ทริปกินและนอน ณ ภูเก็ต(อีกแล้ว) Holiday Inn ไม้ขาว & Dream Hotel Phuket






ชีวิตนี้ก็ไม่คิดว่าจะได้ไปเที่ยวภูเก็ต 3 ครั้งติดในรอบ 2 ปี
เพิ่งพาพ่อกับแม่ไปเมื่อเดือนตุลาคม 2559 ถัดมาอีกไม่กี่เดือนก็ไปอีกครั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560
ถามว่าภูเก็ตมีอะไรดี ทำไมต้องไปถี่ขนาดนั้น คำตอบคือ ได้ที่พักฟรีและโปรตั๋วเครื่องบินราคางาม
Smiley
1. ที่พักฟรีจากเพจกาลครั้งหนึ่งฉันเคยไป ได้ที่พัก 1 คืน โรงแรม Holiday Inn หาดไม้ขาว
2. ตั๋วเครื่องบินไทยสไมล์ ราคาขาละ 750 บาท รวมไปกลับคนละ 1500 บาทถ้วน
3. ซื้อวอชเชอร์โรงแรมดรีมโฮเทลภูเก็ต ในราคาคืนละ 2600 บาท
Smiley
ทริปภูเก็ตคราวนี้เดินทางเมื่อวันที่ 19-21 กุมภาพันธ์ 2560
คราวนี้ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหน เพราะด้วยความที่เคยมาแล้ว เลยไม่รู้จะไปซ้ำอีกทำไม
เลยไปหาอะไรกินแล้วก็เข้าโรงแรม เล่นน้ำและนอนเล่นเท่านั้น
.
.
เริ่มต้นการเดินทางด้วยสายการบินไทยสไมล์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ
เป็นครั้งแรกที่ได้ขึ้นไทยสไมล์ ส่วนตัวก็ประทับใจในระดับหนึ่ง ของว่างอร่อยดี
พนักงานก็บริการดี มีจอทีวีให้ดูด้วย แต่ไม่มีเสียง มีแต่ภาพ





ช่วงนั้นที่ไป สนามบินภูเก็ตกำลังปิดบางส่วนเพื่อปรับปรุงสนามบิน ทำให้สถานที่ดูงงๆไปหน่อย 
ออกมาจากตัวอาคารเลยดูงงๆ ไปไม่ค่อยถูก แถมที่รอรถก็ร้อนด้วย
คราวนี้เช่ารถของ Poo&Bell เจอใน facebook เจ้าของบริการดี พูดจาดี รถก็ใหม่ดี
ได้เป็นยาริสตัวใหม่ ในราคาวันละ 800 บาท แต่มีมัดจำ 2000 บาท
เจ้าของจะขับมารับที่สนามบิน เพื่อไปเซ็นสัญญาที่บ้าน อาจจะไม่สะดวกสำหรับบางคน



พอทำสัญญาเช่ารถเสร็จ ก็ขับไปหาอะไรกินที่ร้านพิเศษ แถวย่านเมืองเก่า
ที่ไปกินร้านนี้เพราะ ได้วอชเชอร์มา 500 บาท เลยไปกิน รสชาดก็โอเค อร่อยดี
ใครมากินร้านนี้ต้องสั่งเลยก็คือชาเย็น แก้วเบ้อเริ่มเทิ่มมาก กิน 2 คนยังไม่หมดเลย



พอบ่ายๆก็เข้าที่พักเลย เพราะไม่รู้จะไปไหน 
จึงขับรถไปยังหาดไม้ขาว ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม Holiday Inn ไม้ขาว
หาดไม้ขาวอยู่ติดกับสนามบินภูเก็ต จึงเป็นสถานที่ยอดนิยมในการมาดูเครื่องบินขึ้นลง
นี่ก็เป็น 1 ในนั้นที่มาดู 555 แดดร้อนมาก ไม่สู้ เลยได้รูปมาแบบกากๆ





แล้วก็เดินทางมาถึงโรงแรม Holiday Inn ไม้ขาว เป็นโรงแรมที่ค่อนข้างใหญ่ สถานที่กว้างขวางดี
ที่จอดรถจะอยู่ด้านขวาของบริเวณทางเข้า ลงไปใต้ดิน ก็ดูเป็นสัดส่วนดี
จอดรถเสร็จก็เข้ามาเช็คอิน บริเวณ Lobby จะดูโปร่ง โล่งดี







จากนั้นจะได้คีย์การ์ดและพนักงานจะพาไปที่ห้องพัก







ความโชคดีของการเข้าพักในวันนี้คือ นอกจากจะได้พักฟรีแล้ว ทางโรงแรมยังได้อัพเกรดห้องพักให้
จากเดิมเป็นห้อง Deluxe เป็นห้อง Kid's Suite หมายเลข 7407 
เหมาะกับครอบครัวที่เด็กเล็ก ห้องแบบแฟมีลี่สุดๆ กว้างขวาง







ตอนแรกไม่รู้ว่าทางโรงแรมอัพเกรดห้องพักให้ เพราะพนักงานไม่ได้แจ้งอะไร
พอเข้าห้องมาถึงได้รู้ เพราะห้องมันกว้างมาก ก็งงว่าทำไมมีประตูเยอะจัง 555
ห้องพักก็กว้างขวางมากมาย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน









เตียงนอน หมอน ผ้าห่ม ดูดวิญญาณสุดๆ แทบไม่อยากตื่นเลย
ชอบที่มีโซฟาอยู่ปลายเตียง ไว้นั่งนอนดูทีวี แต่โซฟาแอบเปื้อนเยอะเลย

















ห้องสำหรับเด็กๆ มีเตียงสองชั้น ที่นอน หมอน ผ้าห่ม นุ่มมากกกกกก นี่เป็นผู้ใหญ่ยังอยากนอนเลย
มีเครื่องเล่นเกม PS4 สามารถยืมแผ่นเกมได้ที่ Kid's Club 







ห้องน้ำจะแยกส่วนที่อาบน้ำกับส่วนที่เป็นส้วมคนละห้องต่างหาก



มีทั้งแบบอ่างอาบน้ำและฝักบัว













ตู้เสื้อผ้าจะอยู่ตรงกลางห้อง ติดกับห้องอาบน้ำ สามารถเปิดบานเลื่อนได้ทั้งสองฝั่ง
จะมีชุดคลุมอาบน้ำ รองเท้าแตะใส่ในห้อง เตารีด ตู้เซฟ









ระเบียงห้องจะมีโซฟาและโต๊ะ ไว้นั่งชิวๆ



ด้านล่างจะเป็นห้องที่แบบพูลแอคเซส สามารถเดินลงสระว่ายน้ำได้เลย





เก็บของ สำรวจภายในห้องพักเสร็จ ก็เปลี่ยนชุดลงมาเดินเล่นบริเวณโรงแรม











สระว่ายน้ำที่นี่ก็กว้างพอประมาณ มีเค้าท์เตอร์เครื่องดื่มและห้องอาหาร 
ตอนค่ำจะมีดนตรีสดให้ฟังด้วย และสามารถยืมผ้าเช็ดตัวและเสื่อไปปูนอนที่ชายหาดได้
มีกิจกรรม เกมให้เล่นเยอะมาก ทุกมุมของโรงแรมเลย











































Kid's Club มีกิจกรรมสำหรับเด็กๆเยอะมาก และสามารถยืมแผ่นเกมได้ที่นี่













แล้วก็ยืมเสื่อไปปูนอนเล่นที่ชายหาดกันดีกว่า



















นั่งดูพระอาทิตย์ตก ก็ชิวๆดี แล้วก็มี Happy Hour สั่งเครื่องดื่ม 1 ฟรี 1 แก้ว



สระว่ายน้ำตอนกลางคืน คนน้อยมาก แทบไม่มีคนเล่นเลย แต่ตอนเช้าถึงเย็นนี่คนเต็ม







สำรวจบริเวณรอบโรงแรมตอนกลางคืนกันต่อ
ที่บริเวณ Lobby จะมีโซฟาให้นั่งเยอะดี 





















มีแผ่นดีวีดีหนังให้ยืมไปดูที่ห้องพักด้วย หนังค่อนข้างใหม่พอสมควรเลย





แล้วก็เครื่องแมคให้นั่งเล่น



คาเฟ่เล็กๆ มีเครื่องดื่มและขนม รวมถึงของฝากต่างๆ









เช้าวันรุ่งขึ้นก็ได้เวลาอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร J's cafe & restaurant
ไลน์อาหารเยอะดี อร่อยดีด้วย แขกเยอะเลยไม่กล้าถ่ายมาก กลัวจะรบกวนท่านอื่น







