กุมภาพันธ์ 2556

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
 
 
24 กุมภาพันธ์ 2556
Below-the-Line-Marketing (Part 1)
เจ้านายใจดีส่งไปเรียนหนังสือกับ Asia Business Connect  เป็นการ training ในหัวข้อ Below-the-Line-Marketing เป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับเรา บางอย่างเราคิดเอง เออเองอยู่คนเดียวก็ไม่มั่นใจว่ามันใช่อย่างที่คนอื่นเค้าคิดรึเปล่า เทรนด์ของตลาดตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง การไปเรียนก็ช่วยย้ำและเพิ่มความรู้ให้กับเราไปในคราวเดียวกัน Guest speaker ทุกท่านบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เราไม่สามารถบอกได้หรอกว่า Above-the-Line หรือ Below-the-Line อันไหนสำคัญหรือไม่สำคัญ การทำการตลาดไม่มีถูกผิดหรอก แต่หัวใจสำคัญคือเรารู้จักลูกค้าของเราดีแค่ไหนต่างหาก ถ้าเราจะขายผ้าอ้อมผู้ใหญ่ แต่ทำการตลาดผ่าน instragram ก็คงไม่ใช่เรื่อง .... อีกหนึ่งอย่างที่เราต้องคำนึงก็คือการใช้งบประมาณที่เกิดประโยชน์มากที่สุดไม่ใช่ว่า เงินมีเยอะก็เลยละลายแม่น้ำซะอย่างนั้น การมาเรียนคราวนี้ได้เห็นว่า Guest Speaker กำลังบอกในสิ่งเดียวกัน แต่ในมุมมองและสไตล์ที่ต่างกัน ซึ่งมุมมองมีอยู่เยอะมาก จะค่อยๆเล่าละกันนะคะ

