มิถุนายน 2567

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
6
8
9
10
12
14
15
16
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
เรื่องเล่ากว่าจะเป็นหมอ ep 4 เผชิญหน้ากับโควิด
ช่วงปีนั้น มีโรคอุบัติใหม่ที่ชื่อ "COVIC 19" และมาเริ่มรุนแรงขึ้นในเวลาที่ลูกขึ้นชั้นคลีนิค ซึ่งต้องไปฝึกปฏิบัติงานใน รพ ตามวอร์ดต่างๆ
จากข่าวแต่ละวัน มีคนติดเชื้อหลักพัน หลักหมื่น มีคนเสียชีวิต จำนวนมากทั่วโลก และยังไม่มียารักษาโรคนี้
รพ ก็ เตียงเต็ม ต้องตั้ง รพ สนามรองรับ รัฐบาลต้องประกาศ Lockdown หลายพื้นที่ รัฐบาลประกาศให้ประชาชนอยู่บ้าน Work from Home, เรียน Online แต่สำหรับนิสิตแพทย์ ปี 4 ต้องขึ้นชั้นคลีนิค แปลว่าต้องไปฝึกปฏิบัติงานที่ รพ แต่สถานการณ์ที่รุนแรงมาก รวมถึงเด็กก็ยังไม่ความรู้ หรือประสบการณ์ คณะจึงผ่อนผันให้เรียนทฤษฎี ทาง Online แต่พอจะขึ้น เทอม 2 ก็เรียกให้กลับไปเรียน On site
เราก็ทำได้แค่จัดหาอุปกรณ์ เช่น หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ และอื่นๆ ที่คิดว่าจะช่วยป้องกันลูกได้ ซึ่งก็รู้กันว่า เป็นของหายากและราคาสูง แต่ก็ต้องยอม เพราะทาง รพ ไม่มีให้กับเด็กๆ  
พอไป รพ แล้ว รอบนี้ลูกก็หายเงียบไปเลย จนคืนหนึ่ง ราวๆ 4 ทุ่ม ลูกโทรมา เราก็ตกใจมากว่า มีอะไรแน่นอน 😮😧

น้ำเสียงลูก แย่มาก แหบแห้ง และเศร้า เขาเล่าว่า มันกดดันมากเพราะวันนั้นในช่วงเวลาไม่ถึงชั่วโมง มีเสียงแจ้งเรื่องคนไข้ตาย ติดๆกัน ตัวเขาได้รับมอบหมายให้ช่วยรุ่นพี่ดูแลรักษา คนไข้ทั่วไป ตอนนั้น ทาง รพ แบ่งทีมบุคลากรเป็น 2 ทีม ทีมแรกที่ลูกอยู่จะดูแลคนไข้ฉุกเฉิน หรือต้องรับการรักษาตามนัด ทีมสอง คือดูแลคนที่ติดโควิด และอาการหนัก ลูกบอกรุ่นพี่ๆ ที่เป็นหมอจริงๆ แล้ว เขาอยู่ทำงานติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา 6-7 เดือน ไม่ได้กลับบ้านเลย 
เป็นครั้งแรกที่ลูกเห็นว่า รพ มีคนไข้เต็มทุกเตียง และยังมีคนไข้นอนบนเตียงเปลอยู่ตามทางเดิน หรือ ลานจอดรถ  บางคนยังพอนั่งไหวก็นั่งที่พื้นรอไป 
อจ หมอ กับ รุ่นพี่ต้องตัดสินใจจะรับให้ใครเข้ามารักษา เพราะความจำกัดของอุปกรณ์ เขารู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์มากเลย เพราะความรู้ที่มีในตอนนั้นมันน้อยมาก ช่วยเหลือรุ่นพี่แทบไม่ได้ ทั้งที่ตัวเองเห็นกับตาว่ามีคนต้องการความช่วยเหลือมากมาย
เราก็บอกว่าตอนนี้ทุกที่ก็เป็นแบบนี้ ต้องดึงสติกลับมา หากไม่ไหวขอ อจ พักไหม
​​​​แต่ลูกบอก คนมีน้อย แม้ทำอะไรไม่ได้มาก ก็ขอช่วยรุ่นพี่ครับ
​​​ครับเราก็ได้แต่อวยพร และให้กำลังใจ


และแล้ววันหนึ่ง ก็รับสายจากลูก มีคนไข้ของเพื่อน เราไม่ได้ถามลูกว่าป่วยเป็นอะไร  (เด็กๆจะถูกจัดลงเวร ดังนั้นใครรับคนไข้ก็จะถือเป็นเจ้าของไข้) แต่ในวันที่ลูกลงเวร ก็ต้องเดินตาม อจ หรือ รุ่นพี่ ออกราวน์วอร์ด (เหมือนในซีรี่ย์) คนไข้เริ่มมีอาการไข้ขึ้น ไม่ลด  รุ่นพี่สั่งตรวจ RT-PCR ผลคือ ติดโควิด ใครที่สัมผัส จึงต้องไปกักตัว ผ่านไป 3-4 วัน เพื่อนติดโควิด ส่วนลูกตรวจแล้วไม่ติด แต่ต้องกักตัวต่อจนครบกำหนด 
ลูกโทรมาถามว่า จะกลับบ้านดีไหม เพราะเขาก็ไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดคนป่วยมากนัก
เราตอบกลับมาเลย พอเจอหน้าลูก ตกใจมาก ผอมจนแก้มตอบ ใต้ตาดำ กางเกงเกือบหลุดจากก้น เราให้เขาไปอาบน้ำก่อน และชั่งน้ำหนัก ลดไป 6 กก. ในช่วงเดือนกว่าไม่ถึง 2 เดือน เพราะกินและนอนไม่เป็นเวลา คนไม่พอ ใครอยู่ตรงนั้นก็ต้องช่วยกัน ลูกบอก พวกผมไม่หนักเท่าพวกรุ่นพี่ๆ อันนั้นของจริงรับผิดชอบเต็มๆ 

เวลาปกติ ในตอนขึ้นปี 4 จะมีการจัดพิธีมอบเสื้อกาวน์ ครอบครัวก็จะไปร่วมพิธีแสดงความยินดีกับบุตรหลาน แต่ด้วยสถานการณ์โควิด คณะจึงจัดเป็นการภายใน พวกเราก็ได้ชมจากคลิป หรือ รูปภาพที่ คณะนำมาลงในเพจ เราก็ทำได้แค่ส่ง e-card ไปแสดงความยินดีให้ลูก 


พอครบกำหนดกักตัว ลูกต้องเดินทางกลับไปเรียนและทำงานที่ รพ อารมณ์ พ่อแม่ก็เหมือนส่งลูกไปเข้าสนามรบ แต่ข้าศึกรอบนี้ คือ เชื้อโรคตัวใหม่ ที่สร้างหายนะให้กับ มวลมนุษยชาติ ทุกเผ่าพันธุ์ 

 



Create Date : 05 มิถุนายน 2567
Last Update : 11 มิถุนายน 2567 8:55:08 น.
Counter : 163 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

แมวเหมียวลายสีชมพู
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]