ละไม




วันนี้มีตลาดนัดหน้าบ้าน ขี้เกียจทำกับข้าว เลยเดินไปซื้อหมูทอดกับข้าวเหนียวมากิน ได้ปลานิลทอดตัวใหญ่มาก ๆ มาด้วย และผลไม้หลังอาหาร ได้ละไมมา 1 ถุง 20.- บาท รสชาติหวานอมเปรี้ยว อร่อยดี
----------------------------------

ชื่ออื่น ละไม ระไม รามา รำเม รามาตีกุ๊
ชื่อวิทยาศาสตร์ Baccaurea motleyana Muell Ary
วงศ์ Euphorbiaceae

ลักษณะ

เป็นไม้ยืนต้น ใบโต มีผลออกมาจากกิ่งใหญ่ หรือลำต้นเป็นพวงยาว ผลกลมรี ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒ เซนติเมตร เมื่อผลอ่อนมีสีเขียว สุกจะมีสีขาว หรือน้ำตาลอ่อน เมล็ดคล้ายเมล็ดแตงโม รสชาดจะเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ คล้ายผลมะไฟ ออกผลปีละ ๑ ครั้ง อยู่ในช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม ของแต่ละปี

วิธีการปลูก

ปลูกและขยายพันธ์โดยใช้เมล็ด

คุณค่าและประโยชน์

ใช้รับประทานสดเหมือนผลไม้ทั่วๆ ไป หรือใช้แกงแทนผักอื่นๆ ก็ได้ บ้างก็ใช้เลี้ยงสัตว์ เช่น วัว หมู แพะ

ภาพต้นละไม จากอินเตอเนทค่ะ


ต่างจากมะไฟ ตรงต้นใหญ่กว่า ผลกลมกว่า เนื้อชมพู ส่วนมะไฟ เนื้อสีขาว ผลดกกว่ามะไพ

มะไฟกา และ มะไฟปรกติ (ภาพจากอินเตอเนท ขอบคุณค่ะ)




Create Date : 24 เมษายน 2555
Last Update : 27 มิถุนายน 2555 20:30:25 น.
Counter : 7742 Pageviews.

2 comment
ยี่โถ...Oleander


ยี่โถ (ชื่อวิทยาศาสตร์: Nerium oleander L.) มีถิ่นกำเนิดแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เช่น แถบโปรตุเกสไปจนถึง อินเดีย อิหร่าน โดยสันนิษฐานว่ามีการแพร่เข้ามาในไทยโดยชาวจีน ในปี พ.ศ. 2352-2364

ลักษณะเฉพาะ
ยี่โถ เป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 20 ฟุต เปลือกของลำต้นมีสีเทาเรียบ เมื่อตัดหรือเด็ดจะมีน้ำยางไหลออกมา ใบ เป็นใบเดี่ยวรูปร่างรี ปลายและโคนใบแหลม ยาว ๑๕-๑๗ cm. กว้าง ๑.๗-๒.๐ cm. ขอบใบเรียบไม่มีจัก หนาแข็ง มีสีเขียวเข้ม ก้านใบสั้น ออกตามข้อของลำต้น ดอกมีสีชมพู ขาว ออกตามปลายของยอดลำต้นเป็นกระจุกหรือช่อ รูปร่างคล้ายกรวยหรือปากแตร เวลาบานกลีบจะมีกลิ่นหอม ดอกยี่โถสามารถออกดอกได้ทั้งปี ผลเกิดเมื่อดอกมีการผสมเกสรและร่วงหลุดไป จะเกิดผลเป็นฝัก 2 ฝัก ต่อ 1 ดอกยี่โถ 1 ดอก เมล็ดลักษณะคล้ายเส้นไหม
การปลูกยี่โถ สามารถปลูกได้ทุกที่เนื่องจากขึ้นได้ในสภาพดินทุกชนิดได้ดี โดยการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง หรือการปักชำกิ่ง

