สิ่งทอ คือ วิทยาศาสตร์บนพื้นฐานของศิลปะ

เคล็ดลับแม่บ้าน ทำอย่างไรซื้อเสื้อมาแล้วสีตก....

เคยเป็นมั้ยครับ ซื้อเสื้อตัวโปรดมาราคาอย่างแพงเลย....ปรากฏว่าสีตก แถมไม่พออีก ดั๊นไปตกใส่เสื้อราคาแพงอีกตัวนึง...เจอปัญหาแบบนี้แล้วรู้สึกเครียดอยาก ขว้างเสื้อที่สีตกใส่หน้าพ่อค้า-แม่ค้า คิดก็ไม่ตกอุตส่าห์ตัดสินใจซื้อเสื้อตั้งนาน....พอซักครั้งแรกไม่ทันใส่ก็ทำ ตัวอื่นเจ๊งไปด้วย

+ ไปขโมยรูปเค้ามาอ่านะ



สีตก คือ อะไร?....

+ ปรากฏการณ์นี้เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดการเคลื่อนตัวของสีย้อมจากวัสดุสิ่งทอ ที่มีสี ไปยังวัสดุที่อาจจะมีสีอยู่แล้ว หรือ ไม่มีสีเลยก็ได้ ซึ่งปรากฏการณ์นี้จะไม่พึงปารถนาอย่างมาก....



หลักการทำให้สีไม่ตก....?

ง่ายๆที่สุด ก็ในเมื่อเรารู้ว่าสีตกนั้นจะเกิดจากน้ำเป็นตัวกลางในการพาสีจากชิ้นสีออกมา ดังนั้นถ้าเราำทำให้สีไม่ละลายน้ำออกมา การที่สีจะตกนั้นก็เป็นไปไม่ได้ แต่ก็นะ เหมือนกับการสั่งเด็กอ่อนไม่ให้ร้องไห้น่ะแหละ...

+ ก็มีการดัดแปรสีที่สามารถละลายน้ำได้ในสภาวะการย้อมแล้ว ไม่ละลายน้ำในสภาวะหลังย้อม ถ้ามีการใชสีกลุ่มนี้ เราก็คงไม่เจอเสื้อสีตกใช่มั้ยครับ ดังนั้น ถ้าเสื้อเราสีตกก็คงไม่ใช่เพราะเค้าย้อมสีที่ดีขนาดนั้น....

+ ดังนั้นจึงต้องลดความสามารถในการละลายน้ำของสีย้อม....


สีเคลื่อนตัวโดยที่น้ำเป็นตัวกลาง.....?
นั่นก็หมายควาว่า ถ้าไม่มีน้ำ หรือ ผ้าแห้งก็ไม่มีทางสีตกเลยใช่มั้ย คำตอบก็คือ ใช่ แต่คราวนี้คงจะเป็นไปไม่ได้ว่าจะไม่มีน้ำเข้ามาเกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่างๆ ที่เราทำเป็นกิจวัตร ไม่ว่าจะเป็นการซักล้างเสื้อผ้า การที่เหงื่อออกขณะสวมใส่ เป็นต้น ซึ่งคำว่าสีตกนั้น มาจากคำว่า "ความคงทนต่อการเปียก (Wet fastness)" ต่ำ ซึ่งความคงทนต่อการเปียก หรือ Wet fastness เนี่ย ในทางสิ่งทอก็มีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น

1. Washing fastness (ความคงทนต่อการซัก) โดยการซักผ้าสีตัวอย่างและผ้าขาว ก็จะมีการทดสอบสภาวะต่างๆกัน ขึ้นอยู่กับความเคี่ยวของลูกค้า...ไม่ว่าในน้ำซักจะมีสารซักฟอกเกรดใด มีสารฟอกขาวหรือไม่ มีด่างหรือไม่ บางมาตรฐานดันให้ใส่ลูกเหล็กลงไปด้วย อุณหภูมิที่ใช้ทดสอบมีตั้งแต่ 40 - 90 องศาเซลเซียส เหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับความกรุณาของลูกค้าทั้งหลาย...

