พบพานผู้รู้ใจ

พบพานผู้รู้ใจ

หิมะโปรยปรายเป็นสะเก็ดสีขาวฟุ้งขึ้นอยู่เต็มท้องฟ้า บ้านเรือนผู้คนในเมืองเทียมม้า รัฐอินโม ต่างปิดประตูหน้าบ้านลงเพื่อหลบเลี่ยงจากลมหนาวที่พัดกระหน่ำ ปรากฏเป็นแสงสีส้มอ่อนๆจากเตาผิงไฟภายในบ้านเล็ดลอดออกมาจากรอยแตกของไม้รอบบ้านเพียงแค่นั้น ภายในตรอกถนนเล็กๆแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่อยู่ของหมู่คนจรจัด ตลอดตามทางเดินภายในตรอก เต็มไปด้วยที่หลบนอนหลังเล็กๆ ซึ่งสร้างด้วยมุงใบจาก ขนาดเพียงพอให้คนสองถึงสามคนเข้าไปนอนหลับได้เท่านั้น ตามทางที่หิมะพัดพริ้วเข้าสู่บ้านเรือน บ้านมุงจากแทบไม่เพียงพอสำหรับป้องกันความหนาวเหน็บจากด้านนอกได้เลยแม้แต่น้อย

ตามทางเดินภายในตรอกคนจรจัดนี้ บางครั้งบางคราวจึงปรากฏว่ามี ผู้คนหนาวตาย นอนแข็งทื่อ อยู่ตามรายทางบ้างในบางที แต่ก็หาได้มีผู้ใดสนใจพวกเขาเหล่านั้นไม่ มีเพียงเจ้าหน้าที่กรมเมืองเท่านั้น ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ มาเก็บเกี่ยวศพผู้นอนหนาวตายข้างถนน เพื่อนำไปฌาปนกิจตามหลักศาสนา ตลอดทุกวันตอนเช้า

ผู้คนในเมืองหลักก็เป็นเช่นนี้เอง แม้ภายในตัวเมืองบ้านเรือนต่างๆ กินดีอิ่มหนำสำราญได้เพียงใด แม้ ภายในเมืองจะมีสิ่งเฮฮาสนุกสนานมากเพียงไหน แต่ ในมุมเล็กๆของความสนุกสนานนั้น กลับมีคนกลุ่มนึง ซึ่งกำลังต่อสู้ ดิ้นรนพยายามเพื่อเอาตัวรอดไปวันๆ

ไม่มีเสียงเรียกร้อง ไม่มีเสียงยินดีใดๆในพวกเขาเหล่านั้น เหล่าผู้อดอยากเป็นเสมือนหนึ่ง ซึ่งสังคมรังเกียจ แต่ ไม่มีใครหาได้ทราบเลยว่า พวกเขาเหล่านั้นแท้จริงก็คนเช่นเดียวกัน ไม่มีส่วนใดที่ต่างกันเลย อาจจะต่างกันเพียงแค่ยามที่ดำรงชีวิตอยู่เท่านั้นเอง

ตรอกคนจรจัดแห่งนี้มีความยาว ระหว่างทางไม่มากนัก แต่เนื่องจากเป็นย่านเก่าแก่และเสื่อมโทรม ทุกที่ทางบนถนน จึงปรากฏทางเล็ก ทางน้อย ซอกซอนไปทั่ว ระหว่าง ซอยเล็กซอยน้อยเหล่านั้น ส่วนใหญ่มักจะวางกองสุมไว้ด้วย ขยะเหลือใช้ในแต่ละวัน กองฟางหญ้าเก่าๆ ลังไม้ ที่บรรจุของเหลือใช้วางสุมกันอยู่ตามทาง หากผู้ที่ไม่คุ้นทางเดินผ่านเข้ามาในตรอกนี้แล้วไม่รู้ทางหรือไม่มีผู้นำทาง ก็อาจจะหลงอยู่ภายในนี้ได้

ภายในบ้านหลังนึง ซึ่งอยู่ภายในซอยแคบๆซอยหนึ่งของตรอกคนจรจัดนี้เอง ปรากฏแสงไฟจากตะเกียงส่องแสงระเรื่อออกมา ผ่านรูกระดานผนังรอบบ้านที่เป็นรอยแตกร้าว และ รอยหดตัวของไม้