กินอาหารเช้าเสร็จ ก็เดินเล่น นอนเล่น พอเที่ยงก็เช็คเอ้าท์
เพื่อเดินทางไปยังโรงแรมดรีม ภูเก็ตต่อไป
.
.
Dream Hotel Phuket อยู่ที่หาดบางเทา ซึ่งตัวโรงแรมไม่ติดชายหาด 
อยู่ห่างจากชายหาด 4 กิโลเมตร นั่งรถประมาณ 5 นาที โดยจะมีรถตู้ของโรงแรมรับส่งให้
ซึ่งโรงแรมจะมีบีชคลับ ซึ่งเป็นจุดขายของที่นี่ 
เมื่อไปถึง เช็คอิน ก็ได้รับเวลคัมดริ๊งค์เป็นน้ำลิ้นจี่และพวงมาลัยเล็กๆน่ารัก









จากนั้นก็เข้าห้องพัก ห้องที่ได้จะอยู่ที่ชั้น 3 ห้องหมายเลข 3301



ห้องที่พักเป็นห้อง Deluxe ขนาดไม่กว้างมาก ห้องพักจะเป็นธีมสีฟ้าน้ำเงิน พรมสีสวยดี
ด้วยขนาดห้องที่ไม่กว้างมาก เตียง เก้าอี้และอุปกรณ์ต่างๆจึงเหมือนวางอยู่เต็มห้อง
แต่ก็ไม่แคบมากจนถึงขนาดเดินชนกัน 555

































ภายในตู้เสื้อผ้า


















จะมีสายชาร์จซึ่งมีหลายหัวให้เลือก ก็สะดวกดี



ห้องน้ำที่นี่จะแยกห้องอาบน้ำกับห้องส้วม และมีอ่างอาบน้ำ โดยมีประตูบานเดียวค่อยเลื่อนเอา
ประตูก็มีช่อง สามารถแอบดูได้ 555





ครีมอาบน้ำ โลชั่น แชมพูและครีมนวดผมของที่นี่ใช้ของยี่ห้อ Elle Spa
ซึ่งชอบมาก กลิ่นหอมแบบสดชื่น สามารถขอได้ตลอดเวลาถ้าใช้หมด



















ระเบียงห้องก็จะมีเก้าอี้ให้นั่งเล่น



ห้องด้านล่างเป็นแบบพูลแอคเซส เดินลงสระได้เลย ไม่กว้างมากแต่ก็ว่ายไปมาได้







เก็บของ เปลี่ยนชุด ลงไปเดินเล่นบริเวณรอบโรงแรม
ที่ดรีมโฮเทลภูเก็ต สระว่ายน้ำกว้างขวางดี มีเก้าอี้ให้นอนเล่นเยอะแยะเลย































ที่นี่จะมีสระว่ายน้ำ 2 ที่ ด้านล่างตรงกลางของโรงแรมกับที่ดาดฟ้า ซึ่งชั้นบนจะเป็นสระแนวยาว
ไม่กว้างมาก แต่ก็สามารถว่ายไปมาได้ มีเค้าท์เตอร์เครื่องดื่มให้ฟังนั่งจิบเบาๆ
ด้านบนวิวดีมาก เห็นภูเขาอยู่ลิบๆ



















และจุดเด่นที่เป็นจุดขายของที่นี่คือดรีมบีชคลับ ซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมประมาณ 5 นาที
จะมีรถตู้รับส่งจากโรงแรมทุกชั่วโมง สามารถแจ้งกับทางโรงแรมได้เลย
มาถึงก็แจ้งกับพนักงานว่ามาจากโรงแรม โดยบอกหมายเลขห้อง 
คนทั่วไปก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้





















สั่งเครื่องดื่มกับอาหารมากินเล็กน้อย ราคาก็แอบสูงตามสไตล์โรงแรม









อยู่บีชคลับถึงประมาณ 6 โมงเย็นก็กลับมาโรงแรม เล่นน้ำที่สระว่ายน้ำโรงแรมต่อ 
ตอนกลางคืนไม่มีคนเล่นเลย สบาย ชิวๆ











บรรยากาศของโรงแรมตอนกลางคืน เปิดไฟสวยดี





ตื่นเช้าก็ลงมากินข้าวเช้าที่ห้องอาหาร อาหารก็มีพอประมาณ แขกเยอะดี







เที่ยงก็เช็คเอ้าท์เตรียมตัวกลับ



ก่อนกลับก็ไปกินอาหารร้านดังของภูเก็ต ร้านหมอมูดง อาหารอร่อยมาก



เสร็จแล้วก็ขับรถไปที่บ้านของเจ้าของรถเช่า เพื่อให้เจ้าของไปส่งที่สนามบินเพื่อเตรียมตัวกลับ
เป็นทริปที่ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย 555 กิน นอน เล่นน้ำที่สระว่ายน้ำของโรงแรม
แค่นี้จริงๆสำหรับทริปภูเก็ตครั้งนี้...Smiley















Create Date : 30 พฤษภาคม 2560
Last Update : 30 พฤษภาคม 2560 17:29:11 น.
Counter : 971 Pageviews.

2 comment
หนีงานไปติดเกาะที่"Castaway Resort เกาะหลีเป๊ะ"


จองตั๋วโปรแอร์เอเชียข้ามปี ไปกลับกรุงเทพ-หาดใหญ่ คนละ 6xx บาท
ไปไฟลท์แรกเพราะถ้าสายกว่านั้นจะไม่ทันรถและเรือ เช็คอินที่สนามบินตี 5 ครึ่ง
เครื่องออก 6.30 น. ถึงสนามบินหาดใหญ่ 8.00 น. 
จองรถตู้และเรือสปีดโบ้ท์ของ Sealection ไปกลับในราคาคนละ 1400 บาท
ระหว่างรอรับกระเป๋า คนขับรถตู้ก็โทรมาบอกว่าถึงแล้วให้ออกมาได้เลย
ยืนรอสักพักก็ได้ขึ้นรถ ผู้โดยสารมีแต่ชาวต่างชาติทั้งนั้น มีคนไทย 4 คน
ระยะทางจากสนามบินถึงท่าเรือปากบาราใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม.
นั่งกันจนเบื่อ ระหว่างทางรถตู้จะจอดพักที่ปั้ม PT แห่งหนึ่งประมาณ 30 นาที
ไปถึงท่าเรือปากบาราประมาณ 10 โมงกว่า ก่อนเวลาที่คิดไว้เยอะมาก





ก็ไปเช็คอินที่เค้าเตอร์ รับสติ๊กเกอร์ติดหน้าอกและริบบิ้นมัดกระเป๋า
จากนั้นก็ไปหาข้าวหมกไก่และชาชักกินที่ร้านบังวร อยู่ตรงใกล้ๆท่าเรือเลย
เห็นเขาว่าเป็นร้านดังของที่นี่ รสชาดก็ใช้ได้ ชาชักเข้มข้นดี





หมดค่าเสียหายไป 110 บาท จากนั้นก็ไปซื้อของที่ 7-11 ตุนไว้ไปกินบนเกาะ
ซื้อน้ำเปล่าขวดใหญ่ไป 3 ขวด ขนม มาม่า ยาสีฟัน ฯลฯ ซึ่งไม่รู้ว่าจะหอบไปทำไมเยอะแยะ
ราคาบนเกาะก็ไม่ได้สูงเว่อร์มาก ถ้าไม่อยากหอบหิ้วให้หนัก ไปซื้อเอาบนเกาะจะสะดวกกว่า
อีกอย่างขนม มาม่า หอบไปก็ไม่ได้กิน เอากลับมากินที่บ้าน...
.
.
พอได้เวลาน้องพนักงานก็พาเดินมารอเรือที่ด้านในท่าเรือ ซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียมคนละ 20 บาท









