space
space
space
<<
ธันวาคม 2564
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
space
space
14 ธันวาคม 2564
space
space
space

ทำฟันปลอมแบบไหนดี? เปรียบเทียบฟันปลอมแบบติดแน่นและแบบถอดได้

ผู้ที่สูญเสียฟันแท้ ไม่ว่าด้วยเหตุผลเรื่องสุขภาพฟันที่ทำให้จำเป็นต้องถอนฟันทั้งซี่ หรือเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดจนสูญเสียฟันไป มักได้รับการแนะนำให้ใส่ฟันปลอมทดแทนทันที

หลายๆ คนอาจกำลังสงสัยว่า ในความเป็นจริงแล้วจำเป็นต้องใส่ฟันปลอมหรือไม่? และหากจำเป็นต้องใส่ ควรเลือกใส่ฟันปลอมแบบไหนจึงจะดีที่สุด? บทความนี้จะพาคุณไปดูเหตุผลที่คุณต้องใส่ฟันปลอม พร้อมทั้งข้อมูลเปรียบเทียบฟันปลอมประเภทติดแน่นและแบบถอดได้ เพื่อประกอบการตัดสินใจว่า ควรเลือกแบบไหนจึงจะดีและเหมาะสมกับตัวคุณที่สุด

ฟันปลอม ทำฟันปลอม

 
 

ฟันปลอมคืออะไร จำเป็นแค่ไหน

“ฟันปลอม” (Prosthodontics) คือ ทันตกรรมประดิษฐ์ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรมสร้างขึ้น เพื่อใช้ทดแทนตัวฟันที่สูญเสียไปบางส่วนหรือทั้งซี่ ซึ่งสามารถช่วยในเรื่องของการรักษาสภาพฟันแท้เดิม ยืดอายุการใช้งาน ตกแต่งเพื่อความสวยงาม แก้ปัญหารูปทรงหรือสีฟันที่มีลักษณะไม่พึงประสงค์ ประสิทธิภาพการใช้งาน รวมไปจนถึงการป้องกันฟันข้างเคียงล้มเนื่องจากการสูญเสียฟัน และป้องกันกระดูกละลายในอนาคตได้
 

ประเภทของฟันปลอมมีกี่แบบ

ประเภทของฟันปลอม แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่

ฟันปลอมแบบติดแน่น (Fixed Prosthodontics)

ฟันปลอมแบบติดแน่น (Fixed Prosthodontics) เป็นฟันปลอมถาวรที่ติดแน่นกับช่องปาก โดยใช้ฟันแท้ที่อยู่ข้างเคียงเป็นหลักในการยึดฟันปลอม ซึ่งไม่สามารถถอดเข้าออกเพื่อทำความสะอาดได้ โดยฟันปลอมแบบติดแน่นมีการทำหลากหลายรูปแบบ ดังนี้
  • สะพานฟัน เป็นการนำฟันปลอมมายึดเกี่ยวกับฟันข้างเคียงของซี่ฟันที่สูญเสียไป มีลักษณะคล้ายกับสะพานเชื่อมฟัน
  • รากฟันเทียม เป็นการฝังรากฟันเทียมไททาเนียมในกระดูกขากรรไกรตรงบริเวณที่มีการสูญเสียฟัน และมีการทำตัวฟันขึ้นมายึดติดกับไททาเนียม เพื่อทำหน้าที่ต่างๆเหมือนกันฟันแท้
  • ครอบฟัน เป็นการนำวัสดุประเภทโลหะหรือเซรามิกมาครอบฟันที่มีการเสียหายเอาไว้ เพื่อทำหน้าที่แทนฟันตามธรรมชาติ ปกป้องเนื้อฟันที่เหลือ และรักษารากฟันเอาไว้ ซึ่งการทำครอบฟัน จะทำบนฟันธรรมชาติที่มีราก หรือบนรากเทียมเท่านั้น
  • การอุดฟัน Onlays และ Inlay เป็นการอุดฟันด้านในของตัวฟัน ในกรณีที่มีการสูญเสียเนื้อฟันเป็นอย่างมากจากอาการฟันผุ หรือฟันแตก ทำให้เกิดโพรงขนาดใหญ่ขึ้นจนไม่สามารถอุดฟันได้ด้วยวิธีตามปกติ อีกทั้งยังมีเนื้อฟันเหลือมากเพียงพอ จึงไม่ต้องทำครอบฟัน
  • วีเนียร์ เป็นการนำแผ่นเคลือบฟันมาติดบริเวณผิวหน้าฟัน วิธีนี้สามารถแก้ไขให้รูปร่างลักษณะฟัน กลับมาสวยงามได้อีกครั้ง จึงเหมาะกับบุคคลที่มีความผิดปกติของฟันไม่มากนัก เช่น ปัญหาสีฟัน ฟันเล็ก ฟันไม่เท่ากัน ไม่สบกัน เป็นต้น