คณิกาสาว นาม นิยา กำลังนอนอยู่บนเตียงนอน ของนาง ภายในบ้านที่ซอมซ่อ และเก่าอย่างที่สุด แต่ถึงแม้บ้านจะเก่ามากเมื่อมองจากภายนอก แต่ภายในบ้านนั้น กลับสะอาดราวกลับเป็นคนละหลังหนึ่งเลยทีเดียว ภายในบ้านของนาง ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ทำความสะอาดไว้อย่างดี แม้จะมีเพียงเครื่องเรือนแค่ไม่กี่ชิ้นก็ตาม บนที่นอนของนางคลุมไว้ด้วยผ้าคลุมเตียงสีขาวสะอาด ซึ่งผ่านการซักและอบน้ำหอมมา โต๊ะกินข้าวก็ไร้ฝุ่นจับเกาะแม้สักเม็ดนึง

หากเปรียบเทียบแล้ว ในบ้านกับนอกบ้าน ช่างต่างกันราวฟ้ากับดิน ซึ่งพอจะบอกนิสัยส่วนตัวของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี

นิยานอนค้นดูถุงเก็บเงินที่นางพึ่งขโมยมามาได้ถี่ถ้วน นาง ตรวจนับดู เหรียญเงินที่บรรจุอยู่ภายในถุงทุกบาททุกสตางค์

“อะไรกัน เห็นพูดจาวางท่าเสียใหญ่โตว่า เป็นแมงป่องๆ เหตุไฉน กลับพกเงินติดตัวเพียงไม่กี่เหรียญเงินดั่งแมงกระจั้ว เช่นนี้ ทุเรศสิ้นดี” นางกล่าวพลางสบถไม่หยุดยั้ง

เมื่อตรวจนับดูเหรียญเงินที่เทออกมาจากถุงเงินเสร็จ นิยา พลันพลิกตัวขึ้นจากที่นอนของนางหมายจะนำถุงใส่เงินที่ได้มานำไปทิ้งขยะ

แต่แล้วทันใด สายตานางพลันพบเห็นสิ่งของชิ้นหนึ่งสะท้อนแสงแวววาวอยู่ภายในถุงใส่เงิน แสงประกายของมันแม้ในยามสิ้นแสงอาทิตย์กลับยังเจิดจ้าแจ่มจรัส แปลกตา และช่างดึงดูดใจผู้พบเห็นเป็นยิ่งนัก

นางหยิบถุงใส่เงินนั้นเข้ามาให้ใกล้กว่าเดิม และสังเกตเข้าไปภายในถุง กลับมีวัตถุลักษณะคล้ายสร้อยคอสะท้อนประกายแสงแวววาวอยู่ภายในถุง นิยา สังเกตเห็นว่าสร้อยคอเส้นนั้นถูกผูกติดอยู่กับส่วนก้นของถุงใส่เงิน คาดว่าน่าจะเป็นสิ่งของสำคัญสำหรับเจ้าดำแมงป่องคู่มาก มันถึงเก็บซ่อนไว้เช่นนี้

“ได้การ ภายในนี้กลับมีของมีค่าน่าสนใจอยู่” นางกล่าวพลางแกะเชือกที่ผูกอยู่กับสร้อยคอเส้นนั้นออกมา

สร้อยคอเส้นนั้นสะท้อนแทงประกายแวววาวอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออยู่บนมือนิยา ลักษณะตัวเส้น เป็นสร้อยสีขาวไข่มุกดูแล้วไม่มีราคาค่างวดมากเท่าไหรนัก ตรงกลางสร้อยเส้นนั้น เป็นบริเวรที่ห้อยจี้เอาไว้ มีวัตถุรูปร่างแปลกตาห้อยอยู่

“นี่กลับเป็นอะไร ช่างเป็นจี้ห้อยคอที่รูปร่าง ชวนแปลกตายิ่งนัก ลักษณะคล้ายใบไม้ห้าแฉก รอบใบเป็นสีเขียว แต่ตรงกลางใบไม้กลับเป็นสัญลักษณ์แปลกประหลาดสีแดงๆ” นิยา เพ่งพินิจตรวจดูอย่างสงสัยใจ