แล้วก็เข้ามานั่งรอด้านใน รอเวลาเรือออกตอน 11.30 น.
ระหว่างนั้นน้องพนักงานก็จะเอาบัตรคิวลงเรือมาให้ถือไว้ เพื่อเวลาเรือมาจะได้ลงเรือตามลำดับ
ก็ดีนะไม่ต้องแย่งกันขึ้น ใครมาก่อนได้ขึ้นก่อนได้เลือกที่นั่งบนเรือก่อน





เวลา 11.30 น. เรือก็ออก ผู้โดยสารเต็มเรือเลย นั่งเรือยาวไปๆ 
ซึ่งจุดแรกที่จะแวะให้ลงไปเดินเล่น ถ่ายรูปคือ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา
ณ จุดนี้เราจะต้องเสียเงินค่าเข้าอุทยานคนละ 40 บาท เสียครั้งเดียวแต่เข้าได้ทุกเกาะ
หมายถึงว่าหากเราไม่เสียตรงนี้ เวลาเราถึงหลีเป๊ะ เราก็ต้องเสียที่หลีเป๊ะอยู่ดี
ไหนๆเสียเงินแล้ว และไม่เคยมา ก็ไปเดินเล่น ถ่ายรูป สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของที่นี่





เรือจะแวะที่ตะรุเตาประมาณ 15 นาที จากนั้นก็ไปแวะที่เกาะไข่ 
เกาะไข่ เป็นเกาะขนาดเล็ก เป็นเส้นทางเดินเรือระหว่างตะรุเตา-หลีเป๊ะ
ซึ่งที่เกาะไข่นี้จะมีซุ้มประตูหินที่เกิดเองตามธรรมชาติขนาดใหญ่
หรือที่เรียกกันว่า "ซุ้มรักนิรันดร" ว่ากันว่าคู่รักคู่ไหนมาต้องไปถ่ายรูปที่นี่
แต่นี่ไม่ได้สนใจซุ้มรักนิรันดรอะไรนี่เลย ที่ชอบคือน้ำทะเลใสแบบใสมาก
หาดทรายขาว เนียนนุ่ม เห็นแล้วอยากเล่นน้ำ ณ ตอนนั้นเลย







จากนั้นก็นั่งเรือมุ่งหน้าไปที่เกาะหลีเป๊ะต่อทันที โดยไม่แวะที่ไหนอีกแล้ว
ตอนเราไปโชคดีที่เรือไม่ต้องไปจอดที่ท่าเรือกลางทะเล เพราะเห็นหลายคนบอกว่า
ตอนมาแล้วเรือสปีดโบ้ทจะจอดที่ท่าเรือกลางทะเล แล้วนั่งเรือหางยาวเข้าไปต่อ
แต่คราวนี้สปีดโบ้ทไปจอดที่หน้าหาดเลย สะดวกดี



สปีดโบ้ทจะจอดหน้าหาดของบุหงารีสอร์ท ตรงจุดนี้จะมีเจ้าหน้าที่ของอุทยานมาคอยตรวจดูตั๋ว
หากใครยังไม่ได้จ่ายค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานจากตรงเกาะตะรุเตา ก็ต้องมาจ่ายที่นี่ คนละ 40 บาท
เราเสียตรงตะรุเตาแล้ว ตอนนี้ก็แค่ยื่นตั๋วให้เจ้าหน้าที่ดูเฉยๆ แต่ก็ต้องเก็บตั๋วนี้ให้ดีๆ ไว้เที่ยวที่อื่นอีก





รอรับกระเป๋าจากเรือสปีดโบ้ทเสร็จ ก็นั่งรถพ่วงรับจ้างเพื่อไปที่พัก
รถรับจ้างของที่หลีเป๊ะจะเป็นมอไซค์พ่วง ซึ่งคนขับเฟี้ยวมาก ซึ่งดี 555





อัตราค่าโดยสารตามนี้ คนละ 50 บาท



ระหว่างทางพี่คนขับก็แนะนำดี บอกว่าซอยนี้คืออะไร ถนนคนเดินไปทางไหน บลาๆ
แล้วก็มาถึงที่พักที่จะมาติดเกาะ 4 วัน 3 คืน ที่ "Castaway Resort" อยู่หาดซันไรซ์
ทางเข้าอาจจะไม่สวยงาม แต่พอเข้าไปถึงบริเวณรีสอร์ท เหยยยย สวยดีอะ ชอบเลย













ที่ Castaway แขกส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติกว่า 90% ที่เหลือจะเป็นคนไทยและเอเชีย
ไปถึงพนักงานก็ให้นั่งรอเพื่อเช็คอิน โดยมีเวลคัมดริ๊งค์เป็นน้ำตะไคร้ เย็นชื่นใจ













โดยทำการจองห้องพักกับทาง Lovely Satun Travel เพราะถูกกว่าหากจองกับเว็บโดยตรง
จริงๆก็ไม่ได้ถูกกว่าเท่าไรหรอก แต่แค่จองกับเอเจนซี่จะได้รับอาหารเช้า
หากจองกับทางเว็บของรีสอร์ทโดยตรงจะมีค่าอาหารเช้าเพิ่ม
โดยจองห้อง Big Garden View ไป 3 คืน ในราคา 9600 บาท รวมอาหารเช้า
แต่ตอนเช็คอินเกิดผิดพลาด เพราะพนักงานของรีสอร์ทแจ้งว่าราคานี้ไม่รวมอาหารเช้า
เลยต้องรีบทำการติดต่อไปยัง Lovely Satun Travel ทราบว่าทางสำนักงานที่กทม.
ไม่ได้ทำการประสานกับทางรีสอร์ทโดยตรงก่อน เลยทำให้เข้าใจผิดคลาดเคลื่อนกัน
แต่ทาง Lovely Satun Travel ก็ได้ทำการแก้ไขปัญหาให้โดยดีลกับทาง ซานอมรีสอร์ท
ซึ่งอยู่ติดกับ Castaway โดยให้เราไปกินอาหารเช้าที่นั่น 3 วัน 
ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีทีเดียว จากที่อาจจะทำให้เราเสียความรู้สึก
แต่เป็นการสร้างความประทับใจให้ในระดับหนึ่งเลย สำหรับการบริการของ Lovely Satun Travel
 .
.
เช็คอินเรียบร้อย พนักงานก็พาเดินมายังห้องพัก 
บ้านพักจะมี 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นห้องน้ำ ส่วนชั้นบนเป็นที่นอนและมีระเบียงหน้าห้อง
และชั้นล่างมีเปลให้นอนเล่น 2 อัน ถ้าเป็นห้องที่ติดทะเล จะฟินมาก



















ที่นี่ไม่มีแอร์ ไม่มีทีวี ไม่มีไวไฟ ไม่มีตู้เย็น ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น มีแต่พัดลมและมุ้ง
อยู่แบบดิบๆ อยู่กับธรรมชาติ อยู่กับอะไรดั้งเดิม ก็ฟินไปอีกแบบ



















พอเก็บของเสร็จก็เดินเล่นสำรวจบริเวณรีสอร์ท
ที่ Castaway จะมีสอนดำน้ำลึกด้วย และมีแพคเกจดำน้ำแถมฟรีห้องพัก
และแน่นอนว่าชาวต่างชาติสนใจกิจกรรมดำน้ำลึกกันมาก
เท่าที่อยู่มา 3 คืน จะมีเรือหางยาวพานักท่องเที่ยวต่างชาติออกไปดำน้ำทั้งวัน









มีโยคะ มีสปา มีนวด มีครบทุกอย่างเลยที่นี่



บริเวณด้านหน้ารีสอร์ท ติดทะเล จะมีห้องแบบบีชฟร้อท์ แพงสุดของที่นี่









ห้องพักแบบ Comfy ราคาถูกสุดของที่นี่ ไม่ติดทะเล อยู่ในโซนการ์เด้น





ที่นั่งเล่น นอนเล่น ปกติจะมีชาวต่างชาติมาจับจองที่กันแต่เช้าจนเย็นเลย



โดยเวลา 4 โมงเย็นถึง 6 โมงเย็นจะมีคอกเทล 1 ฟรี 1
คอกเทลของที่นี่รสชาดดีมาก แถมถั่วมาให้เคี้ยวเพลินๆ