ฟันปลอมแบบถอดได้ (Removable Prosthodontics)

ฟันปลอมแบบถอดได้ (Removable Prosthodontics) คือ การใช้ชิ้นส่วนมาทดแทนฟันที่สูญเสียไปบางส่วน สามารถถอดเข้าออกเพื่อทำความสะอาดได้ ฟันปลอมประเภทนี้มักมีฐานที่ทำมาจากวัสดุโลหะหรือพลาสติก และมีตะขอเกี่ยวยึดกับฐานฟันแท้ที่เหลือตามธรรมชาติ สามารถแยกออกได้ 2 ประเภท คือ
  1. ฟันปลอมทั้งปาก (Full dentures) เป็นฟันปลอมที่ทำขึ้นเพื่อใช้ทดแทนฟันด้านบนทั้งหมด หรือด้านล่างทั้งหมดของผู้รับบริการ มีลักษณะเป็นโครงฟันเสมือนจริงเพื่อใช้ติดเข้ากับเหงือก สามารถถอดเข้าออกเพื่อทำความสะอาดได้
  2. ฟันปลอมบางส่วน (Partial dentures) เป็นฟันปลอมที่ใช้สำหรับการทดแทนตัวฟันบางซี่ที่เกิดการสูญเสียไป แต่ยังมีฟันบางส่วนที่แข็งแรงหลงเหลืออยู่ด้วย เช่น กรณีการเกิดอุบัติเหตุ สุขภาพฟัน ซึ่งลักษณะของฟันปลอมแบบบางส่วนจะเป็นการทำซี่ฟันไว้ติดกับเหงือก สามารถถอดซี่ฟันปลอมเข้าออกเพื่อทำความสะอาดได้ เพียงแต่อาจมีปัญหาที่ตัวซี่ฟันปลอมมีสีไม่สม่ำเสมอกับฟันแท้ได้

เปรียบเทียบฟันปลอมติดแน่น Vs ฟันปลอมถอดได้

ทำฟันปลอม ที่ไหนดี

มาถึงตรงนี้ ใครหลายๆคนคงสงสัยว่า แล้วแบบนี้ควรเลือกอะไรดี ระหว่างฟันปลอมติดแน่น กับฟันปลอมแบบถอดได้ ดังนั้นในช่วงนี้เราจะพาไปเปรียบเทียบถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละรูปแบบ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจกัน

ฟันปลอมแบบติดแน่น

ข้อดี
  • มีความสวยงามและดูเหมือนฟันธรรมชาติ
  • มีความแข็งแรง มีประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหารได้ดี
  • ไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกรำคาญ ขณะบดเคี้ยวอาหารหรือพูดคุย
  • กรณีทำรากฟันเทียม สามารถป้องกันการสลายของกระดูกได้
  • การทำฟันปลอมแบบติดแน่น ป้องกันฟันข้างเคียงล้มได้
  • สามารถดูแลทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย โดยใช้แปรงสีฟันและไหมขัดฟัน เหมือนดั่งการดูแลฟันตามธรรมชาติ ยกเว้นการทำแบบสะพานฟันที่ต้องใช้เครื่องมือทำความสะอาดแบบพิเศษ
  • อายุการใช้งานยาวนาน เนื่องจากเป็นฟันปลอมแบบถาวร
ข้อเสีย
  • มีขั้นตอนการทำซับซ้อน ใช้ระยะเวลานาน จึงไม่เหมาะกับบุคคลที่ไม่มีเวลาเข้าพบทันตแพทย์
  • มีราคาค่อนข้างสูงกว่าฟันปลอมแบบถอดได้
  • มีข้อกำจัดสำหรับผู้ตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
  • ในบางประเภท จำเป็นต้องกรอฟันข้างเคียงก่อนติดตั้งฟันปลอม
  • ผู้ที่มีภาวะกระดูกสลาย ต้องทำการปลูกถ่ายกระดูกเพื่อรองรับรากฟันเทียม ทำให้ค่าใช้จ่ายมากขึ้น

ฟันปลอมแบบถอดได้

ข้อดี
  • สามารถเลือกใส่ได้หลายๆซี่หรือใส่ได้ทั้งปากภายในชิ้นเดียว
  • สามารถทำความสะอาดได้สะดวก เนื่องจากถอดเข้าออกได้ง่าย
  • ราคาค่อนข้างถูกกว่าฟันปลอมแบบติดแน่น
  • ใช้เวลาในการทำไม่นาน และไม่ซับซ้อน
  • สามารถใช้เป็นฟันปลอมชั่วคราว ในขณะที่รอการรักษาอื่นๆได้
ข้อเสีย
  • ฟันปลอมแบบถอดได้ มีโอกาสหลุดระหว่างการใช้งาน จึงทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่มั่นใจและอาจเกิดความรำคาญได้
  • ประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหารไม่ดีเท่าฟันปลอมแบบติดแน่น เพราะการกระจายน้ำหนักจะไปลงที่เหงือก ซึ่งอาจทำให้สันเหงือกหรือสันกระดูกเกิดการยุบตัวได้
  • การดูแลรักษาจะต้องใช้น้ำยาสำหรับแช่ฟันปลอมโดยเฉพาะ
  • หากฐานฟันปลอมทำมาจากวัสดุอะคริลิก จะทำให้เปราะหรือแตกหักได้ง่าย
  • ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ เนื่องจากเวลายิ้มจะสามารถมองเห็นตะขอเกี่ยวยึดฟันปลอมได้
 
 