“ลักษณะคลั้บคล้ายคลั้บครา กับสัญลักษณ์ของราชวงศ์พรพรห์มที่ปรากฏอยู่บนธงเลยทีเดียว แตกต่างเพียงแค่สัญลักษณ์รูปพิกลๆตรงกลางแค่เท่านั้น ไม่ทราบของนี้มีความสำคัญอันใดกับแมงป่องหน้าเหม็นนั้น แต่คาดว่าคงสำคัญไม่น้อยทีเดียว ข้าพเจ้าหาทางนำไปขายต่อท่าจะดี” นางกล่าวพลาง ซุกเก็บสร้อยรูปร่างแปลกประหลาดนั้นไว้ภายในอกเสื้อ

นางจัดแจงข้าวของที่ได้มาอยู่อีกสักครู่ เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ปรากฏแสงสว่างจากภายนอกเริ่มอ่อนแสงลง กลับเป็นเวลาหัวค่ำแล้วในตอนนี้ ผ่านเวลาชั่วครู่นึง นางจึงล้มตัวลงนอน และ ดับตะเกียงไฟภายในบ้านพัก

แท้ที่จริงแล้ว นิยาหาใช่คนเมืองเทียมม้านี่ไม่ นางที่แท้เป็นใครมาจากไหนนั้นคงไม่มีใครทราบ นอกจากตัวนางเองและผู้คนที่รู้อดีตของนางเท่านั้น

นางตระเวนไปทั่วแว่นแคว้นดินแดนของแคว้นพรพรห์ม หาที่พักอาศัยระหว่างทาง พร้อมกับหาเงิน เพื่อหาอาหารประทังชีวิตไปเรื่อยๆ บางครั้งเมื่อมีโอกาศนางก็มักจะลักขโมยสิ่งของเล็กๆน้อยๆ จากผู้คนเดินทางสัญจรทั่วไป ที่ดูลักษณะท่าทางแล้วไม่เป็นคนดีมากนัก เช่น แมงป่องแดงดำคู่นี้ เมื่อได้สิ่งของจำเป็นพอใช้สำหรับการเดินทางต่อไปของนางแล้ว นางจึงออกเดินทางจากเมืองนั้นๆ เพื่อไปสู่เมืองอื่นๆต่อไป ไม่มีใครทราบนอกจากตัวนางเองว่าเหตุใดนางจึงเปลี่ยนสถานที่พักอาศัยไปเรื่อยๆ ไม่มีผู้ใดทราบเลยว่านางกำลังค้นหาสิ่งใดอยู่ หรือ หลบหนีสิ่งใดอยู่

……….วิกาลดึกสงัด ผ่านพ้น ไปครึ่งคืนแล้ว มรสุม หิมะในเวลานี้เริ่มผ่อนคลายความรุนแรงลงไปเหลือเพียงแค่ สะเก็ดหิมะเล็กๆน้อยๆที่ปลิวลงมาจากท้องฟ้าอย่างบางเบา ภายใต้บ้านพักอันเงียบสงัด นิยากำลังนอนหลับคลุมโปงใต้ผ้าห่มด้วยความหนาว เตาผิงไฟซึ่งจุดไว้ตั้งแต่ตอนเย็นเริ่มมอดแสงลงแล้ว แต่ภายในบ้านยังรู้สึกอบอุ่นอยู่บ้าง

แสงพระจันทร์ยามดึกเบื้องนอกเริ่มโผล่พ้นหมู่เมฆหิมะออกมาบ้างแล้ว แต่ถึงอย่างไรในเวลานี้ก็ยังเป็นหน้าหนาว ดังนั้น แสงพระจันทร์ยามค่ำคืนจึงเป็นเพียงแสงสีเหลืองปนเทา อ่อนๆจางๆเท่านั้น คล้ายดั่งเป็นแสงอ่อนๆ กล่อมเกลาให้ผู้หลับไหลได้หลับสนิทต่อไปตลอดทั้งคืน

แต่ทันใด ขณะที่นิยากำลังหลับสนิทอยู่นั้นเอง ประตูไม้ผุๆของบ้านพักนาง พลันระเบิดออกเสียงดังโครม!