ประโยชน์
 ส่วนที่ใช้เป็นยา : ดอก ผล ใบ
1. ผล ขับปัสสาวะ
2. ดอก แก้อักเสบ แก้ปวดศีรษะ
3. ใบ ใช้เป็นยารักษาโรคหัวใจ (มีความเป็นพิษสูงต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง)
4. นอกจากนี้ยังใช้เป็นยาฆ่าแมลง และยาเบื่อหนูได้

ยี่โถในวรรณกรรม

ยี่โถปรากฏในวรรณกรรมเรื่อง อิเหนา พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2

"ลำดวนดอกดกเต็มต้น
รสสุคนธ์ปนมะลิผลิดอกโต
ยี่เข่งเข็มสารภี ยี่โถ
ดอกส้มโอกลิ่นกล้าน่าดม

"รำพันพิลาปสุนทรภู่"

เห็นทับทิมริมกุฎีดอกยี่โถ สะอื้นโอ้อาลัยจิตใจหาย"

สรรพสิทธิ์คำฉันท์ : สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
“…มะลิวัลย์อัญชันช่อ ทุกก้านกอสรล่มสรลอน
ชงโค ยี่โถ ขจร รสรื่นรรวยรมย์…”

ที่มา : //www.th.wikipidia.org./wiki/ยี่โถ



Create Date : 22 เมษายน 2555
Last Update : 22 เมษายน 2555 16:50:49 น.
Counter : 3430 Pageviews.

4 comment
ดอกมุจลินทร์
เพิ่งเคยเห็นดอกไม้ชนิดนี้ น่ารักมาก ๆ เลย ใบด่าง อย่างที่ชอบด้วย
พอไปเสริชหาข้อมูล ปรากฏว่า แอบแพงอะ 
ต้นเล็ก ๆ สูงไม่เกิน 30 ซม. ตั้ง 400.- บาท
สูง 80-100 ตั้ง 1200.- บาท

รอไปก่อน ให้ต้นนี้แข็งแรงหรือโตกว่านี้ แล้วค่อยขอเมล็ดไปเพาะ 
หรือชำกิ่งได้ไหมเนี่ย


ชื่อที่เรียก

มุจลินท์

ชื่ออื่นๆ

มุจลินท์, วัจลินท์

หมวดหมู่ทรัพยากร

พืช

ลักษณะ

มุจลินทร์เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก อาจสูงได้ตั้งแต่ 2-5 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านเกลี้ยงเป็นสีน้ำตาลอมเทา ใบรูปยาวรี โคนปลายใบมน ด้านบนสีเข้มกว่าด้านล่าง ใบยาวประมาณ 4 ซม. ดอกสีชมพูเข้มออกเป็นช่อ ช่อหนึ่ง ๆ มีประมาณ 2-5 ดอก แต่ละดอกบานไล่กันครั้งละ 2-3 ดอก ดอกมีกลีบดอก 5 กลีบ แต่ละกลีบมีเส้นสีแดงเข้มปรากฏเป็นเส้นแบ่งกลาง เกสรตัวผู้สีเหลืองเป็นรูปกระดิ่ง ปากแฉกมี 4 แฉก ขนาดดอกกว้างประมาณ 2-2.5 ซม. มุจลินทร์เป็นพรรณไม้ที่ออกดอกได้ตลอดทั้งปี

ประโยชน์

นิยมปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ มีดอกดก สวยงาม มีกลิ่นหอม

แหล่งที่พบ

บางพระ

ตำบล

บางพระ

อำเภอ

บ่อทอง

จังหวัด

ชลบุรี

ฤดูกาลใช้ประโยชน์

ตลอดปี

ศักยภาพการใช้งาน

มีบางพื้นที่

ชื่อสามัญ

Ravenia Pink

ชื่อวิทยาศาสตร์

Ravenia Spectabilis

ชื่อวงศ์

Rutaceae

การขยายพันธุ์

-การเพาะเมล็ด
-การตอน

การปลูกและการดูแลรักษา

-มุจลินท์สามารถปลูกได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง
-ชอบดินชื้น ระบายน้ำได้ดี





Create Date : 18 เมษายน 2555
Last Update : 18 เมษายน 2555 17:12:39 น.
Counter : 4848 Pageviews.

