The best education is the study of one's mind.

เมื่อผมหน้าแตกระดับชาติกับ Barack Obama



ก่อนอื่นต้องขอโทษเพื่อน ๆ ชาว bloggers ด้วยที่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้มา update เลย และก็ไม่ค่อยได้ไปคอมเมนต์ในบล็อกของพวกคุณ ๆ ทั้งหลายด้วย (โดยเฉพาะกระทู้วิวาทะนักวิชาการของ ปิ่น ฯ ปริเยศ และท่านอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ) ประมาณว่าตอนนี้พยายามเอาตัวให้รอดจากการเรียนอยู่จ๊ะ เหลืออีกไม่นานก็จะจบแล้ว ต้องเร่งงานหน่อย ทั้งการบ้าน รายงาน และการเตรียมตัวสอบไล่ปลายภาค เหนื่อยนิดหน่อย แต่ก็ต้องโทษตัวเองที่ขี้เกียจเองแหละครับ

วันนี้จะเล่าเรื่องความหลังจากชิคาโกเรื่องหนึ่ง ผมมีความทรงจำที่ดี ๆ และน่าประทับใจ ณ สถานที่แห่งนี้หลายอย่าง แต่มีเหตุการณ์หนึ่งที่น่าประทับใจอยากเอามาเล่าให้ฟัง นั่นคือการได้มีโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตสัมผัสกับบารัก โอบามา (Barack Obama) นักการเมืองหนุ่มอนาคตไกลแห่งพรรคเดโมเครต ผู้ที่ได้รับการคาดหมายกันว่าอาจจะมีสิทธิได้ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ฯ ในอนาคต หรือไม่ก็ถึงขั้นว่าอาจจะมีสิทธิได้เป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของอเมริกาทีเดียว ความน่าจะเป็นคืออาจจะได้ลงคู่กับ Hillary Clinton สำหรับการเลือกตั้งปี 2008

สำหรับ Barack Obama เป็นนักการเมืองคนหนึ่งที่ผมชื่นชอบอยู่แล้ว ชีวิตของเขาน่าสนใจ เป็นคนผิวสีที่มีแม่เป็นคนขาว ส่วนพ่อเป็นคนเคนย่าที่มาเรียนหนังสือในอเมริกา จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และจบกฎหมายจาก Harvard Law School โดยเป็นคนผิวดำคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นบรรณาธิการของ Harvard Law Review ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติมาก แต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้นกับเขา ที่ผมชอบคือการทำงานให้กับสังคมของโอบามา หลังจบการศึกษาเขาก็ได้เข้ามาทำงานด้านชุมชนคนผิวดำในชิคาโกในหลาย ๆ ด้านและก็พักอาศัยอยู่ที่นี่ตลอดมา โดยอยู่ในบริเวณ Hyde Park นี่เอง โดยเป็นอาจารย์พิเศษให้โรงเรียนกฎหมายของ ม. ชิคาโก ด้วย ผมติดตามชีวิตของเขามาพอสมควรตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ค่อยมีลุ้นเท่าไรกับการชิงชัยในตำแหน่ง Senator ยังเป็น Mr. No name ที่มีชื่อเสียงแค่ในไฮปาร์ก กับแถว ๆ ยูชิคาโก การหาเสียงก็ยังใช้แบบตามมีตามเกิดอยู่ คือสู้ทุนทรัพย์ของอีกฝ่ายไม่ได้ แต่โชคชะตามนุษย์บทจะดังมันก็ฉุดไม่อยู่ คู่แข่งตัวเต็งในการนี้ดันไปมีปัญหาเรื่องการหย่าร้างและมีกรณีพิพาทเกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวทางเพศ ทำให้ในที่สุดก็ต้องลาออกจากการเป็นผู้สมัคร senator ฟ้าจึงเปิดทางให้ Obama เริ่มเจิดจรัส และเปล่งประกายเต็มที่ตอนวันที่ได้ไปพูดใน Democrat National Convention (DNC) ณ. บอสตันนั้นเอง

