Welcome to My World...
Group Blog
 
 
มีนาคม 2551
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
29 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 

~ชีวิตคู่ Chapter I~

ชีวิตการแต่งงานหลังจากผ่านมา 1 ปี กับอีกเกือบเดือน โดยรวมก็มีความสุขดี ทะเลาะบ้าง ครึ่งปีหลังไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน เพราะแฟนไปทำงานต่างประเทศ สามอาทิตย์กลับที กลับมาก็อยู่สามสี่วัน แล้วก็ไปอีกสามอาทิตย์ไรประมาณนี้ ก็ไม่ได้อะไรมาก เราคบกันมานานแล้วมั้ง ตอนไปทำวิจัยที่สวีเดนก็ไม่ได้เจอกันตั้งเจ็ดเดือนครั้งนึง สี่เดือนอีกครั้งนึง ยังทนได้ เราก็ต่างคนต่างทำงานของตัวเองไป แต่ก็คุยกันทุกวัน เอ็มเอสเอ็นบ้าง โทรบ้าง บางครั้งรู้สึกว่าเค้าไม่อยู่ก็ดีเหมือนกัน จะได้มีเวลาเป็นตัวของตัวเองบ้าง ทำงานไม่ต้องรีบกลับ จริงๆเค้าไม่ได้ต้องให้เรารีบกลับ แต่ก็อย่างว่ามันรู้สึกเหมือนมีอะไรรออยู่...ช้อปปิ้งไม่ต้องมีคนว่า

เหตุการณ์ที่จะเล่าต่อไปนี้ เพิ่งเกิด ณ วันนี้ จริงๆมันเป็นเรื่องปัญญาอ่อนมาก ไร้สาระที่สุด แต่ไม่รู้ซิ เรารู้สึกเบื่อกับเรื่องแบบนี้มาก จริงๆวันนี้ก็ยังดีๆกันอยู่ เราชวนเค้าไปเดินเล่น The Mall บางกะปิ เพราะไม่รู้จะไปไหน ก็เดินกันดีๆ เค้าเอาคอมไป format window ใหม่ที่ตะวันนาด้วย กินชาบูชิกัน เดินดูโน่นนี่ แยกกันไปเดินบ้าง เค้าก็ดูเครื่องใช้ไฟฟ้าของเค้าไป เราก็ไปเดินดูพวกเฟอร์นิเจอร์ ก็ไปเจอร้านทำ buil in ครัว ก็ไปตามเค้ามาดู ตอนนั้นก็ยังดีๆอยู่ ไปให้เค้าออกแบบครัวให้สักพัก เสร็จไปเอาคอม แล้วก็ว่าจะกลับกัน ไปถึงรถเดินผิดชั้นเค้าก็โทษเราว่าพาเดินผิดชั้น ซะงั้น แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร เหมือนจะว่าเล่นๆ (ชอบแกล้งอย่างนี้ประจำ)

ขึ้นรถเราก็หยิบบัตรมาวางที่ตักไว้เลย เพราะเคยมีประวัติถึงที่คืนบัตรแล้วหาไม่เจอ (ครั้งนั้นเค้าคนเก็บบัตร ปรากฏว่าตกอยู่ข้างเบาะ หากันนานมาก เพราะเราไม่รู้ว่าเค้าเก็บไว้ไหน) รถก็ดันติด เค้าก็เริ่มหงุดหงิดละ (ชอบเป็นแบบนี้ประจำ งกมากกับค่าจอดรถ กลัวจะเกินชั่วโมงแล้วต้องจ่ายเพิ่ม อะไรประมาณนี้) ขับรถกระชาก ประมาณว่าเหยียบคันเร่งแรง ไม่รู้ว่าเพราะไม่ได้ตั้งใจ หรือเริ่มหงุดหงิด บัตรมันก็ตกลงไปข้างเบาะ ตอนนั้นเรากำลังกดโทรสับหาร้านบิวอินครัวอีกร้าน มันอยู่ระแวกนั้น ว่าจะเข้าไปคุยเปรียบเทียบราคา เลยไม่ได้จับบัตรไว้

