|
|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
กระบี่ดำหุบเขามาร
กระบี่ดำหุบเขามาร (มนตราจินตนาการ เล่ม 2) 
ก่อนอื่น ต้องขอออกตัวว่า ผู้เขียนไม่เคยเขียน หรืออ่าน นิยายจีนมาก่อน แต่ชอบดูหนังจีน-ซีรีส์จีน มาตั้งแต่ อึ้งย้ง รุ่นหมีเซี๊ยะ โน่น ตอนนั้นยังเด็กอยู่ มาลองเขียนจีนโบราณเป็นเรื่องแรก จึงกร้อมแกร้มไปได้พอสมควร
การเขียนครั้งนี้ เป็นฉบับร่าง ถือว่าเป็นครั้งแรก สำนวนอาจไม่กระชับ เนื้อเรื่องหลวม ๆ ไม่ซับซ้อน เพราะไม่ชำนาญเท่านิยายไทย ถ้ามีจุดบกพร่องอย่างไร ก็ต้องขอโทษด้วยค่ะ
และเช่นเดิมว่า น่าจะเป็นอีกเรื่องที่จะบรรจุไว้ในเล่ม "มนตราจินตนาการ เล่ม 2" ด้วย แต่ต้องมีการรีไร้ต์ให้สมบูรณ์พร้อมก่อนแน่นอน กระบี่ดำหุบเขามาร
ค่ำคืนในหุบเขาโบราณ เสียงลมหนาวพัดผ่านหุบเขามืด กระบี่ดำในมือเขาสั่นสะท้านราวกับมีชีวิต ทุกก้าวที่เดินไป ความเย็นแผ่ซ่านออกมาจากคมกระบี่ คืนนี้…จะมีเพียงเลือดหรือความเงียบที่เหลืออยู่
˖ ݁.⋆ ⋆. ݁˖ ˖ ݁.⋆ ⋆. ݁˖
แสงจันทร์ส่องผ่านหมอกหนาลอยวน เผยให้เห็นร่างบุรุษผู้สวมชุดคลุมยาวสีแดงเข้มปักลายเมฆสีเงิน ปลายแขนเสื้อกว้างพลิ้วไหว ผ้าคาดเอวสีน้ำตาลแดง ผมดำยาวแทรกปอยผมขาว ดวงตาของบุรุษนั้นเป็นสีแดงดุจเลือด ถือกระบี่ยาวอยู่ในมือข้างหนึ่ง
เขาคือหลัวหมิง ครึ่งคนครึ่งปีศาจมาร ผู้ถูกหลายสำนักรังเกียจ
ความแตกต่างที่เขาเป็นทั้งมนุษย์และมารปีศาจอยู่ในตัว ทำให้เขาต้องสู้รบกับหลายสำนัก และเดินทางอย่างโดดเดี่ยว จนมาถึงหมู่บ้านเล็กที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ในหมู่บ้านนั้นเขาได้พบหญิงสาวชื่อเมิ่งซิน ผู้มีรอยยิ้มและจิตใจบริสุทธิ์ และมีพลังในการรักษา นางเป็นศิษย์ของปรมาจารย์ชิงหลง ผู้คอยเตือนเมิ่งซินอยู่เสมอว่า ระวังพวกปีศาจมาร ถ้าพบเห็นให้กำจัดซะ
แต่เมิ่งซินไม่เคยเห็นหลัวหมิง เมื่อนางเห็นบุรุษผู้หนึ่งท่าทางสง่าผ่าเผยหน้าตาดีเดินทางผ่านมา แต่ร่างกายของเขามีร่องรอยบาดแผลหลายแห่ง นางจึงยื่นมือเข้าช่วยอย่างไม่ลังเล
“ข้ามีสมุนไพรจากสำนักเซียนสามารถช่วยท่านได้”
“รบกวนท่านแล้วแม่นางผู้มีเมตตา”
“ข้าชื่อเมิ่งซิน”
หญิงสาวเรือนร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้า ช่างงดงามนักรูปร่างบอบบาง ผิวขาวนวล ดวงตาใสเหมือนน้ำค้าง ผมยาวดำขลับมัดและเสียบประดับด้วยปิ่นหยก
ในระหว่างการทำแผลนั้น นางสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่าง
“ทำไม...ท่าน…เลือดของท่านไม่เป็นสีแดงเหมือนคนทั่วไป”
“ข้าชื่อหลัวหมิง ขอบอกตามตรงว่าข้าเป็นครึ่งคนครึ่งมาร แต่ข้าไม่เคยคิดจะทำร้ายใครเลย มีแต่เหล่าสำนักเซียนที่อยากจะสังหารข้า เจ้ากลัวข้าแล้วใช่ไหมเมิ่งซิน”
“ข้าควรจะกลัวเจ้าหรือเปล่า...ข้าไว้ใจท่านได้หรือเปล่าแต่ช่างเถอะ ข้าจะรักษาท่านก็แล้วกัน”
“หากใครรู้…เจ้าจะถูกกล่าวหาว่าทรยศมนุษย์”
“หากความเมตตาคือการทรยศ เช่นนั้นข้ายอม”
เมื่อเวลาผ่านไปทั้งสองเกิดความผูกพันทางใจ แต่ข่าวการที่เมิ่งซินช่วยเหลือครึ่งมาร หาที่หลบซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านแพร่ไปถึงสำนักเซียน ปรมาจารย์ชิงหลงจึงเรียกนางไปพบ
“เมิ่งซิน เจ้ากำลังเดินบนเส้นทางอันตราย มารผู้นั้นคือภัยต่อโลกมนุษย์”
“หลัวหมิงไม่ใช่มาร ไม่ใช่ภัย เขาเพียงถูกกำเนิดบังคับให้เป็นเช่นนั้น แต่จิตใจเขาไม่ใช่คนเลวร้ายจนนิดเดียว”
“บังอาจ! เจ้ากล้าออกรับแทนพวกมารเชียวรึ! ถึงจะเป็นครี่งมารก็ต้องถูกกำจัด ไม่มีละเว้น!!!
˖ ݁.⋆ ⋆. ݁˖ ˖ ݁.⋆ ⋆. ݁˖
ในเวลาเดียวกัน ราชามารเฮยหมิงต้องการดึงหลัวหมิง กลับเข้าสู่แดนมาร
“มนุษย์ผู้เป็นมารดาของเข้าจากไปนานแล้ว แต่เจ้าก็คือสายเลือดของข้า จงละทิ้งโลกมนุษย์แล้วกลับมาร่วมครองแดนมารกับข้า”
“ท่านพ่อ ข้าขอเลือกเส้นทางของข้าเอง” สายตาของหลัวหมิงแน่วแน่นัก
เมื่อสงครามใกล้ปะทุ สิ่งที่หลัวหมิงทำได้เพื่อช่วยแดนมารไม่ให้เดือดร้อน เขาตัดสินใจใช้พลังเพื่อปิดผนึกประตูหุบเขาแดนมารไว้ก่อน แล้วแอบไปหาเมิ่งซินที่หมู่บ้านเพื่อกล่าวคำอำลา
“หากข้าหายไป เจ้าจะยังจำข้าได้หรือไม่”
“ทำไมท่านกล่าวแบบนั้น ตราบใดที่จันทร์ยังส่อง ข้าจะลืมท่านได้อย่างไร” เมิ่งซินน้ำตาไหล นางรู้ว่ากำลังจะเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่
˖ ݁.⋆ ⋆. ݁˖ ˖ ݁.⋆ ⋆. ݁˖
หลัวหมิงยืนกลางลานหินใต้แสงจันทร์ ดวงตาสีแดงเข้มวาววับ เขากำกระบี่ยาวไว้แน่น
ศัตรูจากสำนักเซียนกรูกันเข้ามา เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พลังมารแผ่ซ่านรอบตัว หลัวหมิงสะบัดกระบี่ยาวเป็นวงโค้ง เส้นแสงสีแดงพุ่งออกฟาดกระแทกพื้นหินจนแตกเป็นรอยร้าว ศัตรูเบื้องหน้าถอยกรูด
เขาใช้ก้าวเหินอย่างรวดเร็ว ร่างพุ่งไปเหมือนเงามังกร กระบี่ในมือหมุนเป็นวงกลมกวาดศัตรูรอบด้าน เมื่อเขาเงื้อกระบี่ขึ้นเหนือศีรษะ รอยสัญลักษณ์ดำบนแขนเปล่งแสงสีเลือด พลังมารพุ่งออกมาเป็นคลื่นกระแทก ทำให้คู่ต่อสู้ล้มระเนระนาด
เมื่อฝ่ายตรงข้ามยิงธนูวิญญาณใส่ เขาใช้แขนซ้ายยกขึ้น พลังมารก่อตัวเป็นเกราะหมอกสีดำ ธนูทั้งหมดสลายไปกลางอากาศ
เสียงดาบกระทบกระบี่ดังสะท้อนทั่วหุบเขา เมิ่งซินที่ยืนแอบอยู่ห่างออกไป มองด้วยความหวาดหวั่นและเศร้าใจ
“หลัวหมิง…ท่านจะสู้จนสิ้นแรงไปเลยหรือยังไง”
หลัวหมิงก้าวไปข้างหน้าอีกครั้ง กระบี่ยาวสะบัดเป็นเส้นแสงสีแดงตัดผ่านความมืด ร่างของศัตรูแตกกระจายไปเหมือนเงาในหมอก เหลือเพียงความสงบที่ปกคลุมหุบเขา
ปรมาจารย์ชิงหลงส่ายศีรษะ “ฤานี่คือลิขิตสวรรค์ หุบเขามารก็ถูกปิดผนึกไปแล้ว แต่มารจะชนะเซียนได้ยังไง”
ปรมาจารย์เซียวอวี้ตอบช้า ๆ อย่างครุ่นคิด
“เพราะเขาไม่ใช่เพียงมารกระมังท่าน เขาก็เป็นมนุษย์เช่นเราด้วย ทำไมไม่ให้เขามาบำเพ็ญตบะ ฝึกปรือจิตใจให้บริสุทธิ์ ฝีมือกล้าเช่นนี้วันข้างหน้าจะเป็นพลังให้สำนักเซียนได้”
˖ ݁.⋆ ⋆. ݁˖ ˖ ݁.⋆ ⋆. ݁˖
เมิ่งซินยืนริมแม่น้ำ มองเห็นเงาร่างสูงสง่าของหลัวหมิงในแสงจันทร์ เขายิ้มบาง ๆ
“จบเรื่องเสียที ฆ่าฟันกันไปก็ไร้ซึ่งเหตุผล แม้ข้าจะไม่ใช่มนุษย์ แม้ข้าจะไม่ใช่มาร แต่หัวใจของข้า…เป็นของเจ้า”
แสงจันทร์ส่องลงบนผืนน้ำ เงามารและหญิงสาวยืนเคียงกัน ราวกับโลกทั้งสองถูกเชื่อมด้วยความรักที่ไม่อาจถูกทำลาย
จบ
˖ ݁.⋆ ⋆. ݁˖ ˖ ݁.⋆ ⋆. ݁˖
ที่มา readAwriter : https://www.readawrite.com/a/ddb2e3ea357a4def9e2768855c7df4f6?r=user_page

| Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2569 |
|
0 comments |
| Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2569 11:35:56 น. |
| Counter : 237 Pageviews. |
|
 |
|
|
|
|
|
|