แล้วทำไมผมถึงตื่นเต้นกับการได้พบ “โอบามา” ก็เป็นเพราะว่าการพบกันของผมกับเขานั้นมันไม่ใช่เรื่องธรรมดาน่ะสิครับ ไม่ใช่เป็นการไปฟังบรรยายอะไรทำนองนั้นแน่นอน แต่การที่ผมได้เจอคุณโอบามา บุคคลในดวงใจ นั้นมันแปลกประหลาดมากที่สุด และอาจจะเกือบทำให้ผมต้องโดนตำรวจจับได้เลยเชียวนะเนี้ย

ก่อนอื่นขอเล่าย้อนไปก่อน วันนั้นแฟนผมเขาไม่สบายเล็บเป็นหนองโดยไม่ทราบสาเหตุ เลยนัดกับเพื่อนรุ่นน้องที่เขาเรียนหมออยู่ที่นี่ให้เธอช่วยดูให้ รุ่นน้องคนนี้เป็นคนเก่งมาก เป็นนักเรียนทุนคิงส์จากฮาวาร์ดและเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยชิคาโก ซึ่งคนต่างชาติน้อยคนมากที่สามารถเข้าเรียน Medical School ได้ ต้องเป็นระดับยอดเยี่ยมเท่านั้น แถมยังใจดี มีเมตตาช่วยเหลือแฟนผมอย่างดีอีกต่างหาก ลืมบอกไปว่าอพาร์ทเมนต์ที่เธออาศัยอยู่นั้นมันอยู่ตึกเดียวกับที่ Barack Obama พักอยู่พอดี โดยห้องของเธออยู่ชั้นสาม ส่วนห้องของ Obama อยู่ชั้นหนึ่ง หลังจากเข้าไปรักษา ดูอาการของโรคแล้ว ผมก็ได้เดินลงมากำลังจะออกจากตึก (main entranceตรงประตูใหญ่) ผมก็เห็นคุณ Obama กำลังเดินเข้ามาในตึกและตรงเข้าไปไขประตูห้องของเขาซึ่งอยู่ทางขวามือของทางเข้าใหญ่ ตอนนั้นผมก็รู้ว่า Obama พักอยู่ที่ตึกนี้แหละ (เพื่อนบอก) แต่ไม่ทราบว่าเขาพักอยู่ชั้นหนึ่ง อารมณ์ตอนนั้นคือตื่นเต้นมาก คงเหมือนอาการของวัยรุ่นที่ได้เจอดาราที่ตัวเองแอบปลื้มตัวเป็น ๆ ยังไงยังงั้น ผมหูอื้อตาลายไปหมด (ฮาๆๆ) เหมือนโลกหยุดหมุน รีบสาวเท้าก้าวเข้าไปหาคุณ Obama ทันที (จุด1ในรูปประกอบ) จังหวะนั้น คุณ Obama ก็ไขกุญแจเข้าไปในห้องของเขาแล้ว แต่ตอนนั้นผมไม่รู้ เข้าใจว่ามันเป็นแค่ทางเดิน เลยรีบเดินตามเขาไปยิก ๆ เลย จนทัน...เขามาอยู่จังหวะประชิดตัว (หารู้ไม่ว่าจริง ๆ ได้เดินเข้ามาอยู่ในห้องพักของ Obama แล้ว (จุด2ในรูปประกอบ) Obama มีท่าทางงุนงง ว่าหมอนี่มันใครกันฟะ มาดีหรือมาร้ายยังไงกัน ผมก็ตื่นเต้นนะซิ ก็ไม่พูดพล่ามทำเพลงรีบ คุยกับเขา ตอนนั้นเด็กเล็กๆสองคนก็วิ่งกรี๊ดกร๊าดกันเข้ามาต้อนรับป่าป๊า ที่กลับมาบ้าน พอเห็นผมปุ๊บ เด็กสองคนก็ผงะออกไป และทำหน้าเหวอมาก คงคิดว่าคนนี้มันใครกันหว่า..เข้ามาได้ไง



