หนังสือเล่มนี้... เรื่องราวที่ไม่มีวันจบ
Group Blog
 
All blogs
 

ศัลยศาสตร์ แสนสุข

ผ่านพ้นไปแล้วกับ กองศัลย์ ทำไม 10 wk. มันช่างรวกเร็วอย่างนี้หนอ

เพราะเขาว่ากันว่าเวลาแห่งวามสุขมันจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ

ตอนแรกก็ไม่ค่อยยากอยู่ศัลย์ซักเท่าไหร่ เพราะมันเป็นภาควิชาใหญ่ ก็กลัวว่ามันจะหนักและเหนื่อย

แต่ก็เหนื่อยจริงๆน่ะแหละ แต่ว่ามันมีความสุข





ฉันเริ่มต้นชีวิตศัลย์ด้วยการอยู่ สาย Gen.B ตอนนี้รู้สึกโชคดีจังที่ได้อยู่สายนี้

อ ศรีลา อ สมฤทธิ์ พี่ อ๊อด เพื่อนๆ นึกถึงแล้วมีความสุขจัง

อาจราย์ศรีลา เป็นอาจารย์ที่ฉันประทับใจมาก อาจารย์เพิ่งกลับมาจาก
การศึกษาต่อด้าน Breast cancer ที่ อังกฤษและอเมริกา และอาจารย์
ก็กลับมาตอนพวกเราขึนกองพอดี แล้ว สายบี ในขณะนนั้นก็มีอาจราย์ย้าย
ไปอยู่สายอื่น ทำให้อาจารย์ ศรีลาก็มาอยู่สายพวกเรา มันเป็นความแตกต่าง
ที่ลงตัวมากๆ อาจารย์ศรีลา เป็นอาจารย์ที่ดีมาก อาจารย์สอนให้เรารู้ว่า
เราต้องทุ่มเทกายและใจให้คนไข้ และต้องมีความสุขไปด้วยพร้อมๆกัน

ดีใจมากค่ะ ที่ได้เจออาจารย์พอดี โชคดีจัง ได้เป็นศิษย์ 8 คนแรกของอาจราย์ที่อาจารย์กลับมา






ต่อมาก็ rotate ไปเรื่อยๆที่ Gen D trauma and vascular

อีกอย่างที่ชอบมาก ก็คือช่วงเวลาที่ได้เข้า ฟิว OR ได้เห็นได้เรียนรู้
มีทั้งอาจารย์ และพี่คอย care เรา ดูว่าน้องทำอะไรอยู่
ถึงมันก็จะมีความรู้สึกเกร็งๆ ว่าเราไปเกะกะเขารึป่าวอยู่ก็ตาม
ชอบพี่ มากๆ ชอบอาจารย์ด้วย ขอบคุณพี่อ๊อด พี่ปิง พี่เอ็ม พี่ๆน่ารักมาก

มีความสุขกับทุกสาย ที่ได้อยู่ ได้ราวน์ พี่ที่ดี อาจารย์ที่ดี
และคนไข้ที่ดี (เพราะคนไข้ยอมเป็นครูให้เราฝึกเรียน)
มันทำให้ฉันอยากเป็นหมอที่ดีและมีความรู้ เหมือนพวกท่านเหล่านั้นจัง


ขอบคุณ อ. สมฤทธิ์ อ ประกิต อ จิ้ง อ ศักชาย อ ธนาคม อ บุรภัธร
อ โอสรี อ สมเกียรติ และอาจารย์ทุกๆท่าน
(เราขอเขียนชื่อ อาจารย์ไว้นะค่ะ เผื่ออีกล้านปีจะได้ไม่ลืม)

สิ่งเหล่านี้นี่แหละที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าโชคดีจังที่ได้เรียนแพทย์ ได้เรียนที่แห่งนี้





 

Create Date : 09 กันยายน 2552    
Last Update : 10 กันยายน 2552 0:11:45 น.
Counter : 215 Pageviews.  