วัสดุที่ใช้ทำฟันปลอมรูปแบบต่างๆ

ในการทำฟันปลอมแต่ละรูปแบบจะมีการใช้วัสดุในการทำที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
  • ฟันปลอมแบบติดแน่น หรือ ฟันปลอมถาวร
ฟันปลอมแบบติดแน่น ทำมาจากวัสดุหลากหลายชนิด ขึ้นอยู่กับลักษณะฟัน ปัญหาของแต่ละบุคคล และรูปแบบที่ทำฟันปลอม เช่น การทำฟันปลอมในรูปแบบรากฟันเทียม ก็จะทำมาจากวัสดุไทเทเนียม หรือหากทำฟันปลอมจากรูปแบบครอบฟัน ก็อาจทำมาจากวัสดุเซรามิก พอร์ซเลนผสมโลหะ หรือโลหะล้วน เป็นต้น
  • ฟันปลอมแบบถอดได้ หรือ ฟันปลอมแบบชั่วคราว
ฟันปลอมแบบถอดได้ จะมีฐานหรือโครงที่แนบสนิทกับเหงือกในขณะที่ทำการสวมใส่ ซึ่งวัสดุที่นำมาเป็นฐาน มี 3 ชนิดหลัก ดังนี้
  • ฐานพลาสติก หรือ ฐานอะคริลิก
ฐานฟันปลอมจะทำมาจากวัสดุอะคริลิกสีชมพูคล้ายคลึงกับเหงือกตามธรรมชาติ สามารถทำได้ทั้งแบบซี่ๆ หรือหลายๆซี่ มักใช้ในบุคคลที่ไม่เคยมีประสบการณ์ใส่ฟันปลอมมาก่อน
  • ฐานโลหะ
การทำฟันปลอมแบบฐานโลหะ อาจทำให้ความสวยงามน้อยลง เนื่องจากสามารถมองเห็นตะขอที่ยึดเกี่ยวฟันปลอมได้ แต่ในแง่ของการใช้งานค่อนข้างดีมาก เนื่องจากมีลักษณะที่บาง แนบเหงือกได้มากกว่า ทำให้รู้สึกรำคาญน้อยลง สามารถยืดอายุการใช้งานได้ยาว ความทนทานสูง
  • ฐานนิ่ม หรือโครงยืดหยุ่น
ฟันปลอมแบบฐานนิ่ม จะทำด้วยวัสดุพลาสติกที่มีความยืดหยุ่น ไม่แข็งเท่าฐานโลหะ เมื่อทำตกก็ไม่แตกหักง่ายๆ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกสบายกว่า และไม่เจ็บ อายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 5-8 ปี อีกทั้งสีของฐานมีความใกล้เคียงกับเหงือกธรรมชาติอีกด้วย
 

ลักษณะของการทำฟันปลอม

ฟันปลอม ทั้งปากแบบดั้งเดิม

การทำฟันปลอมทั้งปากแบบดั้งเดิม คือการที่ต้องถอนฟันออกจนหมด จากนั้นรอให้เนื้อเยื่อเกิดการฟื้นตัว ซึ่งในระยะนี้จะยังไม่มีฟันในการบดเคี้ยวอาหาร และใช้เวลาอีกหลายเดือน จนเมื่อเนื้อเยื่อฟื้นตัว จึงจะเริ่มทำการพิมพ์ปาก สร้างแบบจำลองฟัน เพื่อให้ฟันปลอมมีขนาดและรูปร่างที่เหมาะสมกับผู้ใช้งาน

ก่อนที่จะได้รับฟันปลอมชุดจริงที่จะไว้ใช้งาน ทันตแพทย์จะทำการนัดหมายให้เข้ามาลองฟันปลอมแบบชั่วคราว เพื่อดูตำแหน่ง ขนาด รูปร่าง รวมไปจนถึงความสะดวกสบายในการใช้งาน เมื่อแก้ไขเรียบร้อยแล้ว จึงจะผลิตฟันปลอมชุดจริงออกมาให้แก่ผู้รับบริการ และทำการนัดเพื่อติดตามผลต่อไป

ฟันปลอม ทั้งปากแบบทันที

ฟันปลอมทั้งปากแบบทันที คือ ทันตแพทย์จะทำการพิมพ์ปาก แล้วค่อยถอนฟันผู้รับบริการ เพื่อจะได้ส่งมอบฟันปลอมให้ในวันที่ผู้รับบริการเข้ามาทำการถอนฟัน กล่าวคือ ผู้รับบริการสามารถใส่ได้ทันทีในตอนที่ฟันทั้งหมดถูกถอนออกไปแล้ว

เมื่อสวมใส่ฟันปลอมชนิดนี้ หลายเดือนหลังจะต้องเข้าพบทันตแพทย์เพื่อทำการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมและพอดีกับช่วงนั้นๆ เนื่องจากกระดูกที่รองรับฟันและเหงือกอาจมีการเปลี่ยนแปลงและยุบตัวลง ทำให้ต้องเข้ามาปรับเปลี่ยนเพื่อความสะดวกในการใช้งาน และฟันปลอมชนิดนี้สามารถใช้ได้เพียงชั่วคราว

