ไหว้พระหวังต้าเซียน เที่ยวโอเชี่ยนพาร์คในวันฟ้าครึ้ม

กลับมาเจอภาคต่ออันยาวนานกะการไปเที่ยวฮ่องกงของเรากันอีกครั้งนะค่ะวันนี้เราจะพาไปไหว้พระที่หวังต้าเซียน ที่ใครหลายๆ คน พอไปถึงต้องไปไหว้กันนะค่ะก่อนอื่นเลยมาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าค่ะวันนี้เราก็ออกแต่เช้าเหมือนเดิมเพราะกลัวเที่ยวไม่คุ้มวันและไม่คุ้มกะค่าตั๋ว(เออ ได้ข่าวว่าได้โปร 0 บาทแอร์เอเชีย )ก่อนอื่นกองทัพต้องเดินด้วยท้อง
บะหมี่เกี้ยวราคา 10 เหรียญค่ะ รสชาติใช้ได้เลยนะค่ะ 
เมื่อหนังท้องตึง เราก็เตรียมออกเดินทางกันได้เลยค่ะ ที่แรกที่เราจะไปกันคือ "วัดหวังต้าเซียน"เราเดินทางกันด้วยรถไฟใต้ดินเหมือนเดินนะค่ะ แล้วเรามาขึ้นที่สถานีหวังต้าเซียน เลยค่ะ
และแล้วเราก็มาถึงแล้วค่ะ นี่ขนาดมาแต่เช้า คนก็ยังเยอะมากมาย
ควันธูปเต็มไปหมด เราเลยเลาะๆ อยู่แต่ด้านนอกไกลๆค่ะ
หลบมาอีกมุม เงียบๆ คนไม่มี
อีกสักภาพ
สักภาพ

ต่อไป จะพาไปชมสวนภายในของวัดหวังต้าเซียนกันนะค่ะ ค่าเข้า 2 เหรียญค่ะ(แต่ส่วนมากไม่ม่คนหยอดกระปุกเลย) เปิดเวลา 9.00 น. 
มุมสวยๆ ภายในสวน
อีกสักมุม ต้นไม้ในเมืองใหญ่

ลืมบอกไปค่ะไปวัดหวังต้าเซียน ให้เดินทางไปสถานี Wang Tai Sin ออกที่ทางออก B3 เดินเลี้ยวขวาก็ถึง
ประตูทางออกค่ะ

เมื่อเดินชมสวนภายในวัดหวังต้าเซียนเรียบร้อย เราก็ไป Ocean Park กันต่อเลยค่ะ 
Ocean Park เป็นสวนสัตว์ +สวนสนุก นะค่ะ โดยนั่ง MTR ไปลงสถานี Admiralty แล้วก็ไปนั่ง Bus 629 
ทางนั่งรถไปผ่านสุสานด้วย แอบน่ากลัว

มาถึงแล้วค่ะ Ocean Park สำหรับ ocean park ราคา 230 เหรียญ จาก 250 เหรียญ
ซื้อมาจากที่พักอีกเช่นเคย 

หน้า Ocean Park ค่ะ
ประตูทางเข้า พร้อมๆ กับเสียงดนตรี

บอลลูนหลากสีพวกนี้ สามารถ ต่อแถวขึ้นไปชมได้นะค่ะ แต่เนื่องจากแถวยาวมากก
เราเลยตัดสินใจไม่ขึ้นค่ะ แต่ไม่ได้เพราะกลัวความสูงนะค่ะ แต่คนเยอะจริงๆ
บอลลูลสีสันสดใสจริงๆ 
มานั่งเรือดำน้ำกันค่ะ
คาดว่า เด็กๆ คงมาทัศนศึกษากันค่ะ

มาถึงเครื่องเล่นสบายๆ ชิ้นถัดไปกันค่ะ 
ทาวเวอร์สูงดีค่ะ เห็นวิวโดยรอยเลย

วิวโดยรอบ Ocean Park

พอลงจากทาร์วเวอร์แล้วเดินไปเรื่อยๆ คุงแฟนถาม จะไปไหนต่อ เราว่าไม่รุซะงั้น แค่หาว่าจะมาเที่ยวที่นี่
เลยเอาว่ะ มีแสดงปลาโลมาและแมวน้ำมีรอบพอดี ไปดูกันเลยดีกว่า
ว้าวๆๆ มีการแสดงพอดีเลยดูอย่างใกล้ชิด ^^
สนใจดู เชียว

มาถึงเครื่องเล่นชิ้นนถัดไป เราก็เรียกว่า ทาร์วเวอร์อีก คุงแฟงถามอีก ว่ากล้าเล่นไหม
อย่างเราเหรอ มีคำว่า " กลัวที่ไหน" ไหนๆ ก็มาแล้ว เอาให้คุ้ม เลยจัดไปอย่าให้เสีย 555
สูงเหมือนกันนะเนี่ยะ 

ของเล่นชิ้นถัดไป ชื่ออะไรไม่รุ แต่อยู่ใกล้กัน เลยจัดไปอีก 1 อย่าง
หมุนๆ มึนเลย

เอาหละ เล่นๆ เดินๆ มานาน แล้ว กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง หาอะไรใส่ท้องกันดีกว่า

