Group Blog
 
All blogs
 

หัดวาดรูปด้วยแอปพลิเคชั่น Procreate (ตอน 3)

หลายวันมานี้รู้สึกคร่ำเครียดกับงานประจำที่ทำ
เพราะต้องเร่งทำงานให้เสร็จภายใต้เวลาอันจำกัด
วันหยุดก็ต้องหอบหิ้วงานกลับมาทำต่อที่บ้าน
ผมคิดว่าบางทีคนเราก็ทำร้ายตัวเราเองด้วยการกำหนดกฎเกณฑ์ที่เราสร้างขึ้น
เราต่างดำรงอยู่ภายใต้บรรทัดฐานและกรอบที่ถูกกำหนดไว้
จนหาความสุขในชีวิตไม่เจอ
ตลอดชีวิตการทำงานของผมจนถึงขณะนี้นับแล้วเกือบ 27 ปี
มีคำถามในใจอยู่บ่อยครั้ง
สุดท้ายแล้วเราเกิดมาเพื่ออะไร เพื่อที่จะทำงานต่อสู้ดิ้นรนบนโลกใบนี้..แค่นี้เหรอ?

เอาเป็นว่าเลิกพูดถึงเรื่องเครียดๆ และกลับมาสู่โหมดสวยๆ งามๆ กันดีกว่านะครับ
แม้งานจะเครียด...
แต่เราก็มีหลากหลายวิธีสร้างความสุขกันได้ ถือเป็นการสร้างสมดุลให้กับชีวิต
หนึ่งในวิธีสร้างความสุขสำหรับผมก็คือการใช้เวลาว่างด้วยการวาดรูปนั่นเอง

ผลงานที่นำมาให้ชมกันในครั้งนี้ยังคงเป็นผลงานการวาดด้วยแอปพลิเคชั่น Procreate
จริงๆ แล้วแอปพลิเคชั่นตัวนี้มี Brush ให้เลือกใช้หลากหลายสไตล์
ใครที่สนใจก็ค่อยๆ เรียนรู้กันไป
รูปทั้งหมดที่นำมาให้ชมในครั้งนี้ผมเริ่มต้นร่างด้วย Brush ที่ชื่อว่า Procreate Pencil
และระบายสีด้วย Brush ที่ชื่อว่า Tinderbox
Brush ทั้งสองตัวนี้มีให้ในแอปอยู่แล้วโดยไม่ต้องไปหาโหลดเพิ่ม

ในการระบายสี ผมปรับค่าความเข้มหรือความทึบแสงของสี (Opacity) ให้น้อยลง
ทำให้รูปที่ออกมาดูเย็นๆ สบายตาเหมือนระบายด้วยสีน้ำ
ช่วงนี้ลืมสีน้ำของจริงไปเลยครับ




 

Create Date : 24 พฤศจิกายน 2563    
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2563 14:06:29 น.
Counter : 1029 Pageviews.  

หัดวาดรูปด้วยแอปพลิเคชั่น Procreate (ตอน 2)

จุดประสงค์สำคัญอย่างหนึ่งที่ผมตัดสินใจซื้อ iPad
คือ การเอามาวาดรูป ด้วยแอปพลิเคชั่น Procreate
ตอนนี้ผมใช้ iPad มาแล้ว 21 วัน ไม่มีวันไหนที่ผมจะไม่หยิบขึ้นมาวาดรูป
ผมคิดเล่นๆ ว่าหากกระดาษ พู่กัน และสีน้ำมีชีวิตและมีความรู้สึก
พวกเขาคงจะพากันน้อยใจ เพราะช่วงนี้ผมแทบจะไม่เหลียวแลเลย

เสน่ห์ของการวาดรูปด้วย iPad คือ
คุณจะหยิบมาใช้เวลาไหนก็ได้ด้วยความสะดวกและรวดเร็ว
ไม่ว่าระหว่างการเดินทาง อยู่ในร้านกาแฟ หรือแม้แต่กระทั่งอยู่บนที่นอน
คุณไม่ต้องวุ่นวายกับพาพาอุปกรณ์ต่างๆ กังวลว่าสีจะเลอะ
วาดผิดก็วาดใหม่ ไม่เปลืองกระดาษ วาดแล้วสามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงขนาดได้ง่าย
และปรับสีสันได้ความความต้องการไม่รู้จบ
ผลงานเสร็จก็โพสต์ออกสื่อโซเชี่ยลได้ง่ายและรวดเร็ว