1 comment
ต้นงาช้าง


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Sansevieria cylindrica Bojer
ชื่อวงศ์ : DRACAENACEAE

ประโยชน์ :

ต้น ตำโขลกหรือหั่นเป็นแว่นๆผสมกับสุรากินแก้เลือดตีขึ้นใน
โรคบาดทะยักปากมดลูกในเรือนไฟ จะดองสุราหรือต้มกินก็ได้

น้ำคั้นจากราก ใช้เป็นยาเบื่อพยาธิและรักษาริดสีดวงงอกได้ดี
ชาวมลายูตัดเอาปลายงาไปอังไฟก่อนแล้วบีบคั้นเอาน้ำไว้หยอดหู
แก้ปวดในหู พวกซูลูในอาฟริกาก็ใช้แบบนี้ ส่วนในอินโดนีเซียใช้บีบคั้นเอาน้ำไปทาผมเป็นยาบำรุงรักษารากผม
ทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม
-----------------------------------
ไปอ่านเจอในเวป jamrat.net //www.jamrat.net/jamrathealth.aspx?blogid=77 ว่าต้นงาช้างนี้ มีสรรพคุณหลากหลาย ไม่รู้มาก่อนเลย คิดว่าแค่ช่วยฟอกอากาศและดูสวยงามแปลกตาเท่านั้น อ่านแล้วก็ทึ่ง เดี๋ยวว่าง ๆ ลองทำสูตรแก้ฝ้าดู หวังว่ากินแล้วคงไม่ตาย จริงๆ ฝ้าก็ไม่เยอะเท่าไหร่ แค่ตรงโหนกแก้ม นิดหน่อย ส่วนเรื่องราคา ที่บอกว่า ขายกันก้านละ 60-100 บาทนั่น มีใครสนใจจะซื้อไหม มีอยู่หลายก้านทีเดียว อิอิ (ล้อเล่น) ว่าง ๆ ว่าจะลองเอาออกมาชำหลาย ๆ กระถาง เผื่อมีใครอยากได้ จะได้แจก มันแน่นกระถางแล้ว หนักก็หนัก เคลื่อนย้ายลำบาก จะถ่ายรูปก็ต้องฝ่าดงโมกเข้าไปถ่าย

จากบลอค ไทยฟอเรสเฮิร์บ//thaiforestherb.blogspot.com/2012/03/blog-post_19.html ก็บอกสรรพคุณไว้คล้าย ๆ กัน

คนโบราณจะปลูกว่านงาช้างติดบ้านไว้ กรณีหญิงหลังคลอดตกเลือดรุนแรง จะตำผสมเหล้าขาวกรอก อาการตกเลือดจะหยุดทันที ตกเลือดหลังคลอดไม่ใช่เรื่องธรรมดา ถึงแก่ชีวิตกันมามากแล้ว ยิ่งถ้าอยู่ไกลโรงพยาบาลให้เลือดไม่ทัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ว่านงาช้างจึงช่วยชีวิตหญิงหลังคลอดมานักต่อนัก
ในหนังสือกบิลว่านมีการใช้ว่านงาช้างนำมาต้มกินแห้งก็ได้สดก็ได้ ทำให้หน้าใส ฝ้าจะค่อยๆจางหายไป เหมาะจะใช้เป็นสมุนไพรสำหรับผู้หญิงโดยแท้
กรณีเป็นริดสีดวงทวาร ใช้ว่านงาช้าง ดองเหล้า ๒๘ ดีกรี ดื่ม



Create Date : 15 เมษายน 2555
Last Update : 15 เมษายน 2555 16:19:38 น.
Counter : 4340 Pageviews.