ร้านของกิน
มานั่งมองวิวชิงช้าสวรรค์(อิ่มแล้วเจอกันนะ ^^)

หลังจากอิ่มก็ไปต่อแถวขึ้นชิงช้าสววรค์ กันค่ะ พอลงมาถึงก็หาที่ไปต่อ
ที่ต่อไปก็คือ ที่ชมสัตว์น้ำ และแมงกระพรุนค่ะ

ป.ปลา หลากสี

น้องนีโม่แล้ผองเพื่อน


แมงกระพรุนหลากสี

อีกสักหมู่

ออกจากที่ชมแมงกระพรุนแล้ว มองซ้ายมองขวา ไปไหนต่อดี อ่ะ กระเช้า ไปมองอีกมุมของ Ocean Park กัน

โหว่ๆๆ เสียวนะเนี่ยะ
โดยรวมๆ

นอกจากที่นี่จะมีสวนสนุกแล้วก๋มีสวนสัตว์ค่ะ ที่แรกเลย ที่พามาชม คือ อาณาจักร หมีแพนด้า
ทางเข้าสวยเชียว


อริยาบทต่างๆ ของน้องหมี


ร้านขายของฝากค่ะ


มีแพนด้าขาว-ดำ แล้ว ต้องมี แพนด้าแดง
ฝากลายมือชื่อไว้สักหน่อย

จบจากโซนสวนสัตว์แล้วก็จะมีโซนของเล่นเด็กเล็กด้วยนะค่ะ

ผู่ใหญ่ร่วมแจม เครื่องเล่นเล็กไปเลย ^^

เมื่อเดินวนรอบแล้ว ไปไหนต่อดี ไป The Peak กันดีกว่าค่ะ การเดินทางก็นั่งรถเมล์สายเดิมกลับออกมา
และนั่ง MTR ไปสถานี Central  ออกทางออก J แล้วสังเกตุป้ายว่าให้ไปทางไหนต่อ
ป้ายบอกทาง เยอะมากมาย


และแล้วเราก็มาถึง หลังจากเดินจนเหนื่อย

ค่ารถ Tram ขาขึ้นขาเดียว 20 HKD ถ้าไป-กลับ ก็ 30 HKD
เป้าหมายของที่นี่คือ ดู SOL - Symphony of Light ในมุมสูงที่ The Peak

ถึงเวลาแล้ว แต่ไม่สวยเท่ามองมุมล่างเลย

รถรางที่พาเราขึ้น หรือลง ค่ะ

เมื่อผิดหวังแล้ว เราเลยนั่งรถรางลงกันค่ะ แต่ถ้าใครอยากรับลม เราแนะนำอีกทางค่ะ
คือ นั่งรถเมล์สาย 15c เปิดประทุนไปท่าเรือ Star Ferry ฝั่งฮ่องกง เพื่อนั่งเรือข้ามฟากไปฝั่งเกาลูน
สำหรับผู้โดยสารที่จะนั่งชั้นบน คนละ 2.2 HKD ถ้านั่งชั้นล่างก็แค่ 1.8 HKD 

มุมแสงไฟของตึกสูง ยามค่ำคืน

และแล้วเราก็ได้รีวิวจบไปอีก 1 วันที่ฮ่องกง วันต่อไปเราจะไปมาเก๊านะค่ะ
จะพยายาม รีวิวให้เพื่อนๆ ได้ชมกันเร็วที่สุดค่ะ
ขออภัยในความล่าช้าาาาาา




 

Create Date : 06 มิถุนายน 2554    
Last Update : 21 มีนาคม 2555 13:16:48 น.
Counter : 484 Pageviews.  

ไหว้พระที่วัดโป๋หลิน ตะลุยดิสนีแลนด์

มาแล้วค่ะ... หลังจากห่างหายจากการ update blog ไปนานมากมาย
จำไม่ค่อยได้ว่าตัวเองได้มีการอัพ blog ไปถึงไหนแล้วถ้างั้นมาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าค่ะ
เราร่ายมานานอย่างเพิ่งเบื่อกันนะค่ะ เราจะเข้าเรื่องเด๋วนี้แล้วค่ะ

มาต่อกันเลยค่ะ คือ วันที่ 2 ของ HK อย่างที่หัวเรื่องได้บอกไปว่าวันนี้เราจะไปไหว้พระที่วัดโป๋หลินกัน
ก่อนออกเดินทางกันเราก็ต้องเติมพลังกันก่อนด้วย ร้านนี้อยู่ใกล้ที่พักค่ะ
แค่เดินออกมาจากที่พักแล้วข้ามถนนไปทาง 7/11 ที่อยู่หัวมุม แล้วเดินไปทางถนนใหญ่
และจะเจอร้านนี้อยู่ใกล้ๆ กันกับ 7/11 เลยค่ะ



นี่ค่ะ หน้าร้านโจ๊ก

โจ๊ก 1 ชาม ที่กินไม่หมด ต้องยกให้คุณแฟนช่วยทาน


เมื่อท้องอิ่มเราก็เริ่มออกเดินทางไปวัดโป๋หลิน เลยค่ะ
โดยเริ่มจากสถานี Mongkok ซึ่งอยู่ใกล้กับที่พักของพวกเรานั่นเอง


บรรยากาศบนรถไฟฟ้าในยามเช้าค่ะ


จากนั้นมุ่งหน้าไปสุดสาย MTR เลยที่สถานี Tung Chung ออกตรงทางออก B

เมื่อออกมาทางออก B แล้ว เดินทะลุอ้อมห้างไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับ ท่ารถเคเบิ้ลคาร์ np360
ที่ตรงสู่วัดโป้หลินในเวลาไม่ถึ่งครึ่งชั่วโมง


เดินเล่นรอ เจอคอนโด ที่พักบริเวณนั้น แวะถ่ายรูปสักหน่อย


กาแฟของ Mac คุงแฟนว่ารสชาติใช้ได้ แต่เราไม่กินกาแฟ อดไป


ทางขึ้นเคเบิ้ลคาร์ np360 ค่ะ


เราลืมบอกไปค่ะว่า เคเบิ้ลคาร์ np360 เปิดเวลา 9.00 น. นะค่ะ อย่ารีบไปแบบเรานะ
นั่งรอ เดินรอกันเป็น ชั่วโมง แล้วนี่เป็น website: //www.np360.com.hk นะค่ะ
สามารถเข้าไปดูราคากันได้ค่ะ

เข้าความรู้กันเล็กน้อย สำหรับการเดินทางขึ้นไปที่พระใหญ่ มี 2 วิธีดังนี้

วิธีที่ 1 นั่งกระเช้า Ngong Ping ซึ่งไปขึ้นกระเช้าที่สถานี MTR Tung Chung
วิธีนี้สะดวก แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่กลัวความสูงนะ ระยะเวลาในการนั่งกระเช้า
ก็ประมาณ 20 - 25 นาที ค่าโดยสารก็จะแพงนิดนึง

วิธีที่ 2 นั่งรถเมล์สาย 23 จากท่ารถบัสสถานี Tung Chung เหมือนกัน
อยู่ติดกับตรงบริเวณที่นั่งกระเช้าเลย วิธีนี้จะเหนื่อยหน่อยนะ เพราะว่ารถจะวิ่งลัดเลาะ
ตามขอบเขื่อน ขอบภูเขาไปเรื่อยๆ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที สำหรับค่าใช้จ่ายก็จะประหยัดกว่าค่อนข้างเยอะ

วัดโป๋หลิน วัดพุทธนิกายเซ็นซึ่งมีมานานร่วมร้อยปีแล้วต่อมา
ได้สร้างพระใหญ่เทียนถานเมื่อไม่นานนี้ เลยเป็นที่สนใจของเหล่าศาสนิกและทัวริสต์
ยิ่งมีกระเช้าไฟฟ้ายิ่งทำให้มีคนมาแวะเยือนที่นี่มากขึ้นทุักที ถ้านั่งอยู่บนกระเช้า
แล้วข้ามเขาไปซัก 1 ลูกก็เริ่มเห็นองค์พระตั้งเด่น เป็นสง่าอยู่บนยอดเขาหนงปิง
องค์พระทำจากทองสัมฤทธิ์หนัก 250 ตัน สูง 34 เมตร นั่งอยู่บนฐานกลีบบัว
ยกพระหัตถ์ขวาและแบพระหัตถ์ด้านซ้ายไว้บนตัก


ระหว่างทางที่อยู่บนเคเบิ้ลคาร์ np360


เต็มๆ กันอีกสักรูป แต่วันนี้ท้องฟ้าไม่ค่อยแจ่มใสเอาซะเลย เห็นพระพุทธรูปอยู่ไกลๆ ด้วย


เวลาผ่านไปสักเกือบครึ่งชม. เราก็มาถึงแล้วค่ะ

บรรยากาศรอบๆ เมื่อมาถึงค่ะ คนยังน้อยอยู่นะค่ะ เพราะมากันเป็นกรุ๊ปแรกเลย

อีกสักภาพ เอ๊ะ... มีลายมือคนไทยด้วย


และแล้วเราก็มาถึงทางขึ้นของพระใหญ่กันแล้วค่ะ จากนั้นก็ต้องเดินเท้าขึ้นบันได 268 ขั้น
เห็นก็เหนื่อยแล้ว แต่ไหนๆ มาถึงกันแล้ว ต้องสู้โว้ยๆๆ(เป็นนักยกน้ำหนักไปได้นะเนี่ยะ)
เมื่อถึงด้านบนเราสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ของเกาะฮ่องกงได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ


มองมุมไกลก่อนขึ้นกันสักหน่อย


มาถึงมุมใกล้ ที่ใต้ฐานพระใหญ่


โหวว.. สูงได้ใจ ขึ้นมาเหนื่อยนะเนี่ยะ


ร้านขายของที่ระลึก จิงๆ เค้าห้ามถ่ายรูปนะค่ะ แต่คุงแฟนแอบถ่ายมา


อีกมุมมองหนึ่งในส่วนของวัดค่ะ


จากนั้นเราไปชมความแปลกของ Wisdom Path ซึ่งเป็นแท่งไม้ที่สลักไว้ด้วยพรต่างๆ หลายแท่ง
และแต่ละแท่งก็มีขนาดใหญ่ตามภาพที่ถ่ายมาให้ดูเลย สวยงามมาก
แต่ว่าต้องใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 20 - 25 นาที เลยนะ


ไปยืนเทียบแล้วเราเหลือตัวนิดเดียว


เมื่อตะวันเริ่มเคลื่อนสู่กลางศรีษะ ก็ได้เวลาที่ต้องออกเดินทางไปจุดหมายถัดไปแล้วหละค่ะ
สถานที่ถัดไปของเรา คือ Disney land HK ค่ะ โดยต้องนั่งกระเช้าลงมาที่สถานี Tung Chung
จากจุดเดิมที่เราออกมากันค่ะ จากนั้นก็นั่งรถไฟไปต่อที่สถานี Disney ค่ะ
เนื่องจากเราพักที่ dragon hostel ราคาตั๋วเข้าดิสนีย์ ที่ซื้อได้ คือ 330 เหรียญ
จากราคาปกติ 350 เหรียญ ซึ่งสามารเข้าดูรายละเอียดได้ที่
website : //www.dragonhostel.com/disney.htm


มาถึงแล้วค่ะ Disney


เรามารู้จัก Disney HK เล็กน้อยกันนะค่ะ
ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ แห่งนี้เป็นสวนสนุกแห่งที่ 5 ของดิสนีย์แลนด์ทั่วโลก
และเป็นสวนสนุกแห่งที่ 11 ของดิสนีย์ สำหรับสิ่งน่าสนใจในฮ่องกงดิสนีย์แลนด์นั้นก็มีอยู่มากมาย
โดยเมื่อผ่านทางเข้าตรง เมนสตรีท ยูเอสเอ ที่ได้จำลองบรรยากาศในอดีตของอเมริกาเอาไว้ก็จะเป็นโลกแห่งความสนุกสนานในฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ที่แบ่งพื้นที่สวนสนุกออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ
แฟนตาซีแลนด์ ทูมอโรว์แลนด์ และแอดเวนเจอร์แลนด์
ซึ่งสวนสนุกแต่ละส่วนต่างก็มีความน่าสนใจแตกต่างกันออกไป


เด็กน้อยตาใสมางกล้องผ่านกระจก


ฮ่องกงดิสนีย์แสนด์ มีทั้งหมด 4 โซนด้วยกันดังนี้
โซนที่ 1 Main Street, USA
Main Street, USA เป็นจุดเริ่มต้นของถนนแห่งการเดินทาง ย้อนเวลาสู่ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ที่ถนนแกสลิทสตรีทอันแสนสวยของสหรัฐอเมริกา เราจะพบกับขบวนพาเหรดดิสนีย์ ชมเพื่อนชาวดีสนีย์ที่โปรดปรานอย่าง มิกกี้เมาส์, มินนี่, โดนัลดั๊ก และ กูฟฟี่ ที่มาร่วมเต้นระบำอย่างสนุกครื้นเครงกับวงดนตรีมาร์ชและเหล่านักเต้นที่เต็มไปด้วยความร่าเริงและเบิกบาน ระหว่างทางนั้น ก็จะมีร้านช้อปปิ้งอันเก๋ไก๋ให้ได้เลือกสรรของที่ระลึกและของฝากพิเศษ ๆ จากดิสนีย์แลนด์ซึ่งมีมากกว่า 4,000 รายการ นอกจากนั้น จะเป็นที่ตั้งของซิตี้ฮอล และทางรถไฟฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ที่จะพาคุณชมไปรอบๆบริเวณอย่างเพลิดเพลิน

Disney on Parade ที่ถนนแห่งนี้เราสามารถชมขบวนพาเหรดดิสนีย์กับการ์ตูนชื่อดัง เช่น มิกกี้เมาส์ มินนี่ โดเนลดักส์ และกูฟฟี่ พร้อมด้วยเหล่านักเต้นที่จะมาสร้างสีสัน ขบวนพาเหรดจะมีโชว์ วันละ 2 รอบ คือ 13:00 , 15:30 น. สำหรับวันจันทร์, วันพฤหัสบดี, วันศุกร์, วันเสาร์ และวันอาทิตย์ ขบวนพาเหรดจะมีโชว์ วันละ 1 รอบ คือ 15:30 น. สำหรับวันอังคาร และ วันพุธ นอกจากนี้ก็ยังมี City Hall, Hong Kong Disneyland Rail Road และอื่นๆ

เรามาถึงเกือบ บ่าย 2 โมงกว่า ก็ได้เวลาที่ขบวนพาเหรดใกล้เริ่มพอดีค่ะ
แต่ต้องไปหาอะไรร้องท้องก่อนนะค่ะ แล้วค่อยมาเดินเล่นกันต่อ เมื่อหนังท้องตึง
ก็ได้เวลาสำรวจ Disney Land กันได้แล้วค่ะ