พอค่ำๆ ก็ได้เวลาอาหารเย็น จึงได้เดินเท้าจากรีสอร์ทไปที่ถนนคนเดิน
ที่นี่ร้านนวดเต็มสองฝั่งข้างทาง ร้านอาหารทะเลก็เยอะ ร้านขายโรตีชาชักก็หลาย











ระหว่างที่หาร้านอาหารที่ยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะกินร้านไหน ก็เดินไปจนสุดทางถึงทางลงชายหาด
เดินเล่นชมวิวพระอาทิตย์ตก สวยดี







จนมาเจอร้านรักษ์เล ร้านอาหารที่คนมากินเยอะมากร้านหนึ่งของที่นี่
ด้วยความที่มีอาหารทะเลสดๆวางอยู่หน้าร้าน ติดป้ายราคาชัดเจน
แบ่งใส่จานเป็นเซ็ทๆตามราคา ซึ่งราคาก็สูงตามมาตรฐานเกาะหลีเป๊ะ
แต่ก็ไม่ได้สูงมากจนกินไม่ลง ส่วนรสชาด อร่อยใช้ได้เลย อาหารสดดี น้ำจิ้มแซ่บ







ตลอดเวลา 3 คืนที่หลีเป๊ะ อาหารเย็นจะต้องเดินมากินที่ร้านนี้ทุกวัน เพราะไม่รู้จะกินอะไร
ด้วยความที่กินครั้งแรกแล้วติดใจ เลยต้องมากินทุกวัน และเมนูที่สั่งซ้ำๆคือ กุ้งเผาและหอยนางรม









ของคาวอิ่ม ก็ต้องตามด้วยของหวาน มาที่เกาะหลีเป๊ะ สิ่งที่ขาดไม่ได้ต้องกินให้ได้เลย คือ โรตีและชาชัก ซึ่งเรามากินที่ร้านเตอร์บิลังสตูล เท่าที่กินมาหลายร้าน ร้านนี้อร่อยที่สุดแล้ว ชาชักเข้มข้นดี






กินอิ่มก็เดินกลับรีสอร์ท นอนหลับพักผ่อน เพื่อเตรียมตัวเที่ยวเกาะวันรุ่งขึ้น
.
.
เช้าวันที่ 2 บนเกาะหลีเป๊ะ อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เดินไปกินอาหารเช้าที่ซานอมรีสอร์ท ข้างๆกันเลย หลังจากเอเจนซี่ดีลเรื่องอาหารเช้าไว้ให้



จากนั้นประมาณ 9 โมง ลุงไข่ อภัยทัวร์ ที่เราจองเรือหางยาวนำเที่ยวรอบเกาะไว้ก็มารอเราที่หน้ารีสอร์ท (เอาเบอร์มาจากในพันธ์ทิพย์ เขาว่าลุงไข่ใจดีมาก)
ลุงแกมาตรงเวลาแบบเป๊ะๆเลย มาถึงก่อนแกก็โทรตาม แกก็มาจอดเรือรอเรา



แล้วลุงไข่ก็พาเราออกเที่ยวรอบเกาะ Let's Go











เรือของลุงไข่จะมีน้ำอัดลมและน้ำเปล่าให้กิน ซึ่งลุงเตรียมมาให้พร้อมทุกอย่าง
(ซึ่งมารู้ทีหลังว่าลุงแกไม่คิดเงินค่าน้ำเลย แกรวมอยู่ในค่าเช่าเหมาเรือแล้ว)



ผ่านอะไรที่น่าสนใจ ลุงก็จะจอดเรือแนะนำอย่างดี ให้ถ่ายรูปจนกว่าเราจะพอใจ ลุงจึงออกเรือไปต่อ







จุดแรกที่ลุงไข่พาแวะคือเกาะราวี เกาะนี้ลุงจอดเรือให้เล่นน้ำ ถ่ายรูปและกินข้าวกลางวัน ตอนที่เราไปโชคดีมากที่ยังไม่มีนักท่องเที่ยวมากัน
มีแค่เราสองคนบนเกาะ(ไม่รวมเจ้าหน้าที่ของอุทยาน)
ที่เกาะนี้จะมีเจ้าหน้าที่ขอดูบัตรผ่านอุทยานว่าเราจ่ายเงินหรือยัง
ถ้ายังเจ้าหน้าที่จะเก็บเงิน ให้เราเก็บตั๋วไว้ให้ดีๆ เพราะต้องให้เจ้าหน้าที่ดูทุกครั้ง







จุดเด่นของเกาะราวีคือหาดทรายที่ขาวสะอาด นุ่มเท้าและน้ำทะเลที่ใสกิ๊ง 
ความรู้สึกเหมือนอยู่มัลดีฟยังไงยังงั้น ฟินลืมเลยที่นี่





















อยู่เล่นที่เกาะราวีสักพักใหญ่ๆ เห็นนักท่องเที่ยวเริ่มมากันเยอะ เราก็ไปที่อื่นต่อ
จุดต่อไปที่ไปคือเกาะหินงาม ณ จุดนี้ก็จะมีเจ้าหน้าที่อุทยานคอยดูแลอยู่
ที่เกาะหินงามนี้จะมีป้ายตั้งไว้ว่าห้ามวางซ้อนหินกัน เพราะอาจเกิดอันตรายได้















จากนั้นก็ไปที่ร่องน้ำจาบัง จุดดำน้ำยอดฮิต





จนเวลาประมาณบ่าย 3 ลุงไข่ก็ถามอยากไปที่ไหนต่อมั้ย นี่ก็ไม่รู้จะไปไหน
เพราะไม่ดำน้ำ ชอบแค่เล่นน้ำ นอนลอยน้ำเล่นเฉยๆ
เลยบอกให้ลุงพากลับรีสอร์ทเลย 
ตอนออกมาจากรีสอร์ทว่าตื่นตาตื่นใจกับน้ำทะเลแล้วขากลับตื่นยิ่งกว่าอีก
เพราะทะเลสวยมาก น้ำใสกิ๊งเลย คิดว่าอยู่มัลดีฟ











มาถึงรีสอร์ทก็จัดการจ่ายค่าเหมาเรือหางยาวให้ลุงไข่ในราคา 1000 บาท
มารู้ทีหลังว่าลุงต้องหักให้ทางรีสอร์ทที่ลุงจอดเรือประจำอยู่ 500 บาท
ลุงได้ 500 บาท แถมค่าน้ำลุงก็ไม่คิดอีก ใจดีเกิ๊น
ลงจากเรือก็มานอนเล่นที่ชายหาดหน้ารีสอร์ท เจอน้องหมาเจ้าถิ่น
มานอนเป็นเพื่อน น่ารักชะมัด





วันที่ 3 บนเกาะหลีเป๊ะ วันนี้ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหน นอนเล่น นั่งเล่นที่รีสอร์ท
ด้วยความที่คืนก่อนฝนตก ลมพัดแรง ทำให้ตอนเช้าของวันที่ 3 น้ำทะเลใสมาก
คลื่นแรง อากาศดี วิวสวย ฟินสุดๆ เหมาะแก่การเล่นน้ำมาก



















ตอนบ่ายก็เดินไปที่ Serendipity รีสอร์ทสุดหรูของหาดซันไรซ์
ไม่มีปัญญามาพัก แต่ก็ขอกินอาหารซะหน่อยละกัน ไหนๆก็มาแล้ว























สั่งพิซซ่ากับกุ้งผัดซอสมะขาม และน้ำปั่นไป 2 แก้ว ราคาก็เกือบพัน สูงเอาเรื่อง 555









วิวจากด้านบน



ชอบตรงบริเวณรีสอร์ทนี้ เพราะเหมือนมีหาดส่วนตัว







บรรยากาศตอนกลางคืน นั่งจิบคอกเทลริมทะเล ฟินสุดๆ





วันที่ 4 วันสุดท้ายของการติดเกาะ ได้เวลากลับสู่โลกแห่งความจริง
ภาพจากในมุ้ง แทบจะไม่อยากตื่นนอนเลยจริงๆ



แต่ก็ต้องบอกลา Castaway Resort ซะแล้ว



9 โมงก็เช็คเอ๊าท์เรียกให้รถรับส่งมารับที่รีสอร์ทเพื่อไปส่งที่บุหงารีสอร์ท
เพื่อให้ทันขึ้นเรือสปีดโบ้ทรอบ 9.30 น. ซึ่งขากลับมาช้า ได้ขึ้นเรือคนสุดท้าย
หาที่นั่งไม่ได้ ได้นั่งท้ายเรือ เซ็งมาก...



