เมษายน 2564

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
เรื่องราวร้อยโลแรก "โป่งแยงเทรล 100" #6 เรื่องราวจาก A5 (จุดที่ได้เจอกับ DropBagใบแรก) จน จบ FINISH
เรื่องราวร้อยโลแรก "โป่งแยงเทรล 100" #6  เรื่องราวจาก A5 (จุดที่ได้เจอกับ DropBagใบแรก) จน จบ FINISH เย้!
 

“A5 (โรงเรียนบ้านกองแหะ)” - 42.30Km. ใช้เวลาไป 8:39 ชั่วโมง

สะสมสแตมป์ “Cabbage”

 

Cabbage ก็คือ กะหล่ำปลี นั่นเอง.. (ใช่สิ.. ระหว่างวิ่งนี่ กลิ่นกะหล่ำปลี หอมหึ่งมาตลอดทางเบย :P)

 

เมื่อมาถึงจุดนี้...

 

ติดต่อพี่บั๊ดดี้ซะหน่อยละกันนะ... กริ๊งกร๊าง...

 

พี่บั๊ดดี้บอกว่า... พี่ต้องหยุดพักแล้วล่ะ.. เพราะว่าปวดท้องมากๆ ต้องหยุดนานเลย ให้มัมไปก่อน แล้วพี่ยักกี้จะค่อย ๆ มาเอง

 

พี่ยักกี้ มีเพื่อนมาเป็น Pacer ให้ ก็คือ พี่ส้ม โดยพี่ส้ม มารอพี่ยักกี้อยู่ที่ A7

 

// Pacer สำหรับงานโป่งแยง ก็คือ.. เพื่อนที่มารอเราอยู่ที่จุด ที่งานเตรียมไว้.. แล้ววิ่งคู่กันไปกับเราจนเข้าเส้นชัย.. มัมไม่มี Pacer ของตัวเอง.. แต่โชคดีที่มาเจอกับน้อง ๆ ที่นี่ ก็เลยมีกลุ่มเพื่อนเดินทางไปด้วยกัน ช่วงกลางคืนในป่าในเขา

 

มัมบอกพี่ยักกี้ว่า มัมเองก็ค่อยๆ ไป ไปช้าๆ หยุดพักนานเหมือนกัน ให้พี่ยักกี้มาเรื่อย ๆ นะ เดี๋ยวก็ตามกันทัน

 

จากนั้นมัมก็ถ่ายรูป... กับป้ายประจำ Check Point นี้...

 

“ไชโย... ผ่านมา 1 มาราธอน แล้ว เกือบครึ่งทางแล้วนะมัมมี่!! เธอทำได้”

 

มัมขอให้พี่เจ้าหน้าที่ช่วยถ่ายรูปให้ เพราะอยากถ่ายรูปกับดอกไม้ ที่น้องให้มา ซึ่งมัมทำก้านหักซะแล้ว..

 

เมื่อถ่ายรูปเสร็จ มัมก็เดินเข้าไปในโรงเรียน... แล้วก็ได้เจอกับ...

 

น้องสเมิฟ น้องหมึก (DSARG) และก็น้องโจ้ (เพื่อนใหม่ จากเรซนี้ ^ ^)

 

และ... มัมก็ตกลงปลงใจ ไปต่อ กับน้อง ๆ ทั้งสามคนนี้... นับจากจุดนี้... :)

 

ณ A5 แห่งนี้ เป็น CP ที่เราจะได้ป๊ะกับถุงสัมภาระชุดแรกที่เราได้เตรียมมาไว้ (Drop Bag นั่นเองค่ะ)

 

อาหารการกินที่จุดนี้ เพียบพร้อม อลังการ มีทั้ง ข้าวผัดไก่, มาม่า, ขนม, เกลือแร่, น้ำอัดลม และมีกาแฟให้กินด้วยอ้ะ!!

 

(สารภาพ ตรงนี้... ว่ามัมกินข้าวผัดไป 2 จาน <- ก็มันอร่อยนี่นา 555)

 

ที่จุดนี้ มัมพักอยู่นานมาก... เกือบชั่วโมงได้มั๊ง (กลับบ้านไปนอนเลยมั๊ยล่ะ? ถ้ามัมจะพักนานขนาดนี้ 555)

 

ทำอะไรหลายอย่างมาก... ที่จุดนี้.. เพราะเดี๋ยวเราก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความมืด และช่วงกลางคืนแล้วล่ะ....

 

กิน กิน กิน อิ่ม อิ่ม อิ่ม เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย...

 

มัมเอาอาหาร และขนมที่อัดแน่นอยู่ในเป้ทิ้งไว้ที่จุดนี้จำนวนมาก... (เพราะเห็นว่าที่งานมีเตรียมให้เยอะเชียว)

 

จากนั้นก็ตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งหมดอีกครั้ง อุปกรณ์บังคับยังครบ และอยู่ดี...

 

พักสักพัก... ไม่เหนื่อยแล้ว.. เราก็ออกเดินทางต่อ....

 

ระหว่างทาง ก็วิ่งเร็วบ้าง ช้าบ้าง เดินบ้าง ไปด้วยกันบ้าง ห่างๆ กันบ้าง แซงกันไปกันมาบ้าง แต่ละคนมีความดีด และพุ่งในช่วงเวลาที่ต่างกันน่ะนะ..

 

แต่สุดท้ายก็จะไปเจอกัน รวมตัวกันที่จุด Check Point

 

 

“A6 (ผานกกก)” - 47.80Km.

สะสมสแตมป์ “Rose”

 

Rose . . . ดอกกุหลาบ :D

 

ที่มาที่ไป ก็น่าจะมาจาก จุดที่เราวิ่งผ่านนั่นเอง...

 

ระหว่างทางที่วิ่ง มีสวนดอกกุหลาบ กว้างใหญ่มากกกกกกก...