ชีวิตคลินิก แบบนามธรรม



ถึง ........เพื่อนที่ดีที่สุด

เหนื่อยจัง
มันไม่ได้เหนื่อยกายหรอกแต่มันเหนื่อยใจ
เราไม่เคยเครียดกับการเรียนเลยตลอดชีวิตที่ผ่านมา
แต่ตอนนี้เราเครียด เรากลัวเรียนไม่ได้เรากลัวไม่จบ
เราไม่ชอบแบบนี้เลย ต้องติดต่อ ต้องสอบถาม ต้องขอร้อง
ต้องเห็นแก่ตัวนิดๆ ชีวิตจ7งจะรอด ต้องทำงานกลับเหล่าคนที่อยากอยู่ห่างๆ
โชคดีที่มีเพื่อน ไม่งั้นคงรู้สึกแย่
แกยัง คิดถึงเราอยู่มั้ย แกยังนึกถึงเราตลอดมั้ย
เราไม่แคร์เท่าไหร่ แต่มันอดคิดไม่ได้

รู้ไหมวันแรกที่เราขึ้นคลินิกเราก็โดนเขาว่า จะร้องไห้ออกมากลางห้องเลย
แถมเพื่อนๆอีก ทำไมสังคมต้องสั่งสอนให้คนเหล่านั้นเป็นแบบนี้
เพื่อแค่อยู่รอด หรืนเพื่อความเป็นที่หนึ่ง?
นึกในใจว่านี่ขนาดฉันอยากเป็น แล้วคนที่ไม่อยากเป็นล่ะ
อยากกลับไปเหมือนเดิมอยากกลับไปอยู่บ้าน
ฉันทำเพื่อคนอื่น แต่ฉันเหนื่อย

ฉันอยากให้ทุกๆคนกลับมาเป็นเหมือนเดิมโดยเฉพาะแก

ฉันเบื่อ

จิตตกแบบ prolong

ฉันยังโชคดีที่ได้กลับมาอยู่กลับเพื่อนแล้ว ถ้ายังอยู่กับปีศาจนั้นฉันคงแย่

ฉันเชื่อเรื่องเวรกรรมนะ มันตามมาเร็วจริงๆ

นี่เมื่อไหรจะได้มาอยู่ด้วยกันอีกเมื่อไหร่จะมีเวลาให้กันเหมือนเดิม
หรือต้องเป็นแบบนี้ตลอดไปจนเริ่มชินชา

เหมือนไม่ได้เจอหน้ากันมาเป็น สิบ สิบ ปีเลยนะ รู้ตัวรึป่าว ?


จาก........... เราเอง รักแกเสมอนะ




 

Create Date : 25 เมษายน 2552    
Last Update : 25 เมษายน 2552 1:34:38 น.
Counter : 105 Pageviews.  

พระเจ้าช่วย กล้วยทอด ขอให้หนูผ่าน compre!!!!!!! _/|\_สาธู้.......

อัพ BLOG เตือนใจตัวเอง



ณ เวลานี้ข้าพเจ้าเหลือเวลาอีกไม่ถึง 4 วันดี
ในการอ่านเนื้อหาที่เรียนมาทั้งหมดของปี 3
(ความจริงมันสอบเนื้อหาของปี 2 ด้วย
แต่ข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าน่าจะอ่านมันผ่านไปแล้ว (มั้งนะ)
เอาเป็นว่าผ่านไปแล้วและกัน)


สิ่งที่ข้าพเจ้าขอยึดเป็นที่พึ่งพิงของชิวิตตอนนี้ก็คือ




USMLE

เป็นอะไรที่ชีวิตนี้ไม่เคยทำ กับการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษให้จบเล่มเนี่ย

เลยต้องอาศัยเจ้านี่ด้วย






ผลงาน








เนื้อหาที่เหลือก็คือ Neurology psychiatry
renal Respiratory Reproductive เฮ้ออออ

เฮ้ยๆ!!! เดี๋ยวก่อน ข้างหน้าเราข้ามมานี่หว่า
งั้นมันก็ยังมี biochemistry Embrology
behavioral science อีกอ่ะดิเนี่ย

สรุปว่า ขอแก้ไขข้อความข้างต้น
ข้าพเจ้ายังเหลือเนื้อหาครึ่งหนึง ของ ปี 2
และปี 3 ทั้งหมด หรือเปล่าเนี่ย


เฮ้อออออออออออออ!!! พระเจ้าจอร์จมันแย่มาก

ขอไซโคตัวเองหน่อยว่า
เนื้อหาที่เรียนมาประมาณ 300 วัน
เอามาอัดในเวลา 4วัน
แล้วยังจะมาเล่นเนต
ไปตายซะ!!!!!




ทำไมเราชอบเป็นแบบนี้ ตอนต้นๆเจือกไม่อ่าน
ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา เป็นมันทุกปี เป็นมันBLOCK

ยังไงก็ขอแค่ผ่านแล้วกันนะ ไปอ่านต่อแล้วเด้อ .....!!!!!