บายนะเกาะหลีเป๊ะ แล้วจะกลับมาอีกแน่นอน ขอกลับไปทำงานหาเงินก่อน








Create Date : 25 มกราคม 2560
Last Update : 25 มกราคม 2560 22:25:34 น.
Counter : 1617 Pageviews.

1 comment
แหลมเกตอินฟินิท...บุฟเฟ่ท์ทะเลแบบไม่อั้น




 ด้วยความที่อยากกินร้านนี้มานานแล้ว ตั้งแต่ตอนเปิดร้านใหม่ๆ สมัยอยู่แถวอารีย์
ตอนนั้นหัวละ 555 บาท แต่ไม่ได้ไปกินซักที จนได้ข่าวว่าย้ายร้านมาอยู่ที่ใหม่
ไฉไลกว่าเดิม(เขาว่ามา) โดยย้ายมาอยู่ที่ชั้น 2 ตึก SJ Infinite ใกล้ห้าแยกลาดพร้าว
ใกล้ BTS หมอชิต เดินทางสะดวก เอารถมาก็มีที่จอดสบายๆเลย
.
.
แต่ก็ด้วยความโชคดีของตัวเองที่เล่นเกมในเพจ Ps story ได้รางวัลกินฟรี 1 ที่
ไปกับ"เค้าเอง"คนดีคนเดิม คนที่ชอบพาไปหาอะไรอร่อยๆกิน Smiley
ตกคนละ 333 บาท คุ้มเกินคุ้ม
.
.
หน้าตาวอชเชอร์ โหยยย สวยงามมาก นี่แค่วอชเชอร์ยังหรูขนาดนี้
เป็นการ์ดกระดาษอาร์ตมันแบบแข็ง ยังกะการ์ดเชิญการแต่ง 555





การจองก็คือโทรไปจองกับทางร้านโดยตรง แล้วทางร้านจะส่งข้อความ sms มาให้ทางโทรศัพท์
ซึ่งโอเคมากกับการจองร้านอาหารแบบนี้ มันดูเว่อร์วังดี แถมพอใกล้วันจะมี sms มาถามเราอีกครั้ง
ว่าเราคอนเฟิร์มที่จะมาทานตามวันและเวลาที่จองไว้หรือไม่ เราก็คลิ๊กคอนเฟิร์มไป
.
.
ร้านจะเปิดเป็นรอบ จำนวน 4 รอบ ได้แก่ 11.30-13.00,13.30-15.00
17.30-19.00 และ 19.30-21.00 ในราคาท่านละ 666 บาท กินได้ไม่อั้นในเวลา 90 นาที
มีเมนูให้เลือกทั้งหมด 24 เมนู+น้ำชาดอกไม้(ฟรี) หูยยย คุ้มมมมม
.
.
การตกแต่งร้านตั้งแต่ทางขึ้นบันไดเลื่อนยันในร้าน หรูหรา เว่อร์วีว่ามาก
มีพรมแดงให้เดินเข้าร้าน ยังกะมางานกาลาดินเนอร์ยังไงยังงั้น(แต่ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปมา)
มาถึงบริเวณด้านหน้าร้าน จะมีเค้าเตอร์ให้เราไปบอกชื่อที่จองกับพนักงาน
แล้วพนักงานจะให้เมนูซึ่งเหมือนหนังสือพิมพ์ แล้วเราก็ติ๊กเครื่องหมายลงไปในนั้น
พร้อมกับให้เซ็นสัญญาในการทานอาหาร ว่าถ้าหากเรากินเยอะเกินไปหรือแพ้อาหารทะเล
ทางร้านจะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น(เห็นบางคนบอกว่าตรงนี้ไม่ค่อยแฟร์เท่าไร)
แต่นี่ก็เฉยๆ เพราะเป็นคนที่กินได้ทุกอย่าง ไม่ค่อยแพ้อะไร ง่ายๆคือตะกละนั่นเอง 555
ระหว่างนั่งรอร้านเปิด ก็ถ่ายรูปบริเวณด้านหน้าทางเข้ามาเล็กน้อย 





แล้วเวลา 11.30 น. พนักงานก็ออกมาแจ้งว่าให้เข้าร้านได้ ก็เลยเข้าไป
เข้าไปเห็นจุดแรกคือสวยงามดีมาก กับการตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวเต็มร้าน



















แล้วก็มานั่งที่โต๊ะ อย่างแรกที่พนักงานมาเสิร์ฟคือน้ำจิ้มซีฟู๊ด น้ำจิ้มที่นี่อร่อยและแซ่บมาก





แล้วพนักงานก็มาเสิร์ฟอาหารจานแรก ซึ่งจะได้ทุกโต๊ะโดยที่ไม่ต้องสั่ง แต่คืออะไรก็ไม่รู้ แต่อร่อยดี



อาหารชุดแรกที่สั่งไปก็หลายอย่าง แต่ก็มีหลายอย่างที่ไม่ได้สั่ง เพราะกลัวกินไม่หมด
อย่างปลาทอดน้ำปลาก็ไม่ได้สั่ง เพราะเห็นมาเสิร์ฟทั้งตัว กลัวกินไม่หมด
ข้อดีของร้านนี้ที่ชอบก็คือ อาหารทะเลสดดี และเป็นบุฟเฟ่ท์ที่ไม่ต้องเดินไปตักเอง
นั่งสวยๆสั่งอยู่ที่โต๊ะ รอไม่เกิน 5 นาที พนักงานก็จะเดินมาเสิร์ฟถึงโต๊ะทันที
อาหารมาเร็วมาก เร็วจนไม่รู้จะกินอะไรก่อนดี 555























และไฮไลท์สำคัญที่โปรดปรานมากที่สุดคือ หอยนางรม มาแบบสดๆ มาเป็นรถเข็น
เป็นอย่างเดียวที่สั่งซ้ำไป 3 รอบได้ อยากกินมากกว่านี้แต่กลัวอึ๊ 555555







หอยตัวใหญ่ๆ สดๆ กินกับหอมเจียวและยอดกระถิน ราดน้ำจิ้มซีฟู๊ด หือออออ ฟินลืมมมม Smiley



ของคาวอิ่มก็ต้องมีของหวาน ตบตูดด้วยโรตีแบบกรอบและแบบนุ่ม



และไอติมชาไทย อร่อยดี



สรุปเป็นร้านบุฟเฟ่ท์อาหารที่อยากกลับไปซ้ำมากอีกร้านหนึ่ง เพราะอาหารสด สะอาด อร่อย
Smiley





Create Date : 10 มกราคม 2560
Last Update : 10 มกราคม 2560 15:15:53 น.
Counter : 1593 Pageviews.