2.Perspiration fastness (ความคงทนต่อเหงื่อ) คนเราก็มีเหงื่อทั้ง 2 แบบทั้งเหงื่อกรด (ก็ที่ว่าเหงื่อเปรี้ยว ใส่เงิน ทองก็จะสุกใส) และ เหงื่อเบส (หรือว่าเหงื่อเค็มที่ใส่ เงิน ทอง แล้วก็จะดำปึ๊ด) การทดสอบก็ต้องทำเหงื่อเทียมจากสารละลายของ L-Histidine ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่เป็นองค์ประอบของเหงื่อ โดยที่จะปรับ pH ให้เป็น 8 ด้วย NaOH หรือ 5.5 ด้วย HCl เป็นต้น ก็จะทดสอบทั้ง 2 สภาวะ...

3. Wet rubbing fastness (ความคงทนต่อการขัดถูที่เปียก) ก็มักจะเป็นปัญหาโดยเฉพาะสีที่มี Rubbing fastness ต่ำ เช่น indigo ที่เป็นสีย้อมยีนส์เดอนิมที่วัยรุ่นสมัยนี้นิยมกันนักกันหนา ซึ่งการทดสอบแบบนี้ก็มักจะมีโลหะที่มี Load แน่นอนในการถู โดยกำหนดรอบในการถูให้เท่ากันทุกครั้งก็จะทำให้ประเมินความคงทนได้....

4. และอื่นๆ ที่ไม่ค่อยนิยมกันนะครับ ก็ขอข้ามเลย....

การ ให้คะแนนความคงทนต่อการเปียก มีคะแนนตั้งแต่ 1 - 5 โดยที่ 1 แย่ที่สุด (ชิ้นสีจะเกิดการตกจนสีอ่อนลงกว่าเดิมเกิน 50% และชิ้นขาวที่ซักด้วยจะมีสีเข้มเท่ากับชิ้นสี) และ 5 ดีที่สุด (ชิ้นสีไม่เปลี่ยนแปลงเลย และชิ้นขาวยังคงขาวตามเดิม)


คราวนี้เรามาดู ภูมิปัญญาท้องถิ่นเดิมๆ นั่นก็คือ การแช่น้ำเกลือ.....มันได้ผลจริงมั้ย?...

+ ด้วยความว่า มันเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นดั้งเดิม ดังนั้นเกลือที่ใช้ก็ควรจะเป็นเกลือจากธรรมชาติ หรือ เกลือทะเล ซึ่งมีอิออนของแคลเซียมและแมกนีเซียมเจือปน ดังนั้นด้วยความว่าอิออนเหล่านี้มีวาเลนซ์เท่ากับ +2 เมื่อละลายน้ำ ดังนั้นมันจึงสามารถที่จะลดความสามารถในการละลายน้ำของสีได้ แม้ว่าจะนำมาล้างน้ำอ่อนอีกครั้ง...ส่วนเกลือสมัยใหม่พวกเกลือปรุงทิพย์ที่ บริสุทธิ์เหลือเกิน ก็จะมีแต่อิออนของโซเดียมซึ่งมีวาเลนซ์เท่ากับ +1 ซึ่งเท่ากับว่าเกลือของสีที่เป็นปรจุลบก็จะมีแค่อิออนของโซเดียมมาเป็นอิออ นคู่ตรงข้ามเท่านั้น ดังนั้นพอนำมาซักด้วยน้ำอ่อนอีกครั้งอิออนของโซเดียมก็จะหลุดออกมาและละลาย น้ำออกมา สีก็ยังคงตกอยู่

+ ดังนั้นเพื่อเป็นการใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์ก็ใช้สารที่ให้อิออนของแคลเซียม หรือ แมกนีเซียม (จากดีเกลือ หรือ จากเจี๊ยะก่อ) โดยตรงเลย หรือ อาจจะใช้อิออนของโลหะที่มีวาเลนซ์มากกว่า +2 เช่น อลูมิเนียมที่มีวาเลนซ์เป็น +3 จากสารส้มก็จะให้ผลดียิ่งขึ้น...แต่มักจะทำให้สีนั้นเกิดการเพี้ยน...
เนื่องจากเกิดการ localisation ของอิเล็กตรอนที่เข้าสู่สภาวะเร้านั้นเปลี่ยนไป แน่นอนครับ ก็ทำให้สีนั้นเกิดการเพี้ยน (Shade change) แม้กระทั่งในอุตสาหกรรมที่มีการใ้ช้ Copper sulfate (จุนสี) หรือ Sodium dichromate ซึ่งให้ผลในการทนซักที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และอีกทั้งยังทำให้ความคงทนต่อแสงดีขึ้นอีกด้วย แต่ปัญหาสีเพี้ยนก็ยังเป็นปัญหาสำหรับนักย้อมสี เพราะกว่าจะย้อมสีให้เหมือนตามที่ต้องการก็แทบจะรากเลือดแล้ว ดันยังต้องมาให้สีเพี้ยนเพราะขั้นตอนกันตกนี่คงจะไม่ใช่เรื่องสนุกเลย....