ในช่วงแรกของวันที่ 1 เป็น Panel Discussion เป็นการรับฟังมุมมองในการทำการตลาดจาก guest speaker 3 ท่านด้วยกัน คุณชาญวุฒิ, Associate Director, LOWE Thailand, คุณประภาส, Executive Vice President, CIMB Thai Bank Public Co.,Ltd. และ คุณ ดิว, Associate Business Director, Ensemble Thailand มีหลายประเด็นที่ท่านทั้ง 3 ให้มุมมองที่น่าสนใจมาก
  • เปิดมา moderator ถามทัั้ง 3 ท่านว่าจริงรึเปล่าที่ Below-the-Line Marketing กำลังเข้ามาแทนที่ Above-the-Line คำตอบก็คือ จริงๆแล้ว เนี่ยมันไม่มีอะไรมาแทนอะไรหรอก เพียงแต่ว่าปัจจุบันนี้ consumer behavior เปลี่ยนไป เราในฐานะนักการตลาดอาจจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการที่เราจะติดต่อผู้บริโภคด้วยเหมือนกัน ยกตัวอย่างๆง่ายๆ เดี๋ยวนี้คนเรา multi task กันมากขึ้น กลับบ้านไปเปิดทีวี ใช่ว่าจะโฟกัสไปที่ทีวีอย่างเดียว บางคนทานข้าวไปด้วย บางคนก็เล่นมือถือไปด้วย ในเมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นอย่างนี้แล้ว เราจำเป็นที่จะต้องเสียเงินคุยกับผู้บริโภคผ่าน TVC แพงๆรึเปล่า? ก็อาจจะไม่ แล้วอะไรล่ะที่จะทำให้เราเข้าถึงเค้่ามากขึ้น? นั่นแหละคือหน้าที่ของนักการตลาดทั้งหลายที่ต้องมาคิดต่อ .... อีกอย่างหนึ่งคือเราต้องการอะไรต่อการทำการตลาดหนึ่งครั้งถ้าเราสามารถตอบได้ก็อาจจะทำให้เราเลือกสื่อได้ง่ายขึ้น ถ้าเราต้องการทำให้เกิด awareness ก็อาจจะหนีไม่พ้น TVC แต่เราจะใช้มันอย่างไรให้คุ้มค่ามากที่สุด และที่เราต้องมองให้ลึกลงไปอีกก็คือ เรื่องของ brand engagement เพื่อจะทำให้เกิด customer loyalty นี่แหละ ผลลัพธ์ที่ใครๆก็อยากเห็นแต่อย่างไรล่ะ ?
  • พูดถึง Below-the-Line ก็เห็นจะมี Event นี่แหละ ที่เค้านิยมจัดกันเพื่อให้เข้าถึงและพุดคุยกับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น พูดได้เลยว่า Event หนึ่ง Event เป็นโอกาสที่เราจะสร้างความประทับในให้กับลูกค้าและเป็นโอกาสที่จะสร้างความผิดหวังให้กับลูกค้าไปพร้อมๆกัน เพราะฉะนั้นเราต้องระวังกันนิดนึง คุณประภาสพูดทิ้งท้ายเอาไว้่ 2 ประโยคเกี่ยวกับการทำ Event คือ "ความชั่วร้ายอยู่ในรายละเอียด" และ "Moment of truth" ขออนุญาตทำความเข้าใจในแบบของตัวเองนะคะ ว่าการทำ Event รายละเอียดน่าจะเป็นเรื่องสำคัญในการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า สมมตินะคะว่าเราจะไปงานหนังสือที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์ เดินทางด้วย MRT ก่อนออกจากบ้านกลัวฝนตกเลยเอาร่มติดตัวมาด้วย พอมาถึงพบว่าฝนตกจริงๆต้องกางร่มวิ่งหลุนๆ เข้างานไปแล้วก็ .... จะเอาร่มไปไว้ไหนล่ะคราวนี้เปียกเชีย และทันใดนั้นเองก็มีมือคู่หนึ่งยื่นถุงหิ้วที่เป็นรูปทรงสำหรับใส่ร่มโดยเฉพาะมาให้ ถามว่าเราจะประทับใจไหมแน่นอนเราต้องประทับใจแน่เพราะมันเป็นอะไรที่ overexpectation ว่าผู้จัดงานจะรอบคอบและใส่ใจรายละเอียยดอะไรขนาดนี้ รายละเอียดอีกอย่างที่ยังไม่ได้พูดถึงน่าจะเป็นในเรื่องของความพร้อม .... เราจะจะเตรียมการแสดงเปิดตัวสินค้าเอาไว้ยิ่งใหญ่และอลังการมากแต่การที่เราไม่ได้ลองเครื่องเสียงหรือซ้อมก่อนจากความประทับใจก็อาจจะกลายเป็นความผิดพลาดและผิดหวังได้ ถ้าอยู่ดีๆเครื่องเสียงเกิดไม่ทำงานขึ้นมาซะอย่างนั้น นี่แหละ "Moment of Truth" เราอาจจะสร้างโอกาสใหม่ไม่ได้แล้วเพราะฉะนั้นต้องระวัง!
  • งาน Event ต้องมาคู่กับ Celeb เสมอไปรึเปล่า? ถามว่าจำเป็นไหม ก็เป็นได้ทั้งจำเป็นและไม่จำเป็น ถ้ามีBudget สำหรับ Celeb ก็ควรจะพิจารณาดีๆว่า Celeb คนนั้นเหมาะสมกับงานของเรารึเปล่า? ไปที่ไหนควรจะเชิญใครไป แล้วไปแล้วเค้าจะมีอิทธิพลต่อ brand ของเรามากขนาดไหน ถ้าเค้ามีอิทธิพลต่อ brand เรามาก และลูกค้ามองเค้าในด้านบวก brand เราก็บวกไปด้วย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ลูกค้ามองเค้าเป็นลบขึ้นมาละก็ยุ่งนะจ๊ะ ....
  • หลักสำคัญในการทำ Below-the-line Marketing คือ 
  1. Innovation ทุกวันนี้อะไรๆก็ innovation ไปหมด ต้องใหม่ยิ่งเป็นอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อนยิ่งดี
  2. Relavant มีความเกี่ยวข้องกันทั้งกับ brand และ ลูกค้า
  3. Customize เรารู้อยู่แล้วว่าลูกค้าเราคือใครเพราะฉะนั้นเราต้องทำในแบบที่เราคุยกับเค้ารู้เรื่องแล้วเค้าจะฟังเรา
  4. Key message ตลอดจน Call to action คือเป็นการสื่อสารที่ทำให้เกิดการปฏิบัติ เกิด engagement อยากเช่น โทรตอนนี้ลดทันที 50% เดินเข้ามาตอนนี้ รับฟรีไปเลย .....
  5. Adaptable สามารถปรับเปลี่ยนได้ อย่างเช่นเอา ณเดชไปเปิดตัวสินค้าที่ใต้ ก็คงไม่มันเท่า เอกชัย ศรีวิชัย จริงไหม
  6. Customer experience สำคัญมาก
  7. Focus และ Budget ต้องดูด้วยว่าโจทย์ของเราคืออะไร แล้วตังค์อ่ะมีไหม?? 
นี่แค่ section แรกเท่านั้น ยังไม่ได้แตะ Digital Marketing เลยสักกะนิด ไว้จะทยอยลงนะคะ

Below-the-line Marketing (Part 1)   

By lil-J



Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2556 22:54:42 น.
Counter : 1235 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

นิลทิชา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



I just love to tell what I think, thanks for give me a chance
and read my thoughts. Welcome to all comments. cheers !