"What lies behind us and what lies before us are tiny matters
compared to what lies within us."
Ralph Waldo Emerson
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2554
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
9 ธันวาคม 2554
 
All Blogs
 

รอยยิ้มจากการลาออก

เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อทำงานบริษัทมาจนถึงจุดหนึ่ง ก็มักจะเกิดคำถามกับตัวเองเสมอ ว่าหากเราอายุ 50 แล้ว เราจะยังทำงานแบบเดิมๆ อยู่มั๊ย แล้วคำตอบที่ได้จากการพูดคุยกับตัวเองก็คือ ไม่! เราจะไม่อยู่แบบนี้โดยเด็ดขาด Smiley แล้วก็มักจะถามตัวเองต่อไปว่า แล้วถ้าอีก 20 ปี ข้างหน้าเราได้เลื่อนขั้นเป็นถึงหนึ่งในทีมผู้บริหารล่ะ เพราะที่ผ่านมา 10 ปีเราก็เดินมาถึงระดับผู้จัดการแล้ว อีกไม่นานก็จะได้โปรโมทอีกขั้น แล้วอีก 20 ปี เราต้องเดินไปให้ถึงจุดนั้นให้ได้ซิน่า แล้วคำตอบก็ยังคงเป็น ไม่! เราไม่อยากย่ำอยู่กับที่แบบนี้ Smiley




กับสภาพร่างกายที่ย่ำแย่ลงทุกวัน ต้องหามเข้าโรงพยาบาลเดือนละครั้ง เงินเก็บก็หร่อยหรอ และแล้วก็ได้ตัดสินใจคล้ายคนไร้ความรับผิดชอบ ลาออกจากบริษัทซะ Smileyโดยที่ยังไม่ได้รวบรวมแม้กระทั่งความกล้า ไม่ได้คิดว่าค่าผ่อนคอนโด ค่าจ่ายบัตรเครดิต ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าทั้งหลายจะเป็นยังไง เงินเก็บก็ไม่มี หนี้สินก็เยอะแยะ! Smiley




 สิ่งเดียวที่มี ที่คุณพ่อคุณแม่พยายามส่งเสริมมาตลอด คือความรู้ทางด้านภาษา ที่ถึงกับส่งไปอยู่ต่างประเทศแต่ยังเล็ก แต่ด้วยความไม่เอาไหนของตัวในตอนนั้น "อยู่ไม่ได้ๆ กลับๆๆ" (เป็นแบบนี้อยู่ 2-3 รอบ เสียเวลาไป 2 ปี คาดว่าคุณแม่น่าจะเสียไปหลายตังค์ด้วย Smileyจนความพยายามของบุพการีสำเร็จผลตอนเข้าเรียน ม.ปลาย พอรู้ตัวอีกที ทางบ้านก็โดนพิษเศรษฐกิจแตกฟองสบู่ ทำให้ไม่สามารถส่งเสียต่อไปในระดับมหาวิทยาลัยได้ จึงต้องกลับมาเรียนที่ประเทศไทย (เฮ๊อ...เรื่องมันเศร้า) แต่ก็ยังโชคดีที่ท่านยังพอมีอยู่บ้างทำให้ได้เข้าเรียนต่อทางด้านภาษาศาสตร์อินเตอร์อย่างที่อยากเรียน (อืมๆ เหมือนคนไม่เจียมยังไงไม่รู้เนอะ เงินไม่มียังอยากนู่นอยากนี่)




พบจบออกมาก็เข้าทำงานด้านวรรณกรรมต่างประเทศทันที แล้วก็ได้มารู้ว่า ความพยายามและความรู้เมื่อมาอยู่ในสังคมที่เรียกว่าองค์กรแล้ว มันไม่มีค่าอะไรเลย นี่มันการเมืองชัดๆ ถ้ามีพวกผิดก็เป็นถูกได้ เป็นบ่าวนายเดียวก็ไม่ได้ ต้องมีลิ้นหลายๆ แฉก ต้องเอาหน้าตลอดเวลา หากผิดพลาดเสียหน้าจะได้มีหน้าสำรองไว้หลอกคนอื่นต่อ หรือเป็นนางพญาพันหน้า Smiley