....เราก็ว่าเค้าว่า : กระชากทำไม บัตรตกอีกแล้ว เดี๋ยวก็หาไม่เจออีกหรอก
เค้าก็ไม่หยุด แล้วทางมันเป็นทางวนลง เราก็ก้มหาบัตรเวียนหัวมาก เราก็เลยเริ่มหงุดหงิดละ
เลยบอกไปว่า : จะจอดหาบัตรก่อนได้มั้ยเนี่ย
เค้าก็ว่าเรากลับ หาว่าเราทำบัตรตก เพราะโทรสับอยู่

เราก็อ้าววว หงุดหงิดแล้วมาลงที่กรูอีกแล้วนี่หว่า เลยสวนกลับไปอีกว่า ใครกันแน่ ขับรถกระชาก ชั้นไม่ได้ยุ่งอะไรกับบัตรเลย วางเตรียมไว้ให้แล้วแท้ๆ (แต่พูดด้วยน้ำเสียงแบบ ไม่พอใจเป็นที่สุด)

เค้า : "ลงไปเลย"
เรา : (อ๊ะ ไล่กรูลงจากรถรึ ได้ๆๆ ดันไม่ชอบให้ใครมาท้าซะด้วย) !! จอด จะลง ...แล้วก็เปิดประตูลงไป

....ขณะที่เดินกลับเข้าไปในห้าง..เอาละซิกรู กลับไงวะ นี่ The mall นะไม่ใช่เซ็นทรัล ลาดพร้าว จะได้เดินข้ามถนนมาขึ้นมอไซด์เข้าซอยบ้าน...กลับไงดีละเนี่ย

สักพักโทรมา....
เค้า : "จะกลับมั้ย รออยู่ปั้มเชลล์"
เรา : "ไล่ทำไม จะไปไหนก็ไป ไม่ต้องมาสนใจ ชั้นตายเธอคงจะดีใจ...ไม่กลับ" วางสาย (หยิ่งจริงๆกรู อีกใจนึงน่ะคิดนะว่า กรูจะกลับบ้านยังไงว๊า)

ที่เครียดเรื่องกลับบ้านน่ะ เพราะว่า แท็กซี่ ยังไงก็ไม่ขึ้นคนเดียว...รถตู้ก็ไม่อยากขึ้นเพราะเป็นโรคอึดอัดรถตู้ จะเมารถ...ทางสุดท้ายรถเมลล์...ก็ไม่รู้สาย)

โทรหาอ้อ...
เรา: "แก........ชั้นโดนทิ้งอยู่ The Mall บางกะปิ"
อ้อ: "เฮ้ย !! (เสียงตกใจมาก)....ทำไม พี่โชคเหรอ..เรื่องไร้สาระอีกแล้วซิแก (อ้าว รู้นี่หว่า แล้วทำเป็นตกใจ)"


ก็เลยเล่าเรื่องไร้สาระนี้ให้มันฟัง อ้อ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่สุด รู้ดีว่าเรามีความเป็นไปเป็นมากับผู้ชายคนนี้ยังไงบ้าง ....ผู้ชายที่ชั้นเลือก...มันก็แนะนำสายรถเมลล์ให้ แล้วก็บอกว่าจะให้ไปรับป่าว (ตอนนั้นมันอยู่ออฟฟิสแถวสีลม) ก็เลยบอกไม่ต้องหรอก กว่าจะมา ขี้เกียจรอ...

