังจากที่มะเมียะทราบข่าวการเข้าพิธีมงคลสมรส ระหว่างร้อยตรีเจ้าอุตรการโกศล (ยศของเจ้าน้อยฯ ในขณะนั้น) กับเจ้าหญิงบัวชุม ณ เชียงใหม่ (เจ้าหญิงบัวนวลถอนหมั้นไปแล้ว)




แม่ชีมะเมียะจึงเดินทางมายังเมืองเชียงใหม่และขอเข้าพบเจ้าน้อยฯ เป็นครั้งสุดท้าย เพื่อแสดงความยินดีกับชีวิตที่กำลังรุ่งโรจน์ องค์อดีตสวามีผู้เป็นที่รัก ก่อนที่ตนจะตัดสินใจครองตนเป็นแม่ชีไปตลอดชีวิต แต่เจ้าน้อยศุขเกษมผู้ยึดสุราเป็นที่พึ่งดับความกลัดกลุ้มอันเกิดจากความรักอาลัยในตัวมะเมียะ ชีวิตที่ไม่เคยมีความสุขในชีวิตสมรส ท่านไม่สามารถหักห้ามความสงสารที่มีต่อมะเมียะได้ จึงไม่ยอมลงไปพบแม่ชีมะเมียะตามคำขอร้อง เพียงแต่มอบหมายให้เจ้าบุญสูง พี่เลี้ยงคนสนิท นำเงินจำนวน ๘๐ บาท ไปมอบให้กับแม่ชีมะเมียะเพื่อใช้ในการทำบุญ พร้อมกับมอบแหวนทับทิมประจำกายอีกวงหนึ่งเป็นตัวแทนของเจ้าน้อยฯ ให้กับแม่ชีมะเมียะ

เจ้าน้อยหลังจากกันกับแม่ชีคราวนั้น.....ก็เอาแต่กินเหล้าไม่มีใจรักเจ้าบัวชุม
ในที่สุดก็ตรอมใจตายหลังจากแต่งงานได้ไม่กี่ปีในขณะที่อายุแค่ 33 ปี

ในบันทึกบอกว่าสิ้นพระชนม์ด้วยโรคพิษสุรา อีก 6 ปีต่อมาหลังจากพบแม่ชีมะเมี้ยครั้งสุดท้าย
ส่วนแม่ชีมะเมี้ยะ... บวชจนสิ้นอายุขัยเสียชีวิตในวัย 75 ปี ใน พ.ศ.2505




รูปเจ้าบัวนวล ณ เชียงใหม่ค่ะ




ผู้บันทึกเรื่องนี้คือ เจ้าบัวนวล คู่หมั้นคนแรกที่ถอนหมั้นไปหลังจากรู้ว่าเจ้าน้อยมีมะเมี้ยะ...
ส่วนเจ้าบัวชุมไม่ผิดอะไรเลย แต่สามีไม่รักก็อยู่เป็นข้าบาทจาริกาจนอายุ 81 ปี

รูปเจ้าบัวชุมค่ะ




เจ้าบัวนวลกล่าวไว้ว่า ตลอดชีวิตเจ้าน้อยรักผู้หญิงคนเดียวจนสิ้นลม คือ มะเมี๊ยะ

หลังจากนั้นเรื่องของเจ้าน้อยกับมะเมียะก็ถูกสั่งห้ามพูดถึงไปหลายปีเพราะเป็นเรื่องทางการเมือง ต้องปิดบัง รายละเอียดเลยหายไป





กู่เจ้านายฝ่ายเหนือ หรือ สุสานราชตระกูล ณ เชียงใหม่
เป็นสุสานหลวงที่ เจ้าดารารัศมี
พระราชชายาใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
โปรดฯ ให้อัญเชิญรวบรวมพระบรมอัฐิ พระอัฐิ ของผู้ครองนครเชียงใหม่
มาประดิษฐานรวมกัน ณ บริเวณลานวัดสวนดอกวรมหาวิหาร แห่งนี้
ซึ่งรวมถึงกู่ของเจ้าน้อยศุขเกษมด้วย

(เคยเข้าไปดู เพราะ อ.ธเนศวร์เคยบอกว่า กู่เล็กๆ ที่ไม่มีชื่อ ในบริเวณนี้คือกู่ของมะเมียะ)

หมายเหตุ :

- "หมะเมียะ" ภาษาพม่าแปลว่ามรกต; หมะ คือคำนำหน้านาม เมียะ คือชื่อ ค่ะ

- เจ้าเมืองเชียงใหม่สมัยราชวงศ์กาวิละ (เจ้าเจ็ดตน)




ดัดแปลงที่มาและรูปภาพประกอบ (เพื่อเนื้อหาที่ชัดเจนขึ้น) จาก

//topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/E2633434/E2633434.html

//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=chollaphin&month=06-2006&date=01&group=9&gblog=12

//www.saochiangmai.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=1&Category=saochiangmaicom&thispage=25&No=173744

//th.wikipedia.org/

นอกจากนั้นคือความรู้ที่เคยได้เข้าเรียนกับ รศ.ธเนศวร์ เจริญเมือง และ ดร.วิโรจน์ อินทนนท์
(วิชาประวัติศาสตร์ล้านนา และวิชาประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในล้านนา ตามลำดับ)

อนึ่ง เรียนมาเกินกว่า 5 ปีแล้ว ที่จำได้...อาจจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง ต้องขออภัยผู้อ่านนะคะ


ป.ล. สังเกตกู่เจ้าน้อยง่ายมากค่ะ...มีรูปท่านอยู่หน้ากู่เลย





ที่มาของรูปด้านบนค่ะ

ปล. 2 ในวิดีโอนี้ ท้ายๆ คุณสุนทรีย์ เวชานนท์ได้ไปถ่ายที่หน้ากู่เจ้าน้อยด้วยค่ะ



ป.ล. 3 สารคดีสั้นๆ และบทสัมภาษณ์ของ อ.ธเนศวร์ เจริญเมืองค่ะ



ป.ล. 4 นั่งเรียบเรียงประมาณ 4 ชั่วโมง ตาลายมากมาย




 

Create Date : 04 มกราคม 2553    
Last Update : 4 มกราคม 2553 3:57:49 น.
Counter : 2936 Pageviews.  


น้ำตาลกรวดรูปแมว
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Mamarine Thiphayamongkol | มาเป็นเพื่อนกับแมวได้ที่นี่นะคะ
Friends' blogs
[Add น้ำตาลกรวดรูปแมว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.