<<
มกราคม 2561
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
9 มกราคม 2561

**ท่านั่งสำหรับการฝึกสมาธิสำหรับผู้ฝึกใหม่**



  ท่านั่งที่ดีที่สุดสำหรับการฝึกสมาธิคือ การนั่งขัดสมาธิ  (นั่งคู้เข่าทั้ง 2 ข้างให้แบะลงที่พื้นแล้วเอาขาไขว้กันทับฝ่าเท้า, ถ้าเอาขาซ้อนทับกัน เรียกว่า ขัดสมาธิสองชั้น, ถ้าเอาขาขวาทับขาซ้าย เรียกว่า ขัดสมาธิราบ, ถ้าเอาฝ่าเท้าทั้ง 2 ข้างขึ้นข้างบน เรียกว่า ขัดสมาธิเพชร, ขัดสมาธิราบและขัดสมาธิเพชรนั้น เป็นท่าพระพุทธรูปนั่ง)


จากนั้นเอาฝามือทั้งสองวางอยู่หน้าตัว บนฐานที่ทำการขัดสมาธิไว้ โดยให้ฝ่ามือขวาทับบนฝ่ามือข้างซ้าย

ลักษณะการไขว้ขาซ้อนทับไม่จำเป็นจะต้องพยายามทำให้ซ้อนกันจนสนิทแนบแน่นอย่างที่สุด  เพราะนานไปอาจทำให้รู้สึกอึดอัด และปวดหัวเข่าได้  ขอให้นั่งขัดสมาะิแบบสบายๆ มิให้มีความรู้สึกว่า กำลังพยายามฝืน  เพราะหากผู้ฝึกนั่งประจำทุกวันๆ ไปนานๆ หลายปี ท่านั่งจะกระชับขึ้นเองโดยไม่รู้สึกว่ามีการฝืน  นี่เป็นหัวใจของการนั่งสมาธิได้นานๆ นับชั่วโมงโดยไม่รู้สึกว่า ติดขัด และปวดเมื่อย 

การนั่งขัดสมาธิถ้าผู้ฝึกทำเป็นประจำตั้งแต่อายุยังไม่มาก ส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหาแม้อายุจะเพิ่มมากขึ้นแล้ว ก็ยังสามารถนั่งได้เป็นปกติ  ผิดกับ ผู้ฝึกที่เริ่มฝึกเมื่อตอนอายุมาก ท่านั่งขัดสมาธิอาจส่งผลให้เกิดอาหารปวดหัวเข่า หรือ ต้นขาบริเวณสะโพกตรงที่ทำขาแยก  อีกทั้งอาจมีอาการเหน็บชาตลอดทั้งขา  หรือนั่งแล้วลุกไม่ขึ้น ลุกขึ้นแล้วก็เดินกระย่องกระแย่ง

ซึ่งอยากบอกว่า ใครที่มีอาการเหล่านี้ในระยะเร่ิ่มต้น ไม่ถือว่ามีความผิดปกติ อย่าเพิ่งด่วนท้อ หรือ เปลี่ยนท่า  ให้ลองนั่งไปเรื่อยๆ ตามอัตภาพที่อำนวย ได้แค่ไหนเอาแค่นั้น วันละนิดละหน่อยก็ยังดี หากทำเป็นประจำ อาการต่างๆ จะค่อยๆ ดีขึ้นเป็นลำดับ 

การนั่งขัดสมาธิเพื่อฝึกสมาธิเป็นประจำยังอาจรักษาโรคปวดข้อ ปวดเข่าในผู้สูงอายุได้ด้วย เพราะร่างกายส่วนข้อต่อมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