ผม: ฮัลโหล อาร์ ยู มิสเตอร์ โอบามา ...(แหงล่ะ) ไอ ไลค์ ยู เวรี่ มัช
Obama: Hello โอมาบา เริ่มหายงง...How are you ? (ถามไปงั้น)
ผม:ไอ ไลค์ ยูเวรี่ มัช ไอ ว๊อช ยัว สบีช แอ็ด DNC (Democrat National Conference) and ไอ ไลค์ อิท อะ ล๊อท อิท วอส เวรี่ เกรท.....
Obama : Where are you from ?
ผม : ไอ คัม ฟรอม ไทยแลนด์ ไอ แอม อะ สติวแดน แอด เดอะ ยูนิเวอร์ซิตี้ออฟชิคาโก
Obama: What are you studying ?
ผม: bla bla bla ไอ วอน ทูโก แบก ทูแฮ๊ว มาย คันทรี ไลย์ ยู ดู ยู อา มาย อินสไปเรชั่น
Obama : great, thank you very much ..bla bla bla

ก็คุย ๆ กันนิดหน่อย … (ตอนนี้ผมหันไปมองแฟน ทำไมแฟนผมถึงทำหน้าตาประหลาด ๆ งง ๆ ก็เพราะผมเดินเข้าไปอยู่ในห้องเขาไง ส่วนแฟนก็ยืนรออยู่หน้าประตู) ผมก็บอกให้แฟนเข้ามาคุยกับ Obama เขาก็เลยเข้ามาทักทายเชคแฮนด์กัน

หลังจากนั้น ก็คุย ๆ กันนิดหน่อย พอหอมปากหอมคอ คุณโอบามาก็อัธยาศัยดีมาก ติดดินมาก ดูลักษณะดีมาก หน้าตาดี โหวงเฮ้งดี ไม่ได้โกรธเลยที่มีคนเข้ามาบุกรุกห้อง (เหอะ ๆ ) จนพอเลิก ผมก็หันหลังกลับ เข้าใจว่าเดินไปเป็นทางออก กลับกลายเป็น โซฟา ที่นั่ง มีครัวอีกต่างหาก ตอนนั้นผมตกใจมาก ขำด้วย ทำท่าทางโอ..I am sorry, I didn’t know I am in your apartment…very very sorry ..ตอนนั้นอายมากเลย หน้าแดง.. โอบามาก็หัวเราะขำ ๆ ก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมนึกว่าถ้ารู้ว่าเข้ามาอยู่ในห้องเขา คงไม่กล้าหรอก

ออกจากห้องมาแฟนผม ก็ดุใหญ่เลย ว่าทำไมทำอย่างนั้น ทำไมไปวิ่งตามเขา เข้าไปในห้อง ฝรั่งเขาถือจะตาย แย่ ๆๆ แต่ผมก็คิดว่าคุ้มค่านะประทับใจดี ดีใจมากเลย ได้คุยกับโอบามา ไปเล่าให้เพื่อนฝรั่งฟังเขาก็ขำกันใหญ่ บอกว่าดีนะที่เขาไม่เรียกตำรวจมาลากตัวไป ยิ่งช่วงนั้นหัวเลี้ยงหัวต่อในการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกด้วยสิ (หลังจากนั้นไม่นาน โอบามาก็ได้รับการเลือกให้เป็น senator ของรัฐ Illinois ด้วยคะแนนเสียงทิ้งห่างคู่แข่งอย่างท่วมท้น) เท่านี้แหละครับประสบการณ์ในการได้พบนักการเมืองคนสำคัญของอเมริกา (ในอนาคต) ของผม ผมคิดว่าโอบามาก็น่าจะยังจำได้นะ ว่าเป็น a clumsy guy from Thailand who sneaked into my room !!!

=================================
บล๊อกนี้บันทึกครั้งแรกในปี 2004-5
=================================




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2551   
Last Update : 16 กรกฎาคม 2551 11:51:52 น.   
Counter : 52 Pageviews.  


นักดูจิต
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




....
[Add นักดูจิต's blog to your web]