หลังจากนั้นก็เดินเล่นสักพัก....เดินทำใจ ว่าจะเอาไงกับชีวิตดี
คิดหลายตลบว่า ทำไมชั้นถึงเลือกแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ได้ ทำไมเค้าไม่ห่วงชั้นเลย (แอบบอกให้ว่า จริงๆเค้ารู้ว่าเราสามารถดูแลตัวเองได้ มันเกิดเหตุการทำนองนี้มาบ่อย แต่ก็น่าจะห่วงกันบ้าง เราไม่อยากเป็นคนเก่งจนเกินไปในสายตาเค้า) ....ที่ผ่านมาตั้งแต่รู้จักกัน เราไม่เคยทำตัวเป็นภาระเค้า เค้าก็ไม่เคยทำตัวเป็นภาระเรา...ไม่จำเป็นที่เราจะต้องรอให้เค้ามารับมาส่ง เราดูแลตัวเองได้ ต่างคนต่างมีรถ...

...ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นสิ่งดีหรือไม่ดี ตอนแรกก็ว่าดีเพราะการที่เราเลือกใครสักคนเป็นคู่ชีวิต เราไม่ควรจะไปเพิ่มภาระให้ชีวิตเค้า และเค้าก็ควรจะไม่เพิ่มภาระให้ชีวิตเราด้วย แค่เราสองคนสามารถใช้ชีวิตร่วมกัน ช่วยเหลือกันตามควร และดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขได้ก็พอ

นี่ละมั้ง ถึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เค้าไม่ใส่ใจ เราเท่าที่ควร.... เค้าเป็นผู้ชาย ยังไงเค้าควรจะเป็นห่วงผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาเค้าบ้าง... แต่จากเหตุการณ์นี้...เรารู้สึกได้ว่า "ไม่" เลยสักนิด
จะกลับยังไงก็ช่าง... แท็กซี่ทุกวันนี้น่ากลัวจะตาย (หรือเค้าคิดว่าหน้าอย่างเรา ปลอดภัยแล้วฟระ )
ไม่รู้สิ ...ไม่รู้จะพูดยังไง บอกความรู้สึกไม่ถูก...

สุดท้าย เดินอยู่อีกสักชั่วโมงได้ โทรไปถามว่าจะมารับมั้ย (แต่ไม่ได้บอกว่าจะกลับเอง) บอกว่ารออีกชั่วโมงละกัน อยู่แฟชั่นไอส์แลนด์ (เค้ากะกลับไปนอนบ้านเค้าแถวรามอินทรา) เราก็ตั้งชั่วโมง ขี้เกียจรอ เลยเดินไปรอรถเมลล์ รออยู่สักครึ่งชั่วโมง เลยโทรไปหาเค้าอีกว่าถึงไหนแล้ว กะว่าถ้าใกล้ๆแล้วจะรอ ปรากฏว่ายังไม่ออกมา.. เลยวางสายเลย รถเมลล์มาขึ้นเลย...เบื่อผู้ชายคนนี้มาก ทั้งเสียใจ ทั้งเบื่อ...

พอขึ้นรถเมลล์เสร็จ โทรมาบอกว่ากำลังออกไปแล้ว..เลยบอกว่าจะไปไหนก็ไปเลย กลับแล้ว ไม่รอแล้ว เบื่อ.....

มานั่งสมเพชตัวเอง...ดูซิ แต่งงานได้ปีเดียวเอง เค้ายังไม่ห่วงเราขนาดนี้ เหอๆ อีกหน่อยมันจะขนาดไหนเนี่ย....คิดผิดหรือเปล่าก็ไม่รู้ที่แต่งงานกับผู้ชายคนนี้...
ถามว่าเรารักเค้ามั้ย...เรารักนะ รักเหมือนเดิม เหมือนวันแรกที่คบกัน
ห่วงเค้า เราก็ห่วง...มีคืนนึง เค้าป่วย ปวดท้อง เป็นบิด เราสงสารมาก เค้าทำท่าเหมือนกับอาการมันแย่มากๆ เรากลัวมาก กลัวเค้าจะเป็นไรไป...ไม่ได้นอนกันทั้งคืน ทั้งเค้า ทั้งเรา.....