 

มีชาวบ้านมายืนแจกดอกไม้ด้วย.. “แจกฟรีครับ” แถมยังมีน้ำดื่มเป็นขวดๆ แจกให้อีกด้วย ดีจังเลย

 

แต่มัมเพิ่งมารู้ทีหลังว่า... โปรหนำ ได้เหมากุหลาบหมดทั้งสวน เพื่อแจกให้แก่นักวิ่ง...

 

แต่นักวิ่งกลับไม่ค่อยรับดอกไม้มาด้วย...

 

มัมเองก็ไม่ได้รับมาค่ะ.. เพราะว่ารู้สึกเกรงใจ อยากให้เค้าเก็บเอาไว้ขาย เพราะถ้ามัมเอามา พกวิ่งไป

 

กว่าจะถึงก็คงเหี่ยวเฉาหัก ไม่ก็หล่นหายไป...

 

แต่ยังไงก็รู้สึกประทับใจพี่โปรหนำมากๆ เลย โปรน่ารักมากค่ะ มีความใส่ใจแม้รายละเอียดเล็กๆ หลงรัก (L)

 

ณ จุด A6 คือ จุดที่พี่ยักกี้ DNF ไป

 

(พี่ยักกี้ทำดีที่สุดแล้ว.. ทั้งขาเจ็บ มีประจำเดือน แล้วปวดท้องอีกด้วย)

 

พี่ยักกี้บอกมัมว่า ให้มัมไปก่อนเลย... พี่ยักกี้ไม่ได้ไปต่อแล้ว..

 

พี่ยักกี้ยังใจดีบอกว่า.. ให้มัมไปเลย ตอนไปถึง A7 มัมก็จะเจอพี่ส้มอยู่ตรงนั้น

 

พี่ส้มจะรอซัพพอร์ทให้ที่ A7

 

แถมยังบอกมัมอีกว่า... “พี่ กับ พี่ส้ม จะไปรอรับมัมที่หน้าเส้นชัยตอนเช้านะ”

 

// ขอบคุณพี่ยักกี้ และพี่ส้มมากๆ นะคะ...

 

 

 

... จะมืดอยู่แล้ว..

 

ในช่วงโลที่ 55 เจ้าสเมิฟชัย สั่งให้มัมเอา Headlamp ขึ้นมาใส่ไว้ก่อนเลย...

 

ตอนนั้น มัมมากับสเมิฟก่อน แอบทิ้งน้องหมึกกับน้องโจ้...

 

ก่อนที่จะมืดลง... สเมิฟก็ทำการถ่ายรูปแสงสุดท้าย รวมทั้งเซลฟี่กัน...

แ ส ง สุ ด ท้ า ย . . .

 

... จะมืดจริง ๆ แล้วหรอเนี่ย . . .

 

มัมสูดหายใจเข้าไปลึก ๆ ๆ เตรียมพร้อม... รับมือกับ ความกลัวทั้งหลาย ::

 

กลัวความสูง, กลัวความมืด, กลัวผี, กลัวหลง , กลัวกลัวกลัว (ไม่รู้จะกลัวอะไรนักหนาเนี่ย!!)

 

มัมไปกับสเมิฟเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนถึง A7 ....

“A7 (แม่สาใหม่)” - 57.20Km.

สะสมสแตมป์ “School”

 

School - โรงเรียน.. เพราะสถานที่นี่ เป็นโรงเรียนนั่นเอง

 

 

 

เมื่อมัมเดินเข้า CP ก็ได้เจอกับ พี่ส้ม...

 

พี่ส้มมาช่วยดูแลมัมอย่างดีมากๆๆๆ พี่ส้มจัดการนู่นนี่ให้ หาของมให้มัมกิน

 

พี่ส้มเอายากันยุงมาให้มัมใช้ พี่ส้มบอกว่ามืดแล้ว ยุงจะเยอะมากๆ ให้ฉีดไปเลย พกไปด้วยเลยก็ได้นะ...

 

ขอบคุณพี่ส้มมากๆ ที่ช่วยดูแลมัม จัดการหลาย ๆ อย่างให้กับมัมอย่างดีเลยค่ะ

 

อีกไม่นานนัก น้องหมึก กับ น้ำโจ้ ก็ตามเข้ามาที่ CP นี้...

 

ที่จุด จุดนี้.. ตามโพยที่มัมจดมา.. จะต้องมี “ข้าว-กะเพราไก่”...

 

แต่ว่า เราคงมาช้าไป... กะเพราะไก่หมดแย้ว อะ T_T ฮือ ฮือ ฮืออ

 

ทีมงานบอกว่า กำลังเจียวไข่อยู่.. แต่เราก็ไม่เห็นไข่ออกมาซะที...

 

ก็เลย.. ก็เลยย กินข้าวเนี่ยแหละ ข้าวสวย กับพริกน้ำปลา..

 

เฮ้ย... ไม่ต้องสงสารนะ.. มันไม่แย่... คือจะบอกว่า

 

พริกน้ำปลา โคดหร่อยเลย อร่อยจริงๆ (น้อง ๆ ก็บอกนะ ว่าพริกน้ำปลาอร่อยมวก)

 

(ไม่ได้ประชด หรืออะไรเลยนะ เป็นเหมือนพริกน้ำปลา ที่ใส่มะนาวลงไป รสชาติกลมกล่อมมาก ปลื้ม)

 

ก่อนที่จะออกจากจุดนี้ก็จัแจง เข้าห้องน้ง ห้องน้ำ ให้เรียบร้อย พร้อมเพิ่มควมสดชื่นด้วยไอเท็มลับสูตรเย็นเช่นเคย 555

 

สักพัก... เอ๊ะ มีคนเดินมาทัก.. หันไป เฮ้ย...

 

พี่แบ้งงงงง...

 

ดีใจมากที่เจอพี่แบ้งอีกรอบ และพี่ไม่ DNF (พี่ไม่เคลิ้มไปกับชาวบ้านที่ Offer มอเตอร์ไซด์ให้ เย้ๆ 555)

 

ก่อนแยกย้าย ก็เลยชักภาพร่วมกันก่อน... (จุด A7 นี้ คือจุดที่ นักวิ่งระยะ 66 กับ 100 โล จะต้องแยกทางกัน)... แล้วเจอกันตอนเช้านะเพ่แบ้ง... มารับมัมกลับบ้านโด้ย!!!