ยานอวกาศลำหญ่าย ใหญ่


เมื่อเดินชมนั่น ชมนี่ มาได้สักระยะหนึ่ง ก็เริ่มงง อยู่ว่าเค้ากั้นเชือกไว้ทำไม
แต่พอถามเจ้าหน้าที่เค้าว่าจะมีขบวนพาเหรด เรากะคุงแฟนเลยวิ่งหาจองที่ดูขวบนพาเหรดแทบไม่ทัน


ขบวนพาเหรดเริ่มแล้วค่ะ


จำกันได้ไหมค่ะ ว่า มีการ์ตูนเรื่องอะไรบ้าง


มาต่อกันอีกสัก 4 เรื่อง


อีก สัก 4 เรื่องค่ะ


ทายถูกกันไหมค่ะ ว่ามีเรืองอะไรกันบ้าง เราเองก็จำได้ไม่หมดหรอกค่ะ
เพราะการ์ตูของ Disney มันมีเยอะมากกกก

โซนที่ 2 Fantasy Land ดินแดนที่จะทำให้ทุกคนเคลิบเคลิ้มไปกับเทพนิยายอันแสนโรแมนติก ซึ่งทุกคนที่เข้ามาในดินแดนนี้จะอยู่อย่างมีความสุขตลอดไป (Happily Ever After … ) มีมิกกี้เม้าส์มาดึงท่านเข้าสู่โลกแห่งความสุขใน โชว์เดอะโกลเด้นมิกกี้ (The Golden Mickey) ซึ่งรวบรวมเอาการแสดงตระการตาจากการ์ตูนอมตะอย่าง โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (Beauty and The Beast) ทอยสตอรี่ (Toy Story) และที่ขาดไม่ได้คือ มิกกี้เมาส์กับผองเพื่อน (Mickey and friends) หลังจากนั้นมิกกี้ก็จะสะกดมนต์ให้เคลิ้มไปใน มิกกี้ฟิลาเมจิก (Mickey’s Philharmagic) สวมแว่นสามมิติ แล้วสัมผัสกับภาพ เสียง และกลิ่นแห่งผลงานที่สร้างสรรค์ได้อย่างเกินจินตนาการ ซึ่งเหมือนจริงจนบางครั้งคุณอาจจะเอื้อมมือเข้าไปคว้าพยายามจับตัวเจ้าตัวการ์ตูนที่ลอยออกมาอยู่ใกล้ๆตัวคุณ ต่อจากนั้นผจญภัยอย่างน่ารักในดินแดนแห่งความฝันกับป่าหนึ่งร้อยเอเคอร์ ของเจ้าหมีวินนี่เดอะพูห์ ซึ่งจะทำให้ผู้ใหญ่ทุกคนกลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง แล้วก็อย่าลืมเข้าไปในสวนมหัศจรรย์ บินไปกับช้างน้อยดัมโบ้ ขี่ม้าหมุนซินเดอเรลล่า หัวเราะร่าพร้อมกับหมุนติ้วไปกับถ้วยชาแมดเฮตเตอร์ และเข้าสำรวจถ้ำสโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด

เริ่มเข้าสู่ดินแดน


เข้าสู่ดินแดนแห่งเทพนิยาย


มีชาติไหนกันบ้าง รู้จักกันไหมค่ะ


โซนที่ 3 Tomorrow Land
สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับโลกอนาคต ในทูมอโรว์แลนด์ จะนำเสนอเรื่องราวของโลกอนาคตที่เต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจกับนิยายวิทยาศาสตร์และการผจญภัยในอวกาศ โดยทูมอโรว์แลนด์ในฮ่องกงดิสนีย์แลนด์นั้นโดดเด่นไปด้วยบรรยากาศของ "อินเตอร์กาแลคติก สเปซพอร์ต" หรือดินแดนที่เชื่อมต่อระหว่างกาแล็คซี่ ที่ในนั้นไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านค้า และสถานที่ต่างๆ ล้วนแต่มีหุ่นยนต์ ยานอวกาศ และดาวเคราะห์ล่องลอยอยู่ไปมา นอกจากนี้ในทูมอโรว์แลนด์ ยังมีโลกอวกาศแห่ง "สเปซ เมาเท่น" ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปได้ในเวลาเพียงอึดใจเดียว การขับจานบินส่วนตัวใน "ออร์บิทรอน" และการต่อสู้กันแบบดุเดือนใน บัซ ไลท์เยียร์ แอสโตร บลาสเตอร์