เพื่อความสะดวกใจที่ใช้งานแล้วสีไม่เกิดการเพี้ยนของ สี นักเคมีจึงพยายามหาสารที่เรียกว่า "สารกันตกที่มีประจุบวก (Cationic fixing agent)" ช่วยได้ โดยวิธีนี้จะสะดวกและทำให้สีเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่มาก แต่อย่างไรก็ตามทำให้สีที่เกิดขึ้นนั้นมีความคงทนต่อแสงที่ต่ำลง และเมื่อทำการกันตก (fix) แล้วควรทำซักออกเบาๆด้วยน้ำอุ่นๆ เพื่อให้สีเกิดการเลี้ยงผลึกที่ไม่ละลายน้ำ ก็จะทำให้ความคงทนต่อการซักดีขึ้นและไม่ทำให้เกิดการซีดแดดง่ายด้วย และนี่เป็นกลไกในการจับสีด้วยสารกลุ่มนี้...


แต่สารกลุ่มนี้ก็นะ จะหาซื้อตามท้องตลาดก็คงไม่ได้ง่ายนัก ก็ขอแนะนำผลิตภัณฑ์กันตกที่น่าจะซื้อกันได้ง่าย....ก็ ได้แก่ ไดล่อน น้ำยาป้องกันสีตก Dylon Colour Seal ซึ่งผมต้องออกตัวไว้ก่อนว่าไม่ได้ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับผู้จำหน่ายใดๆ เพียงแต่มาแนะนำบางอย่างที่ไม่ได้หาซื้อได้ง่าย อย่างน้อยก็ได้ชื่อไปหาเองในกุ๊กเกิลล่ะครับ

+ นี่เป็นวิธีการใช้งานนะครับ


คราวนี้ เอาล่ะสิ ไอ้สีที่จะตกก็ป้องกันได้แล้ว แต่คราวนี้จะแก้ไขกันได้ยังไงเนี่ย กับเสื้อสีอ่อนที่โดนเปื้อนไปแล้ว ตัวนี้ก็ยังรักอยู่.....ด้วยความว่าสีมันดันละลายน้ำออกมาได้ เวลามันจะหลุดออกมา แต่พอมาเกาะบนผ้าใหม่นี่ดันไม่ยอมออกง่ายๆ เหอๆ เอาเป็นว่าต้องออกแรงชักเย่อแย่งสีกับผ้าก็แล้วกัน....

+ วิธีที่แม่บ้านที่สุดแล้ว คือ การใช้เจลแต่งผมที่มีส่วนผสมของ Polyvinylpyrollidone หรือ PVP ไม่ใช่ PVC หรือ PVA นะครับ...ขอเน้นๆๆ เนื่องจาก PVP นั้นละลายน้ำได้ดีมาก และมีประจุบวกที่แรงมาก พอที่จะชักเย่อสีออกมาได้


แต่ถ้าคิดถึง Dylon ซึ่งก็เป็น บ.ที่พยายามเอาเคมีทางด้านสิ่งทอมาขายให้กับผู้ใช้งานโดยทั่วไป ก็แนะนำตัวนี้ ไดล่อน ยาขจัดคราบสีตก สำหรับผ้าสีและขาว (ซักเครื่อง) Dylon Colour Safe Colour Run Remover ซึ่งก็เหมาะสมเลยทีเดียว ซึ่งผมต้องออกตัวไว้ก่อนว่าไม่ได้ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับผู้จำหน่ายใดๆ เพียงแต่มาแนะนำบางอย่างที่ไม่ได้หาซื้อได้ง่ายอีกครั้งนะครับ


