นิมิตฝัน



ย้อนเวลากลับไปเมื่อราว 20 ปีก่อน...ในคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ผมได้สะดุ้งตื่นจากภวังค์กึ่งหลับกึ่งตื่นในเวลาราวเที่ยงคืนพอดี หลังจากที่ผมได้นอนหลับไปตั้งแต่หัวค่ำ เนื่องจากผมได้นิมิตฝันเห็น "เทพทอง" ที่ได้ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางพิธีบวงสวงในใจกลางมหาปราสาทนครวัด แห่งอาณาจักรบายนที่ยิ่งใหญ่ ความงดงามของเทพทอง ที่มีร่างกายงดงามเปล่งปลั่งดุจดั่งทองคำ ที่นั่งอยู่บนแท่นหินขนาดใหญ่เพื่อชมนางอัปสรที่ร่ายรำอย่างอ่อนช้อย และเป็นจังหวะที่แสงจันทร์ให้คืนวันเพ็ญเดือน 12 ได้ทอดลงมาสู่ร่างของเทพทอง ก็ยิ่งทำให้เห็นเรือนร่างที่เปล่งประกายงดงามของเทพทองดุจองค์เทพจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เลยทีเดียว

ผมยังคงตกอยู่ในภวังค์หลังจากตื่นจากนิมิตฝัน เพราะภาพที่งดงามของเทพทอง ยังคงติดตาตรึงใจผม ราวกับตัวผมเองได้เข้าิอยู่ในพิธีบวงสวงที่ยิ่งใหญ่ในใจกลางมหาปราสาทนครวัดด้วยนั่นเอง เสียงดนตรีโบราณยังดังก้องอยู่ในหูทั้งสองข้างของผม ความงดงามของเหล่านางอัปสรมากมายยังคงร่ายรำอยู่ในจิตสำนึกของผมอย่างชัดเจน แววตาของเทพทองที่ฉายแววของความอบอุ่นและเอื้ออาทรเคลือบไปด้วยรอยยิ้มอย่างปราณี ยังคงชวนให้ผมรู้สึกหลงใหลในความงดงามของเทพทองอยู่ทุกลมหายใจเข้าออกของผม ทั้งๆ ที่ผมได้ตื่นจากภวังค์ไปได้สักครู่ใหญ่ิแล้ว

จากเวลาที่ผ่านไปยาวนานราว 20 ปี จนผมแทบจะลืมนิมิตฝันในคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 เมื่อครั้งนั้นไปเสียแล้ว แต่เมื่อ 7 วันที่ผ่านมานี้เอง ได้มีเหตุการณ์พิเศษทำให้ผมได้สะดุดใจตัวเองรำลึกถึงนิมิตฝันถึงเทพทองขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะได้มีหนุ่มรูปงามคนคนหนึ่งได้เข้ามาทำความรู้จักกับผม เขาผู้ซึ่งมีรูปหน้า แววตา และผิวพรรณงดงามดุจดั่งเทพทองในนิมิตฝันของผม เขามีความงดงามราวกับเทพทองได้จุติมาเกิดยังโลกมนุษย์แล้วก็ไม่ปาน ด้วยเหตุนี้ เขาจึงได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผมตัดสินใจเขียนเรื่องราวนิมิตฝันถึง "เทพทอง" ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง





ปฐมบทในนิมิตฝันของผม...ได้เริ่มต้นจากมีหญิงชราคนหนึ่ง ผู้ซึ่งเป็นหม้ายจากสามีมานานนับ 10 ปี และเขามีหน้าที่ต้องเลี้ยงดูบุตรชายคนเดียวของเขาตามลำพังชื่อว่า "คิมหันต์" ด้วยฐานะที่ยากจนจึงได้ไปจุดธูปจุดเทียนเพื่อขอพรจากองค์เทพในใจกลางปราสาทนครวัดว่า..ให้ตนเองมีโชคลาภ มีฐานะที่ร่ำรวยพอที่จะให้ตนเองและลูกชายคนเดียวได้ใช้ชีวิตที่สุขสบาย ไม่ต้องทนลำบากยากจนเหมือนในทุกวันนี้ แต่ในคำบนบานศาลกล่าวของหญิงชรานั้น ได้เอ่ยคำสาบานไว้ข้อหนึ่งว่า..ถ้าหากพรที่วิงวอนขอเป็นจริงขึ้นมา จะยินดีมอบทุกอย่างให้กับองค์เทพตามที่องค์เทพต้องการ

