แนะแนวโครงการ ภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ  (BEC TU)
แนะแนวโครงการ ภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ 
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (BEC TU)

BEC Portfolio 2019 | TUBEC

สำหรับจุดประสงค์ของบทความบทนี้จะเป็นการแนะนำโครงการรับตรง โดยเฉพาะโครงการรับตรงในหลักสูตรนานาชาติ ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางในการสอน    ภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือจะเรียกสั้นๆว่า BEC ธรรมศาสตร์ BEC มธ BEC TU แล้วแต่คนจะเรียกกัน

BEC คืออะไร
สำหรับโครงการภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ BECนั้น เป็นโครงการหลักสูตรปริญญาตรีในระบบนานาชาติ หรือเรียกง่ายๆ ว่าอินเตอร์นั่นแหละคะ โดยโครงการนี้จะอยู่ในส่วนหนึ่งของคณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยการเรียนในโครงการนี้จะเป็นการผนวกเอาระหว่าง ศาสตร์ทางมนุษยศาสตร์ ที่มีการสื่อสารทางภาษาอังกฤษเป็นสำคัญ กับ ศาสตร์ทางด้านการบริหารโดยมีจุดมุ่งหมายในการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ในศาสตร์ของการสื่อสารทาง ธุรกิจ เพื่อให้ได้บัณฑิตที่มีความรู้และความเข้าใจในศาสตร์ของธุรกิจ และมีทักษะด้านการสื่อสารที่มีความสัมพันธ์กับธุรกิจในรูปแบบต่างๆ

    โดยในตัววิชาก็จะมีการเรียนการสอน ด้านคณิตศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเงิน บัญชี  การจัดการ การตลาด การโฆษณา เศรษฐศาสตร์ คอมพิวเตอร์ การประชาสัมพันธ์ การต่อรองในเชิงธุรกิจ การนำเสนอ ผนวกกับเนื้อหาด้านภาษาศาสตร์ประยุกต์ จิตวิทยา ศิลปะ วัฒนธรรม และทักษะการสื่อสาร แต่โดยส่วนมากก็จะเรียนแค่วิชาพื้นฐานเท่านั้นไม่ได้ลึกมาก  เท่าคณะที่มีการเรียนการสอนโดยตรง 

   ซึ่งโครงการ BEC เป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษ ในระบบการศึกษาแบบ 4 ปี และเป็นระบบทวิภาค ที่มีการแบ่งเวลาภาคการศึกษาปีละ 2 ภาค ภาคละ 16 สัปดาห์ โดยการเรียนการสอนทั้งหมดจะอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ซึ่งตัวนักเรียน นักศึกษา สามารถเลือกได้ว่า จะอยู่ที่หอพักภายในมหาวิทยาลัย ที่แบ่งออกเป็นสองส่วน คือหอพักในเก่า และหอพักในใหม่ หรือ หอเอเซี่ยนเกมส์  ซึ่งหอพักทั้งสองจะอยู่บริเวณภายในมหาวิทยาลัย  หรือหอพักนอกของมหาวิทยาลัย อย่างหอพัก TK Park  หรือ หอพักเอกชนที่มีอยู่อย่างมากมายบริเวณข้างหลังมหาวิทยาลัย หรือบางคนอาจจะไปกลับ ก็สามารถที่จะขับรถมาเรียนได้ หรือจะเลือกขนส่งมวลชน ก็มีทั้งรถตู้ที่วิ่งจากศูนย์ท่าพระจันทร์ มายังศูนย์รังสิตตั้งแต่ช่วง6โมงเช้า ถึง6 โมงเย็น หรือถ้าใครมาทางอนุสาวรีย์ชัยก็มีรถตู้ที่วิ่งจากบริเวณนั้นมายังบริเวณมหาวิทยาลัยเช่นกัน หรือว่าถ้าอยู่บริเวณจตุจักร ก็มีรถตู้ไว้ให้บีริการเช่นกัน หรือว่าถ้าจะนั่งรถเมล์ ก็มีบริการ อย่างเช่นสาย29 39 เป็นต้น