แล้วถ้าเอาสีที่เปื้อนออกไม่หมด ในกรณีที่เป็นผ้าขาวก็สามารถใช้สารฟอกสี ซึ่งไม่แนะนำไฮเตอร์และออกซีแมกซ์ครับ เพราะสีกลุ่มนี้มักจะทน Oxidising agent มาก แต่มักจะไม่ทนต่อ Reducing agent ดังนั้น ถ้าใครพอจะหาซื้อสารเคมีเหล่านี้ได้ ก็แนะนำสารในกลุ่มของ Sodium hydrosulphite หรือ Sodiumformaldehyde sulfoxylate หรือ Thiourea dioxide ได้ เพราะกลุ่มเหล่านี้สามารถสลายตัวให้ Sulphinate anion ซึ่งสามารถรีดิวซ์สีได้เป็นผลดี


แต่ก็อย่างว่า หลายคนก็ไม่สามารถหาซื้อสารเหล่านี้ได้ตามท้องตลาดก็แนะนำ Dylon เจ้าเก่านะครับ...แอ่น แอน แอ๊น....ไดล่อน ไดล่อน ยาฟอกขาวชุดชั้นใน Dylon Lingerie Whitener ตัวนี้ก็ใช้ดีครับ..แต่อ่านดูผมไม่ได้ใช้ผิดวัตถุประสงค์นะ แต่เบสเคมีมันก็เป็นสารกำจัดสีชนิดรีดิวซ์เหมือนกันกับข้างต้นครับ




 

Create Date : 10 สิงหาคม 2552   
Last Update : 10 สิงหาคม 2552 13:04:40 น.   
Counter : 43061 Pageviews.  
Share to Facebook

ทำ universal indicator pH 4-10 ใช้เอง

สูตรผสม สำหรับ universal pH 4-11 โดยที่ (อันนี้สูตรผมนะ ถ้า indocator ไม่บริสุทธิ์พอ ต้องปรับสูตรนะครับ)
pH 4 (หรือต่ำกว่า) สีแดง
pH 5 สีส้ม
pH 6 สีเหลือง
pH 7 สีเขียวอ่อน
pH 8 สีเขียวเข้ม
pH 9 สีน้ำเงิน
pH 10 (หรือสูงกว่า) สีม่วง
สูตรตามนี้เลย
Methyl Orange 0.025 g

Methyl Red 0.075 g

Bromthymol Blue 0.25 g

Phenolphthalein 0.25 g


95% Ethanol 450 ml
ละลายจนหมด เติมน้ำกลั่นจนครบ 1000 ml นะครับ

แล้วนำมาหยดหาค่า pH ตามเสกลนี้เลยครับ




 

Create Date : 28 กรกฎาคม 2552   
Last Update : 28 กรกฎาคม 2552 15:50:41 น.   
Counter : 3528 Pageviews.  
Share to Facebook

ทำไมยาแดงต้องเป็นสีแดง

วัตถุดิบหลักที่เอามาทำยาแดงก็คือ Merbromin (ชื่อทางการค้า Mercurochrome, Merbromine, Sodium mercurescein, Asceptichrome, Supercrome และ Cinfacromin) เป็นสารฆ่าเชื้อภายนอก ใช้สำหรับาดแผลสด เป็นสารอินทรีย์ที่มีปรอทอยู่ในโครงสร้างซึ่งเป็นอนุพันธ์ของ fluorescein มีขายทั่วไปในหลายประเทศ แต่สำหรับสหรัญอเมริกามีคำสั่งห้ามใช้ เนื่องจากมีปรอทเป็นองค์ประกอบ



การใช้งาน
Merbromin เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นยาแดงที่ใส่แผลสด เมื่อมีการทาลงบนผิวก็จะทำให้เห็นรอยสีแดงเข้ม ทำให้การตรวจสอบรอยแผลนั้นเป็นไปด้วยความยาก และนอกจากนั้นยังใช้เป็นสีที่ใช้ทำเครื่องหมายบนเนื้อเยื่อที่ต้องการดู และในทางอุตสาหกรรมก็สามารถใช้หารายตำหนิที่ผิวของโลหะเหมือนกับสีที่มีโลหะ เป็นองค์ประกอบอื่นๆ
ยาแดงก็ผสมได้จาก merbromin 2% แล้วทำการละลายด้วยแอลกอฮอลล์หรือน้ำจนครบ (หรือจะผสมกันก็ได้)
สมบัติในการฆ่าเชื้อของมันค้นพบโดย doctor Hugh H. Young แห่งโรงพยาบาล Johns Hopkins ในปี คศ. 1919 และได้ีรับความนิยมในการใช้งานโดยแพทย์และผู้คนตามบ้าน และนอกจากนั้นมักจะมีติดในห้องพยาบาล รร. ส่วนใหญ่ด้วย




 

Create Date : 27 กรกฎาคม 2552   
Last Update : 27 กรกฎาคม 2552 13:58:02 น.   
Counter : 7835 Pageviews.  
Share to Facebook

Glow in the dark pigment.....