เอารู้โซน 2-3 มารวมกัน


โซนที่ 4 Advenger Land
ผู้ที่เข้าไปในแอดเวนเจอร์แลนด์ จะได้สัมผัสความเร้าใจกับการผจญภัยในป่าลึกลับของเอเชีย และแอฟริกา ในดินแดน "จังเกิล ริเวอร์ ครูซ" ซึ่งนักท่องเที่ยวจะเริ่มต้นการผจญภัยบนเรือสำรวจที่ล่องไปตาม แม่น้ำสายใหญ่หัวใจหลัก ของแอดเวนเจอร์แลนด์ผ่านป่าลึกลับ ที่ทุกโค้งน้ำจะมีสิ่งลึกลับและสิ่งที่สร้างความตื่นเต้นต่างๆรออยู่เพื่อ สร้างความสนุก ให้กับผู้ที่เข้าไปเยือน ไม่ว่าจะเป็น ฝูงช้างที่เล่นน้ำอย่างสนุกสนาน สำหรับความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของโชว์ไลอ้อน คิง ก็คือการแปลงโฉมเวทีกลางป่านี้ให้กลายเป็นฉากการแสดงอันน่าชม โดยมี เหล่ายีราฟเดินชูคอ นกบินโฉบ และกวางป่าก็จะกระโดดไป-มาอย่างสนุกสนาน


บ้านของทาซานค่ะ


รอบๆ ก่อนจะพระอาทิตย์ตก อีกสักภาพ


เวลาเปิดทำการของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์
ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น. ในช่วงเทศกาลที่มีผู้คนคับคั่งอาจให้บริการตั้งแต่เวลา 9.00 - 21.00 น. สามารถซื้อบัตรเข้าสวนสนุกได้ก่อนเวลาสวนสนุกเปิด หรือ ซื้อบัตรออนไลน์ผ่านเว็บไซด์ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์โดยตรงก็ได้

แบบว่าเดินเล่นไปเดินเล่นมา พระอาทิตย์เริ่มแล้ว
เรามาชมบรรยากาศตอนพระอาทิตย์ตากของ Disney ที่นี่กันเลยนะค่ะ
ว่าจะมีแสงสี สวยงามซักขนาดไหนกัน


ยานอวกาศลำแรกที่เราถ่ายเมื่อกลางวัน สีสันสวยงามเชียวค่ะ


จากการหาข้อมูลของเราในตอนแรก หามาได้ว่าทาง Disney HK จะไม่มีการจุดพลุในวันธรรมดา
แต่จะมีการจุดพลุในวันเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น เรากะคุงแฟนเลยทำใจว่า ไม่เห็นพลุ
เลยกะจะเดินเล่นเก็บสีสันยามค่ำคืนของ Disney แทน แต่เมื่อเดินไปจนถึงหน้าตัวปราสาท


คนรอหน้าปราสาท มากมายเลยค่ะ


ก็เห็นคนยื่นรอกันเต็มเลย ด้วยความสงสัย ถามใครเขาก็พูดภาษาจีนกันหมด
เลยนั่งรอดูกันว่า มันจะมีอะไรเกิดขึ้น สรุปว่ามีพลุค่ะโชคดีจิงเชียว นึกว่าจะไม่ได้เห็นซะแล้ว


เริ่มการยิงพลุ


อีกสักภาพ


วันนี้เราขอจบการเดินทางวันที่ 2 ของเราด้วยภาพพลุ สุดสวยภาพนี้นะค่ะ (กว่าจะจบได้เล่นเอาเหนื่อยเลย)
แล้วอย่าลืมติดตามชมกระทู้ดองนานของเรานะค่ะ ขอบคุณที่เข้ามารับชมค่ะ




 

Create Date : 10 มกราคม 2554    
Last Update : 14 มีนาคม 2554 22:34:47 น.
Counter : 1565 Pageviews.  

ออกเดินทางไปมาเก๊า-ฮ่องกง กันเลย

มาต่อการเดินทางไปมาเก๊า-ฮ่องกงของเรา หลังจากที่เกริ่นกันมานานเลยค่ะ
คืนก่อนการเดินทาง จัดการเตรียมเสื้อผ้า เตรียมเอกสารการเดินทาง passport
(แอบขอเมาส์นิสนึ่งค่ะ passport ของคุงแฟนเพิ่งได้มาสดๆ ร้อนๆ ก่อนเดินทาง 1 วันค่ะ
ทั้งที่เราบอกกว่าตั้งหลายครั้งแล้วว่าให้ไปทำก่อนหน้าสัก 2 สัปดาห์ ก็ว่าไม่ต้องรีบ
ยังไงหละเราเกือบต้องเดินทางหญิงเดียวแล้วไหมหละ 5555)
และที่สำคัญลืมไม่ได้เลยนั่นคือข้อมูลที่หากันมา หากลืมนี่แย่เลย ได้หลง HK
เป็นว่าเล่นชัวร์ รุ่งขึ้นวันที่ 10 มีนา 53 วันที่ต้องเดินทาง เราต้องตื่นแต่เช้า(ตี 4 น่าจะได้)
เพื่อไปให้ทันไฟล์เช้าสุด เวลา 7.00 น. และทำเรื่องเกี่ยวกับ passport เพื่อไปยัง มาเก๊า
เผื่อเวลาไว้ก็ดีค่ะ เพราะต้องกรอกเอกสาร ตรวจ passport ขนาดเราไปเช้าแล้ว
ยังไปถึงเครื่องบินอย่างเฉียดฉิวเหลืออีกแค่ 10 นาที เครื่องก็จะออกแล้ว
(ไม่รู้ว่าคนมาจากไหนเยอะแยะไปหมด คงพร้อมใจกันไปเที่ยว)
วันที่เราเดินทางออกจากไทยอากาศไม่ค่อยดีเลยค่ะ มีเมฆเยอะ และฝนตกด้วย