 

เมื่อได้เวลาอันสมควรแล้ว.. อิ่มกันแล้ว ทำธุระกันเรียบร้อยแล้ว.. ก็

ออกเดินทางต่อ

 

นับจากจุด A7 นี้ เป็นต้นไป เราก็เกาะๆ กันเป็นกลุ่มไปกัน 4 คน...

 

ช่วงออกจาก A7 มืดมากๆ แล้ว...

 

น้องหนึ่งโทร. มาหา ถามไถ่ ว่า มัมเป็นอย่างไรบ้าง? แล้วก็เตือนมัม บอกให้ระวังด้วย เส้นทางจาก A7 ไป ค่อนข้างเละ และลื่นมาก น้องบอกขอให้โชคดี วิ่งจบ 100 โลให้ได้ แล้วตอนเช้า จะมารับ <- ขอบใจมากนะน้องหนึ่ง.. ^_^

 

ช่วงกลางคืนนี้... นอกจากพวกเรา 4 คน แล้ว ก็ยังมีพี่หมออีก 2 ท่าน ที่เราพบกันระหว่างทางอยู่เรื่อยๆ พี่หมอจบไอร่อนแมนกันมาแล้ว.. (สุดยอด!!) ตอนนี้เลย มีกัน 6 คน ที่ไปด้วยกันเรื่อยๆ

 

มีบางช่วง แอบนอยด์ๆ กันด้วย เพราะหาริบบิ้นไม่เจอ มองหายังไงก็ม่ายเห็น (จะวิ่งย้อนกลับไปหาก็ขี้เกียจ แต่จะไปต่อก็กังวล)

 

โชคดี พี่หมอ เค้าโหลดเส้นทางมา แล้วเปิดดูไปด้วย เพื่อเน้นย้ำว่า พวกเราได้มาถูกทางแล้ว...

 

แล้วเราก็ค่อย ๆ ไปกันต่อ.. กระดึ๊บๆ กันไป มองหาริบบิ้นไป...

 

พอเห็นริบบิ้นที นี่ตะโกนบอกกันเลย “เจอริบบิ้นแล้ว ๆ เย้ๆๆ” ดีใจกันมาก 555

 

อ้อ ช่วงจาก A7 ไปยัง A8 เนี่ยแรกๆ มัมก็จะวิ่งอยู่กลางๆ คือไม่นำหน้า และไม่ขออยู่ท้ายสุด

 

เพราะกลัวนั่นเอง.. กลัวไปหมด: ผี, สัตว์, ความมืด, ความสูง ฯลฯ

 

แต่พอไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว.. อาการดีดเกิดขึ้น... อยากลองไปเร็งขึ้น แล้วก็อยากจะลอง...

 

เอาชนะความกลัวของตัวเองดู... สูดหายใจลึกๆ ก้าวเท้าไกลขึ้น ถี่ขึ้น

 

เอาวะ!!! ลองอยู่หน้าสุดซักหน่อย

 

(ตอนนั้น น้องหมึกตามมัมมาใกล้ๆ ส่วนน้องสเมิฟกับน้องโจ้ทิ้งห่างออกไปนิดหน่อย

 

มัมนี่ต้องคอยเรียกน้องอยู่บ่อย ๆ ให้มั่นใจว่ายังมีคนตามมาอยู่นะ 555 ถ้าจะหยุดหรือแวะอะไรก็บอกเราด้วยนะ.. อย่าปล่อยให้เราไปเพียงลำพัง.. แม้จะกล้าอยู่ข้างหน้า แต่ก็ยังคงไม่กล้าไปคนเดียวอะ)

 

เมื่อเราอยู่หน้าสุด ก็พบว่า.. “มองไม่เห็นอัลไลเลย”...

 

คือ สิ่งที่มัมมองเห็น มีเพียงแค่ บริเวณพื้น และรัศมีข้างหน้า เท่าที่ไฟคาดหัวดวงเล็กๆของเรา

 

สามารถส่องไปได้.. ซึ่งมันสว่างในระยะประชิดตัวมาก พอมองเลยออกไปนี่มืดสนิท

 

มัมก็วิ่งแบบก้มมองพื้น ดูทาง เพราะต้องระวังด้วย ทางไม่เรียบ มีทั้งขรุขระ หิน ฯลฯ

 

แต่.. จะมองพื้นอย่างเดียวก็ไม่ได้นะ.. “อย่าลืม ริบบิ้นสิ! กัลยา!”

 

สติสำคัญนะ... มัมต้องคอยดึงสติกลับมา ไม่ก้มหน้าก้มตาอย่างเดียว เงยหน้าขึ้นมาริบบิ้นด้วย..

 

ช่วงไหนที่ก้มเพลิน เงยมาอีกที ไม่เห็นริบบิ้นนี่ แอบหลอนเลย... มาผิดทางปะเนี่ย

 

แล้วเวลาที่เราต้องหันหัวไปมา เพื่อให้ไฟคาดหัวเรา ส่องไปยังจุดต่างๆ

 

ส่องหาริบบิ้นที่ถูกผูกไว้ตามต้นไม้...