BEC เรียนอะไรกันบ้าง


  ส่วนในด้านการเรียนการสอนและหลักสูตรนั้น วิชาหลักๆ ของ BEC ก็ยังคงเป็น ภาษา โดยเนื้อหาที่ได้เรียน  Critical Reading through Arts and CultureEnglish for Electronic Communications, Introduction to Report WritingReading and Writing in Business English   โดยการใช้ภาษาอังกฤษนั้นจะใช้ในด้านธุรกิจต่างๆ วิชาเรียนต่างๆ จึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อพัฒนาการฟัง พูด  อ่าน และเขียน ภาษาอังกฤษภายใต้เนื้อหาของธุรกิจ และวิชาเรียนต่างๆ ของ BEC  จะเน้นในเรียนรู้จากสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นของโลกทั้งด้าน ธุรกิจ เศรษฐกิจ และ สังคม  ซึ่งหน่วยกิตทั้งหมดของโครงการนี้จะมีทั้งหมด 138 หน่วยกิต

โดยแบ่งเป็นวิชาพื้นฐาน 30 หน่วยกิต 

หมวดวิชาบังคับ 84 หน่วยกิต
แบ่งออกเป็น วิชาภายในเอก 57 หน่วยกิต 

วิชาเลือกตามเนื้อหาอีก 27 หน่วยกิต 

วิชาบังคับเลือก 18 หน่วยกิต

วิชาเลือกเสรีอีก 6 หน่วยกิต  

  - ปีหนึ่ง เรียนวิชาที่มหาลัยกำหนด เรียนเหมือนกันหมดทั้งมหาลัย เช่น วิชา ภาษาอังกฤษEG ภาษาไทย    Humanity, Social Science, Western/Eastern Civilization, Thai civilization , Intregrated science and   technology, man and arts or man and literature, แล้วก็มีให้เลือกเรียนระหว่าง คอมพิวเตอร์ กับ คณิตศาสตร์   ซึ่งสามารถเลือกเรียนได้

 - ปีสองก็เรียนวิชาพวกที่เรียกว่า Content-Based Core Coursesเป็นพวกวิชาที่ควรเรียนไว้     เพราะเป็นเนื้อหาธุรกิจเบื้องต้น ที่ควรรู้ เช่น
  Business, Business Law Introductory Economics Principles of Management 
  Introduction to Advertising and Public Relations Principles of Marketing Cross-Cultural Psychology

  ปีสามปีสี่นี้ ก็เรียนฺ Business English Communication กันจริงจัง เทอมแรกก็จะเรียน วิชาพวก 
  - Business English หรือ ย่อๆ EB เช่น English for business correspondence คือเรียนวิชาการ   เขียนจดหมายแบบต่างๆ มากมาย ที่เวลาทำงานต้องใช้ เช่น การเขียนขอร้อง ปฎิเสธ เชิญชวน โฆษณา เขียน memo

  Writing for electronic communication คือ เขียนเกี่ยวกับการเขียนสื่อออนไลน์ เช่น การเขียน content สำหรับ   website หรือการเขียน email advertising เป็นต้น

  ส่วน  ปีสามเทอมสอง ก็จะต้องเลือกสาย คือ 1. Translations 2. Business English 
  1. Translations ก็ตรงตัวเรียนไป แปลไป ไทย - อังกฤษ อังกฤษ-ไทย แปลพวกสัญญา 
  2. เรียน EB ต่อ เช่นวิชา English for Human Resource Management , English for Business Meetings, English for Fundamental Marketing , และ English for Business Meetings

      และยังมี วิชา อื่น ที่ไม่ใช่ EB ที่สนุกและน่าสนใจให้เรียน ไม่ว่าจะเลือกสายไหน เช่น Cross Cultural   Communication in the Western/Eastern World เป็นวิชาที่น่าสนใจมาก เรียนเกี่ยวกับ การสื่อสารกับผู้คน  ที่มีวัฒนธรรมต่างจากเรา ต้องเรียนรู้ แล้วปรับเปลี่ยนยังไง เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการสื่อสาร,