0 comment
1 วันกับอาหาร 2 สัญชาติ ญี่ปุ่น(Kinshiro) สเปน(Tapas Y Vino)


ด้วยความที่ได้รับวอชเชอร์ฟรีจากเพจ 2 เพจเลยทำให้ได้ทานอาหาร 2 สัญชาติในวันเดียว
.
.
เริ่มจากร้านแรก Kinshiro (คินชิโร) ได้รับวอชเชอร์จำนวน 500 บาทจากเพจ wongnai
Kinshiro (คินชิโร) เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นจากนางาซากิ ตั้งอยู่โครงการ Rain Hill สุขุมวิท 47
โครงการ Rain Hill ตั้งอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าบีทีเอส ระหว่างสถานีพร้อมพงษ์และทองหล่อ
ร้านจะอยู่บริเวณชั้น 3 ของโครงการ มีที่จอดรถอยู่ชั้นใต้ดิน ทานอาหารแล้วประทับตาจอดฟรี
ภายในร้านจะมีแบบโต๊ะ หรือจะนั่งที่เค้าท์เตอร์ หรือจะห้องส่วนตัวก็มี
พนักงานต้อนรับดีมาก พูดจาดี อัธยาศัยดี ถ้าเป็นคนไทยไปทานจะได้รับการแนะนำอย่างดี
เราไปกัน 2 คนเลยได้นั่งแบบโต๊ะธรรมดา ติดกระจกมองเห็นรถไฟฟ้า
.
.
นี่คือหน้าตาของวอชเชอร์ที่ได้มาก มูลค่า 500 บาท ขอบคุณเพจ wongnai ค่ะ



บนโต๊ะก็จะมีอุปกรณ์ดังนี้ทุกโต๊ะ



เค้าท์เตอร์เครื่องดื่ม



น้ำชาแบบรีฟิล



เมนูที่นี่จะเป็นภาษาญี่ปุ่นซะส่วนใหญ่ แต่มีภาษาไทยกำกับอยู่ด้วย
ลูกค้าประมาณ 80% จะเป็นคนญี่ปุ่น พนักงานบอกว่าส่วนน้อยที่คนไทยจะมาทาน



สั่งชุดข้าวหน้าแซลมอน 1 เซ็ตกับข้าวหน้าปลาไหล 1 เซ็ตและเกี๊ยวซ่า 1 จาน













จริงๆมีแตงโมและน้ำส้มด้วย แต่ลืมถ่าย
และเนื่องด้วยคนข้างๆ กินไม่อิ่ม และอยากกินเนื้อเลยสั่งเนื้อมากิน
เป็นเนื้อ Thai French Chuck Roll Beef มากิน Sukiyaki
สั่งมา 1 ชุด 450 บาท ถ้าเนื้อวากิวจะแพงกว่านั้น



สักพักก็จะมีเชฟเดินเข็นรถเข็นออกมายืนข้างๆโต๊ะเพื่อทำให้เราทานทันที
ตอนแรกที่สั่ง คิดว่าจะทำแล้วมาเสิร์ฟที่โต๊ะทีเดียว ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้
เออ รู้สึกดี เหมือนได้กินทันทีที่เชฟทำเสร็จใหม่ๆ 



กินพร้อมไข่ดิบ ซึ่งคำแรกที่ได้กิน อื้อหือออออ หอมเนย หอมเนื้อ หอมมากๆ
เนื้อนิ่ม อร่อยแบบฟินสุดๆ นี่แค่เนื้อไทยนะ ถ้าเป็นเนื้อวากิวของญี่ปุ่นจะขนาดไหน







1 เซ็ตก็ได้หลายจานอยู่ กินคนเดียวก็จะอิ่มเกินไป กิน 2 คนน่าจะกำลังดี
เช็คบิลออกเสร็จสรรพประมาณ 13xx หักจากวอชเชอร์ 500 บาท
ก็ตกคนละ 4xx บาท ซึ่งก็โอเค รสชาดอาหารอร่อย โดยเฉพาะเนื้อวัว
ยังไงก็จะต้องมาซ้ำแน่นอนกับเนื้อวัวร้านนี้ อร่อยมากจริงๆ Smiley
...........
พอประมาณ 6 โมงเย็นก็ขับรถมาโรงแรม Pullman Grand Sukhumvit Bkk
เพื่อมาทานอาหารสเปน ที่ห้องอาหาร Tapas Y Vino ที่ได้รับวอชเชอร์ 1000 บาท
มาจากเพจ SOtraveler.com ขอบคุณมากค่ะ Smiley



ห้องอาหาร Tapas Y Vino (ทาปาส วาย วีโน) ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของโรงแรม ขึ้นบันไดเลื่อนมาเจอเลย



ไปถึงก็ 6 โมงเย็นพอดี ห้องอาหารเปิดตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป
เป็นแขกคนแรกของวันนี้เลย (รู้สึกตื่นเต้นจะได้กินอาหารสเปน 555)



บริเวณเค้าท์เตอร์ที่ทำอาหารของเชฟ ตอนไปจะเห็นเชฟ 2 คน แต่ไปๆมาๆ เหลือเชฟคนเดียว



โคมไฟของที่นี่สวยดี เหมือนเป็นเทียนมาปักไว้รอบๆ เข้ากับสีแดงของห้องอาหาร ดูร้อนแรงดี



ห้องอาหารที่นี่จะเน้นไวน์ซะส่วนใหญ่ เพราะไวน์เยอะมาก วางเรียงเต็มเลย



เรามาโต๊ะแรก ยังไม่มีแขกมาเลย





เมนูของห้องอาหาร จะมีแยกเป็นอาหารกับเครื่องดื่ม



สั่งคอกเทลเป็น Virgin Mojito ไป 1 แก้ว ราคา 190 บาท รสชาดดีใช้ได้เลย



สักพักพนักงานก็จะเสิร์ฟขนมปังทาด้วยมะเขือเทศ เหมือนจะเป็นออเดิร์ฟไว้กินเล่น
รสชาดก็โอเค แปลกๆดี เหมือนขนมปังฝรั่งเศสทาด้วยมะเขือเทศ เปรี้ยวๆเค็มๆ



สั่งอาหารไป 3 อย่างได้แก่ มินิแฮมเบอร์เกอร์ ชิ้นเล็ก ทานง่าย อร่อยดี





ไส้กรอกโชริโซ เสิร์ฟพร้อมกับมันบด อันนี้อร่อยดี ชอบเลยล่ะ



และแซลมอนย่าง (จำชื่อจริงไม่ได้ ยาวเกิน -*-) แต่อันนี้ก็อร่อย รสชาดดีมากอีกแล้ว



ตบท้ายด้วยของหวานอย่างชูโรส หรือปาท่องโก๋สเปน โรยเกล็ดน้ำตาล ราดด้วยซอสช็อคโกแลต
อันนี้เด็ดมากของที่นี่ อร่อยดี แป้งจะกรอบนอกนุ่มใน กินตอนร้อนๆ ฟินนนนน Smiley



รวมค่าเสียหายเบ็ดเสร็จประมาณ 16xx บาท หักจากวอชเชอร์ 1000 บาท 
ก็ตกคนละ 3xx บาท ก็โอเค ราคาก็สูงตามมาตรฐานอาหารโรงแรม
แต่ก็พอรับได้ ไม่ได้สูงเว่อร์อะไร รสชาดก็ดี ถือว่าเป็นการเปิดประสบการณ์กับอาหารสเปน
.
.
ขอบคุณเพจ Wongnai และ SOtraveler.com สำหรับวอชเชอร์
ทำให้ได้มากินอาหารดีๆ อย่าง 2 ร้านนี้ 
"ขอบคุณค่ะ"



Create Date : 15 ธันวาคม 2559
Last Update : 16 ธันวาคม 2559 13:52:58 น.
Counter : 395 Pageviews.