 

คือแบบ น่ากลัว วังเวงมาก... บรื๋อออออ

 

(แต่เราก็ยังคงอยู่หน้าสุด มีความกลัว แต่ก็มีความอยากเอาชนะความกลัว ฮ่าๆ)

 

//ก่อนที่จะมาวิ่งสนามนี้ พี่ๆ หลายคนบอก และเตือน ว่า

 

มัมจะต้องมีสติตลอดนะ ตอนช่วงมืดๆ แล้วเราเองก็เหนื่อยสะสม เราอาจจะสติหลุด มีโอกาสเห็นภาพหลอนได้เลย.. หรือบางทีเราได้ยินเสียงอะไรก็จะกังวลไปหมด... และก็จริงค่ะ

 

วิ่งอยู่ดีๆ... มีเสียงดังมาจากฝั่งขวามือด้านบน

 

ร้องกรี๊ดดดด พร้อมดีดตัวกระโดดถอยหลัง จนเกือบชนน้องที่มาด้วยกัน “ช๊อคคค”

 

ทั้งที่จริงๆ แล้ว มันคือเสียงกิ่งไม้ ใบไม้หล่นเฉยๆ

 

(บรื๋ออออ อาการตกใจรุนแรงมาก แล้วเป็นการดีดตัวถอยหลังกลับ น่าจะด้วยสัญชาตญาณของเรา

 

ที่รู้ว่าเราอยู่หน้าสุด เด็กๆ อยู่ข้างหลัง เลยดีดถอยหลังไปโดยอัตโนมัติ)

 

น้องม.: “ไหวมั๊ยเนี่ยพี่?”

 

มัมมี่: “ไหวดิ่... เราแค่ตกใจ”

 

น้องม.: “นี่พี่กลัวขนาดนี้เลยหรอ?”

 

มัมมี่: “ไหวๆ เราแค่ตกใจ... ปะ ไปต่อ”

 

(แต่ที่จริงคือแบบ.. โคดกลัว ตกใจหนักมาก กระโดดกอดได้คงกอดไปแล้ว 555

 

อารมณ์ตอนนั้นจำได้เลย เหมือนแบบ วูบ.. หัวใจตกไปอยู่ตาตุ่ม ต้องพูดกับตัวเองในใจ ตบหน้าอก...

 

“ขวัญเอ๊ยขวัญมา” ไรงี้...

 

แต่ไม่ว่ายังไง... เราก็ต้องไปต่อ.... แค่ขอเวลาสักพัก... ขอทำใจแพ๊พ ยังสตั๊นอยู่...

 

น้องม. นำแทนหน่อยนะ มัมถอยๆลงมาเป็นผู้ตามก่อน เพื่อหายใจให้ทั่วปอด ตั้งสติ

 

จนเรียกความกล้ากลับคืนมาได้อีกครั้ง... มัมก็ก้าวเท้ายาวๆ เพื่อขึ้นไปนำข้างหน้าเหมือนเดิม...

 

 

“A8 (Site B)” - 69.20 Km.

สะสมสแตมป์ “Peach”

 

 

 

... Site B หรือที่มัมกับน้องๆ เรียกกันว่า... “สถานีร้าง”

 

เป็นจุดที่ มืดตึ้บแล้ว รอบข้างมืดสนิท...

 

// โอ๊ย! ปวดฉิ๊งฉ่องอะ อยากเข้าห้องน้ำ...

 

มัมก็เลยเดินไปหาเจ้าหน้าที่.. ถามก่อน

 

มัม: “จุดนี้มีห้องน้ำให้เข้ามั๊ยคะ?”

 

พี่ทหาร: “มี.. แต่อย่าไปเข้าเลย”

 

มัม: “ง่ะ ทำไมอะคะ?? มันเป็นยังไงหรอคะ?”

 

พี่ทหาร: “มันมืดมากนะ อารมณ์เหมือนบ้านผีสิงครับ”

 

มัม: “T_T เหมือนบ้านผีสิงเลยหรอ.. ไม่เข้าก็ได้ อดทน T_T”

 

((CP ถัดไป อีกแค่ 7.8 กิโล เอง มัมมี่ สบาย สบาย เป็น CP ใหญ่ด้วย ห้องน้ำต้องดีงามแน่ๆเลย))

 

สภาพที่จุด ๆ นี้.. อาหารการกินแทบไม่เหลืออะไรเลย.. มีเพียงแค่น้ำดื่มสะอาด น้ำดื่มตราสิงห์ ขวดใหญ่ ให้เราได้ดื่ม และเติมใส่เป้...

 

ส่วนอาหาร ขนม.. เราต้องหยิบๆ คุ้ยๆ ของตัวเอง ออกมากินกัน

 

(ขนมของพวกเรา เหลือกันไม่มาก.. เพราะแอบเอาออกจากกระเป๋าทิ้งไว้ A5 ซะเยอะเลย)

 

พี่ๆ ที่ตามเข้ามาที่จุดนี้.. หลายคน ดูหิวกันมาก.. ทุกคนน่าจะคาดหวังว่าจะมีอาหาร หรือขนมให้ทานเล่น เหมือนจุดอื่นๆ...

 

น้องๆ ที่มาด้วยกัน ก็เอาขนมเท่าที่แต่ละคนมีออกมาจากกระเป๋ากัน แบ่งกัน...

 

ธัญพืชบาร์ ก็หักแบ่งกันกิน

 

(เป็นโมเม้นที่น่ารัก น่าประทับใจ ที่พบเห็นได้บ่อย ๆ ในสนามวิ่ง... ที่ทุกคนช่วยเหลือ แบ่งปันกัน

 

นับตั้งแต่มัมวิ่งฟูลเทรลครั้งแรก ที่เขาใหญ่ ก็เคยได้รับความช่วยเหลือ การแข่งปันจากเพื่อนในเรซ ดีจัง)

 

ส่วนมัม ก็เฟลเล็กน้อยเหมือนกัน.. ที่จุดนี้ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลยนอกจากน้ำดื่ม..

 

มัมก็จัดการ เทกระเป๋าตัวเองออกมาหมด ดูซิ มีไรเหลือบ้าง..