ฟันปลอม แบบบางซี่

ฟันปลอมแบบบางซี่ คือการทำฟันปลอมที่ยึดด้วยโครงโลหะที่ติดกับฟันตามธรรมชาติ ซึ่งในบางกรณีอาจต้องครอบฟันที่ฟันธรรมชาติ หรืออาจต้องทำสะพานฟัน เพื่อยึดฟันข้างเคียงไว้
 

ใครบ้างที่ควรใส่ฟันปลอม

ใส่ฟันปลอม ฟันปลอมราคา

ผู้ที่ควรใส่ฟันปลอม มีดังต่อไปนี้
  • บุคคลที่เริ่มมีปัญหาเรื่องของฟัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฟันบิ่น ฟันแตก รูปร่างฟันมีลักษณะผิดปกติ
  • ผู้ที่สูญเสียฟันหรือเนื้อฟันไป เช่น ปัญหาฟันผุ เกิดอุบัติเหตุ เป็นโรคเหงือก หรือโรคปริทันต์อักเสบ
  • บุคคลที่สูญเสียความมั่นใจในการยิ้มหรือเข้าสังคม เนื่องจากสูญเสียฟันตามธรรมชาติ
  • บุคคลที่สวมใส่ฟันปลอมอยู่แล้ว แต่ต้องการปรับเปลี่ยนฟันปลอมใหม่ เนื่องจากฟันปลอมไม่พอดี
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการบดเคี้ยวอาหาร
  • ผู้ที่มีปัญหาเรื่องของการพูดไม่ชัด เนื่องจากสูญเสียฟันด้านหน้า
 
 

ขั้นตอนการทำฟันปลอม

การทำฟันปลอมกับทางโรงพยาบาลหรือคลินิกทางทันตกรรม มักจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ - 1 เดือน เพื่อปรับแก้และพัฒนาฟันปลอมให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานมากที่สุด ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

ฟันปลอมถาวรราคาซี่ละ
  1. เข้าพบทันตแพทย์ เพื่อทำประวัติ ตรวจสุขภาพภายในช่องปาก X-ray พิมพ์แบบจำลองช่องปาก หรือสแกนแบบดิจิทัล เพื่อวัดช่องว่างของฟัน ลักษณะการกัด
  2. ทันตแพทย์จะทำการสร้างฟันปลอมขึ้นบนแบบจำลอง ตรวจการเรียงตัวของฟันและสีฟันให้มีความใกล้เคียงกับฟันตามธรรมชาติ พร้อมกับดูขนาดเพื่อให้ผู้ใช้งานสวมใส่ได้พอดีในช่องปาก
  3. กรณีที่มีการถอนฟัน ผู้รับบริการอาจต้องพูดคุยปรึกษากับทันตแพทย์เกี่ยวกับรูปแบบการทำฟันปลอม ว่าจะต้องทำฟันปลอมแบบดั้งเดิม หรือทำฟันปลอมแบบใส่ได้ทันที ซึ่งตรงนี้จะทำให้ขั้นตอนการทำฟันปลอมมีความแตกต่างกันออกไปเล็กน้อย
  4. หากทำฟันปลอมแบบดั้งเดิม เมื่อทำการถอนฟันเรียบร้อยแล้ว จะต้องรอให้แผลหรือเนื้อเยื่อฟื้นตัวเสียก่อน จึงจะใส่ฟันปลอมได้
  5. หากทำฟันปลอมแบบใส่ได้ทันที ทันตแพทย์จะทำการพิมพ์ปากไว้ก่อนถอนฟัน เพื่อทำการจัดทำฟันปลอมให้สามารถส่งมอบแก่ผู้รับบริการได้ในวันที่มีการถอนฟัน เมื่อถอนฟันเสร็จ ผู้รับบริการสามารถสวมใส่ได้ทันที
  6. เมื่อทำการปรับแต่งแก้ไขฟันปลอมให้พอดีกับผู้ใช้งานแล้ว ทันตแพทย์จะนัดพบผู้รับบริการอีกครั้ง เพื่อติดตามผลการใช้งานอย่างละเอียด ซึ่งระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับทันตแพทย์และรูปแบบของการทำฟันปลอม
 
 

ข้อดีของการทำฟันปลอม

การทำฟันปลอม มีข้อดีดังต่อไปนี้
  • สามารถช่วยป้องกันการเคลื่อนที่หรือล้มของฟันซี่ข้างเคียงได้
  • ป้องกันฟันล้ม ฟันเอียง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการสูญเสียฟันเพิ่ม
  • ทำให้ประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหารดีขึ้น
  • ฟันปลอมสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจในรอยยิ้มและการเข้าสังคมได้ หลังจากที่มีการสูญเสียฟัน
  • ช่วยเรื่องของการออกเสียง ในกรณีที่มีการสูญเสียฟันไปจนทำให้เกิดปัญหาพูดไม่ชัด
  • ลดโอกาสการเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปหน้า เนื่องจากสูญเสียฟัน
 
 

วิธีดูแลฟันปลอม

การดูแลฟันปลอมเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กับส่วนอื่นๆ หากคุณต้องการให้ฟันปลอมสามารถมีอายุการใช้งานที่ยืนยาวและดูดีอยู่เสมอ คุณควรทำตามคำแนะนำในเรื่องของวิธีการดูแล ดังต่อไปนี้

ทําฟันปลอม ราคา

การดูแลฟันปลอมแบบติดแน่น

  • ในระยะที่มีการปรับตัวให้คุ้นเคยกับฟันปลอม ควรทานอาหารที่มีลักษณะอ่อน นิ่ม
  • ดูแลรักษาเสมือนฟันธรรมชาติ คือแปรงฟันหลังรับประทานอาหารเสร็จอย่างถูกวิธี พร้อมทั้งใช้ไหมขัดฟันในบริเวณที่เข้าถึงได้ยาก
  • ทำความสะอาดใต้ฟันปลอมด้วยเครื่องมือร้อยไหมขัดฟัน (Floss Threader) ร่วมกันกับไหมขัดฟัน
  • เข้าพบตามนัดทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจสุขภาพภายในช่องปาก และติดตามผลการใช้งาน

การดูแลฟันปลอมแบบถอดได้

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีลักษณะเหนียว แข็ง เนื่องจากอาจทำให้ฟันปลอมหลุดขณะใช้งาน
  • กรณีที่ทำฟันปลอมฐานพลาสติก ควรระมัดระวังไม่ให้มีการหล่นเกิดขึ้น เพราะอาจเกิดการเสียหายได้
  • เมื่อรับประทานอาหารเสร็จสิ้น ควรถอดฟันปลอมออกเพื่อทำความสะอาด โดยใช้แปรงสีฟันนุ่มๆค่อยๆปัดเศษอาหารออกจากฟันปลอม และอย่าลืมที่จะทำความสะอาดภายในช่องปากของตนเองด้วย
  • ไม่ควรใช้ยาสีฟันในการทำความสะอาดฟันปลอม เนื่องจากอาจทำให้ฟันปลอมสึกได้
  • ไม่ควรทิ้งฟันปลอมไว้ในที่แห้ง เพราะอาจทำให้ฟันปลอมเกิดการเปลี่ยนแปลงจนไม่สามารถใส่ได้อย่างแนบสนิท
  • ควรใช้เม็ดฟู่แช่ฟันในการทำความสะอาดฟันปลอม
  • ควรแช่ฟันปลอมไว้ในน้ำ เพื่อคงรูปร่างของฟัน
 
 

ค่าใช้จ่ายในการทำฟันปลอม ราคาเท่าไหร่

ในส่วนของราคาฟันปลอมไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัด เนื่องจากมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับรูปแบบที่เลือก วัสดุที่ใช้ สถานที่ทางทันตกรรมที่เข้ารับบริการ ฯลฯ จึงทำให้บอกได้เพียงช่วงราคาเท่านั้น คุณควรพิจารณาจากหลายๆ ปัจจัยให้ดีก่อนเลือกเข้ารับบริการ ซึ่งราคาโดยประมาณของแต่ละรูปแบบมีดังนี้

ราคาฟันปลอมแบบติดแน่น

ราคาฟันปลอมแบบติดแน่น
รายการ ราคาโดยประมาณ (ต่อซี่)
Composite Veneer 3,000 - 9,000 บาท
Ceramic Veneer 12,000 - 20,000 บาท
ครอบฟันโลหะ 8,000 - 15,000 บาท
ครอบฟันเซรามิก 12,000 - 18,000 บาท
รากฟันเทียม 29,000 - 65,000 บาท
 
  • Composite Veneer ใส่ฟันปลอม 1 ซี่ ราคาประมาณ 3,000 - 9,000 บาท
  • Ceramic Veneer ทำฟันปลอมราคาประมาณซี่ละ 12,000 - 20,000 บาท
  • ครอบฟันโลหะ ราคาซี่ละประมาณ 8,000-15,000 บาท
  • ครอบฟันเซรามิก ราคาประมาณ 12,000-18,000 บาทต่อซี่
  • รากฟันเทียม ซี่ละประมาณ 29,000 - 65,000 บาท

ราคาฟันปลอมแบบถอดได้

ราคาฟันปลอมแบบถอดได้
รายการ ราคา (โดยประมาณ)
ฟันปลอมฐานโลหะ (บางส่วน) 6,000-15,000 บาท
ฟันปลอมฐานโลหะ (ทั้งปาก) 20,000 - 35,000 บาท
ฟันปลอมฐานพลาสติก (บางส่วน) 1,500 - 5,500 บาท
ฟันปลอมฐานพลาสติก (ทั้งปาก) 20,000 - 30,000 บาท
ฟันปลอมแบบยืดหยุ่น 7,000 - 13,000 บาท
 
  • ฟันปลอมฐานโลหะ หากทำแบบบางส่วน จะอยู่ที่ประมาณ 6,000-15,000 บาท และทำแบบทั้งปาก จะอยู่ที่ประมาณ 20,000 - 35,000 บาท
  • ฟันปลอมฐานพลาสติก ทำบางส่วน อยู่ที่ประมาณ 1,500 - 5,500 บาท และทำทั้งปาก อยู่ที่ประมาณ 20,000 - 30,000 บาท
  • ฟันปลอมแบบยืดหยุ่น ราคาประมาณ 7,000 - 13,000 บาท
 
 