 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2552 1:01:53 น.
Counter : 153 Pageviews.  

เจาะเขา เจาะเรา ตอน เจาะเลือดคนอื่นครั้งแรกในชีวิต

blog นี้เป็นเรื่องของประสบการณ์ครั้งแรกที่อยากจะเขียนไว้เพื่อย้อนกลับมาดู ว่าช่วงเวลานั้นเราเป็นยังไง สู้สึกยังไง


     หลังจาก ทำใจอยู่นาน กินข้าวกินปลาไม่ลง แต่ก็ต้องพยายามกินเยอะๆ จะได้ไม่เป็นลม  เวลานั้นก็มาถึง
เตรียมหยิบ เข็ม ไซริงค์  หลอดแก้วเคลือบheparin พร้อม!!! แต่ก็กลับมานั่งทำใจอีกซักพักนึง แล้วก็เดินไปดื่มน้ำ เพราะคอแห้งผาก
เพราะตื่นเต้นไม่ได้เป็นคนกลัวเข็มหรอกนะ เราเคย บริจาคเลือดมาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้กำลังจะถูกเพื่อนกันเองเจาะ 
ประสบการณ์ก็ไม่มี เคยเจาะแค่กับหุ่น กลัวนู่นกลัวนี่ กลัวเจาะเส้นเลือดแตก กลัวแขนเป็นปื้นเขียวๆ ไม่สวย แต่พวกนี้ยังไม่เท่าไหร่
ที่กลัวที่สุดคือกลัวตัวเองจะไปเจาะเค้านี่แหละ  ปกติก็เป็นคนปล้ำๆเป๋อๆ ขนาดเรื่องที่ทำอยู่ประจำยังผิดผลาดเลย
แล้วนี่ตื่นก็ตื่นเต้น ไม่เคยทำก็ไม่เคยทำ ตายแน่กรู  วอแวก็บอกว่าให้เราเป็นฝ่ายเจาะก่อน เพราะถ้าเราเจาะก่อนแล้วเดี๋ยวจะเจ็บแขน 
เราก็เอาว่ะ บอกเอาเลยแล้วกัน ในใจกคิดว่าเรียกอาจารย์มีดูข้างๆดีกว่าจะได้อุ่นใจ มองหาอาจารย์อาจารย์ไม่ว่างซักคน
ก็เลยคิดว่าเจาะเองเลยแล้วกัน คนอื่นเขายังเจาะกันได้  เลยบอกวอแวว่าให้วางแขนบนหมอนรองได้เลย
วอแวเลยถามว่าเอาจริงหรอแบบไม่มั่นใจ ก็เลยตอบว่า อืม  แล้วก็ถกแขนเสื้อวอแว ทำไมมันแขนใหญ่จังว่ะ สายยางจะยาวพอไหม
ก็เลยรัดยางที่ต้นแขนซะตึงเปี้ยะ เสร็จแล้ว เอาแอลกอฮอล์ราดบนสำลี เช็ดวนออกนอก แกะห่อเข็ม ห่อ ไซริงค์ เสียบเข้าด้วยกัน
จับเข็ม คลำเส้นเลือด เอาปลายเข็มวางบนแขน คนที่สั่นไม่ใช่คนโดนเจาะแต่เป็นคนเจาะครับท่าน เลยต้องตั้งสติ พุธโธๆ แล้วก็แทงเข็มเข้า
โอวววว นี่หรือเนื้อคน แต่อ่าวถึงเส้นเลือดยังเนี่ย ทำไมไม่มีเลือดพุ่งออกมาอ่ะ ขณะนั้นชั่วเสี่ยววินาที แต่รู้สึกมันยาวนานเสียนี่กระไร
ซักพักก็เห็นเลือดไหลเข้ามา เลยดึงไซริงค์ โอวววววว สำเร็จ สูบเลือดวอแวออกมาเยอะมาก ประมาณ 4 ซีซี
(เขาให้สูบ 3 ซีซี แต่เรากลัวไม่พอ)  เย้!!!! เตรียมถอนเข็ม แต่นึกคนได้ต้องดึงสายยางออกก่อนนี่หว่า พร้อมกับได้ยินเสียงคนโดนเจาะเตือน
ก็เลยให้อีกมือดึงสายยาง แล้วเอาสำลีมาปิด ดึงเข็มออก ขณะนั้นเองคนโดนเจาะร้อง จ๊าก!!!!!!!!!!!! เพราะเราไม่ทันใส่ใจมัวแต่ดีใจ