สะเก็ดไม้ของประตูปลิวว่อนตามลมหนาวจากเบื้องนอกที่พัดปะทะเข้ามาภายในบ้าน นิยา พลันสะดุ้งขึ้นสุดตัวคล้ายดั่งถูกเหล็กร้อนจี้ใส่ นางหรี่ตามองออกไปนอกบ้านอย่างสับสน ลมหนาวด้านนอกพลันพัดพรูเข้าปะทะต้องใบหน้าอันขาวผ่องของนาง

ปรากฏเงาร่างหนึ่งอ้วนหนึ่งผอมคู่หนึ่ง ยืนอยู่หน้าประตูบ้านที่ถูกระเบิดออก

แมงป่องคู่นั้นนั่นเอง

เสียงแค่นดัง “เฮอะ” อย่าง โกรธแค้น ดังขึ้นภายนอกบ้าน ได้ยินเสียงเจ้าดำแมงป่องผู้น้องดังขึ้นว่า

“นางคณิกาแพศยา! ตามเจ้าอยู่ครึ่งค่อนคืนถึงค่อยเจอ ที่อยู่ที่แสนสกปรกโสโครกเช่นนี้!!”มันกล่าวพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างมีอารมณ์

“บิดาตามเจ้าจนลิ้นห้อย วันนี้หากไม่หาที่ระบายโทสะให้หายแค้น คงอึดอัด จนอกแตกตาย!!” เจ้าแดงแมงป่องผู้พี่สำทับขึ้นมาบ้าง ขณะที่ย่างกรายอย่างช้าๆเข้ามาภายในบ้าน

นิยาในตอนนี้แทบขวัญหนีดีฝ่อ เรื่องราวเบื้องหน้ากลับเหนือความคาดหมายของนางมากนัก นี่เป็นไปได้อย่างไรกัน?

เนื่องด้วยทุกๆครั้งที่ผ่านมา นางแทบไม่เคยให้ใครรู้ที่อยู่ที่แท้จริงของนางเลยแม้แต่สักครั้งเดียว อีกทั้งเป้าหมายการโจรกรรมของนางคราวนี้ เป็นเพียงแมงป่องบ้านนอกคอกนาสองตัว ที่ไม่รู้จักที่ทางทั่วไปในเมืองเท่านั้น แล้วเหตุใดทั้งสองถึงสามารถติดตามนางเข้ามาถึงที่พักซึ่งอยู่ในตรอกซอยอันสลับซับซ้อนเช่นนี้ได้เล่า นางครุ่นคิดเช่นไรก็ไม่เข้าใจ เรื่องราวช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก

“พวกท่านมาได้อย่างไร ข้าพเจ้า…”

เสียงฟาดฝ่ามือตบหน้าดังลั่นสนั่นหวั่นไหว เจ้าแดงผู้พี่เดินย่างกรายมายืนด้านหน้านาง พลันตบหน้านางสุดแรงจนนางหน้าหัน ปรากฏเลือดสีแดงไหลซึมออกจากช่องปากของนาง เพราะถูกตบหน้าขณะกล่าววาจา

“เจ้าสนใจใยกัน ว่าเราหาเจ้าได้อย่างไร!! เจ้าควรจะสนใจว่าเราจะทำเช่นไรกับเจ้าเสียมากกว่า นางคณิกาโสโครก!!”

เจ้าดำผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินไม่รีรอช้า มันพลันกระโจนเข้ามากระชากมวยผมของนิยาขึ้น พร้อมกับทุ่มเหวี่ยงนางออกจากที่นอนของนาง นิยาถูกกระชากเหวี่ยงลงบนพื้นจนบังเกิดเสียงดังโครม!

“สัมภาระที่เจ้าขโมยมาอยู่ที่ใด ถ้าไม่อยากทรมานจงมอบมันออกมา” มันกระชากเสียงพลางย่ำเท้าตามมาเค้นลำคอของนาง

นิยาส่ายหน้าหงึกหงัก คล้ายลิ้นพองคับปาก เสแสร้งท่าทีคล้ายดั่งไม่เข้าใจว่ามันกล่าวกับนางว่ากระไร

“ส่งมันออกมา!! ถุงเงินนั่นไม่สำคัญเท่ากับสิ่งของที่อยู่ด้านในนั้น!!”