ขั้นตอนการจะมาเป็นนักเรียนในโครงการ BEC มธ 
อย่างแรก คือจบ ม.6  และมีเกรดรวมกัน5เทอมไม่น้อยกว่า 2.50 ถ้าเป็นนักเรียนไทย 
แต่ถ้าเรียนไม่จบ ม6 ต้องสอบเทียบเท่า (เช่น GCE, GCSE, IGCSE, IB และ GED)    โดยที่         
1.1 ผู้สมัครสอบที่ใช้ผลคะแนนสมัครสอบ GCE, GCSE หรือ IGCSE ต้องสอบผ่านอย่างต่ำ 5 วิชาไม่ซ้ำกัน โดยต้องได้เกรดแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่า C ทั้งนี้ไม่นับรวมผลสอบวิชาภาษาไทย

1.2 ผู้สมัครสอบที่ใช้ผลคะแนน IB ต้องสอบผ่านอย่างต่ำ 5 วิชาไม่ซ้ำกัน โดยต้องได้เกรดในแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่า 4

1.3 ผู้สมัครสอบที่ใช้ผลการสอบ GED ต้องมีคะแนนรวมขั้นต่ำ 2,250 คะแนน และต้องสอบผ่านอย่างต่ำ 5 รายวิชาไม่ซ้ำกัน โดยต้องได้คะแนนในแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่า 410 คะแนน

1.4 ผู้สมัครสอบที่ใช้ผลการสอบของประเทศนิวซีแลนด์ ต้องได้เกรดเฉลี่ยเทียบเท่า 2.5 ตามการคำนวณของ NZQA

1.5 ผู้สมัครสอบจากสถาบันการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่สถาบันการศึกษาไม่ได้คำนวณผลการเรียนโดยเกรดเฉลี่ย/คะแนนเฉลี่ยไว้ ต้องนำใบรายงานตัวผลการศึกษาและบันทึกผลการเรียนและหลักฐานการศึกษาอื่นๆ ที่แสดงผลสัมฤทธิ์การศึกษาของผู้สมัครว่าเทียบเท่าระดับ 2.5 ในระบบ GPA มายื่นให้โครงการฯ ในวันรับสมัคร

 2 ต้องสอบภาษาอังกฤษและมี ผลสอบทางภาษาอังกฤษอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้        IELTS ( Academic ) 6.0 ขึ้นไป หรือ  TOEFL :  IBT = 61 ขึ้นไป หรือ TU - GET 500 คะแนนขึ้นไป หรือSAT Verbal 470 คะแนนขึ้นไป โดยผลสอบต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา

โดยคะแนนที่ยื่นไม่มีผลต่อการสอบนะคะ คะแนนที่ยื่น เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่หมายความว่า คนที่สมัครมีสิทธิสอบข้อเขียน และ สัมภาษณ์ของโครงการแค่นั้น


3 เมื่อผลทั้งสองข้อผ่านแล้วด่านที่สามที่จะต้องเจอก็คือ เรื่องของการทำข้อสอบ โดยข้อสอบจะเป็นการสอบเรียงความเป็นภาษาอังกฤษจะ มีอยู่ด้วยกันสองส่วนด้วยกัน
- ส่วนแรกเป็นย่อความ ข้อสอบจะให้เนื้อหาเรา ภายใน 1 พารากราฟ แล้วให้เราย่อความ ตามที่เราเข้าใจ และที่สำคัญจับใจความให้ได้ว่า เนื้อหา เขาพูดถึงอะไร และเขียนในภาษาของเราเองที่เราเข้าใจ โดยห้ามลืม main point ของเนื้อเรื่องโดยแนวข้อสอบส่วนมากจะเป็นเนื้อหา เชิงธุรกิจ จุดนี้ถ้าใครชอบอ่านข่าวภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะข่าวธุรกิจ หรือเรียนอินเตอร์มาน่าจะได้เปรียบเพราะน่าจะเขียนคล่องและน่าจะรู้แนวได้อย่างดี
- ส่วนที่สอง คือ เรียงความ ความยาวประมาณ 300 คำ หัวข้อจะเปลี่ยนไปแต่ละปี ก็เขียนแบบ academic writing มีเวลาเขียนสามชั่วโมง ฉะนั้นใครฝึกการเขียนมาเยอะๆบ่อยๆ น่าจะได้เปรียบเพราะพาร์ทนี้ ไม่ใช่แค่เนื้อหาแค่นั้นที่โอเค แต่จะต้องดูเรื่องความถูกต้องทาง              ไวยกรณ์ ภาษา เช่นรูปเอกพจน์ ของกริยา ในtense simple  ต้องเติมs es  จุดเล็กจุดน้อยต้องระวังไว้ให้ดี