ผมฝึกวาดรถโฟล์คด้วยแอปพลิเคชั่น Precreate
เริ่มต้นด้วยการสร้างเลเยอร์ขึ้นมาและแทรกรูปต้นฉบับ
จากนั้นกดเพิ่มอีก 1 เลเยอร์เพื่อร่างภาพตามรูปต้นฉบับ
ขั้นตอนนี้หากใครจะใช้วิธีการลอกลายจากรูปต้นฉบับก็ได้
แต่เพื่อฝึก Skill การวาดรูป ผมแนะนำว่าคุณควรหัดร่างด้วยตัวเองดีกว่า
ผมร่างภาพโดยเลือกใช้ Brush หรือแปรงที่ชื่อว่า “6B Pencil”
หรือใครจะเลือกใช้แปรง “Procreate Pencil” ก็ได้ตามชอบ
เพราะแปรงทั้งสองตัวนี้จะให้ความรู้สึกเหมือนร่างด้วยดินสอ

หลังจากที่ร่างภาพและแก้ไขเป็นที่พอใจแล้ว
ขั้นตอนต่อไปคือ การตัดเส้น ผมกดเครือ่งหมาย + เพื่อเพิ่มอีก 1 เลเยอร์
เพื่อให้ง่ายต่อการจำผมแนะนำให้เปลี่ยนชื่อเลเยอร์ว่า “ตัดเส้น”
ผมเลือกใช้แปรง Studio Pen โดยเลือกปรับสี ขนาด และความเข้มให้พอเหมาะกับการตัดเส้น
ผมชอบแปรงตัวนี้เพราะจะให้เส้นเล็ก-ใหญ่ได้ตามแรงกดของเรา
ผมเรียนรู้และสังเกตเห็นว่าการตัดเส้นของศิลปินหลายคน มักจะลากเส้นไม่ต่อเนื่อง
การตัดเส้นด้วยวิธีนี้ทำให้ภาพออกมาน่ารักมุ้งมิ้ง
 
 เมื่อตัดเส้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การระบายสีภาพ
ขั้นตอนนี้ผมแนะนำให้สร้างเลเยอร์แยกกันและควรตั้งชื่อแต่ละเลเยอร์กำกับไว้ด้วย
เช่น สีตัวรถ สีล้อรถ สีเงาใต้ท้องรถ เป็นต้น
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความสับสนและทำงานผิดเลเยอร์ได้
เพราะจากประสบการณ์อันน้อยนิดของผมมักจะทำงานผิดเลเยอร์อยู่บ่อย
ในการระบายสีรูปผมก็เลือกใช้หัวแปรง “Studio Pen”
เรียกว่าใช้งานได้ครบทั้งตัดเส้นและระบายสีจบในหัวแปรงเดียว
และนี่คือรูปที่ได้ระบายสีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หลังจากระบายสีรูปแล้ว
หากใครอยากจะเปลี่ยนสีตัวรถก็ทำได้ด้วยการ ไปที่เลเยอร์ “สีตัวรถ”
จากนั้นกด Alpha Lock และเลือกสีรถที่ต้องการ
หลังจากนั้นกด Fill Color ก็จะได้สีรถตามที่ต้องการแบบนี้ครับ

 เป็นไงบ้างครับ...กับผลงานของผมในการฝึกวาดรูปด้วยแอปพลิเคชั่น Procreate
ที่จริงแล้วแอปตัวนี้มีอะไรให้เราสร้างสรรค์ผลงานได้อีกเยอะ ตั้งแต่ระดับ  Basic จนถึง Advance
สายวาดรูปต้องไม่พลาดด้วยประการทั้งปวง
เมื่อวาดแล้วก็อย่าลืมนำผลงานมาให้ชมกันบ้างนะครับ

 




 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2563    
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2563 10:21:23 น.
Counter : 1286 Pageviews.  