 

โฮะ... ที่ใต้ก้นบึ้งของกระเป๋า.. มีปั้นขลิบถุงใหญ่ซ่อนอยู่ (ปั้นขลิบถุงนี้ ตกสำรวจตอน A5 สินะ นับเป็นโชคดีของพวกเรา ฮ่าๆๆ)

 

ช่วยรองท้องมัม น้องๆที่มาด้วยกัน แล้วก็ยังมีเพียงพอส่งต่อให้กับกลุ่มพี่ๆ ที่ตามมาได้อีกด้วย ^_^

เส้นทางจาก A8 ไปยัง A9

 

ก่อนที่เราจะต้องเผชิญกับชีวิตขาขึ้น... (ขาขึ้นเขาไงล่ะ)

 

จะมีจุดที่เราจะได้สวนกับกลุ่มนักวิ่งที่กำลังลงมาจาก A9 เพื่อมุ่งหน้าไปยัง A10 (สวนกันนิดหนึ่ง)

 

ก็มีการทักทายกันตามประสา... และพวกเราก็มักจะยิงคำถามไปยังเพื่อนๆ พี่ๆ ว่า..

 

“อีกไกลมากไหมคะ?... ชันมากไหมคะ?”

 

คำตอบที่ได้จากทุกๆ คน เหมือนกัน ราวกับท่องเตรียมเข้าสอบในบทเดียวกัน...

 

“ไม่ไกล ระยะทางไม่ไกลเลย... ส่วนความชัน.. ก็ไปเรื่อยๆ แล้วกันนะ”

 

(ไม่มีใครตอบสักคน... ว่า ชัน หรือ ไม่ชัน)

 

มีพี่คนนึง ตอบมาแตกต่างหน่อย... บอกว่า
“ชันมั๊ยหรอ.. น้องก็ค่อย ๆ ขึ้นกันนะ หยุดพักทุกๆ 20 เมตรน่ะ!”

 

(ห๊ะ!!! ทุกๆ ยี่ สิ บ เมตร!!!... ใช่ไง ทุกๆ 20 เมตร ไม่ใช่ สองร้อยเมตร!!... ประโยคนี้ พวกเราก็พอจะสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างแล้วล่ะ... สะพรึงงกันไป)

 

ส่วนใหญ่จะอยู่ในป่า หนาๆ รกๆ เป็น Single track ระหว่างทาง เราต้องคอยแหวกต้นไม้ ขึ้นไป.. ทางก็ชั๊นชันชัน.... ชันขนาดที่บางจุด ขาไม่พอนะ.. เราต้องใช้แขนเนี่ย ตะกุย ปีนป่รยขึ้นไป...

 

ความรู้สึกจาก A8 ไป A9 คือ “ ห่ า ง ไ ก ล เ ห ลื อ เ กิ น . . .”

 

ไปยังไงก็ไม่ถึงซักกะที T_T นี่พวกเราจะไปถึงกันมั๊ยเนี่ย? สภาพแวดล้อมก็มืดตึ้บ มองอะไรแทบไม่เห็น... พอเราถึงยอดก็ดีใจ แต่เดินไปต่ออีกนิด มันยังไม่ใช่ยอดสุดนี่นา โน้วววว (แล้วก็วนลูปอยู่แบบนี้.. ถึงยอด แต่มันยังไม่ใช่.. ถึงอีก ก็ยังไม่ใช่)

 

ช่วงระหว่างทางนี้ น้องที่มาด้วยกัน เจ็บไป 1 คน.. เราก็ค่อย ๆ ไปด้วยกัน 4 คน เป็นจุดที่ไปด้วยกันตลอดทาง (เพราะคนที่ไม่เจ็บ ก็ไปเร็วไม่ไหวอยู่แล้วด้วย ชันสลัด)

 

จุดนี้เหนื่อยตลอดเวลาเลย เพราะมันชัน ชันจนไม่รู้จะอธิบายยังไง...

 

ขนาดเวลาหยุดยืนพักนิ่งๆ ยังเหนื่อยเลย เพราะทางมันเป็น slope ไม่มีที่ราบเรียบๆ เลยอ่ะ

 

ยืนพักนิ่ง ๆ ยังต้องเกร็งขาเลย >//<

 

แต่ในที่สุด เราก็ขึ้นจนถึง ยอดดอยปุยจนได้แหละนะ...

 

หลังจากเราขาขึ้น..มาจนสุด ก็ได้เวลาอันสมควรที่จะต้องลง...

 

โอ้โหววว หมอกช่างหนาเหลือเกิน มองอะไรแทบไม่เห็นเลย

 

แล้วหมอกหนา มาปะทะกับไฟคาดหัว ทำให้ตายิ่งเบลอหนักมาก ทัศนวิสัยแย่มากๆ

 

ช่วงลงเขานี้.. อารมณ์คล้ายกับตอนขึ้นแหละ... ทำไมมันไกลจัง ลง ลง ลง

 

ลง ลง ลง ลงยังไงก็ไม่ถึงซักที...

 

 

 

 

“A9 (Campground)” - 77 Km.

สะสมสแตมป์ “Doi Pui” / “ดอยปุย”

 

 

 

CP - A9 คือ จุดกางเต๊นดอยปุย เป็นลานพักกางเต๊น ศาลาโอ่อ่า สว่างไสว ดีงาม

 

เมื่อเรามองต่ำลงไป.. จะเห็นเหมือนเป็นหมู่บ้านที่เปิดไฟลหลากหลายสี สวยมากกก แต่ไม่มีแรงหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป เสียงดายจัง.. (ใครอยากเห็นความสวยงาม ที่นี่ ปีหน้าก็ลงวิ่งร้อยโลนะ อิอิ)

 

ที่จุดนี้ เราจะได้พบกับ Drop Bag ใบที่ 2 ของเรา ซึ่งเราจะต้องจัดเตรียมทุกอย่าง.. ให้พร้อม

 

เพื่อรับมือกับ “ของจริง” (คือเขาที่จะต้องไปต่อหลังจากนี้... ที่เพิ่งผ่านมาก็หนักหนาสาหัสแล้วนะ... มีของจริงกว่าอีกด้วยหรอเนี่ย ฮือออออ)

 

อาหารการกินที่จุดนี้ ดีงาม.. มีมาม่ากระป๋อง ลูกชิ้นต้ม ลูกชิ้นปิ้ง

 

มัมมี่ก็จัดการ ต้มมาม่า 4 ถ้วย พร้อมใส่ลูกชิ้น เสิร์ฟให้เด็กๆ ที่มาด้วยกัน...
“ปาร์ตี้มาม่า together” :)

 

ทุกคนก็กินๆ กินนู่นนี่นั่น โหลดกันตามอัธยาศรัย

 

ก่อนที่มัมจะจัดกระเป๋า... ก็นึกขึ้นได้ว่า.. เราปวดฉี่อยู่นี่นา... ไหนเดินออกไปแอบดูห้องน้ำหน่อยซิ น่ากลัวป่าว?

 

น้องสต๊าฟชี้: “ตรงนั้นครับพี่ เดินลงไป”

 

อื้ม.. ห้องน้ำดูดี สว่าง มีหลายห้อง... ตะแต่ว่า... มันต้องเดินลงไปพอสมควรเลยนะ กว่าจะถึงห้องน้ำอะ

 

มอง มอง มอง.. แล้วมัมก็เดินกลับมากินมาม่าต่อ จัดของ จัดเป๋า..

 

จนกระทั่งไม่ไหวละ ปวดฉี่อะ แล้วไหนจะต้องไปเจอ “ของจริง” อีก... เปิดโพยดู

 

CP ถัดไปก็ไม่มีห้องน้ำซะด้วยสิ.. ยังไงก็ต้องเข้าที่นี่...

 

ฮึบ... มัมรวบรวมความกล้า... (ป่าว ไม่ได้เดินไปเข้าห้องน้ำคนเดียว 555)

 

เดินวนกลับไปหาน้องสต๊าฟ... คนเดิม

 

มัมมี่: “น้องคะ.. คือแบบว่า.. พี่จะไปเข้าห้องน้ำ”

 

น้อง: “ทางนั้นครับพี่ สว่างๆ เลย”

 

มัมมี่: “พี่เห็นแล้ว.. แต่ว่า.. แบบ.. เดินลงไปเป็นเพื่อนหน่อยได้มั๊ย มันสว่างนะ แต่มันก็วังเวง”

 

น้อง: (ผมปฏิเสธได้ด้วยหรอ? น้องคงคิดแบบนี้) “ครับๆ ได้”

 

เดินลงบันได จนถึงห้องน้ำ...

 

มัมมี่: “น้องๆ รอตรงนี้ก่อนได้เปล่า.. พี่เข้าแป๊บเดียวจริงๆ อยู่เป็นเพื่อนหน่อยนะนะ >//< พี่ก็เกรงใจนะ แต่พี่ก็กลัวอะ T_T - Plzzzz”

 

(น้องเค้าก็พยักหน้า พร้อมสายตางงๆ เค้าคงคิดว่า พี่มาขนาดนี้แล้ว จะกลัวอะไรกะอีแค่เดินไปเข้าห้องน้ำ... แต่ก็คนมันกลัวนี่นา ทำไงได้อะ >//<)

 

เมื่อเสร็จภารกิจแล้ว... ออกมาถึงมองหาน้องก่อนเลย

 

มัมมี่: “ยังอยู่.. แฮ่.. สบายใจ ขอล้างมือล้างหน้าแป๊บนึงนะ...”

 

“ขอบคุณน้องมากๆๆเลยนะ ปะ! กลับ ^___^”

 

// ขอบคุณน้องสต๊าฟมากๆๆๆๆเลย

 

สบายแล้ว... กลับมาตรวจสอบความเรียบร้อยของอุปกรณ์บังคับทุกอย่าง และเสบียงที่เราจะต้องพกไป.. เตรียมน้ำใส่เป้ให้เพียงพอ... แล้วก็.. ลุยยยย

 

 

 

 

 

เส้นทางจาก A9 ไป A10 เราไปกันด้วยความรู้สึกหลอนปนสะพรึง เพราะเราได้ยินข่าวสาร มาว่า ขนาดนักวิ่งแนวหน้า อีลิท ๆ ยังใช้เวลาที่นี่ 2 ชั่วโมงกว่า กับระยะทางเพียงไม่ถึง 10 โล (ซึ่งเรา.. ช้ากว่าเค้าเท่าตัวนึงเลย T_T)

 

ช่วงทางจาก A9 ไป A10 ช่วงขาลง... มีบางช่วงที่พื้นเป็นคอนกรีดลื่นๆ... น้องสเมิฟล้มหงายไปรอบนึง... แล้วมัมก็เห็นพี่ ๆ กลุ่มอื่น ๆ ที่มาใกล้ ๆ กัน ก็ล้มเหมือนกัน >//< (รอบนี้ กัลยารอด ไม่ล้มแฮะ)

 

อีกสิ่งที่เจอในช่วงนี้ก็คือ คนที่หลับไปวิ่งไป! หลับไปเดินไป...

 

มันเกิดขึ้นจริงๆนะ

 

น้องที่ไปด้วยกันนี่แหละ ตอนแรกอยู่ข้างๆ กัน .. มัมก็งง ทำไมเซมาหว่า.. เลยหันไปสะกิด

 

มัม: “นี่ๆ เซแล้ว ตื่นๆๆ”

 

น้อง: “ผมง่วง ผมหลับ...”

 

สักพัก เซไปอีกฝั่ง โคดน่าหวาดเสียว เด๋วล่วงไปข้างทาง ทำไงเนี่ย T_T

 

สุดท้ายก็เลยลากให้มาอยู่ตรงกลาง แล้วช่วยกันพยุงไป...

 

หลับจริงจังมาก หลับจริงๆ ขาก้าวไปข้างหน้าได้ แต่ตานี่หลับ ปิดสนิทเลย

 

ไม่ใช่แค่น้องที่ไปด้วยกันนะ... พี่นักวิ่งกลุ่มที่มาใกล้ ๆ กัน ก็หลับ!!!

 

มัมนี่คอยเหล่มองอยู่เรื่อยๆ กลัวเค้าล้มกัน >//<

 

 

“A10” (White Tree) - 86.20Km.


 

สะสมสแตมป์ “Eucalyptus”

 

Eucalyptus = ยูคาลิปตัส นั่นเอง...

 

A10 เป็นเต๊น มีโต๊ะเช็คชื่อ เสื่อรองนั่ง เมื่อออกจากเต๊น เราจะต้องเลี้ยวซ้ายไป

 

จาก A10 ออกมาเรื่อยๆๆๆ

 

ตึ๊ง ตี๊ง ตี๊ง ใกล้เช้าแล้วสินะ... แต่ยังไม่สว่างเท่าไร... หมอกก็หนาเสียเหลือเกิน

 

ไฟคาดหัวจะปิดก็มองทางไม่เห็น เปิดไว้ก็มองแทบไม่เห็นอยู่ดี ทัศนวิสัยแย่จุง...

 

ก็ค่อยๆไปะ ช้าๆ ค่อยๆ คลำๆ ทาง ไปเรื่อย...

 

เมื่อเริ่มสว่างแล้ว.. เรามีหยุดยืนคุยกันแป๊บนึง (จำไม่ได้นะ ว่าคุยอะไร...)

 

แล้วจู่ๆ ก็....

 

“ฟื้บ... วิ๊งงง .....” อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

ขะ แขน ขวา มีอะไรบินมาโฉบก็ไม่รู้ ปวดแสบปวดร้อนโคดๆๆๆ กระโดดโหยงเลยอะ T_T

 

ก้มลงดูแขนตัวเอง มีรอยเล็กๆ นิดเดียว ทำไมโคดปวดเลย..

 

สักพัก “โอ๊ย...” น้องอีกคนร้องขึ้นมา...

 

ชัดเลย แน่นวล โดนตัวเดียวกันแน่ๆ น้องบอกว่า แสบ+ปวด เหมือนกัน...

 

ปวด.. แล้วไง ต้องไปต่ออยู่ดี ฮือออ... ไปแล้ว แขนขวากัลยา T_T

 

วิ่งไปทั้งปวด ทั้งแสบอ่ะ (ปวดยันเข้าเส้นชัย ถึงได้ไปเจอคุณหมอที่นั่งอยู่แถวนั้นให้ช่วยดูให้)

 

เริ่มสว่างแล้ว.. พอสว่างแล้ว ก็ร้อนทันทีเลยนะ T_T ช่างโหดร้ายเหลือเกินนนนน

 

จริง ๆ เรซ นี้ ช่วงที่โหดร้ายที่สุดสำหรับ มัม ก็คือช่วง 7 กิโลสุดท้าย ที่ต้องวิ่งพื้นถนน ท่ามกลางแดดเปรี้ยงๆ ตามลำพัง...

 

น้ำตาจะไหล ร้อนมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แห้งแล้งมากก พยายามดูดน้ำจากเป้เรื่อยๆ

 

กลัวทั้งเรื่องความร้อน และการขาดน้ำ...

 

ส่วนทางที่พบก็คือ ทางลง รัวๆๆๆๆๆ แต่ไม่มีแรงวิ่งแล้วอะ ขาเมื่อยล้าเต็มพิกัดเลย

 

ต้องเดินบ้าง วิ่งเหยาะๆบ้าง ปล่อยไหลไวมากก็มิได้ กลัวล้ม...

 

ทางลงรัวๆๆ ไม่พอ... กว่าจะถึง มีทางเนินขึ้นอีก รัว รัว รั๊วว รัวววว T_T

 

ระหว่างทางก็มีรถสวนไปบ้าง รถของเพื่อนๆ นักวิ่งหลายคนเลย.. น้องจ้า, แพรวา ฯลฯ ก็มีเปิดหน้าต่างมาเชียร์ ให้กำลังใจ สอบถามกัน

 

“เอาน้ำมั๊ย กินอะไรมั๊ย ไหวป่าว? เอาอะไรมั๊ย? สู้ๆ นะ อีกนิดเดียวเอง...”

 

<- ขอบคุณทุกคนนะฮับ

 

 

 

นอกจากนั้น มัมก็ยังได้เจอกับ พี่ปุ้ย #ประหยัดรันเนอร์ พี่ปุ้ยจอดรถทักทาย ถามว่า ไหวมั๊ย ? โอเคมั๊ย เอาอะไรไหม แล้วพี่ปุ้ยก็บอกว่า เดี๋ยวเอารถไปจอด แล้วจะมาหาใหม่ มาวิ่งเป็นเพื่อน...

 

จริงๆที่จอดรถมันอยู่ไกลมากเลย พี่ปุ้ยจะมายังไงหว่า??

 

มัมก็ไปเรื่อยๆของมัม... (ไม่ถึงซะทีวุ้ยยยยย ร้อนนนนน)

 

สักพัก... มีรถขับมา แล้วมาจอดข้างหน้ามัม มีคนเดินลงจากรถมา

 

อ้าว.. พี่ปุ้ยนี่นา.. พี่ปุ้ยลงมา พร้อมถุงเสบียงที่พี่ปุ้ยบอกว่าเตรียมมาให้เพื่อนๆพี่ๆในทีม

 

แล้วพี่ปุ้ยก็ลงมาวิ่งเป็นเพื่อน...

 

การมีเพื่อนมาวิ่งด้วยนี่ดีนะ... คือทำให้เรามีแรงก้าวขาออกไป ได้คุยกันบ้าง

 

พี่ปุ้ยพูดถึงพี่คนอื่น ๆ ที่เค้าเข้าเส้นชัยไปแล้ว

 

จากเดิมก่อนนี้ มัมแทบไม่วิ่งเลย แค่ก้าวขาให้มันไปข้างหน้าเรื่อยๆ แต่พอมีเพื่อนมาวิ่งแล้ว

 

เหมือนมีคนกระตุ้น ก็มีวิ่งบ้างวิ่งเหยาะๆบ้าง ซึ่งพี่ปุ้ยก็ไปสเตปเดียวกัน

 

สรุปคือ พี่ปุ้ยเหงื่อซก เปียกชุ่ม ยิ่งกว่ามัมอีก 555

 

ใกล้ถึง..ล๊าววววว เห็นทางเลี้ยว เพื่อเข้าไปยังเส้นชัยแล้ว... และมัมก็เลี้ยวเข้าไป...