ไม่รู้เหมือนกัน ...สุดท้าย มันก็คงเหมือนครั้งที่ผ่านมา เดี๋ยวก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เค้าไม่เคยสำนึกว่าทำอะไรไว้กับเราบ้าง จริงๆมันไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร ส่วนดีเค้าก็มีเยอะ แต่เราเบื่อ ว่าทำไมอะไรๆ ก็โทษเราตลอด ...บางครั้งยังคิดเลยว่ารักกันบ้างมั้ยเนี่ย......




 

Create Date : 29 มีนาคม 2551
5 comments
Last Update : 29 มีนาคม 2551 21:06:22 น.
Counter : 233 Pageviews.

 

มาให้กำลังใจนะคะ
จะบอกว่าอารมณ์เดียวกัน
นิสัยคล้ายกันซะด้วยสิ
สามีเราใจร้อนขี้หงุดหงิด
โทษชาวบ้านอย่างนี้เลย
ส่วนเราก้อขี้งอนแบบคุณจขบ.เลยค่ะ
แต่เราก้อใช้ระยะเวลาค่อยๆ
ทำความเข้าใจเค้าเหมือนกัน
เพราะบางทีเค้าไม่ห่วงเราเรื่องนี้
แต่เรื่องอื่นเค้าก้อห่วง อะไรประมาณนี้
ยิ่งตอนแต่งงานกันใหม่ๆ โหทำไมไม่เป็นอย่างที่คิดเลย
แต่โชคดีที่เค้าไม่ได้เปลี่ยนไป
ทุกวันนี้พยายามคุยกัน ค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากัน
รู้สึกดีขึ้นค่ะ ทะเลาะกันน้อยลงกว่าเก่าแล้ว
ตอนนี้ก้อครบ 2 ปีกว่าแล้วค่ะ
เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ ค่ะ

 

โดย: ohioh 29 มีนาคม 2551 21:36:18 น.  

 

เฮ่อ....

ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ตอนนี้กำลังเซ็งกับเรื่องความรัก

แต่ถ้าเป็นนู๋นะ มีอะไรต้องปรับกันแหละค่ะที่ไม่พอใจ ต้องคุยกันไม่คุยไม่ได้ ไม่งั้นก็จะยิ่งแย่ค่ะ

เพิ่งปีเดียวเอง อดทน สู้ๆ นะคะ

 

โดย: หนอนหลังยาว 29 มีนาคม 2551 22:11:48 น.  

 

ถึงนู๋จะยังไม่เคยผ่านชีวิตแต่งงานก็พอจะเข้าใจความรุ้สึกนี้ได้ดีไม่ว่าจะผิดหรือถูกสุดท้ายจะต้องเป็นฝ่ายโทรไปก่อนทุกที บางทีก็ไม่เข้าใจความหมายเหมือนกันว่า ถ้ารักแล้วต้องอดทนไม่รู้รักทำไม แต่แต่งงานแล้ว ต้องอดทนมากขึ้นนะค่ะเป็นกำลังใจให้เสมอน้า

 

โดย: zalitalin 29 มีนาคม 2551 22:32:19 น.  

 

ของเราเนี้ย เซ็งค่ะ...แบบว่าบางครั้งเราไม่ผิดแต่เราก็ต้องขอโทษเขาก่อน อีกแง่หนึ่ง คำขอโทษมันก้ไม่หนักหนาอะไรนะถ้าจะพูดออกมา เป้นกำลังใจให้อีกคนจ้า

 

โดย: Irish girl 29 มีนาคม 2551 23:44:05 น.  

 

เป็นกำลังใจให้อีกคนค่ะ ลองดูใหม่ พอบรรยากาศใกล้มาคุ
ก็ลองเปลี่ยนเรื่องคุยดูบ้าง ทำเนียนเป็นแบบว่า ตลก ตลก
บัตรหายอีกแล้ว อะไรประมาณนี้

 

โดย: สามสิบเอ็ดธันวา 30 มีนาคม 2551 0:22:21 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


245CM
Location :
Goteborg Sweden

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add 245CM's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.