ประสบการณ์การสั่งซื้อและใช้งาน iPad

หลังจากมี iPad mini แล้ว
ตั้งแต่นั้นมาคำว่า iPad ก็ไม่ได้อยู่ในความต้องการของผมอีกเลย
จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ ผมได้มีโอกาสดูรีวิวเกี่ยวกับคุณสมบัติของ iPad รุ่นใหม่ๆ
เห็นพัฒนาการความสามารถที่มีการเปลี่ยนแปลง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสิทธิภาพของเจ้า Apple Pencil ที่ถือว่าเป็นจุดขายสำคัญ
สามารถเขียนและวาดได้เหมือนปากกาจริง
จนเป็นที่นิยมของนักเรียน นักศึกษาและคนทำงาน
เมื่อได้ยินได้ฟังแล้วก็ยิ่งตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองอย่างมาก
เนื่องจากขณะนี้ หลังจากเกิดวิกฤติโควิด-19
หน่วยงานก็ปรับระบบงานต่างๆ มาอยู่ในรูปแบบออนไลน์มากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นการประชุม ระบบเอกสารรับ-เข้าออกในหน่วยงาน รวมถึงระบบอนุมัติต่างๆ
หากจะใช้มือถือก็คงได้อยู่
แต่ในวัยที่สายตาไม่เอื้ออำนวยให้อ่านข้อความตัวเล็กๆ บนหน้าจอมือถือ
ผมก็เลยผุดความคิดที่ว่า...หากมี iPad สักเครื่องก็คงจะดีไม่น้อย
นอกจากใช้เรื่องงานแล้ว คงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผมที่ชอบวาดรูปเป็นงานอดิเรกได้ดี

iPad เครื่องแรกในชีวิตของผมคือ iPad mini
หากจะย้อนนับเวลาที่ใช้มาถึงตอนนี้รวมแล้วก็เกินกว่า 10 ปี
แม้ตอนนี้ iPad mini เครื่องเก่านี้จะตกรุ่นไปตามกาลเวลา
และบริษัท Apple ไม่เหลียวแลให้สามารถอัพ ios ได้อีกต่อไปแล้ว
แต่คุณภาพโดยรวมก็ยังดีอยู่ ยังคงใช้งานได้ตามสภาพ
เมื่ออยากได้สิ่งใดแล้ว ผมก็ทุ่มเทเวลาให้กับการศึกษาหาข้อมูล
ดูรีวิวผ่าน YouTube เปรียบเทียบสเปคของ iPad รุ่นต่างๆ
พยายามคำนึ่งถึงความคุ้มค่าให้มากที่สุด
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว...
ผมก็เข้าเว็บ Apple สั่งซื้อออนไลน์ในกลางดึกของคืนวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2563
เป็น iPad Pro รุ่นปี 2020 ขนาด 11 นิ้ว แบบ Wi-Fi + Cellular
ความจุ 256GB สีเทาสเปซเกรย์ ราคา 34,700 บาท
และก็เป็นที่เข้าใจกันดีว่า...เมื่อซื้อแล้วก็ไม่ได้จบที่ iPad
สิ่งสำคัญที่ต้องมีคู่กันคือ Apple Pencil (รุ่นที่ 2) ราคา 4,190 บาท นอกจากนี้
ช่วงที่ผมสั่งซื้อมีโปรโมชั่นส่งเสริมการศึกษาสำหรับนักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา
มาพร้อมกับของแถมเป็น AirPods ราคา 5,990 บาท
แต่ผมอัพเกรดเป็น AirPods Pro ราคา 9,490 บาท
นั่นก็หมายความว่าผมต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่มอีก 3,500 บาท
สรุปรวมราคาสินค้าทุกอย่างและหักส่วนลดแล้ว ผมต้องจ่ายทั้งหมด 42,390 บาท
การซื้อ iPad หากจะเปรียบเปรยก็คงไม่ต่างจากการซื้อกล้องถ่ายรูป
เพราะเมื่อซื้อแล้ว...แน่นอนว่าต้องมีเลนส์และสารพัด Assessories ทยอยตามมา
วิถีของ iPad ก็เช่นเดียวกัน หนึ่งในของมันต้องมีก็คือ Case กันกระแทก
คงไม่มีใครอยากให้ iPad ราคาแพง เสี่ยงต่อการตกหล่นเสียหาย
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็ควร “ลงทุน” เพื่อซื้อเคสคุณภาพดีมาใช้
ผมตัดสินใจสั่งซื้อยี่ห้อ STM DUX PLUS CASE เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563
เป็นเคสหนังสีดำ ซื้อตอนลดราคา คงเหลือ 1,352 บาท
ถือว่าเป็นการสั่งซื้อเคสไว้รอ ทั้งๆ ที่ iPad ยังมาไม่ถึงด้วยซ้ำ
ของมันต้องมีชิ้นถัดไปสำหรับคนชอบวาดรูปและชอบขีดเขียนคือ ฟิล์มกระดาษ
ผมซื้อฟิล์มถนอมสายตายี่ห้อ PaperLike Genius edition
สั่งซื้อเมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2563 ในราคา 408 บาท

หลังจากที่สั่งซื้อไปแล้ว...ของต่างๆ ก็ทยอยส่งกันมาคนละหนคนละที
ช่างเป็นอะไรที่น่าขัน...
ชิ้นแรกที่ได้รับคือ Apple Pencil มาถึงมือวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563
ชิ้นที่สองคือ AirPods Pro ถึงมือเมื่อวันอังคารที่ 29 กันยายน 2563
ชิ้นที่สามคือ STM DUX PLUS CASE ถึงมือเมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน 2563
และชิ้นที่สี่คือ ฟิล์มกระดาษ ถึงมือเมื่อวันพุธที่ 15 ตุลาคม 2563
ส่วนพระเอกของงาน คือ iPad Pro 2020 มาถึงช้าสุดในวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2563
นับระยะเวลาตั้งแต่สั่งซื้อจนได้รับของรวมแล้วก็ครบเดือนพอดี แต่รักแล้วก็อดทนรอได้ อิอิ
ความสุขอย่างหนึ่งของคนที่สั่งของออนไลน์...
มักอยู่ตรงที่การได้รับของและทำการ Unbox
ผมจัดการแกะกล่องด้วยความตื่นเต้นดีใจเมื่อเย็นวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2563
สิ่งแรกที่ต้องทำเป็น A must คือการตรวจเช็คความเรียบร้อยส่วนต่างๆ ของ iPad
เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น เมื่อตรวจสอบคุณภาพอย่างดีแล้ว
สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือลงแอพลิเคชั่นเพิ่ม แอพส่วนใหญ่ไม่มีค่าใช้จ่ายสามารถติดตั้งฟรี
แต่แอพบางตัวที่มีความเฉพาะก็ต้องยอมลงทุนจ่ายเพิ่ม
แอพที่ต้องมีสำหรับผม ก็คือ แอพวาดรูปและจดบันทึก
ผมตัดสินใจซื้อเพิ่มอีก 3 รายการ คือ 1. Procreate ราคา 299 บาท
2. Good Note ราคา 249 บาท และ 3. Notability ราคา 279 บาท
ทั้งหมดนี้ ซื้อครั้งเดียวแต่สามารถใช้งานกันไปยาวๆ ได้เลย
สรุป ณ ตอนนี้ ผมลงทุนจ่ายเงินกับ iPad รวมถึงบรรดา Assessories  
และแอพลิเคชั่นต่างๆ
รวมทั้งหมด 44,977 บาท
นับเป็นราคาสูงจนน่าใจหาย
แต่หากจะคิดกลับกันอีกมุมเพื่อให้สบายใจขึ้น
ผมคิดว่าด้วยราคานี้ คุณภาพแบบนี้
กับประโยชน์ที่จะได้รับกับการใช้งานไปอีกหลายปีข้างหน้า
ผมก็ยังเชื่อว่าราคานี้ก็คงจะทำให้หลายคนตัดสินใจซื้อได้ไม่ยาก


วันนี้...วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ขณะที่ผมกำลังพิมพ์บันทึก
ผมได้ใช้งาน iPad มาแล้วทั้งหมด 16 วัน งานที่ใช้ส่วนใหญ่คือการวาดรูป
และรูปทั้งหมดที่ผมโพสต์ในเอ็นทรี่นี้ก็คือรูปที่เริ่มต้นหัดวาดด้วยแอพ Procreate
เป็นการลองผิดลองถูก
ยังแอบหวังว่าสักวันหนึ่งผมคงจะพัฒนาฝีมือการวาดด้วยแอพ Procreate ได้ดีกว่านี้
นอกจากนี้ ผมยังใช้ iPad ในการฝึกตัดต่อวิดีโอ เล่นโซเชี่ยล
กลางวันก็ได้พกพาติดตัวมาที่ทำงาน
เพื่อใช้ในการประชุมออนไลน์ เช็คอีเมล และอ่าน/แก้ไขเอกสารรายงานการประชุม
วันหยุดออกไปเที่ยวก็พกพาไปด้วย
นั่งร้านกาแฟก็หยิบ iPad ขึ้นมาวาดรูปและจดบันทึก
ก็ถือว่าเป็นการใช้เวลาให้มีประโยชน์ได้ดีเหมือนกัน
..........................................
บันทึกโดยนายหมูอวย
วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2563 เวลา 11.00 น.




