Group Blog All Blog
|
2026.02.20 วันว่างมาชงกาแฟกินกันดีกว่าครับ ![]() สวัสดีครับ ช่วงนี้หลายๆคนน่าจะได้พักกันบ้างในช่วงเทศกาลตรุษจีนอย่างนี้ (หวังว่าจะครับ วันนี้ผมก็ว่างๆครับ แถมช่วงนี้ก็ได้มีโอกาสลองชงกาแฟบดจากเมล็ดกินเองบ้าง ก็เลยมาเล่าสู่กันฟังสนุกๆะครับ ถ้าว่ากันตามความชอบส่วนตัวของผมเองแล้ว กาแฟที่ชอบก็คงหนีไม่พ้น Espresso ครับ แต่ว่า... ซึ่งถ้าดูจากการบริโภคกาแฟของผมแล้ว (เอาแค่กาแฟอย่างเดียว) ผมกินกาแฟแค่ 1-3 แก้วในช่วง 2 อาทิตย์เท่านั้นเอง ก็เลยได้ขอสรุปว่า ถ้าอยากกิน Espresso ก็...ไปกินที่ร้านดีกว่า ถ้าอยากกินกาแฟที่บ้านก็ชงแบบที่ร้านไม่มีแล้วกัน ผมก็เลยต้องพับโครงการเครื่องชงกาแฟไป แล้วหันมา drip กาแฟกินแทน ถือว่าเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศครับ ![]() เมล็ดกาแฟที่ใช้ ผมเป็นคนหมู่น้อยครับ ชอบกาแฟเปรี้ยว ได้รสผลไม้ กลิ่นหอมๆ คิดว่ากาแฟคั่วเข้มไม่เหมาะกับตัวเองเพราะขม กินยากไปหน่อยครับ ![]() ผมได้เมล็ดกาแฟคั่วอ่อนมาจากร้านที่เป็นโรงคั่วกาแฟแถวบ้าน (ก็ไม่แถวบ้านเท่าไหร่นะ ปั่นจักรยานไป 30 กว่ากิโลเอง ซื้อมา 250g ราคา 150 บาท คั่วมาราวๆอาทิตย์นึงครับ ตามที่คำนวณไว้ก็น่าจะกินได้ 3-4 เดือนสบายๆ ผมเก็บกาแฟไว้ในกระป๋องสุญญากาศที่ทางร้านแนะนำ แต่หาซื้อ online เองนะครับ ![]() สัดส่วนกาแฟที่ใช้ ผมเริ่มต้นด้วยการถาม Google ก่อนเลย หลังจากซื้อแก้วกาแฟมา ลองตวงน้ำใส่ดูก็ทราบว่าแก้วมันขนาด 150ml Google บอกว่า ให้ใช้กาแฟ 10.7g กับน้ำ 170-180ml แต่หลังจากลองดริปไปเมื่ออาทิตย์ก่อน รู้สึกว่ารสจางไปหน่อยครับ (แต่กลิ่นดีมากครับ) คราวนี้ผมเลยปรับสัดส่วนนิดหน่อย เพิ่มปริมาณกาแฟเป็น 12g แล้วก็ลดปริมาณน้ำลงเหลือ 150ml พี่ที่ร้านบอกว่า ไม่จำเป็นต้องชงกาแฟเต็มแก้ก็ได้ เอาที่เราพอใจดีกว่า พี่เขาว่าไง ผมก็ว่าตามน้านนน ![]() ![]() เท่าที่ทราบ การบดกาแฟสำหรับดริปต้องบดหยาบหน่อยครับ ผมใช้ก้านบดมือ ตั้งระดับการบดที่ 38 จาก 54 ระดับ ในคู่มือของก้านบดบอกว่าให้ใช้ 36-44 clicks ...ก็เอาแบบตามความรู้สึกตัวเองก่อน ประกอบร่างแล้วก็ 3 2 1 . . . หมุนเลยยย!!! ![]() ![]() ผมชอบแรงต้านจากการบดกาแฟมากเลยครับ รู้สึกพอใจกับแรงต้านในทุกรอบการหมุนเลย สนุกมาก!! ![]() ![]() ส่วนของกรวยดริป...ผมตัดความยุ่งยากของการใช้กระดาษกรองด้วยการใช้กรวยโลหะที่มีรูพรุนมาให้แทนครับ เท่าที่ลองใช้ดูก็พอใจกับมันนะครับ ทำความสะอาดง่าย ไม่เปลืองค่ากระดาษกรอง ไม่มีตะกอนกาแฟหลุดลงในแก้วเลย ![]() ต้มน้ำเดือดแล้ว ก็ตวงน้ำใส่ beaker ครั้งแรก 60ml ครับ เทไปก่อนหน่อยนึง พี่ที่ร้านกาแฟแนะนำมาว่า ให้เทน้ำร้อนกระตุ้นซักหน่อยนึง รอ 1 นาทีให้กาแฟมันตื่นก่อน จะทำให้กาแฟมันคลายรสและกลิ่นได้ดีขึ้น พี่เขาว่าไง ผมก็ว่าตามน้านนน ![]() ผมเทไป 60ml ก่อน...รอ...แล้วก็ตามด้วยน้ำร้อนอีก 90ml ครับ ![]() แล้วก็ได้กาแฟดริปแก้วนี้มาครับ ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกว่าการดริปเองเมื่ออาทิตย์ก่อนพอสมควรครับ ด้วยการเพิ่มปริมาณกาแฟแล้วก็ลดปริมาณน้ำร้อนลง แถมด้วยเทคนิคการเทน้ำร้อนใหม่ เท่าที่อ่านในอินเตอร์เน็ต มีคนว่า "ถ้าเทน้ำร้อนในปริมาณ ให้น้ำหนักมือพอดี มีความต่อเนื่องที่เหมาะสมจะทำให้รสชาติของกาแฟดริปดียิ่งขึ้นไปอีก!!" อันนี้ผมขอเก็บไว้ลองในการชงครั้งถัดไปก็แล้วกันครับ แต่เท่านี้ก็ถือว่ากาแฟที่ได้อยู่ในระดับที่ผมพอใจมากแล้วครับ ![]() ช่วงนี้ผมอาจจะไม่ค่อยมีเวลา comment แล้วก็ตอบกลับคำทักทายจากเพื่อนๆมากนัก (แต่ก็จะอ่าน blog และโหวตให้ทุกวันนะครับ) ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ ขอบคุณเพื่อนที่อ่านมาถึงตรงนี้ครับ แล้วพบกันใหม่ blog หน้า สวัสดีครับ ![]() |
กะริโตะคุง
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]![]() ชอบปั่นจักรยาน เที่ยวแถวๆบ้าน (แต่จริงจังนะ) แวะคาเฟ่ไปเรื่อยๆครับ เครื่องดื่มที่ชอบ : Espresso (คั่วอ่อน) Latte (คั่วกลาง) ชาไทย (ไม่หวาน) ชาเขียว (ก็ไม่หวาน) โกโก้ (ไม่หวาน ขมๆ 90%) ชาฮ่องกง (Ceylon) ก็ไม่หวานเหมือนกันครับ ถ่ายรูปเป็นงานอดิเรกมาตั้งแต่ปี 2014 แต่ฝีมือไม่ค่อยพัฒนาเท่าไหร่ครับ ถ่ายตามใจฉัน จะพยายามอัพ Blog บ่อยๆครับ ![]()
Link |















ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [
