มิถุนายน 2567

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
6
8
9
10
12
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
เรื่องเล่ากว่าจะเป็นหมอ ep 5 หมอมนต์ ความเชื่อ หรือ ทางเลือกเพราะฐานะ
สิ่งธรรมดา แต่น่าประหลาดใจ
พอขึ้น ปี 5 สถานการณ์โควิดดูดีขึ้นเล็กน้อย คนเริ่มทยอยฉีดวัคซีนป้องกัน
โควิด และมียาฟาวิพิราเวียร์ ในการใช้รักษาอาการไม่ให้ป่วยหนักจนเสียชีวิต 
ในปีนี้เด็กๆ จะต้องไปฝึกงานทั้งใน รพ รร แพทย์ ที่เรียกว่า วนใน และ วนนอก คือ การไปฝึกปฏิบัติงาน รพ ที่ทางคณะคัดเลือกและทำสัญญารับเป็นผู้ฝึกสอน โดยมีวัตถุประสงค์ต้องการให้เด็ก เรียนรู้ระบบการทำงายที่แตกต่าง ปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมแต่ละที่ ตลอดจนได้เจอเคสคนไข้ที่หลากหลาย 

ลูกได้ไปทั้งหมด 4 แห่ง มีทั้งใกล้และไกล เราจะขอไม่ระบุชื่อ เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะมีต่อบุคคลอื่น และต้องอยู่ กับชุมชนอีก 2 แห่ง 

เริ่มต้นที่ไปอยู่กับชุมชนแห่งหนึ่ง เพื่อจะเข้าไปศึกษาวิถีชีวิตของคนในชุมชน นำมาคิดว่าจะมีข้อเสนอแนะ ให้คำแนะนำกับชาวบ้านดูแลสุขภาพให้แข็งแรงหรือป้องกันโรค จัดเป็นทำงานเชิงรุกในทางสาธารณสุข ไม่เอาแต่รอรับคนป่วยมารักษา ไปไม่กี่วันก็โทรมาถามว่า แม่เคยได้ยินคนที่เป็น "หมอมนต์"ไหม 

เขาเล่าว่าจากไปเยี่ยมคนในชุมชน ตรวจร่างกายเบื้องต้น สอบถามอาการทั่วไป หากใครไม่สบาย หรือมีโรคประจำตัวอะไร พบว่า ชาวบ้านจะพูดว่า เขาจะไปหาหมอมนต์ แทนไป รพ เพราะเบื่อหน่ายที่ต้องไปเสียเวลารอ หมอ รอยา และเสียค่าเดินทางอีก การไปหา หมอมนต์ จึงสะดวกและประหยัดเสียค่าครู ค่ายา ไม่แพง พ่อแม่ ปู่ย่า เขาก็รักษากับหมอมนต์ กันมานานแล้ว
ก่อนลงพื้นที่ อจ ได้มีการอบรม เตือน นิสิต ให้ระมัดระวังมารยาท ความประพฤติ คำพูด ไม่ให้ลบหลู่ ความเชื่อของชุมชน 
 หมอมนต์ ก็เป็นชาวบ้านในชุมชน วันหนึ่งถึงคิวต้องไปเยี่ยมบ้านหมอ ตอนแรกก็แอบกลัว เพราะจินตนาการไปถึงหนังไสยศาสตร์ ที่เคยดู เมื่อเจอตัวจริงๆ ก็เป็นคนวัยกลางคน การแต่งตัว หรือบ้านที่อยู่ ก็เหมือนคนทั่วไป ไม่มีเครื่องราง รูปปั้นอะไรเหมือนที่จินตนาการ
หมอมนต์คุยกับเด็ก ๆ ว่า เขาสืบหน้าที่มาจากครอบครัว เวลามีคนมาหา หากเป็นโรคทั่วไป เขาก็จะยาที่เป็นตำรับของครอบครัว สืบทอดกันมานาน หากมีอาการหนัก หรือ ทานยาไปแล้วอาการไม่ดี ก็จะแนะนำให้ไปหาหมอ ที่ รพ เด็กถามถึงวิธีการรักษาของหมอมนต์  เขาเล่าว่าก็ไถ่ถามอาการ ไม่มีการใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายเพื่อรักษา พูดจบหมอมนต์หัวเราะแล้วบอกว่า นี่คิดว่าเขาจะทำแบบแบบในข่าวหรือหนังที่ดูล่ะสิ

จากที่เด็กๆ อยู่ในชุมชน และ เห็นวิถีชีวิตชาวบ้าน การจะให้ปรับปรุงบ้านให้ถูกสุขลักษณะ หรือ เพื่อให้ปลอดภัยกับผู้สูงอายุ คงยากที่จะทำได้ เพราะมีข้อจำกัดหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องเงิน เด็กๆจึงเสนอให้มีการทำฐานข้อมูลสุขภาพของคนในชุมชน ทาง อสม ของชุมชน จะได้ใช้ติดตามอาการได้สะดวก และให้ผู้นำชุมชน ของบประมาณจากภาครัฐ เพื่อใช้ จัดหารถที่จะพาคนโดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว (เอาจริงก็น่าจะได้แค่ ค่าน้ำมันรถ) กลุ่ม NCDs เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น ซึ่งควรไปพบหมอตามนัด เพื่อติดตามอาการ และขอให้ไปปรึกษากับ ทาง รพ และ หมอให้จัดตารางนัดเป็นวันเดียวกัน จะได้ไปพร้อมกัน ครั้งละ 3-4 คน เด็กต้องทำเป็นโครงการมีรายละเอียด ละเขียนโปรแกรมง่ายๆ ใช้เก็บข้อมูลูสุขภาพ คนในชุมชน และนำเสนอแนวทางนี้ ให้กับ จนท จากสาธารณสุขจังหวัด และ รองผู้ว่า จว. ซึ่งก็บอกว่าเป็นแนวทางที่น่าจะทำได้ ขอบคุณเด็กที่เข้ามาและตั้งใจศึกษาข้อมูล เพื่อพัฒนาปรับปรุง คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน 

เมื่อครบกำหนดฝึก ชาวบ้านก็จัดเลี้ยงข้าว และมอบงานฝีมือ คือ ผ้าเช็ดเท้าที่เขาทำเองให้เด็ก ๆ ลูกบอกไม่น่าเชื่อว่า ชุมชน ที่อยู่ติดๆ กับ กรุงเทพฯ จะยังมีความเชื่อ และ ยากลำบาก ในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประเทศได้

วันนี้เด็กน้อย ได้ไปสัมผัส  ชีวิตเพื่อนร่วมสังคมที่เคยได้ยินเรื่องราวผ่านตามาบ้าง แต่ มันคงไม่เท่ากับการได้ลงไปสัมผัสด้วยตัวเอง ทำให้เข้าใจคนไข้ ไม่ใช่ไม่อยากหายป่วย แต่ที่ไม่มาหาหมอ เพราะมีอุปสรรคข้อจำกัดของเขา


 



Create Date : 07 มิถุนายน 2567
Last Update : 15 มิถุนายน 2567 10:57:29 น.
Counter : 136 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

แมวเหมียวลายสีชมพู
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]