0 comment
พาพ่อแม่เที่ยวภูเก็ตแบบฟรีๆ บินฟรีกับนกแอร์ พักฟรีที่ Cape Panwa


เนื่องด้วยเมื่อช่วงวันแม่ที่ผ่านมาได้ร่วมเล่นเกมส์ใน instagram ของนกแอร์
เลยทำให้ได้รางวัลเป็นตั๋วเครื่องบินไปกลับกทม.-ภูเก็ต 2 ที่นั่ง
และที่พักจำนวน 3 วัน 2 คืน ที่โรงแรมเคปพันวา (Cape Panwa Phuket)
เลยถือโอกาสได้พาพ่อกับแม่ไปเที่ยวจังหวัดภูเก็ตด้วยเลย Smiley
.
.
เดินทาง 29 - 31 ตุลาคม 2559 ด้วยสายการบินนกแอร์ ที่สนามบินดอนเมือง
ไฟลท์เช้าสุดคือประมาณตีห้าครึ่ง ออกจากบ้านที่โคราชตอนเที่ยงคืนกว่า
สนามบินก็ประมาณตีสี่ (เอ่อะ..เช้าไปอี๊ก) Counter เช็คอินก็ยังไม่เปิด
เลยเดินเล่น นั่งเล่นรอไป ข้อดีของการบินไฟลท์เช้าคือคนน้อยมาก
ใช้เวลาเช็คอินไม่ถึง 10 นาทีเสร็จ เยี่ยมไปเลย Smiley
จากนั้นก็เข้ามานั่งรอข้างใน รอนานเลยคราวนี้ เกือบจะหลับ แอร์ก็เย็น





แล้วก็ได้เวลาขึ้นเครื่อง ก่อนหน้านี้เห็นโฆษณาของนกแอร์บอกว่าได้เปลี่ยนแพคเกจของว่างใหม่
เป็นกล่องใส่ขนมและน้ำดื่มข้างใน น่ารักดี เป็นลายนกเงือก รู้สึกว่าจะเปลี่ยนทุกเดือนเลยมั้ง



ถึงสนามบินภูเก็ตประมาณ 7 โมงเช้า ด้วยสภาพอากาศที่ฝนเพิ่งหยุด ชุ่มฉ่ำเลยทีเดียว
พอรับกระเป๋าเรียบร้อยก็โทรหารถเช่าให้มารับเพื่อไปทำสัญญาเช่ารถขับ
มาคราวนี้ได้ใช้บริการรถเช่าของ "ต้นรถเช่าภูเก็ต" เพราะเห็นว่าราคาไม่แพง
และเป็นข้าราชการไม่ต้องเสียมัดจำด้วย สบายไป เช่ารถ Honda Jazz 1.5
ราคาวันละ 900 บาท เช่า 3 วันก็ 2700 บาท จะมีเจ้าหน้าที่ขับรถมารับเราที่หน้าอาคารโดยสาร
เพื่อที่จะพาเราไปสำนักงานเพื่อทำสัญญาเช่ารถและตรวจสภาพรถที่จะเช่าที่นั่น
พอเซ็นสัญญาตรวจเช็ครถเรียบร้อยก็จ่ายเงินและออกเดินทางเที่ยวทันที
สำหรับการเดินทางในทริปนี้ที่ภูเก็ตนั้น ได้ตัวช่วยเป็น Google Map เปิดตลอดเส้นทางเลย



มาถึงแต่เช้าก็หิว อยากกินติ่มซำเจ้าดังของที่นี่ เลยเปิดแผนที่ให้พาไปที่ร้านจ่วนเฮี้ยง
ร้านตั้งอยู่ถนนชนะเจริญ ตรงข้ามกับโอเชี่ยนช็อปปิ้งมอลล์ คนเยอะเต็มร้านเลย
เราอยากกินอะไรก็ไปยืนชี้บอกพนักงานแล้วเขาจะยกมาให้เราที่โต๊ะ
(หิวมากเลยไม่ทันได้ถ่าย เหะๆ) ราคาไม่แพงเลย จะคิดตามราคาจานที่ใส่
กิน 3 คน กินจนอิ่ม หมดไปกว่า 4xx บาท





อิ่มแล้วก็หันไปถามพ่อว่าจะไปเที่ยวไหนต่อดี พ่ออยากไหว้พระ เลยเปิดแผนที่ให้พาไปยังวัดฉลอง
พอดีตรงกับวันเกิดพอดี เลยซื้อสังฆทาน ทำบุญวันเกิดซะเลย สบายใจไป
เมื่อคราวที่แล้วมาวัดฉลอง เห็นเขาจุดประทัดกันตู้มต้ามๆ แต่ไม่ได้จุด คราวนี้เลยจุดบ้าง





ที่สำคัญหากมาวัดนี้ต้องเข้าไปไหว้หลวงพ่อแช่มด้านใน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต





เห็นพ่อกับแม่ยิ้ม หนูก็มีความสุข*



จากนั้นก็ขับรถไปเที่ยวที่แหลมพรหมเทพต่อ









ได้เวลาบ่ายโมงก็หิว เลยขับรถไปทานอาหารที่ร้านวันจันทร์ ย่านเมืองเก่า





ได้มีโอกาสได้เที่ยวเยี่ยมชมเรือรบจากอินเดียที่มาจอดเทียบท่าอยู่ที่ท่าเรือน้ำลึกด้วย












ต่อจากนั้นก็ไปไหว้พระผุด ที่วัดพระทอง อำเภอถลาง วัดเก่าแก่ประจำจังหวัดภูเก็ต







พอตกเย็นก็ไปถนนคนเดินหลาดใหญ่ที่บริเวณย่านเมืองเก่า



ของกินเยอะแยะเต็มไปหมด ของขายก็ไม่เท่าไร ของกินจะเยอะกว่า
มีเด็กนักเรียนมาวาดรูปในหลวงด้วย สวยดีๆ



พอค่ำก็ได้เวลาเข้าที่พัก เพราะเที่ยวมาทั้งวันเริ่มเหนื่อย
จึงขับรถลงมาทางใต้ของจังหวัดภูเก็ต ไปยังแหลมพันวา เพราะโรงแรมอยู่ที่นั่น
ระหว่างทางจะมีการก่อสร้างขยายถนน น่าจะเป็น 4 เลนเพื่อสะดวกในการเดินทาง
โรงแรมเคปพันวา (Cape Panwa) ตั้งอยู่ตำบลวิชิต ใกล้ๆกับศรีพันวา
ทางขึ้นลงจะเป็นเนินซึ่งชันมาก ควรระมัดระวังในการขับรถและต้องใช้ความชำนาญมาก
.
.
แล้วก็เดินทางมาถึงโรงแรมเคปพันวา เย้ๆ Smiley
บริเวณที่จอดรถด้านหน้าทางเข้า รถไม่ค่อยเยอะเท่าไร







รถรับส่งแขกที่มาพักโรงแรม เพื่อไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ



เข้ามาเช็คอินที่ Counter จะเจอพนักงานต้อนรับซึ่งบริการดีมาก อัธยาศัยดี
ได้รับ Welcome Drink เป็นน้ำส้ม และผ้าเย็นไว้เช็ดมือ





ชอบปลาที่อยู่ด้านบน สวยดี ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในทะเล



นั่งรอสักพัก พนักงานก็จะเอาคีย์การ์ดและบัตรต่างๆมาให้
ได้คีย์การ์ด 2 ใบ ไว้เสียบทิ้งไว้ในห้องใบหนึ่งและพกติดตัวใบหนึ่ง
เพื่อเปิดไฟและแอร์ทิ้งไว้ กลับมาเมื่อไรก็จะเย็นสบายเมื่อนั้น
เราได้เป็นห้อง C302 จากเดิมรางวัลที่ได้เป็นห้อง Junior Suite
แต่พนักงานแจ้งว่าห้องดังกล่าวเต็ม เลยได้อัพเกรดเป็นห้อง Cape Suite ฟรี
ดีไปอี๊ก ได้พักฟรีแถมยังได้ห้องใหญ่กว่าเดิมด้วย Smiley





และที่น่าประทับใจอีกอย่างคือได้ดื่มซอฟท์ดริ๊งค์ฟรีคนละแก้วด้วย
เลือกได้จากไวน์ขาว ไวน์แดง เบียร์ และน้ำผลไม้





ได้เวลาเข้าหัองพักแล้ว...เปิดเข้ามาก็เจอโซฟาที่ทางโรงแรมปรับให้เป็นโซฟาเบดสำหรับท่านที่ 3



โต๊ะข้างโซฟาที่มีเวลคัมฟรุ๊ทวางต้อนรับอยู่





Welcome Fruit



ทีวีและวิทยุ 





เตียงนอนที่บอกได้เลยว่าดูดวิญญาณมาก ที่นอนนิ่ม หมอนนิ่ม ผ้าห่มอุ่น
นอนแล้วไม่อยากจะตื่นเลยจริงๆ