เวลาผ่านไปเพียงไม่นานหญิงชราผู้นั้นก็มีโชคลาภ ถูกล๊อตเตอรี่รางวัลที่ 1 และได้รับเงินหลายล้านบาท จนทำให้ชีวิตพลิกจากความยากจนสู่ความมั่งคั่งและมีชีวิตที่สุขสบายสมดั่งตั้งใจ แต่เมื่อหญิงชราได้มีฐานะที่ร่ำรวยสมความตั้งใจแล้ว ก็ได้ลืมคำสาบานต่อองค์เทพในใจกลางปราสาทนครวัดไปเสียสิ้น จนถึงคืนวันขึ้น 1 ค่ำเดือน 12 หญิงชราก็ได้หลับฝันไปเห็น "องค์เทพทอง" ได้มาทวงสัญญาตามที่หญิงชราได้ไปสาบานไว้ว่า...ให้หญิงชรานำบุตรชายคนเดียว ไปมอบให้กับองค์เทพทองหลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าก่อนคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ในปีนี้ หากไม่เช่นนั้นแล้วชีวิตของหญิงชราจะต้องพาลพบกับความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้เลยทีเดียว

หลังจากที่หญิงชราตื่นจากความฝันก็ได้เล่าเรื่องราวให้กับบุตรชายผู้เป็นที่รักดั่งดวงใจฟัง พร้อมกับเสียงสั่นเครือระคนไปด้วยความกลัวผสมกับการร้องไห้จนน้ำตาหนองหน้า ในห้วงเวลานั้นเอง "คิมหันต์" ผู้เป็นบุตรชายก็ได้เอ่ยปากบอกแม่ของตัวเองว่า...ผมยินดีจะเดินทางไปยังใจกลางปราสาทนครวัดในเวลาหลังพระอาทิตย์ลับของฟ้าก่อนคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ในปีนี้ ตามที่องค์เทพทองต้องการ ซึ่งการเปล่งวาจาเช่นนั้น ทำให้ผู้เป็นแม่ถึงกับหยุดร้องไห้คร่ำครวญ แล้วหันมาพูดคุยกับบุตรชายผู้เป็นที่รักดั่งดวงใจแทนว่า...ลูกไม่ไปได้ไหมแม่จะยอมสูญเสียทุกสิ่งแต่จะไม่ยอมสูญเสียลูกรักดั่งดวงใจของแม่ไป แต่บุตรชายก็ขอยืนยันที่จะเดินทางไปตามคำสาบานของผู้เป็นแม่โดยไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดๆ ทั้งปวง





ยามรุ่งสาง...ก่อนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 "คิมหันต์" ได้กราบเท้าคุณพ่อผู้บังเกิดเกล้าเพื่อขอลา และเดินทางสู่ใจกลางปราสาทนครวัดที่ยิ่งใหญ่ตามคำสาบานของแม่ และจากระยะทางที่ค่อนข้างยาวไกล ประกอบกับแสงแดดที่แผดจ้าตลอดวัน ทำให้คิมหันต์ต้องเหน็ดเหนื่อยอย่างมาก การเดินเท้าตามลำพังสู่มหาปราสาทที่ยิ่งของคิมหันต์ระคนไปด้วยความกล้าผสมผสานกับความหวาดกลัวไม่น้อย เพราะคิมหันต์ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองเลยว่า...จะต้องไปพบสิ่งเทพทองตามความฝันของแม่ผู้บังเกิดเกล้าจริงหรือไม่ แต่ถึงแม้ว่าคิมหินต์จะรู้สึกเหนื่อยอ่อนมากสักเพียงใด คิมหันต์ก็ไม่ย่อท้อที่จะเดินทางไปให้ถึงที่หมายเพื่อตอบแทนบุญคุณแม่ผู้ให้กำเนิดให้ได้