หน้าต่างของเจ้าปีกแดงเปียก


อีกสักมุมบนเครื่องของเจ้าปีกแดง

กังวลนะเนียะว่า ทางมาเก๊าอากาศจะเป็นอย่างไรบ้างหน่อ
เวลาที่ใช้เดินทาง 2.30 ชม.คุยก็แล้ว หลับก็แล้ว ทำไม 2 ชม. กว่ามันนานอย่างนี้

และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง เย้ๆๆๆ ถึงสนามบินมาเก๊าแล้ว อากาศภาคพื้น ณขณะนั้น 10 องศา


ลานสนามบินมาเก๊า


บริเวณท่าเรือของฝั่งมาเก๊า


เราใช้บริการของ Turbo Jet (Macau - Hong Kong) ขึ่นฝั่งฮ่องกง
เรือจะออกทุกๆ 15 นาที ราคา ไป-กลับ ประมาณ 300 HKD


มองผ่านกระจกเห็นเกาะฮ่องกงแล้ว

ถึงแล้วค่า... ฮ่องกง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.จากมาเก๊า

ทางไปรถไฟใต้ดิน

เป้าหมายแรกที่เราจะไปกันคือที่พักค่ะ เพราะกระเป๋าหนักมาก...
ที่พักสุดฮิตของคนไทย คือ Dragon Hostel ที่อยู่ที่อาคาร Sincere House
เราก็ไม่พลาดที่จะพักที่นี่ค่ะ ซึ่งห่างจากทางออก D2 ของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MTR Mong Kok
ไม่ถึง 200 เมตร จุด สังเกตก็คือป้ายโฆษณาที่ว่า แล้วตรงหัวมุมตึกจะมีร้านลูกชิ้นอยู่
และเดินไปจนกระทั่งมองเห็นเซเว่นอีเลฟเว่น(ตอนเราไปปรับปรุงภายนอก
เลยมองไม่เห็นป้าย ) และก็ไม่ต้องเดินข้ามถนนนะค่ะ
ให้เดินเลี้ยวซ้าย และหันมาทางซ้าย ก็จะพบกับประตูทางเข้าอาคาร Sincere พอดีคร้า....  
กดลิฟท์ตัวขวาจะจอดเฉพาะชั้นเลขคี่ไปที่ชั้น 5 ที่พักของเรากันเลยค่ะ


จำนวนเงินของ 2 คนที่แรกไปค่ะ ไม่เยอะไม่น้อย แต่หายแค่ 1 เหรียญก็เครียดได้

เมื่อพักผ่อนกันเต็มที่แล้วเราก็เริ่มแผนการเที่ยวของเราต่อกันเลยนะค่ะ
นั่นก็คือ SOL - Symphony of Light จะเริ่มเวลา 20.00 น.
โดยลงที่สถานี MTR Tsim Sha Tsui แล้วให้ออกตรงทางออก F
พอเดินไปเรื่อยๆ ถึงทางแยก ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปทางออก J ซึ่งจะมีทางออกย่อย
คือ ทางออก J4 ที่อยู่ใกล้ๆ กับ Avenue of Stars มากที่สุด


ภายในสถานีรถไฟใต้ดินค่ะ


มาถึงแล้วค่ะ Avenue of Stars แต่เรามาถึงเร็วไปหน่อย พระอาทิตย์ยังไม่ตกเลย
เลยต้องไปเดินเล่นไปยังมุมต่างๆ ค่าเวลารอ


พิพิธภัณฑ์อะไรสักอย่างจำไมไ่ด้ เพราะไม่ได้เข้าไปชมอ่ะค่ะ


รูปมุมต่างๆ ระหว่างรอค่าเวลา


บรูชรี กะว่าจะทำท่าให้เหมือน แล้วถ่ายภาพ แต่คนเยอะได้มาแต่ท่าค่ะ


มองออกไปยังท้องน้ำ


มองไปเรื่อยๆ

อีกสักภาพ

ใกล้ถึงเวลาแล้วค่ะ หลังจากที่รอกับความหนาวมานานแสนนาน
เห็นว่ามีแดดอย่างนี้ แต่จะบอกว่าอุณหภูมิไม่ได้อุ่นเหมือนแดดเลยค่ะ
เพราะว่ามีอุณหภูมิประมาณ 15 องศา บวกกะลมอีก (สั่นเลยเรา)


พระอาทิตย์เริ่มตกดินแล้วค่ะ


ฟ้าเริ่มมืดเวลาที่รอคอยจะถึงแล้วค่ะ
และแล้วก็ 2 ทุ่มแล้วค่ะ การแสดงSymphony of Light ก็ได้เวลาแล้วค่ะ
มารับชมกันเลยนะค่ะ