แนวข้อสอบมีอะไรบ้าง

  สำหรับแนวข้อสอบคร่าวๆส่วนมากจะเป็นเรื่องของธุรกิจ อย่างเช่นการออกคำศัพท์ทางธุรกิจต่างๆเช่น
1. Vision = ? 
2. Consumption = ?
3. Dominant = ?
4. Commodity = ? 
5. Nationalist = ?
6. Potential = ?
7. Industrial = ?
8. Value = ?
9. Competitive advantage = ?
10. Global = ?

ส่วนหัวข้อเรียงความส่วนมากจะถามเกี่ยวกับความเกี่ยวเนื่องกับหลักสูตรที่เราเรียนเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างๆ หรือว่า ถ้าเราเรียนไปแล้วเราคิดว่าเราจะเอาความรู้นี้ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร ตัวอย่างก็เช่น

BEC#1 (2007) - Why do you wish to join this program and what are the benefit you expect to gain from BEC? 

BEC#2 (2008) - Do you think extra curricular activity is important?

BEC#3 (2009) Considering to the collapse of the financial system, is business English still necessary field of study?

และเมื่อเราผ่านส่วนข้อเขียนไปแล้วก็มาส่วนที่เป็นสัมภาษณ์โดยการสัมภาษณ์จะสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ จากอาจารย์ไทย และอาจารย์ต่างชาติ ส่วนมากก็จะถามแนวชีวิตส่วนตัว ดูทัศนคติของเรา อาจจะถามเรียนไปทำไม หรือเรียนเพื่ออะไร แล้วจะนำความรู้ที่เรียนไปใช้อะไร หรือไม่ก็อาจจะถามแบล็คกาวน์ชีวิตเรา ว่าครอบครัวเป็นอย่างไร เรียนอะไรมา ยกเว้นแต่ว่าไปเจออาจารย์หินๆหน่อย อาจจะถามคำถามเชิงไหวพริบ ถามเหตุการณ์ปัจจุบัน ถ้าใครพอมีไหวพริบก็น่าจะแถๆไปได้

โดยเมื่อประกาศผลผ่านทั้งหมดแล้ว เราก็เตรียมตัวกลายเป็นนักศึกษาโครงการภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร หรือ BEC ธรรมศาสตร์ ได้เลยอย่างทันที โดยส่วนมากการเปิดรับสมัครและกระบวนการขั้นตอนในการสอบนั้นจะจัดขึ้นช่วงต้นปี โดยการรับสมัครจะเกิดขึ้น มกราคม-กุมภาพันธ์  ส่วนขั้นตอนการสอบข้อเขียน สัมภาษณ์จนประกาศผลนั้นจะเกิดขึ้นช่วงมีนาคม เพราะฉะนั้นใครสนใจต้องคอยเตรียมตัวตั้งแต่ช่วงปลายๆปีเอาไว้ให้ดี เพราะต้นปีใหม่ก็จะเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลสอบBEC แล้ว โดยโครงการBEC นั้น จะเปิดรับนักเรียนทั้งหมด90 คน แต่ก็จะมีรอบสำรองอีก30คน เผื่อไว้ในกรณีที่นักเรียนตัวจริงสละสิทธิ์

ถ้าใครสนใจลองเข้าไปดูข้อมูลที่  https://www.bec-tu.com 

สามารถปรึกษาเรื่องการแนะแนวการศึกษาต่อในหลักสูตรอินเตอร์ได้ที่ 

แนะแนวเรื่องการศึกษาต่อ และged by pure

https://1ab.in/PC2
 



Create Date : 30 มกราคม 2564
Last Update : 30 มกราคม 2564 1:37:58 น.
Counter : 47 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ทากิ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



All Blog