ให้ท่านสังเกตพระภิกษุที่มีพรรษามากๆ ยังสามารถนั่งสวดมนต์ในท่าขัดสมาธินานๆ นับชั่วโมงโดยไม่ต้องนั่งสวดบนเก้าอี้แบบห้อยขาเลย ที่เป็นเช่นนั้นเพราะพระภิกษุนั่งจนเคยชิน ต้องสวดมนต์ ทำวัตรเช้า วัตรเย็น ทุกๆ วัน จนร่างกายปรับสภาพและเคยชิน  จึงสามารถนั่งเช่นนั้นได้จนถึงสิ้นอายุขัย

ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่อาจนั่งขัดสมาธิได้เลยตั้งแต่เด็กจนโต  แต่เมื่อเริ่มฝึกสมาธิตอนนั้นอายุแค่ 30 กว่าเท่านั้น ต้องนั่งบนพื้นราบ ก็นั่งไม่สะดวก เอาขาไขว้ทับกันไม่ถึง ถ้าให้ขัดสมาธิก็จะต้องฝืนเจ็บและนั่งไปๆ ก็จะค่อยๆ หงายไปข้างหลัง  แต่หลังจากพยายามฝึก และนั่งขัดสมาธิไปเรื่อยๆ นานหลายปี  ก็สามารถนั่งได้โดยรู้สึกปวดหวเข่าหรือที่ต้นขาแยกอีกเลย  อาการเหน็บชาก็ค่อยๆ หายไปๆ จนไม่ปรากฏอาการแล้ว  แต่นี่ต้องนับเวลาเป็น 10 ปีนะครับ

เมื่อก่อนมีอาการปวดเข่าเป็นพักๆ เวลาทำกิจกรรมที่ต้องนั่งหรือยืนนานๆ อาการก็กำเริบ แต่ปัจจุบันไม่มีอาการดังกล่าวแล้ว  ตอนที่มีอาการปวดเข่า ไปหาหมอ ก็แนะนำให้ผมทำกายภาพและหลีกเลี่ยงการนั่งขัดสมาธิโดยเด็ดขาด  แต่ผมไม่คุ้นชินกับการนั่งทำสมาธิบนเก้าอี้ เพราะจุดที่ต้องให้จิตโฟกัสมันหายไป  จึงไม่ได้นำพาคำแนะนำของคุณหมอ  แต่ในที่สุดก็พบว่า การนั่งขัดสมาธินี้กลับทำให้ข้อเข่าดีขึ้นกว่าเดิม และหายเป็นปลิดทิ้ง โดยไม่ต้องกินยาหรือทำกายภาพอื่นใดเลย

อย่างไรก็ตามท่านั่งสำหรับการทำสมาธิ ไม่ได้มีแต่การขัดสมาธิเพียงอยางเดียว  จะเป็นท่านั่งแบบไหนก็ได้ที่ทำให้คุณสามารถนั่งได้นานๆ โดยไม่ต้องพะวงกับการบาดเจ็บของสรีระ  ไม่ว่า จะเป็นการนั่งพับเพียบ หรือ นั่งห้อยขาบนเก้าอี้ก็ได้  แม้หากไม่นั่ง ใช้วิะีการนอนก็สามารถทำสมาธิได้ เพราะสิ่งสำคัญของการฝึกสมาธิ คือ การฝึกจิต มิใช่การฝึกนั่ง

แต่ท่านั่งแบบขัดสมาธิเป็นท่านั่งที่ดีที่สุดในการฝึกจิตครับ และขอแนะนำให้ทดลองเป็นอันดับแรก




 

Create Date : 09 มกราคม 2561
1 comments
Last Update : 9 มกราคม 2561 8:55:38 น.
Counter : 340 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 

สำหรับผ้ที่ข้อเข่าเสื่อมแล้ว มีอาการขาโก่งขาเกแล้ว ผมไม่แนะนำการนั่งขัดสมาธินะครับ เพราะคงรักษาด้วยวิธีการนี้ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนข้อเข่าอย่างเดียว

 

โดย: *bonny 9 มกราคม 2561 11:02:59 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
*bonny
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




[Add *bonny's blog to your web]