ราว 12 ชั่วโมงเต็ม "คิมหันต์" ก็เดินทางถึงใจกลางมหาปราสาทหินนครวัดตามตั้งใจ แต่ด้วยความเหนื่อยหล้าอย่างที่สุด คิมหันต์ก็นอนหลับไปบนแท่นหินที่ใจกลางปราสาทนครวัดนั่นเอง และขณะที่คิมหันต์ได้นอนหลับไปก็ได้หลับฝันเห็นองค์เทพทอง ได้ยื่นมือมาต้อนรับคิมหันต์ด้วยความปราณี พร้องทั้งเปล่งวาจาว่า...เจ้าไม่ต้องขลาดกลัว เพราะที่นี่คือดินแดนแห่งเทพทอง ผู้ซึ่งปกป้องมหาอาณาจักรบายนที่ยิ่งใหญ่ให้ยั่งยืนมั่นคง และจะไม่มีใครเข้ามาทำร้ายเจ้าได้นับจากวันนี้สืบไปตราบชั่วนิรันดร

ย้อนกลับมาถึงหญิงชรา...ที่ยังคงคร่ำครวญที่ตนเองต้องยอมให้บุตรชายผู้เป็นที่รักดั่งดวงใจเดินทางไปยังใจกลางมหาปราสาทนครวัดตามคำสาบาน หญิงชราร้องไห้โดยมีน้ำตาไหลพรากตลอดเวลาจนแทบจะเป็นสายเลือด หญิงชราร้องไห้จนสลบไปและได้มินิตฝันถึง "คิมหันต์" ผู้เป็นบุตรชายที่รักดั่งดวงใจ ภาพแห่งนิมิตฝันนั้นมีชายหนุ่มรูปงาม ที่มีผิวพรรณเปล่งปลั่งดุจดั่งทองคำ มีแววตาที่ยิ้มแย้มแจ่มใจฉาบไปด้วยความปราณีเต็มดวงใจ นั่งอยู่บนแท่นศิลาใจกลางมหาปราสาทนครวัด โดยข้างๆ ได้มี "คิมหันต์" ผู้เป็นบุตรชายที่รักดั่งดวงใจนั่งอยู่เคียงข้าง ซึ่งนิมิตฝันนั้นทำให้หญิงชราเปลี่ยนความความรู้สึกเศร้าโศกอาดูรย์ กลายเป็นความรู้สึกปลื้มปิติใจแทน ที่บุตรชายของตนได้อยู่เคียงข้างเทพที่งดงามซึ่งหญิงชราได้สรุปว่านั่นคือ "องค์เทพทอง" นั่นเอง





ยามดึกสงัดของคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ณ ใจกลางมหาปราสาทหินนครวัด ก็สว่างไสวไปด้วยแสงจันทร์สีทองอร่ามเรืองรองเต็มท้องฟ้า ทำให้พื้นที่ใจกลางมหาปราสาทสว่างไสวเจิดจ้า ราวกับไม่ได้เป็นเวลายามราตรีที่ดึกสงัดเลยแม้แต่น้อย ... เสียงดนตรีโบราณค่อยๆ บรรเลงขึ้นอย่างไพเราะจับใจ เหล่านางอัปสรมากมายต่างค่อยๆ ออกมาร่ายรำต้อนรับแสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ซึ่งความงดงามอ่อนช้อยของท่วงท่า ร่ายรำของนางอัปสร ได้สร้างความประทับใจต่อองค์เทพทองผู้เป็นประธานในพิธีบวงสวงในคืนวันเพ็ญปีนี้อย่างสูงยิ่ง แววตาขององค์เทพทอง ได้เคลือบฉาบไปด้วยความรู้สึกเบิกบานใจอย่างที่สุดเหนือที่จะบรรยาย ความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดขององค์เทพทอง ผู้ซึ่งได้รับของขวัญพิเศษจากหญิงชรา ที่ได้มอบบุตรชายผู้เป็นที่รักดั่งดวงใจมาให้ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 ในปีนี้ ก็ยิ่งทำให้บรรยายในยามดึกสงัดของคืนวันเพ็ญปีนี้น่าติดตาตรึงใจอย่างหาใดเปรียบมิได้เลยทีเดียว

"องค์เทพทอง" ผู้ซึ่งมีใบหน้าโค้งได้รูปอย่างพอเหมาะพอเจาะ จมูกของท่านเป็นสันงดงาม ประดับไปด้วยคิ้วโค้งดุจคันศร ครอบเหนือดวงตาที่แฝงไปด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นน่าหลงใหล ใบหูสองข้างมีรูปทรงสวยงามได้รูป ประกอบกับริมฝีปากบางเป็นกระจับดั่งภาพวาด เรือนร่างสูงโปร่งที่มีผิวพรรณเปล่งปลั่งงดงามดุจดั่งทองคำ องค์รวมของเทพทอง งดงามดุจองค์เทพได้จุติมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เลยทีเดียว ซึ่งยากนักที่จะมีใครสักคนเกิดมามีความงดงามสมบูรณ์พร้อมได้ถึงเพียงนี้ และถือเป็นบุญตาของผู้ที่ได้มีวาสนาได้พบเห็น และรับประกันได้ว่า...ความงดงามขององค์เทพทอง จะต้องติดตาตรึงใจผู้่ที่ได้พบเห็นไปจวบจนวันตายอย่างแน่นอน

ไม่นึกฝันเลยว่า...วันนี้ องค์เทพทองผู้ซึ่งได้บังเกิดขึ้นในนิมิตฝันของผมเมื่อราว 20 ปีก่อน ได้จุติมาเกิดยังโลกมนุษย์แล้วจริงๆ เขาผู้ซึ่งงดงามดุจดั่งเทพทองอย่างสมบูรณ์แบบ แววตาของเขาเปล่งประกายไปด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความปราณีอย่างเต็มหัวใจ รูปคิ้วที่โก่งดุจคันศรที่ครอบเหนือดวงตาทั้งสองข้างของเขาช่างชวนให้รู้สึกน่าหลงใหลยิ่งนัก ใบหูที่งดงามได้รูป ประกอบกับจมูกที่เรียงเป็นสันอย่างงดงามลงตัว มาจรดกับปากที่เป็นกระจับอย่างลงตัวที่สุด ไม่น่าเชื่อเลยว่า...ชีวิตนี้ผมจะได้มีโอกาสได้เจอกับองค์เทพทองตัวจริง เขาได้เข้ามาทำให้ชีวิตของผมได้เกิดแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่แรงบันดาลใจที่เคยมีได้หมอดไหม้ไปนานหลายปีแล้ว ผมต้องขอขอบคุณฟ้าดินที่เอื้อโอกาสให้ผมได้เป็นมิตรที่ดีของเทพทองในชีวิตจริงในวันนี้ และผมขอให้คำมั่นว่า...ผมจะรักษามิตรภาพที่ดีของเราให้ดียิ่งๆ ขึ้นสืบไป



Create Date : 14 ตุลาคม 2556
Last Update : 14 ตุลาคม 2556 20:02:39 น.
Counter : 3052 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

บุษบาเสี่ยงเทียน
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ตุลาคม 2556

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
14 ตุลาคม 2556
  •  Bloggang.com