กุมภาพันธ์ 2556

 
 
 
 
 
1
2
3
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
เด็กหนีเที่ยว : ตามศิลป์
เมื่อวานโชคดีเป็นวันหยุดค่ะ อ.งดคลาส เราเลยได้มีวันว่างๆ(ที่นานๆจะมีสักที)Smiley

พอดีกับคลาสวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์ อ.แนะนำให้ไปดูงานของANDY WARHOLที่กำลังจัดแสดงที่สยามเซ็นเตอร์ ชั้นG 

เราและพลพรรคพวกเลยนัดแนะออกเดินทางไปสยามกันค่ะ

ก่อนขึ้น BTS เราก็แวะกินข้าวเที่ยงที่ร้านข้าวมันไก่อนุเสาวฯเจ้าประจำของเราก่อน Smiley เพิ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้เขาเอาใจคนไม่กินผัก--มีแตงกวาให้ 2 ชิ้นบางๆ ในน้ำซุปมีแต่น้ำใสๆSmiley

แต่เอาแค่อิ่มท้องเท่านั้นแหละ เพราะเราจะเดินทางยาวๆกันแล้ววว



ตามโปรแกรมที่วางไว้วันนี้(ของเรา)นะ 

สยามเซ็นเตอร์(ดูpop art) -- หอศิลป์(นิทรรศการสยามapp) -- จามจุรีสแควร์(นิทรรศการdialouge in the dark)


Siam Centre





Pop Art เป็นศิลปะที่ปรากฎในชีวิตประจำวัน งานออกแบบ ข้าวของเครื่องใช้
หรืองานดีไซน์ ทำให้ศิลปะเข้าสู่อุตสาหกรรม โดยมีโทนสีสดใส แต่สีหลักๆก็คือ
สี CMYK หรือสีหมึกพิมพ์ ผู้นำงานศิลป์ในยุคนี้คือ Andy Warhol ซึ่งนำผลิตภัณฑ์ทั่วไปอย่างกระป๋องซุปCampbells หรือนักร้อง นางแบบสาวชื่อดังอย่างMarilyn Monroe มาสร้างสรรค์เป็นผลงานที่ทันสมัย มีเอกลักษณ์ 












หลังจากเมามันส์กับการถ่ายภาพในpop artแล้ว เราก็เดินไปต่อกันที่ หอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพฯ ซึ่งตอนนี้กำลังมีนิทรรศการ "สยามApp" "Hear Hear" "เครื่องปั้นดินเผา" "No Absolute Truth in the Universe" เรียกได้ว่า มางานเดียวก็เกินคุ้มเลยจริงๆ


Hear Hear เสียง เสียง นิทรรศการที่ให้เราได้ทดลองเรียนรู้ในเรื่องของการเกิดเสียง การเดินทางของเสียง เสียงต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัวเราตลอดเวลา แต่เราก็อาจจะไม่ได้สังเกตถึงมัน เป็นนิทรรศการที่ทำให้เรารู้สึกว่า สิ่งเล็กๆเหล่านี้เกิดขึ้นรอบตัวเราตลอดเวลา แต่ทำไมเราถึงไม่เคยรู้สึกถึงมันบ้าง




ฟันเฟืองของเครื่องจักรต่างๆ ก็เป็นแหล่งกำเนิดเสียงที่แตกต่างกัน แม้จะเป็นเฟืองในกลไกเดียวกัน


ระหว่างนิทรรศการเสียง เราก็แวะเข้านิทรรศการ "สยามapp" ซึ่งจัดแสดงงานศิลปะเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับศิลปะไทย ในงานก็มีทั้งงานภาพพิมพ์ ผ้าใบ ประติมากรรม สรรสร้างตามแต่จินตนาการของศิลปินแต่ละคน 


แต่ที่ประทับใจเห็นจะเป็นงานนี้..





มันคือ ผ้าถักจากเส้นผมคนที่ล่วงลับ นำมาถักเป็นสถูปเจดีย์ เป็นผลงานที่น่ายกย่องในความพยายาม ทั้งสวย แต่อีกนัยก็น่าสยอง...จะมีสิ่งเร้นลับมาทวงผมคืนมั้ยนี่??Smiley

อีกชิ้นหนึ่ง เป็นศิลปะจากคนที่ล่วงลับไปแล้วเช่นกัน..



เป็นเสื้อผ้าของทหารกล้าที่ใช้ชีวิตเข้าปกป้องประเทศชาติ แต่ที่เราซาบซึ้งใจในผลงานชิ้นนี้คือ..



จดหมายถึงพ่อ ที่ลูกสาวส่งมาให้ แล้วคาดว่าทหารกล้านายนี้จะพกติดตัวไว้จนกระทั่งลาลับ...

เรากับเพื่อนนั่งอ่านกันน้ำตาคลอ เพราะเพื่อนเราก็มีพ่อเป็นรั้วของชาติเหมือนกัน แต่จะมาหายเศร้าก็ตอนอ่าน ปล. บรรทัดสุดท้ายที่น้องหนูเขาเขียนถึงพ่อนี่แหละ

"ปล. แม่ฝากบอกว่าพ่ออย่าไปกิ๊กกับเพื่อนนะ" 

คาดว่าไม่ต้องบอก ก็น่าจะรู้ว่าหมายถึงอะไร อึ้งมากกSmiley แม่บ้านนี้ คิดอะไรอยู่นี่..