Strontium aluminate (SRA, SrAl, SrAl2O4) หรือ สตรอนเทียมอลูมิเนต

เป็นของแข็งไม่มีกลิ่น ไม่ติดไฟ เป็นผงสีเหลืองอ่อน และมีความถ่วงจำเพาะมากกว่าน้ำ เป็นสารที่เฉื่อยต่อต่อเคมีและสิ่งมีชีวิต เมื่อถูก dope ด้วย Dopant ที่เหมาะสม เช่น europium ก็จะกลายเป็น SrAl2O4:Eu ก็สามารถทำให้เป็นสารที่สามารถเรืองแสงในที่มืดได้โดยที่มีระยะเวลาการเปล่า งแสงที่นานขึ้น มี CAS number คือ 12004-37-4

สารตัวนี้มีสมบัติในการเปล่งแสงที่ดีกว่า copper-activated zinc sulfide ถึง 10 เท่า ระยะเวลาในการเปล่งแสงก็นานกว่า 10 เท่า และราคาก็แพงกว่า 10 เท่าเช่นกัน มักจะใช้ผสมในของเล่นที่เรืองแสงได้ มีการนำมาใช้งานแทน copper-activated zinc sulfide แต่อย่างไรก็ตาม ชิ้นงานที่ได้จะมีความแข็งสูงอันจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดการเสียดสีกับเครื่อง จักรได้ ดังนั้นจึงต้องใช้สารหล่อลื่นที่เหมาะสมเติมลงไปในชิ้นงานพลาสติกด้วย

สารนี้เรืองแสงออกมาเป็นสีเขียวและฟ้าอ่อนได้ สีเขียวจะให้ความสว่างสูงกว่าในขณะที่สีฟ้าอ่อนจะให้ระยะ้วลาเปล่งแสงที่ ยาวนานกว่า ความยาวคลื่นแสงที่สามารถกระตุ้นสารนี้ได้จะเป็นแสง UV ที่มีความยาวคลื่นในช่วง 200 - 450 nm โดยที่แสงที่เปล่งออกมาจะมีความยาวคลื่น 520 nm (สีเขียว) และ 505 (สีฟ้าอมเขียว) และแสง 490 nm (สีฟ้า) ซึ่งแสงที่มีความยาวคลื่นมากกว่าอาจจะพบได้จาก strontium aluminate อย่างเดียวเช่นกัน แม้ว่าความสว่างที่ได้อาจจะต่ำกว่า

ความยาวคลื่นแสงที่เปล่งออกมาขึ้นอยู่กับโครงสร้าง ภายในผลึก การเพิ่มประสิทธิภาพนั้นสามารถทำได้ขณะกระบวนการผลิต (เช่น ลดความดันบรรยากาศ การปรับอัตราส่วนของสารตั้งต้น การเติมคาร์บอนหรือสารประกอบ rare-earth halides ได้

สารเปล่งแสงที่ได้จาก Strontium aluminate จะถูกทำลายที่อุณหภูมิ 1250 C ซึ่งการได้รับอุณหภูมิที่สูงกว่า 1090 C จะเป็นสาเหตุทำให้สมบัติในการเรืองแสงลดลงได้

ความเข้มของแสงที่เปล่งออกมายังขึ้นอยู่กับขนาดของอนภาคด้วย โดยปกติอนุภาคที่มีขนาดใหญ่กว่าจะเปล่งแสงได้สว่างกว่าด้วย

Strontium aluminate ขายในรูปของสีที่เรืองแสงได้ในที่มืดในท้องตลาดชื่อ Super-LumiNova หรือ NoctiLumina ด้วย

ที่มา วิกิพีเดีย
แปล in-situ



แต่ก็มีการผสมกับสารอื่นๆเพื่อให้ได้สีตามที่ต้องการนะครับ ไม่ได้เรืองเฉพาะสีเขียวอย่างเดียว