เริ่มกันเลยค่ะ


อีกภาพ


ลานชมการแสดงเมื่อจบแล้ว โล่งมากมาย


บรรยากาศโดยรอบหลังพระอาทิตย์ตก


เหมือนมาอยู่ในเทศกาลโคมไฟเลย


การแสดงจบ ท้องเริ่มทำงานเราไปหาของกินแถวที่พักโดยลงที่
สถานีใต้ดิน Yau Ma Tei ออกทางออก C ที่บริเวณ Temple Street


อาหารค่ำของเราของเราวันนี้ค่ะ


จากนั้นก็กลับที่พักเอาแรงเพื่อเดินทางต่อในวันพรุ่งนี้กันค่ะ


ภาพถ่ายระหว่างรอรถไฟฟ้าเพื่อกลับที่พัก

วันนี้เราขอจบการแค่นี้ก่อนนะค่ะ อย่าลืมติดตาม HK ในวันต่อไปของเรากันนะค่ะ




 

Create Date : 23 กันยายน 2553    
Last Update : 10 มกราคม 2554 20:30:40 น.
Counter : 258 Pageviews.  

เกริ่นๆ เรื่อยเปื่อยก่อนไปเที่ยว

สวัสดีค่ะ ชาวบล๊อกแก็งค์ วันนี้เราไม่ได้มาเที่ยวไทยเหมือนอย่างเคยนะค่ะ
ขอเข้ามาเกริ่นๆ กันก่อนจะออกเดินทางออกไปเที่ยวพร้อมกันเรานะ
คราวนี้เราจะมาพาไปเที่ยวมาเก๊า-ฮ่องกง แหล่ง shopping ไม่ที่ไม่เคยหลับกันค่ะ
ทริปนี้เป็นทริปแรกที่ออกต่างประเทศเองแบบไม่ง้อทัวร์ เพราะมีงบประมาณจำกัดค่ะ
(แหม่ ก็แน่หละสิทุกครั้งที่ไปคุณแม่สุดที่รักเป็นคนออกให้หนิ อิอิ )

มาเข้าเรื่องการเดินทางกันเลยดีกว่านะค่ะ พล่ามมาได้ตั้งนาน
ทริปนี้ได้ตั๋วถูกจากทาง airasia (โปร 0 บาท ค่ะ) ดังนั้นค่าเสียหายกะเที่ยวบินรอบนี้
ถูกใช้ไป 1850 บาท ค่ะ ถือว่าถูกมากๆเลย แต่ต้องจองยาวกันข้ามปีเลย
เพราะเราเดินทาง วันที่ 10-13 มีนา 53 แต่เราจองตั๋วได้ตั้งแต่ เดือนมิถุนา 52
(นานมากเลยจนเกือบจะลืมไปเลยหละ) สมาชิกแรกเริ่มของทริปนี้ มีทั้งหมด 5 คนค่ะ
แต่ด้วยความที่จองนานไปหน่อย พอถึงเวลาจริงๆ สมาชิกเหลืออยู่เพียง 2 คน
เดากันไม่ยากเลยใช่ไหม นั่นคือ เรากะคุงแฟนค่ะ ส่วนสมาชิกท่านอื่น
ติดงานกันเป็นแถว แต่สำหรับเราไม่กลัวค่ะ ลาโลด ไม่สนแล้วงาน ขอให้ได้เที่ยวไว้ก่อน
(เพื่อนๆ อย่างเอาตัวอย่างที่ไม่ดีของเราไปใช้กันนะค่ะ )
ออกนอกเรื่องไปเยอะแล้ว มาเข้าเรื่องกันต่ออีกรอบดีกว่าค่ะ ในเมื่อเหลือสมาชิกเพียงแค่ 2 คน
ส่วนหน้าที่การหาข้อมูลนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากเรานั่นเอง หาจากใน internet
และจากกระทู้ของเพื่อนๆ ใน pantip นี่แหละค่ะ ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี กินที่ไหนดี
นั่งรถไปอย่างไร อากาศหนาวไหม และอะไรอีกสารพัดมากมาย จนมีเอกสารกองท่วมหัวกันเลย
จนคุงแฟนว่าพอเหอะ เอาอะไรที่เด่นๆ ไปง่ายๆ เราไปแค่ 4 วัน 3 คืนนะ
ไม่ได้ไปเป็นปี(เออ มันก็จริงอย่างที่เค้าพูดเนอะ) จนโยนข้อมูลทิ้งไปก็เยอะ
สรุปแล้วเหลือข้อมูลเป็น A4อยู่แค่ 4 แผ่น(น่าจะพอแล้วสำหรับการเดินทาง)

ตอนนี้เกริ่งแค่นี้ก่อนแล้วกันนะค่ะ
เพื่อนๆ อย่าลืมติดตามไปเที่ยวกะเราในวันแรกของการเดินทางของเรานะค่ะ





 

Create Date : 22 กันยายน 2553    
Last Update : 22 กันยายน 2553 22:29:24 น.
Counter : 198 Pageviews.  


Valentine's Month


 
mei_jaae
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




hits
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add mei_jaae's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.