โต๊ะข้างเตียงที่มีโทรศัพท์และนาฬิกาปลุก



เดินมาสำรวจบริเวณตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง
มีรองเท้าแตะไว้ให้ใส่บริเวณรอบโรงแรมด้วย สะดวกสบายดีสำหรับแขกที่ไม่ได้เอารองเท้าแตะมา



กระเป๋าสะพายไว้สำหรับใส่ผ้าเช็ดตัวและอุปกรณ์ส่วนตัวเวลาลงไปเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำและชายหาด
และรองเท้าแตะไว้ใส่ในห้อง



ร่มและไม้แขวนเสื้อ



ชุดคลุมอาบน้ำและผ้าเช็ดตัวไว้ไปเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำหรือชายหาด





ตู้เซฟ



ถุงสำหรับใส่เสื้อผ้าที่ต้องการจะส่งให้ทางโรงแรมซักรีดให้



และโต๊ะเครื่องแป้ง มีไดร์เป่าผม กระดาษทิชชู่แบบกล่อง



มาสำรวจห้องน้ำกันบ้าง ห้องน้ำที่นี่กว้างขวางดี แยกฝั่งชัดเจน
ส่วนที่เป็นอ่างอาบน้ำด้านขวามือ ส่วนที่เป็นฝักบัวด้านซ้ายมือติดกับชักโครก
ส่วนอ่างล้างหน้าจะอยู่ตรงกลาง เปิดประตูเข้าไปเจอเลย







อ่างล้างหน้าที่นี่จะมี 2 อ่าง กระจกบานใหญ่มาก (แต่ไม่ได้ถ่ายมา)



อุปกรณ์ต่างๆในห้องน้ำมีครบ แชมพู ครีมนวดผม ครีมอาบน้ำ ครีมทาผิว 
หมวกคลุมผม คอตตอนบัดและสบู่







ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดมือ 



ออกมาสำรวจบริเวณเค้าท์เตอร์เครื่องดื่ม จะอยู่บริเวณทางเข้าติดกับประตู









หมอนอิงมีเยอะมาก น่าจะไว้ตรงโซฟา แต่ทีนี้ปรับเปลี่ยนเป็นโซฟาเบด



ออกมาสำรวจบริเวณระเบียงของห้องพัก เนื่องจากเป็นห้อง Cape Suite
เลยเหมือนมี 2 ห้องติดกัน ระเบียบจึงกว้างมาก ฝั่งหนึ่งเป็นอ่างจากุชชี่
อีกฝั่งเป็นเก้าอี้และเบาะไว้นอนเล่น







วิวสระว่ายน้ำจากระเบียงห้อง



เก็บของเสร็จเรียบร้อย ออกไปสำรวจบริเวณโรงแรมกัน
ชอบเคปพันวาตรงที่บริเวณโดยรอบของโรงแรมจะมีที่นั่ง โซฟาเยอะมาก
มีเกือบทุกมุมเลยก็ว่าได้ 









ชอบที่สุดก็มุมนี้แหละ



ที่นี่มีห้องพยาบาลด้วย และเจ้าหน้าที่ที่ประจำห้องพยาบาลก็สวยอีกแน่ะ



ลงมาบริเวณชั้น 1 จะเป็นห้องนั่งเล่นของโรงแรม Game Room



มีโต๊ะหมากรุก โต๊ะเกมส์ฟุตบอล ห้องเด็กเล่น โซฟาไว้นั่งดูทีวี โต๊ะตีปิงปอง











บริเวณสระว่ายน้ำ





เดินมาเรื่อยๆ ก็จะพบกับรถรางรับส่งจากด้านบนบริเวณโรงแรมไปยังด้านล่างเพื่อไปชายหาด







บริเวณที่นั่งรอรถราง



เดินมาถ่ายรูปบริเวณรอบๆโรงแรมไปเรื่อยๆ















ทางเดินไปยังบริเวณที่ยื่นออกไปทางทะเล เป็นอีกจุดหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของที่นี่





มีบริเวณที่เป็นที่นั่งเล่น มีชิงช้าและโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งชมวิวทะเล



จุดที่ใครมาพักที่เคปพันวา จะต้องมาตรงนี้เพื่อถ่ายรูปทุกคน



ห้องอาหารชื่อดังของที่นี่



ชายหาดของที่เคปพันวา น้ำทะเลก็ใสน่าเล่นในระดับหนึ่งแต่กิ่งไม้เยอะไปหน่อย 
หาดทรายก็ขาวดี ส่วนตัวดี





เห็นศรีพันวาอยู่ไกลๆ









เดินเล่นบริเวณชายหาดสักพักก็เย็น ออกไปหาทานอาหารเย็นข้างนอก กลับมาก็ไปดื่มเครื่องดื่ม
กันที่ Otter Bar's บาร์ของโรงแรม ที่ได้เครื่องดื่มฟรีคนละแก้ว







ตอนไปไม่มีแขกเลย โล่งมาก แต่บรรยากาศดีใช้ได้เลย เงียบๆ ส่วนตัวดี













เครื่องดื่มที่สั่งได้จะเป็นประเภทซอฟท์ดริ๊งค์ ไวน์ขาว ไวน์แดง เบียร์และน้ำผลไม้
เลยสั่งไวน์แดง 2 แก้ว และน้ำมะม่วง 1 แล้ว แถมด้วยถั่วและเม็ดมะม่วงหิมพาน 1 จาน





ดื่มเสร็จก็ได้เวลาพักผ่อนพอดี
.
.
ตื่นเช้ามาก็ได้เวลากลับแล้ว เก็บของเตรียม Check out ก่อนกลับก็ลงไปทานอาหารเช้า
ที่ห้องอาหารบริเวณชั้น 1 ใกล้สระว่ายน้ำ
ไลน์อาหารเช้าของที่นี่เยอะดี มีหลากหลายประเภท อาหารไทย อาหารฝรั่ง ขนมปัง
นม น้ำผลไม้ โยเกิร์ต ขนมจีบ สลัด ฯลฯ
ทาน 2 วันก็ไม่ครบซักที



























วิวสระว่ายน้ำตอนกลางคืน สวยและเงียบดี เป็นส่วนตัว แขกไม่ค่อยเยอะ จะเยอะตอนสายๆ
สระว่ายน้ำที่นี่ปิด 2 ทุ่ม ซึ่งดีมาก ปกติเห็นปิดไม่ 6 โมงเย็นก็ 1 ทุ่มทั้งนั้น







บริเวณล็อบบี้







บริเวณด้านหน้าทางเข้าเคป สปา



แล้วก็ได้เวลากลับ Checkout เสร็จเรียบร้อยก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังสนามบิน
ก่อนกลับก็ต้องแวะซื้อของฝากที่ร้านคุณแม่จู้ และแวะกินข้าวที่ร้านแหลมหินซีฟู้ดที่อยู่ติดกัน



จากนั้นก็คืนรถที่สำนักงานใกล้ๆสนามบินแล้วเจ้าหน้าที่ก็ขับรถมาส่งที่หน้าอาคารผู้โดยสาร
จบทริปภูเก็ตกับครอบครัวด้วยความสุขและสนุกสนาน ดีใจที่เห็นพ่อกับแม่มีความสุข







ขอบคุณนกแอร์สำหรับกิจกรรมดีๆแบบนี้ ที่ทำให้ได้รางวัลตั๋วเครื่องบินไปกลับ
และที่พักเคปพันวา 3 วัน 2 คืน เพราะถ้าไม่ได้รางวัล ก็คงไม่ได้มีโอกาสมาพักแน่นอน
ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง Smiley แต่เทียบกับการบริการแล้ว ก็สมราคาอยู่
พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใส ใส่ใจบริการดีมาก โรงแรมก็หรูหรา ประทับใจสุดๆ
.
.
ทริปหน้าหลีเป๊ะ เยะเฮ๊ะ Smiley



Create Date : 25 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 5 ธันวาคม 2559 15:02:39 น.
Counter : 913 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  

Valentine's Month



nikrem
Location :
นครราชสีมา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เป็นโซวอน รักโซชิ ชอบถ่ายรูป ชอบเที่ยว ชอบกิน
New Comments
Group Blog
All Blog