 

มองเห็นซุ้มลิบๆๆ แล้วด้วย...

 

มัมเงยหน้าขึ้นไป...

 

“ตึ่งโป๊ะ!!... บะ บะ บะ บันไดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด” (หรรษาเลยมั๊ยล่ะ)

 

T_T แม่เจ้า.. ฆ่าฉัน ฆ่าฉันให้ตายดีก่าาาา... เฮือกกกก

 

จะถึงเส้นชัยอยู่แล้วเชียว นี่ยังเก็บความชันกันไม่มากพอช่ายม๊ายยยย ต้องขึ้นบันไดอีกจริงหรอเนี่ยยยย

 

โอม... เจ้า Trekking Pole เพื่อนลง... ได้โปรดลากขาของเราขึ้นไปด้วย...

 

ปักมันเข้าไปนะ... บันไดปูน แต่ก็ใช้โพล (ฮาไปอีก) 555

 

มัมค่อยๆ กระดึ๊บขึ้นบันไดไป... โฮะ... เจอเพื่อนนนแล้ววว น้ำตาจะไหล จะได้ก้าวเข้าเส้นชัยแล้ว

 

“ครูเปิ้ล, พี่หมอแม้ว, พี่ดัช, พี่หมอเมย์, พี่เจเจ”

 

พี่ยักกี้ พี่เอี้ยง พี่ส้ม พี่มะลิ และพี่ๆ ประหยัดรันเนอร์ (ที่กลับจากอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว)

 

เพื่อนๆ ระยะ 66 กับ ระยะ 100 ที่เข้าเส้นชัยก่อนมัม ทุกคนเข้ามาร่วมแสดงความยินดีด้วย

 

รวมทั้งพี่โปรหนำ ก็เข้ามาแสดงความยินดีด้วย... และเอาเหรียญรางวัล พร้อมกับผ้าบัฟมาให้

 

(ขอบคุณนะคะที่จัดเรซดีดีแบบนี้ ^_^)

 

ที่จริงแล้ว พิธีกรรมหลังจากรับเหรียญ ควรจะเป็นการถ่ายรูปรัวๆ

 

แต่มัมกลับต้องรีบเข้าห้องน้ำด่วน ๆ เพราะ เปียก อับ ชื้น และต้องเปลี่ยนกุงเกงเป็นขาสั้น เพราะใส่ขายาวมากยาวนาน 27 ชั่วโมง ผื่นแพ้เหงื่อมาแน่นวล.... เมื่อเรียบร้อยแล้ว ก็... ออกมาถ่ายรูป + โหลดอาหารรัวๆ

 

ระหว่างถ่ายรูปอยู่ เจอพี่รัชชี่ด้วยล่ะ พี่รัชชี่ทักทายอย่างเป็นกันเอง

 

พรช: “และแล้ว ก็มาเจอกันที่จุดนี้ คุ้นๆ เนอะ”

 

มัมมี่: “ไม่คิดว่าจะทำได้ค่ะพี่ แต่ก็จบมาแล้ว... ร้อยโล เฮือกก.. พี่รัชชี่เข้ามาตอนกี่ชั่วโมงคะ?”

 

พรช: “13 ชั่วโมง....”

 

มัมมี่: “โอ่.. พี่น่าจะมาวิ่งอีกรอบนึง จะได้เข้าเส้นชัยเวลาเดียวกันกับมัม พอดีเลยนะ 555”

 

 

 

มัมถ่ายรูปวนไปมา แล้วก็กินวนไปมาต่ออีกนานเลยล่ะ...

 

กินก๋วยเตี๋ยวที่เต๊น

 

ขอบคุณพี่หมอแม้วเป็นอย่างสูง ที่คอยดูแล หานั่นนี่ให้มัม น้ำดื่ม ฯลฯ

 

น้องขลิบชัย (DSARG) ช่วยเสิร์ฟลูกชิ้นให้ 8 ลูกตามที่รีเควา..

 

(แต่มีแอบเก็บค่าผ่านทางไปลูกนึงด้วยอะ!! #ลูกชิ้นของฉัน)

 

 

 

อ้อ.. เกือบลืม.. สมาชิกที่มาด้วยกันตลอดค่ำคืนอันมืดมิด... ทั้ง 4

 

เจ้าสเมิฟ ฉีกตัว เข้าเส้นชัยก่อนเพื่อนๆ เลย ตามด้วยมัมคนที่สอง (แต่ไม่ใช่ตามมาติดๆ นะ เพราะระหว่างวิ่งนี่ไม่เห็นหลังน้องเลย)

 

ถัดมาก็เป็นน้องหมึก แล้วสักพัก น้องโจ้ก็เข้ามา

 

เย้ รอดทุกคน ^_^

 

 

 

// แก๊งที่มัมเดินทางมาด้วยค่ะ ^_^

 

ขอบคุณพี่โก้ พี่แบงค์ น้องหนึ่ง ที่คอยพาไปซ้อมด้วยนะคะ :)

 

** เขียนไว้ตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว **
_________________________________________________

ติดตามกันได้ที่

 

Facebook page: //www.facebook.com/girlrunsfarth

Youtube Channel: https://www.youtube.com/channel/UCOXMHoo2zAqgN9LZ1nVodUg

Instragram: https://www.instagram.com/girlrunsfarth/

Facebook: //www.facebook.com/moomum





Create Date : 14 เมษายน 2564
Last Update : 14 เมษายน 2564 11:52:40 น.
Counter : 200 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**

  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจ

สุขสันต์วันครอบครัว
โดย: **mp5** วันที่: 14 เมษายน 2564 เวลา:13:38:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Girl Runs Far
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



^-^ Kanlaya ^_^
A HappY Girl who always in Love with... Running: Trail, Ultra - Traveling - Read - Write - Draw and Drink