นิยาส่ายหน้ากล่าวอย่างรวดเร็วว่า

“ข้าพเจ้าไม่พบเห็นอันใด ถุงเงินของพวกท่านนั้นข้าพเจ้านำมันไปทิ้งไว้กลางทางเสียตั้งแต่แรกแล้ว”

เจ้าแดงที่ยืนรับฟังอยู่ด้านข้าง มีอาการท่าทางหงุดหงิดมากขึ้นอย่างยิ่ง มันยกฝ่ามืออวบหนาของมันตบฟาดใส่นิยาอีกครานึง นิยาถูกมันตบจนร่างกระเด็นกระดอนไปตามแรงมือ

“เดียรัจฉาน! เจ้ากล้าโกหกเราอีกรึ! เราค้นดูตามรายทางที่เจ้าหลบหนีมาแล้ว กลับไม่พบเห็นถุงสัมภาระของเราที่ใด”

“ส่งมันออกมา! เราสองคนไม่อยากเปลืองมือเปลืองแรงทรมานสตรีคณิกาโสโครก”

“ข้าพเจ้าไม่…..”

เสียงนิยาวิงวอนขึ้นอีกครา แต่ไม่ทันได้พูดจบ หน้าแข้งของเจ้าดำก็เตะอัดเข้า สี่ข้าง ของนางอีกครั้งนึง

นิยาถูกเตะอัดจนปวดเค้นที่ลำตัวเป็นอย่างมาก

ครานี้นางทำพลาดอย่างใหญ่หลวงเสียแล้ว

นางไม่เคยพลาดเช่นนี้มาก่อนเลยตลอดการเดินทางของนาง ครั้งนี้เหตุการณ์กลับอยู่เหนือความคาดหมายของนางมากนัก นางขบคิดเช่นไรก็ไม่เข้าใจสาเหตุความนัยจริงๆ ว่าเหตุใดที่อยู่ของนางถึงสามารถค้นพบได้อย่างง่ายดายเพียงนี้ ในเวลาเพียงแค่ครึ่งค่อนคืนเท่านั้น

เจ้าดำชักมีดสั้นเล่มนึงขึ้นมาจากข้างเอวของมัน มันสะบัดมีดสั้นอย่างรวดเร็วเบื้องหน้านาง บังเกิดเป็นเสียง ขวับๆ ดังขึ้น

มันจี้ปลายเรียวแหลมของมีดจ่อบริเวณคอหอยของนิยา หากมันออกแรงอีกเพียงแค่เล็กน้อย นิยาจะได้ไปสวรรค์แล้ว

“ได้โปรดนายท่าน….. ข้าพเจ้ามิได้โป้ปดท่านจริงๆ”

นี่อาจเป็นโอกาศสุดท้ายของนางแล้วภายในตอนนี้ นางทราบดีว่าหากนางเปิดเผยความจริงแก่พวกมันทั้งสอง ถึงอย่างไร มันทั้งสองก็ไม่ปล่อยปละละเว้นนางอยู่ดี ดังที่เห็นได้จากความป่าเถื่อนของมันที่ลงไม้ลงมือกับนางอย่างเช่นไม่ได้เห็นว่านางเป็นสตรีเลย ดังนั้นนางตัดสินใจโป้ปดให้ถึงที่สุด อาจยื้อโอกาศรอดให้แก่นางได้มากขึ้น

“สิ่งของ ของนายท่านนั้น ข้าพเจ้าตรวจดูภายในแล้ว เพียงแค่พบเห็นเหรียญเงินแค่ไม่กี่เหรียญเท่านั้น ซึ่งเหรียญเงินพวกนั้น ข้าพเจ้าซุกมันเก็บไว้ภายในลิ้นชัก หากท่านไม่เชื่อลองเปิดดูภายในได้ ข้าพเจ้าไม่ต้องการเงินพวกนั้นแล้ว ขอท่านนำมันกลับไป และ ได้โปรดให้อภัยแก่ข้าพเจ้าผู้โง่เขลาด้วยเถิด”

นางกล่าวด้วยเสียงสั่นเทา สายตาพลันจดจ่ออยู่กับปลายมีดที่จี้อยู่บริเวณคอหอยของนาง พลางชี้นิ้วเรียวยาวไปทางลิ้นชักใต้โต๊ะเครื่องแป้งของนาง

เจ้าแดงซึ่งอยู่ใกล้โต๊ะเครื่องแป้งมากที่สุด พลันกระชากสิ้นชักออก เห็นภายในล้วนบรรจุไว้ด้วย เศษเหรียญเงินทองมากมาย หากนับรวมกันแล้วได้หลายร้อยเหรียญทองอยู่

“โอ้โห เงินเศษเหรียญพวกนี้รวมกันแล้วคงมากมายหลายเหรียญทองอยู่ ไม่น่าเชื่อว่าสตรีโสโครกเช่นเจ้ากลับหลอกลวงเงินทองของผู้อื่นได้มากมายถึงเพียงนี้” มันกล่าวพลางดวงตาลุกวาว จึงหยิบถุงเงินของมันออกมา เพื่อบรรจุเศษเงินพวกนั้นใส่ถุงถุงของมัน