อีกชิ้นเป็นงานนี้ น่ารักมากกกSmiley

เป็นงานศิลปะชีวิตครอบครัวจากผ้า เรารู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากงานชิ้นนี้ เป็นงานที่ยืนมองได้สบายใจที่สุดSmiley



เสร็จแล้ว เราก็ลงมาดูนิทรรศการ "No Absolute Truth in the Universe ไม่มีความจริงใดใดในจักรวาล" ในนิทรรศการเขาให้ถ่ายรูปนะ แต่เราไม่ได้ถ่ายมาเอง นิทรรศการนี้จัดแสดงงานศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจากพุทธศาสนา ลึกซึ้ง สงบ และ สบายใจ..Smiley




ชั้นสุดท้ายเป็นนิทรรศการเครื่องปั้นดินเผา เราชอบอยู่ 2 งาน วางอยู่ข้างๆกัน น่ารักมากกSmiley







และแล้วการเดินทางอันยาวนานของเราก็ใกล้สิ้นสุดลง เหลือเป้าหมายสุดท้าย คือจามจุรีสแควร์ เราต้องต่อBTSไป และด้วยความที่ไม่ค่อยจะเข้าเมือง(ไม่ใช่เด็กบ้านนอกน้าา แค่อยู่เมืองชั้นนอกเท่านั้นเอง555) เราก็เลยต้องถามทางตั้งแต่ก่อนขึ้นBTS ยังลงBTS 

แต่ที่เห็นจะประทับใจที่สุดคือ ป้อมถามทางinformation ตรงแยกศาลาแดง คุณลุงในป้อมใจดีมากกก (หล่อด้วยSmiley) เราเป็นพวกหลงทิศ แล้วก็เดินไปไม่ถูก คุณลุง(เรียกพี่ได้มั้ยเนี่ย กระดากปาก เขาออกจะหล่อ555) ก็อธิบายได้อย่างใจเย็น ชัดเจน เราเนี่ยแทบจะเคลิ้มไปกับเสียงเขาเลย คนอะไร๊ อายุเยอะแล้วยังหล่อ แถมเสียงนุ่มอบอุ่นอีก หลงเลยยSmiley

หลังจากเดินมาสักพัก เราก็พบกับจามจุรีสแควร์ แต่เป้าหมายจริงๆของเรามันอยู่ชั้น 4 ต่างหาก อพวช. หรือ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

ข้างในพิพิธภัณฑ์ก้มีสัตว์สต๊าฟ แล้วก็เครื่องเล่นเสริมความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ต่างๆให้น้องๆหนูๆได้เรียนรู้อย่างเพลิดเพลิน โดยมีพี่ไกด์คอยแนะนำ เราเห็นเด็กๆกรีดกร๊าดสนุดสนานกันใหญ่ สถานที่ๆเต็มไปด้วยเด็กนี่มันมีชีวิตชีวาดีจังSmiley

แล้วเราก็พบเป้าหมายในที่สุด นิทรรศการ Dialouge in the Dark หรือ บทเรียนในความมืด เป็นนิทรรศการจำลองการใช้ชีวิตของคนตาบอดค่ะ ก่อนเข้าจะมีพี่สต๊าฟมาอธิบายให้เราเข้าใจถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ การใช้ไม้เท้า พอเราเข้าไปข้างในก็จะมีพี่ไกด์พาเราเที่ยวชม ข้างในมืดมาก แต่ก็สนุกมากค่ะ 



อันนี้เราวาดสิ่งที่เราเจอมาขณะอยู่ข้างในค่ะ เหมือนบ้าง(เหรอ??)ไม่เหมือนบ้าง ลองเดากันดูนะค่ะว่าเราเจออะไรบ้าง (ไม่ได้วาดรูปสวยหรอกค่ะ แต่ก็แค่อยากวาดบ้างไรบ้าง)

ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษๆค่ะ ตอนจะออกมานี่รู้สึกลืมไปเลยว่ามีตาหรือไม่มี ไม่รู้ว่ากำลังหลับตาหรือลืมตาอยู่เลย แต่จริงๆก็ลืมตาอยู่อ่ะนะ

ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นดี แต่การที่เราที่ได้ปิดการรับรู้ไปชั่วคราว 1 อย่าง เพียงระยะเวลาหนึ่ง เราก็รู้สึกสนุกได้แหละค่ะ แต่เราว่าสำหรับคนที่เขาต้องปิดไปเลยอย่างถาวรเขาคงสนุกไม่ออกหรอกจริงมั้ยค่ะ 

ถ้ามีเวลาก็อยากให้ได้ไปนิทรรศการนี้กันดูนะค่ะSmiley ไม่รู้ว่าจะเปิดถึงเมื่อไหร่ แต่ก็อยากให้อยู่ไปนานๆ


และแล้วทริปท่องเมืองครึ่งวันของเราก็จบลงด้วยดี อาจเป็นทริปขาดๆเกินๆตามประสาคนไม่ค่อยได้ไปไหน แต่ก็หวังว่าเืพื่อนๆจะสนุกไปกับทริป(ยาวมากก)ของเรานะ ไว้โอกาสหน้าได้ไปเที่ยวอีก จะมาเล่าให้ฟังSmiley



Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2556 23:02:58 น.
Counter : 1913 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

nunpatittapaniam
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



พื้นที่นี้เราเอาไว้เก็บสะสมเรื่องราวต่างๆที่เราได้พบเจอในชีวิตประจำวัน และการสอนเด็กๆในคลาสเรียน ซึ่งบางครั้งอาจจะทุกข์ อาจจะสุข ปะปนกันไป

เราเชื่อว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้น หากประสบการณ์การเรียนรู้ของเราสามารถเพิ่มพูนประสบการณ์ของผู้อื่นได้ เราก็ยินดี

ขอให้มีความสุขกับบล็อคเรานะ แล้วก็ขอบคุณที่แวะมา^^
New Comments