อืมๆ ทำงานมา 10 ปี ก็ไม่เห็นสังคมในองค์กรจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ซ้ำแย่ลงเรื่อยๆ เมื่อตัวเองสะสมความเครียดจากในองค์กรมากเข้า ก็ทำให้เกิดอาการที่คนสมัยนี้เรียกว่า "วีนแตก" (โดยส่วนตัวชอบเรียก ฟาดงวงฟาดงา Smiley) กับคนรอบข้าง พอหนักเข้าก็ทำให้เกิดปัญหาทะเลาะในบ้านทุกวัน เลยมาถามตัวเองว่า ตำแหน่งกับเงินทองต้องแลกมากับการทะเลาะและทำให้คนที่รักเราและเรารักเสียใจจริงๆ เหรอ ...แล้วก็ย้อนกลับไปถามตัวเองกับคำถามต้นข้อความ จึงได้บทสรุปว่า เลิกเหอะ เลิกเป็นโรคประสาทแบบนี้ซะที




แหะ แหะ แต่การลาออกมาโดยไม่มีแผนอะไรรองรับอาจเป็นเรื่องที่ประสาทกว่าก็เป็นได้ Smiley เลยย้ายกลับมาอยู่บ้านแฟน (ซะงั้น) คุณพ่อคุณแม่ท่านก็แสนดี เข้าออกเข้าใจ (ทั้งๆ ที่ท่านไม่น่าจะเข้าใจเราเล๊ยยย) ให้เราค้นหาตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่เรารัก แต่ให้มันอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงคือเลี้ยงตัวเองได้ด้วย ไม่ใช่เพ้อฝัน พอถามตัวเองว่ามีความสามารถอะไรก็ค้นพบคำตอบว่ามันคือภาษา แล้วก็มาจบลงที่การเป็นครูสอนพิเศษ




จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ 1 ปีพอดี 1 ปีที่ยาวนานกับการค้นหาตัวเอง กับการเริ่มต้นทุกอย่างด้วยความยากลำบาก แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ให้เวลากับตัวเองมากที่สุด ถึงแม้จะไม่มีเงินทองมากมายนัก (บัตรก็โดนระงับ แถมโดนฟ้องSmiley) แต่การได้ส่งต่อความรู้และประสบการณ์ชีวิตอันน้อยนิดให้เด็กๆ รุ่นต่อไป ให้เขาได้พร้อมที่จะปรับตัวและเข้ามาอยู่ในวงจรของสังคมองค์กร (...อุบาศก์...ซึ่งคาดว่าที่ดีๆ คงมีอยู่เยอะ แต่ดันซวยหรือบุญน้อยก็ไม่รู้ เลยไม่ได้มีโอกาสได้ไปอยู่ Smileyก็เป็นสิ่งที่มีความสุขมากจริงๆ ทำให้เข้าใจชีวิตมากขึ้นอีกขั้นว่า ความสุขอยู่ที่ตัวเราและทำยังไงที่จะแจกจ่าย และให้กำลังใจผู้ที่คอยให้กำลังใจเรา Smiley




ทุกวันนี้ก็ยังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ให้มีคุณสมบัติในการเป็นครูที่ดี ที่ไม่เพียงแต่ส่งต่อความรู้แต่ยังรวมถึงประสบการณ์ชีวิดอันน้อยนิดให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้แล้วก็ขอถือโอกาสนี้เป็นกำลังใจให้ทุกคนฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยดีค่ะ Smiley  






 

Create Date : 09 ธันวาคม 2554
3 comments
Last Update : 9 ธันวาคม 2554 11:48:04 น.
Counter : 1397 Pageviews.

 

 

โดย: winza1 9 ธันวาคม 2554 22:51:04 น.  

