Group Blog
 
All blogs
 
เคล็ดลับสร้างลูกรักหนังสือ: เลือกหนังสือเด็ดๆให้โดนใจเด็กๆ

เวลาไปร้านหนังสือ เคยไหมคะ เห็นหนังสือวางเต็มชั้น ละลานตาไปหมด
อู๊ยยย เล่มนั้นก็น่ารัก เล่มนี้ก็อยากได้
(คุณแม่นะที่อยากได้ ลูกชอบหรือเปล่า ไม่รู้)
บางเล่มภาพประกอบก็แนวสุดๆ แทบจะ Abstract อยู่ละ
แต่สวยโดนใจ คุณแม่อยากซื้อไว้สะสมอ่ะ (เราเป็นแบบนี้ประจำ)
ก็เลยต้องตั้งสตินิดนึงค่ะ เวลาเห็นของน่ารักๆ แล้วกลับมาประมวลผลจากข้อมูลที่สะสมมา(จากการอ่านตำรา)
และประสบการณ์ที่ผ่านมาว่าลูกชอบหนังสือแบบไหน
และเมินหนังสือแบบไหน
เพราะถ้าซื้อมาแล้ว ไม่ว่าหนังสือจะน่ารัก หรือมีสาระความรู้ ฟังก์ชั่นล้นหลามแค่ไหน ถ้าลูกไม่สนใจ ไม่ชอบ ไม่สนุก หนังสือนั้นก็ไร้ความหมาย

ดังนั้นขอทำเป็นรายการมาให้ดูค่ะ ว่าเวลาเราเลือกหนังสือสำหรับเด็กเล็ก
(คือตอนที่ถือเล่มที่เข้ารอบสุดท้ายไปจ่ายตังค์ เรามีเกณฑ์ในการตัดสินอย่างไร)

1. ภาพต้องเหมือน
ภาพประกอบหนังสือสำหรับเด็กเล็กๆ ควรจะเป็นภาพเหมือนของจริง
หรือมีสัดส่วนใกล้เคียงกับความเป็นจริงเพราะว่าเด็กเล็กๆเค้าเพิ่งจะเคยเห็นสิ่งเหล่านั้นเป็นครั้งแรก มันจะเป็นการสอนเค้าไปในตัว ว่าสิ่งเหล่านั้นมีสักษณะอย่างไร เช่นถ้าเราอยากสอนให้ลูกรู้จักแมว รูปภาพของแมวที่จะสอนลูกก็ควรเป็นรูปแมวที่เหมือนของจริง ไม่ใช่แมวการ์ตูน ทั้งนี้อยู่ที่จุดประสงค์ในการอ่านหนังสือเล่มนั้นๆด้วยนะคะ เช่นถ้าเป็นเนื้อหาที่เน้นสอนให้รู้ว่านี่คือสิ่งนี้ ก็ต้องเหมือนจริง แต่ถ้าหนังสือ เน้นความสนุก หรือเน้นคุณแม่คุณพ่อเล่าเรื่อง หรืออื่นๆ ก็ให้มีรูปร่างคล้ายของจริงมากหน่อย อย่าให้เปลี่ยนรูปไปมากเช่น ไก่ก็ไม่ควรเป็นแค่วงกลม มีตาจุดสองจุด ปากหลิมออกมาจึ๊กนึง อันนี้จะออกแนวคิกขุเหมาะกับเด็กโตแล้วมากกว่า






2. สีต้องเด้ง
ในกรณีเลือกหนังสือที่ภาพเหมือนจริงเกิน บางเล่มอาจจะสีจืดชืด อันนี้ก็จะทำให้เด็กเมินหนังสือได้ง่ายนะคะ ถ้าให้ดีควรเลือกเล่มที่สีสดใสหน่อย แป๋นๆเลยยิ่งดี คุณแม่คุณพ่อที่มีรสนิยมด้านศิลปะดีเห็นหนังสือสีแรงๆ เช่นแดงแป๊ด ตัดกับเขียวแป๊ด แถมมีช็อกกิ้งพิงค์อีก อาจจะรับไม่ได้ ไม่ยอมหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาดูด้วยซ้ำ หารู้ไม่ว่าเด็กชอบค่ะ ประเภทหนังสือสีหวานๆ พาสเทล อย่าหวังว่าจะได้ความสนใจจากน้องๆค่ะ
ช็อกกิ้งพิงค์ ชนะเลิศเสมอ (ลูกชายเราชอบสีนี้ ม้ากกกกกกกกกก)