ฟันปลอม ทำที่ไหนดี

การจะเลือกโรงพยาบาลหรือคลินิกทางทันตกรรมดีๆสักที่ ไม่ใช่ว่าจะเลือกที่ใดก็ได้ เราจะต้องพิจารณาถึงปัจจัยหลายๆอย่าง เพื่อจะได้สามารถเลือกคลินิกทันตกรรมที่ดีและตรงกับความต้องการของเรามากที่สุด ซึ่งปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนเลือกเข้าใช้บริการ มีดังนี้
  • คลินิกที่มีความสะอาด มีความเป็นมาตรฐาน
การที่คลินิกมีความสะอาด มีความเป็นมาตรฐาน จะช่วยให้มั่นใจได้ว่า มีความปลอดภัยในการทำทันตกรรมใดๆ ไม่ต้องกังวลว่าเมื่อทำเสร็จสิ้นแล้ว จะมีปัญหาใดๆตามมา อันเนื่องมาจากความไม่สะอาด
  • เดินทางได้สะดวก
การเดินทางสะดวกเป็นสิ่งที่ดีและสำคัญไม่แพ้หัวข้ออื่นๆ เพราะการเดินทางที่สะดวกจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง อีกทั้งเวลาที่เกิดปัญหาหรือมีการนัดพบก็จะทำให้คุณเดินทางไปได้ทันท่วงที ยิ่งในกรณีที่จำเป็นต้องเข้าพบทันตแพทย์บ่อยๆ ก็จะช่วยให้คุณสามารถเดินทางไปพบได้อย่างสม่ำเสมอ
  • มีประวัติการเปิดคลินิกมานาน
หากคุณต้องการเข้ารับบริการกับคลินิกทันตกรรม ควรตรวจสอบให้ดีก่อนว่า คลินิกทันตกรรมนี้มีประวัติการเปิดให้บริการที่ยาวนานในพื้นที่นี้หรือไม่ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น กำลังอยู่ในขั้นตอนการทำทันตกรรมกับคลินิกนี้อยู่ จู่ๆคลินิกเกิดปิดให้บริการหรือย้ายไปพื้นที่อื่นที่ไม่สะดวกในการเดินทาง ก็จะทำให้เกิดปัญหาได้
  • คลินิกจะต้องมีความน่าเชื่อถือ
คลินิกทันตกรรมที่ดี จะต้องมีความน่าเชื่อถือ ได้รับการรับรองต่างๆ หรือมีใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้อง รวมไปจนถึงมีการรีวิวจากผู้รับบริการจริง ว่าสามารถดูแลผู้รับบริการได้ดี มีผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ
  • ทีมทันตแพทย์เฉพาะทาง
ส่วนสำคัญที่สุดคือ การมีทีมทันตแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ที่มากเพียงพอ มีใบประกอบวิชาชีพ เพราะจะทำให้คุณสามารถวางใจได้ว่า ทันตแพทย์ที่ให้การดูแลอยู่ มีความรู้ที่มากเพียงพอ และสามารถทำผลลัพธ์ออกมาได้ดี

หากคุณยังนึกไม่ออกว่าจะมีคลินิกทันตกรรมดีๆ แบบนี้ที่ใดบ้าง ทางเราขอแนะนำ “คลินิกทันตกรรมสีวลี” ไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกดีๆให้คุณพิจารณา เพราะคลินิกทันตกรรมสีวลี เป็นคลินิกที่มีการเปิดให้บริการมามากกว่า 20 ปี มีทีมทันตแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญทุกสาขา พร้อมทั้งยังมีรีวิวมากมายจากผู้ใช้บริการจริง ทำให้คุณสามารถมั่นใจได้ว่า ฟันปลอมของคุณจะออกมาสวยงาม สะดวกสบายต่อการใช้งาน และเหมาะสมกับคุณ
 

ข้อสรุปเกี่ยวกับฟันปลอม

ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น การทำฟันปลอม เป็นการทำขึ้นทดแทนฟันหรือเนื้อฟันที่เกิดการสูญเสียไป เพื่อช่วยในเรื่องของประสิทธิภาพการบดเคี้ยวอาหาร การออกเสียง ความสวยงาม รวมไปจนถึงการป้องกันฟันข้างเคียงเคลื่อนหรือล้ม และกรณีของกระดูกละลาย ซึ่งฟันปลอมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ฟันปลอมแบบติดแน่น และฟันปลอมแบบถอดได้ โดยแต่ละประเภทก็จะมีรูปแบบในการทำที่แตกต่างกันออกไป

นอกจากการทำฟันปลอมแล้ว วิธีการดูแลฟันปลอมและดูแลตนเองหลังจากนั้นก็สำคัญเช่นกัน การดูแลฟันปลอมแต่ละประเภทจะมีความแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย จะต้องดูแลให้ถูกวิธี เพื่อยืดอายุการใช้งาน และเข้าพบทันตแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ รวมไปจนถึงการเลือกคลินิกทันตกรรมเองก็ควรให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน


Create Date : 14 ธันวาคม 2564
Last Update : 14 ธันวาคม 2564 18:54:47 น. 1 comments
Counter : 454 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร


 
กำลังจะไปทำฟันปลอมพอดีจ้า
สรุปแบบติดแน่นดี แต่ราคาแพงจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 15 ธันวาคม 2564 เวลา:12:01:46 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 6686951
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6686951's blog to your web]
space
space
space
space
space