 

สวัสดีค่ะ อ่านมาจนจบ ยิ้มตรงที่ลาออกมาเป็นครูสอนพิเศษ

เพราะว่าตรงกับชีวิตของลูกชายป้าแอ๊ดพอดี (มาแชร์ประสบการณ์กันนะคะ)

ลูกคนนี้เขาเป็นคนเรียนเก่ง จบปริญญาตรีได้เกียรตินิยมอันดับสอง
เก่งวิชาฟิสิกส์ เคมี ภาษาอังกฤษ และอิตาเลี่ยน
ที่เก่งภาษาอิตาเลี่ยน ก็เพราะว่าเมื่อจบปริญญาโทแล้วกะว่าจะไปทำปริญญาเอกที่อิตาลี
แต่การที่จะไปเรียนที่นั่น ต้องพูดและเขียน ภาษาของทางโน้นได้
ลูกชายก็ไปลงครอสเรียนที่จุฬา จนสอบผ่าน แต่ไปอยู่ที่อิตาลีเพียง 6 เดือนก็กลับ
เพราะครั้งแรกไป ได้ทุนไปแค่อบรมการใช้เครื่องมือในแลป และทางโน้นจะพิจารณาหาทุนให้เรียนปริญญาเอกต่อ
สุดท้ายไม่มีทุนให้ ก็เลยกลับมาทำเอกที่เมืองไทยโดยทางบ้านส่งเรียน
แต่เขาไม่ค่อยรบกวนเท่าไหร่ เพราะเขาเรียนไป ช่วยอาจารย์สอนไปด้วยเป็นงานพิเศษ

เมื่อไม่นานมานี้ เขาโทรบอกทางบ้านว่าจะขอไม่เรียนแล้วนะ
(วิชาที่เขาลงเรียนยากมาก เขาสอบผ่านการใช้ภาษาอังกฤษเพียงคนเดียวค่ะ)
เพราะถึงเรียนไป ก็ไม่ได้บรรจุเข้าเป็นข้าราชการ อย่างมากก็แค่ลูกจ้างสอนชั่วคราวเท่านั้น
เงินเดือนก็นิดเดียว

เขาออกมาสอนพิเศษค่ะ สอนคณิต-วิทย์ ภาษาอังกฤษ ฟิสิกส์ เคมี

เขาบอกว่าสบายใจมาก ไม่ต้องไปทำวิทยานิพนธ์แก่งแย่งกับใคร
แถมเงินก็ดีกว่าตั้ง 10 เท่า เขารับสอนตามบ้าน และเป็นรายชั่วโมงค่ะ

เรา(พ่อ-แม่) ก็ไม่ห้ามเขาค่ะ เพราะเลี้ยงลูกอย่างไม่เคยขัดใจอยู่แล้ว พูดกันแบบเพื่อนๆ มาตลอด
ก็ถามเรื่องรายได้ และความมั่นคง เขาบอกว่าสบายมาก ทำได้ตลอด เท่าที่ยังทำไหว

ป้าแอ๊ดบอกเขาว่า ลูกจะทำอะไร ไม่ว่าเลย ถ้าทำแล้วมีความสุขกับการทำงานที่ชอบ
ดีกว่ามีความทุกข์ เพราะทำอะไรแล้วไม่ได้ดั่งใจค่ะ

เป็นกำลังใจให้คุณด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขกับการทำงานค่ะ

 

โดย: addsiripun 9 ธันวาคม 2554 22:59:01 น.  

 

ขอโทษที่มาตอบช้านะคะ

~> คุณ winza1
ขอบคุณมากค่า \\(^o^)/

~> คุณป้าแอ๊ด
ขอบคุณมากๆ ค่ะ สำหรับกำลังใจ ทำให้มีแรงฮึดอีกเยอะเลยค่ะ ถึงประสบการณ์ยังน้อยแต่จะพยายามต่อไปเรื่อยๆค่ะ สู้เกินร้อย! ~ ~
ปล. ขอให้มีความเก่งและความพยายามเพิ่มขึ้นซักครึ่งหนึ่งของลูกชายคุณป้าแอ๊ดเถ๊อ สาธุ...

 

โดย: Miracle Princess 13 ธันวาคม 2554 18:52:44 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


Miracle Princess
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ถึงจะเป็นสมาชิกมานาน แต่อากการไม่ถูกกับ IT
ก็ยังทำให้ความสามารถในการจัดการ blog ต่ำอยู่ดีค่ะ T-T
Friends' blogs
[Add Miracle Princess's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.