 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2563    
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2563 11:43:51 น.
Counter : 492 Pageviews.  

หัดวาดรูปด้วยแอปพลิเคชั่น Procreate (ตอน 1)

เทคโนโลยีสมัยนี้สามารถช่วยให้เราวาดรูปและสร้างสรรค์งานได้เยอะ
ข้อดีคือไม่จำเป็นต้องหาซื้ออุปกรณ์ศิลปะต่างๆ และพกพาให้วุ่นวาย
เพียงแต่มี iPad สักเครื่องนึง ก็เสมือนพกพาอุปกรณ์ศิลปะต่างๆ ไปได้พร้อมทุกที่
วาดเสร็จแล้วก็พร้อมที่จะโพสต์อวดสายตาชาวโลกได้ทันที

แอพพลิเคชั่นที่ผมนำมาใช้วาดรูปคือ Procreate เวอร์ชั่น 5.0
ราคา 299 บาท แบบซื้อครั้งเดียวสามารถใช้กันไปยาวๆ
หากจะเปรียบเทียบระหว่างการวาดรูปบนกระดาษกับการวาดด้วยโปรแกรม Procreate
จะมีความยากต่างกันตรงที่ใน Procreate เราต้องทำความเข้าใจเครื่องมือต่างๆ
ที่จะช่วยให้การวาดมีประสิทธิภาพ ต้องรู้จัการแยกชั้น Layer ตางๆ 
วาดครั้งแรกก็ทำเอาสับสนกันทีเดียว

และนี่คือรูปแรกที่วาดบน iPad


ข้อดีที่ชอบอีกอย่างของการวาดด้วย Procreate คือ วาดผิดแล้วสามารถแก้ไขได้
วาดไม่เสร็จจะกลับมาวาดอีกเมื่อไหร่ก็ได้
และนี่คือรูปที่สองที่ได้ฝึกวาด




 

Create Date : 30 ตุลาคม 2563    
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2563 10:21:55 น.
Counter : 646 Pageviews.  

ให้เวลาจัดการปัญหา



“มันไม่มีประโยชน์ที่เราจะอยู่กับคนที่มองไม่เห็นเราเลย
ควรอยู่กับคนที่เห็นค่าเรา อย่างน้อยก็ตัวเอง”

ข้อความนี้ผมคัดลอกมาจากโปสการ์ดของ “คุณแพน” ที่ได้ส่งไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ “The Cloud”
คุณแพนยังบอกอีกว่า...ที่เขียนข้อความนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าตอนนั้นรู้สึกเครียดเรื่องงาน
แต่ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ตรงนั้น...ตรงจุดที่มีความเครียดนั้นอีกแล้ว

เป็นสัจธรรมที่ว่า...เมื่อเวลาผ่านไป เราจะรู้สึกเฉยๆ กับเรื่องที่เป็นปัญหาในวันนี้
ดังข้อความที่ผมเคยได้อ่านเจอว่า “จงให้เวลากับเวลา” 
เพราะสุดท้ายเวลาจะพัดพาให้ทุกอย่างผ่านไป
ปัญหาที่ดูยิ่งใหญ่ในวันนี้ จะกลายเป็นแค่เรื่องธรรมดาในวันหน้า

เมื่อเราเจอปัญหา แน่นอนว่าก็ต้องพยายามแก้ไขและหาทางออก
บางครั้งข้อคิดหรือคำสอนก็เป็นคำตอบที่ดีในการจัดการกับปัญหา
และ...จงให้เวลากับตัวเองได้ทำในสิ่งที่มีความสุข







 

Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2561    
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2561 15:48:17 น.
Counter : 1250 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  

หมูอวย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




ชีวิตในแต่ละวัน เต็มไปด้วยสาระเรื่องงาน และเครียดมามากพอแล้ว จึงขอใช้พื้นที่เล็กๆ ตรงนี้เหลือไว้ซึ่งพื้นที่แห่งความสุข ไร้สาระไปเรื่อยๆ ผ่อนคลายไปกับการสร้างสรรค์ และแต่งแต้มสีสันให้ชีวิต
Friends' blogs
[Add หมูอวย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.