ว่าทำเสร็จแล้ว เลยดึงเข็มแบบงัดขึ้นเพราะไม่ได้มอง  ตอนหลังคนโดนเจาะมันบอกว่าเจ็บมากกว่าตอนเอาเข็มเข้าอีก เราก็เลยรู้สึกผิดนิดหน่อย
แต่ยังไงเราก็เจาะมันแค่เข็มเดียว แต่เราดันโดนมันเจาะไป 3 เข็ม ครั้งแรกเจ็บสุดยอดตั้งแต่ตอนแทง แถมยังดึงเลือดไม่ออก คิดว่านี่จะแทงลึก
ไป ทะลุเส้นเลือด แทบจะร้องไห้ วิ่งลงไปชั้นหนึ่งเพราะกลัวเพื่อนจะเห็นว่าน้ำตาไหลวอแวตามลงไปด้วย แต่เราบอกว่าไม่ได้รู้สึกโกรธเลย
แต่ความรู้สึกมันบอกไม่ถูก เจ็บกับกลัวมั้ง ทำใจอยู่ หนึ่งชั่วโมง ขึ้นไปเจาะใหม่ครั้งที่สอง ครั้งที่สองเลยให้อาจารย์มาช่วยดู อาจารย์บอกให้
เปลี่ยนเส้น แต่แขนเดิมเพราะอีกแขนเส้นไม่ขึ้น หาเส้นกันอยู่นานมากแล้วก็ตัดสินใจเจาะ ปรากฏกว่าดึงไม่ออกอีก คราวนี้อาจารย์บอกว่าให้
หมุนเข็ม  ขยับซ้าย นึกในใจโดนคว้านแล้ว เข็มคาอยู่ในเนื้อนานมาก อาจารย์บอกคงไม่ได้แล้วเอาออกเถอะ คนที่หน้าซีดไม่ใช่เรา
แต่เป็นเจ้าวอแว อาจารย์ถามว่าจะเปลี่ยน Subjetไหม(เปลี่ยนคน)  เจ้าวอแวก็ถามเราว่าไหวไหม เราบอกว่าไม่เป็นไรเอาเส้นเดิมก็ได้เห็นชัด
กว่า อาจารย์บอกว่าเส้นเดิมก็ได้แต่ให้ขึ้นมา 2-3 มิล ก็เอาว่ะทำใจ เตรียมเข็มชุดใหม่ รัดสายยางใหม่ ภาวนาขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าคราวนี้ของให้
ขึ้นเถอะ อาจารย์ก็บอกว่าเอาตรงที่เห็นชัดๆ แทงเข็มไปตามแนวเส้นเลือด ก็เลยแทงเข้าไปใหม่ สักพักเลือดก็ไหลเข้ามาในเข็มแล้วก็ ดึงไซริงค์ เลือดก็ไหลตามขึ้นมา ครั้งที่สามนี้จึงประสบความสำเร็จ ดีใจที่เจ้าวอแวหายเครียด คนถูกเจาะเฉยๆ แต่คนเจาะเหงื่อออกเต็มหลัง ทั้งๆที่อยู่ในห้องแอร์ ดีใจมากที่วันนี้ผ่านพ้นไปได้ซักที แต่ก็ยังเหลือสอบอีกครั้ง เฮ้อออออ…… สำหรับวันนี้ ผลที่ได้ก็คือ แขนพรุนไป 3 รู แถมเลือดอีก
3 ซีซีไว้ได้ดูเป็นที่ระลึก แต่ก็สนุกดีทำให้เรารู้ว่าคนที่เราจะไปเจาะเขาเขารู้สึกยังไง เราก็ต้องฝึกให้ชำนาญจะได้ไม่ทำให้เขาเจ็บ 






Free TextEditor




 

Create Date : 30 ตุลาคม 2551    
Last Update : 31 ตุลาคม 2551 19:45:19 น.
Counter : 123 Pageviews.  


วันจันทร์สีชมพู
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีจ๊ะ ทุกๆคน
ชื่อวันจันทร์สีชมพูก็เพราะว่า
เกิดวันจันทร์ แต่ชอบสีชมพูค่ะ 555+

Friends' blogs
[Add วันจันทร์สีชมพู's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.