3. เล่มต้องทน
เด็กวัยนี้เค้ายังไม่รู้ค่ะว่าอันไหนกินได้หรือไม่ได้ อันไหนฉีก เหยียบ ถีบ
ทึ้ง ลาก ขยำและอื่นๆ ได้ หรือไม่ได้ ดังนั้นหนังสือสำหรับเด็กวัยต่ำกว่า 3 ขวบ
ควรเป็นหนังสือที่ทนทานค่ะ แข็งแรง บึกบึน ทนทุกสถานการณ์
หนังสือที่เหมาะกับเด็กเล็กต้องเป็นพวกหนังสือผ้า(ซึ่งเนื้อหาน้อย เหมาะกับเบบี๋จริงๆ)
และหนังสือเล่มแข็ง หรือบอร์ดบุคนะคะ
เพราะเมื่อมันกลายเป็นสมบัติของคุณหนูๆเมื่อไหร่ มันจะโดนย่ำยีสารพัดค่ะ
ถ้าไม่ทน ไม่ใครก็ใคร ต้องเจ็บตัวแน่ๆ คือไม่หนังสือพัง
ก็ลูกเราอาจจะกินชิ้นส่วนหนังสือเข้าไปได้
หนังสือพวกปกอ่อน หรือปกแข็งแต่กระดาษข้างในอ่อน
เราเคยทดลองซื้อมาอ่านให้ลูกฟังนะคะ กะว่าแม่อ่านลูกไม่ต้องจับ
ตอนนี้มันยับเยินเพราะถูกขยำ เปื่อยเพราะโดนกิน ขาดเพราะโดนทึ้งและยื้อแย่ง
ต้องรีบเก็บเลยค่ะ เพราะเดี๋ยวเค้าเกิดกินกระดาษเข้าไปทั้งติดคอ
ทั้งหมึกกระดาษอีก อันตรายมากๆ
ดังนั้น บอร์ดบุคเท่านั้น คือคำตอบสุดท้ายค่ะ





4. เรื่องต้องโดน
เรื่องต้องโดน หลายคนอาจจะแย้งว่าหนังสือเด็กนี่มันต้องมีดราม่าอะไรนักหนา?
เด็กเล็กจะไปรู้เรื่องเรอะ
เนื้อเรื่องที่เราว่ามาถึงไม่ใช่ว่าต้องมีนางเอกพระเอกตัวอิจฉาอะไรหรอกค่ะ
แต่หมายถึงเนื้อเรื่องหรือเนื้อหาในเล่มนั้นๆ มีอะไรให้คุณแม่คุณพ่อเล่า หรือเล่นกับลูกบ้าง
เพราะเด็กเล็กๆเค้าไม่ได้อ่านเองนะคะ อย่าลืมข้อนี้
คนที่ถ่ายทอดให้เด็กฟังคือคุณแม่คุณพ่อเองแหละค่ะ
การจะเลือกหนังสือให้ลูกแต่ละเล่ม เราต้องออกแบบหรือคิดไว้ว่า
อยากให้ลูกได้อะไรจากหนังสือเล่มนี้
แล้วเราจะเล่าให้ลูกฟังอย่างไร
จะใส่ซาวนด์เอฟเฟค(ก็เสียงที่เราทำเองแหละค่ะ)อะไรบ้าง
จะร้องเพลงจังหวะไหน ใส่เพลงอะไรดี เพลงไทยหรือเพลงฝรั่ง
จะใช้อุปกรณ์ หรือของเล่นอะไรประกอบการเล่าบ้าง
ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้เดี๋ยวจะทยอยเขียนถึงในบทต่อๆไปนะคะ






เมื่อเลือกผู้ผ่านเข้ารอบตามเกณฑ์แล้ว ปัจจัยสุดท้ายก็เรื่องราคานั่นแหละค่ะ
อยู่ที่คุณแม่คุณพ่อเลือกซื้อหากันตามกำลังทรัพย์
ถ้างบไม่อั้นก็ซื้อเลยค่ะ หลายๆเล่มยิ่งดี เพราะเด็กเค้าจะเบื่อง่าย
ตามร้านหนังสือต่างประเทศ อย่างคิโน หรือเอเชียบุค
เราไปยืนเลือก ขอเค้าแกะดูได้เลยค่ะ

แต่ถ้างบประมาณน้อย ร้านหนังสือที่ขายหนังสือราคาไทยๆ
ในเน็ตก็มีให้เลือกหลายร้าน
จำนวนเงินเท่ากัน ได้หนังสือคุณภาพดีไม่แพ้กัน แต่ได้หลายเล่มค่ะ
ก็ลองเลือกๆกันดูตามความเหมาะสมของแต่ละครอบครัวนะคะ
เพราะขึ้นชื่อว่าหนังสือ แม้คุณสมบัติจะไม่ครบถ้วน ถูกทุกข้อ
แต่ถ้าลูกชอบอ่าน ยังไงก็เป็นผลดีทั้งนั้นค่ะ

สุดท้ายนี้อย่าลืมให้เวลากับการอ่านหนังสือให้ลูกฟังมากๆนะคะ



Create Date : 13 สิงหาคม 2553
Last Update : 13 สิงหาคม 2553 20:56:33 น. 0 comments
Counter : 2320 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คุณนายฟู
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






Friends' blogs
[Add คุณนายฟู's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.