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2552   
Last Update : 21 กรกฎาคม 2552 14:21:16 น.   
Counter : 3049 Pageviews.  
Share to Facebook

ปรากฏการณ์แดดเลียสี

ความคงทนของสีที่มีต่อแสงก็เป็นปัจจัยสำคัญครับ เพราะถ้าแดดเลียบ่อย แต่สีทน สีก็ไม่ซีด แต่ถ้าสีที่ไม่มีความคงทนต่อแสงสูง สีก็ก็จะซีดง่ายครับ คราวนี้ความคงทนต่อแสงของสีนี่ ก็มีปัจจัยหลายๆประการ ตั้งแต่
1. โครงสร้างทางเคมีของสี ถ้าโครงสร้างทางเคมีของสีมี chromophore ที่เป็น linear ก็จะมีความคงทนต่อแสงน้อยกว่าสีที่มีโครโมฟอร์แบบ cyclic เช่นสีที่เป็น azo ก็จะทนแสงน้อยกว่า anthraquinone หรือ สีที่เป็น cyclic ที่เชื่อมกับหมู่ให้อิเล็กตรอนก็จะมีความคงทนแสงน้อยกว่าหมู่ดึงอิเล็กตรอน เช่น สีที่เป็น quinone ก็จะทนแสงได้ดีกว่า quinimine หรือ สีที่เป็น inorganic pigment ก็จะทนมากกว่า organic pigment เป็นต้น
2. โครงสร้างผลึกของสี ถ้าสีที่มีความเป็นผลึกสูงกว่า หรือ มีขนาดผลึกที่ใหญ่กว่า สีนั้นก็จะมีความคงทนสูงกว่า เนื่องจากเกิดจากการบังกันเองมากกว่า
3. ความเข้มต่อหน่วยของสีเอง (Molar extinction coefficient) ถ้าสีตัวที่มีค่านี้มากกว่า ก็จะทำให้ที่ความเข้ม (K/S) เท่ากันนั้น จะมีความคงทนที่ต่ำกว่า เนื่องจากจำนวนโมเลกุลที่น้อยกว่าในการที่ทำให้สีเข้มเท่ากัน
4. ความเข้มข้นของสี สีตัวเดียวกัน สีที่มีความเข้มข้นมากกว่า ก็จะมีความคงทนต่อแสงมากกว่า
5. ความสามารถในการดูดกลืนแสงของ polymer matrix ของ Latex ที่ใช้ในสีทา ถ้า polymer มีความสามารถดูดกลืนแสงมากกว่า ก็จะทำให้สีไปโดนแสงทำลายก็น้อยลง
6 ฯลฯ จำไม่ค่อยได้แล้ว แฮ่ๆๆ แต่ก็มีอีกหลายปัจจัยล่ะครับ

แล้วทำไมภาพ เมื่อถูกแดดเลียไปนานๆถึงออกไปทางโทนฟ้าหรอ??
1. สีฟ้ามักจะเป็น phthalocyanine ครับ pigment ชนิดนี้ มีความเป็นผลึกที่สูงมากเนื่องจากโครงสร้างโมเลกุลเค้าเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส ทำให้มันเรียงตัวกันได้แน่นมาก
2. เนื่องจากโครงสร้างโมเลกุลของ phthalocynine มี pi-electron ทั้งหมด 18 ตัว ซึ่งเข้ากฏ 4n+2 ของสารประกอบอะโรมาติกที่สมบูรณ์ เลยทำให้มีเสถียรทางเคมีสูงมากเป็นพิเศษกว่าสีที่มีโครงสร้างอื่นๆ
3. สีเหลือง-แดงที่ใช้ในการพิมพ์ภาพมักจะเป็น azo colorant ซึ่งเป็นหมู่ให้สีที่เป็นแบบ linear เลยถูกทำลายได้ง่าย อีกทั้งรูปร่างโมเลกุลของเค้าก็จะเป็นลักษณะยาวทำให้ความสามารถในการก่อผลึก น้อยกว่าสีฟ้าครับ




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2552   
Last Update : 21 กรกฎาคม 2552 12:44:14 น.   
Counter : 2740 Pageviews.  
Share to Facebook

1  2  3  4  

in-situ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 33 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 33 คน [?]




[Add in-situ's blog to your web]