เจ้าดำสำรวจรอบตัวของนิยาอยู่ครู่นึง

พลันหันหน้าไปกล่าวกับพี่ชายมันว่า

“พี่ใหญ่ลองค้นดูว่า มีสร้อยสำคัญของเราบ้างหรือเปล่า มันไม่ยอมบอกความจริง แต่บ้านหลังกระจ้อยร้อยเช่นนี้ เราคงค้นหาได้ไม่ยากเย็นนัก”

ทันใด นิยาพลันบังเกิดปฏิภาณไหวหริบขึ้นโดยฉับไว ขณะที่ เจ้าดำผู้น้องละสายตาจากนิยา และหันหน้ากลับไปคุยกับพี่ชายมันอยู่นั้น นิยา พลันเห็นโอกาศทางรอดเพียงน้อยนิดของนางสว่างวาบขึ้นดุจสายฟ้า

นี่เป็นโอกาศสุดท้ายของนิยาแล้ว!! ความพลั้งเผลอของเจ้าดำแมงป่องผู้อาภัพกลับเป็นวินาทีสำคัญให้นิยาฉวยโอกาศได้อย่างใหญ่หลวง อาจเพราะมันประมาทว่านิยาเป็นเพียงผู้หญิงตัวผอมรูปร่างกระจ้อยร้อยธรรมดา จึงได้ละเลยมองข้ามปฏิภาณไหวพริบของนางไป

นิยาพลันเอื้อมมืออย่างรวดเร็วเข้าไปภายในใต้เตียง …

โดยฉับพลัน นางเบี่ยงตัวหลบเลี่ยงออกจากปลายมีดที่จ่อคอหอยของนางอย่างรีบร้อน ทันที่ที่เจ้าดำรู้สึกตัวในชั่ววินาทีนั้น มันหันขวับมาอย่างไม่คาดคิด มิคาด ประกายมีดสั้นปลายแหลมเล่มนึงแทงสวบเข้าซอกคอของมันดุจสายฟ้าแล่บ มันหมดโอกาศที่จะหลบเลี่ยงใดๆ ความรู้สึกเย็นเยียบของเหล็กแข็งๆบางๆ แทงทะลุเข้าสู่กลางลำคอของมัน มือนิยากำมีดสั้นเล่มนั้นแน่บแน่น สายตาของนางไร้ซึ่งความลังเลใดๆ เพียงจ้องเขม็งไปในเป้าหมายของนางเท่านั้น

นางพลันตวัดมีดขึ้นอีกครั้งนึง เลือดสีแดงสดของเจ้าดำพลันกระฉูดออกจากซอกคอของมันราวน้ำพุแตก

มันส่งเสียงร่ำร้องออกมาอย่างโหยหวนก่อนที่วิญญาณในกายจะหลุดลอย นิยาสบโอกาศถีบส่งร่างที่จวนไร้วิญญาณของมันออกไปให้พ้นตัวนาง ก่อนที่เจ้าแดงที่รู้ตัวว่าเกิดเรื่องราวใดขึ้น นางพลันกระโจนพุ่งตัวไปที่ประตูบ้านสุดแรงเท้า เสียงเจ้าแดงอุทานอย่างลืมตัวไล่หลัง มันตะโกนไล่หลังอย่างโกรธเกรี้ยว เสียงตะเบ็งร้องของมันดังกึกก้องทั่วตรอกซอย

อย่างไม่รีรอชักช้า มันพลันกระโจนสุดตัว ติดตามออกจากบ้านวิ่งไล่หลังนิยา

แต่ก็หาทันนางแล้วไม่ นางพลันหายลับไปกับความมืดของซอยเล็กซอยน้อยด้านนอกในทันใด เหลือทิ้งไว้แต่เสียงร่ำร้องอย่างเจ็บแค้นของแมงป่องอ้วนตัวนึง ที่พยายามวิ่งตามมา



Create Date : 01 กรกฎาคม 2554
Last Update : 1 กรกฎาคม 2554 13:49:50 น.
Counter : 1352 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ต้นสนใบเดี่ยว
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



กรกฏาคม 2554

 
 
 
 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31