0 comment
ข้าวสาลี-wheatgrass
เอาตำแยแมวไปให้ โครงการรักษ์แมวที่งาน Thailand Cat Show เดอะมอลล์บางกะปิ เลยซื้อเมล็ดข้าวสาลี มาลองเพาะให้แมวกินบ้าง

ข้อมูล ข้าวสาลี จาก wiki ไทย

ข้าวสาลี เป็นพืชจำพวกธัญพืช ปลูกมากในแถบประเทศตะวันออกกลาง เหนือเส้นศูนย์สูตร หรือในเขตอบอุ่น หรือเขตหนาวบางเขต เมล็ดข้าวสาลีจะมีแป้งเป็นส่วนประกอบอยู่ประมาณ 70% และมีแร่ธาตุอื่น ๆ อีกเป็นองค์ประกอบ 30% ต้นข้าวสาลีประกอบไปด้วยธาตุอาหารมากกว่า 100 ชนิด ซึ่งรวมทั้งแร่ธาตุหลัก ๆ ที่ร่างกายต้องการทุกตัว แร่ธาตุรองที่ร่างกายต้องการในปริมาณเล็กน้อย วิตามินในกลุ่มบีคอมเพล็กซ์ครบถ้วน นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในเรื่องของแหล่งโปร – วิตามินเอ ที่สูงที่สุดในบรรดาอาหารต่าง ๆ รวมทั้งมีวิตามินซี อี และเค เป็นจำนวนมาก น้ำต้นข้าวสาลีมีโปรตีนอยู่ 25 % ซึ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงมากกว่าเมื่อเทียบกับเนื้อปลา ไข่ ผลิตภัณฑ์นม หรือถั่วต่าง ๆ มากไปกว่านี้ยังมีสารต้าน เชื้อรา สารต้านพิษจากเชื้อราที่เรียกว่า laetrile อีกด้วย
ข้าวสาลี เป็นธัญพืชอย่างดีที่มีการบริโภคกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคกระเพาะ สำหรับผู้ป่วยระหว่างพักฟื้น ในทางยาใช้เมล็ดแก่ในขนาด 15-30 g. ต้มกินน้ำเป็นยาบำรุงหัวใจ ช่วยให้นอนหลับ และลดความดันโลหิตสูง
แม้ว่าข้าวสาลีจะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่ข้าวสาลีก็มีโปรตีนกลูเต็นที่ผู้ป่วยโรคผิดปกติเกี่ยวกับช่องท้อง (Coeliac disease) ไม่สามารถรับโปรตีนชนิดนี้ได้เช่นกัน ซึ่งโปรตีนชนิดนี้สามารถพบได้ใน ข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ตและข้าวทริทิเคลี
***************
หลังจากแช่เมล็ดในน้ำพอท่วม 1 คืน ตอนเช้าเกลี่ยใส่ถาดเอาทิชชู่ปิด ฉีดน้ำให้ชุ่มวันละ 2 ครั้ง วันที่ 2 ก็เมล็ดก็งอก เลยเอาลงดิน ผ่านไปวันที่ 3 ได้มาแบบนี้


แช่เมล็ดเยอะเกิน ต้องลงกระถางเพิ่มด้วย






โซฟีกับอาตี้ ดูเหมือนไม่สนใจ แต่จิ๊ดริด อยากรู้ว่า เอ๊ะอะไร กินได้เหมือนไผ่เงินหรือเปล่า


สงสัยยังโตไม่เต็มที่ ไม่หอมชวนกิน


เล่นซะแล้ว เขี่ยเมล็ดเล่นใหญ่เลย เฮ้อ...


ก็หวังว่า อีกวัน สองวัน พวกเขาจะสนใจกินกัน

ส่วนไผ่เงิน วางปุ๊บกินกันหนุบหนับ ๆ เกลี้ยง ลืมรดน้ำ
ตายโกร๋นหมด เสียดายเลยเอาลงกระถางใหญ่ รดน้ำ ใส่ปุ๋ย
เห็นใบอ่อนแตกออกมาแล้ว


สรุปไผ่เงิน ขายดีที่สุด สำหรับแมวบ้านเรา แต่ไม่แน่ รออีก 2-3 วันดูผลกับข้าวสาลีงอกก่อน



Create Date : 25 กรกฎาคม 2554
Last Update : 27 กรกฎาคม 2554 0:03:55 น.
Counter : 1841 Pageviews.

0 comment
1  2  3  

Jookjik
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



MY VIP Friend