Group Blog
 
 
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
5 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
อช. เขาใหญ่ ตอนที่1

ทริปขึ้นเขาใหญ่ ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 - 9 ก.ค. 50

ด้วยภาระกิจรุมเร้าโรมรันประชิดตัวเหลือเกิน
ทั้งเรื่องรบ (กับตัวเอง).....
ทั้งเรื่องรัก (คุด ตุ๊ดทิ้ง หญิงเมิน).....
และเรื่องเรียน (จนอาจารย์บางคนเรียกพี่).....

จึงไม่มีเวลาเอาเรื่องมาลง....
ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ ถ้าท่านที่เข้ามาชมจะได้กลิ่นตุๆ อันเกิดมาจากการดองเค็มเหตุการณ์ของกระผม


ครั้งนี้ผมและคณะขึ้นเขาใหญ่ทาง ปากช่อง
จุดแรกที่แวะชมก็คือ จุดชมวิว กม.30


ทิวทัศน์ที่เห็นเป็นทิศเหนือของ อช.เขาใหญ่ มองลงไป..
ที่ราบที่เห้นข้างหน้าก็คือรีสอร์ทได้สร้างริมถนนธนะรัชต์ ทางเข้ามายัง อช.เขาใหญ่
ด้านขวาจะเป็นป่าเบญจพรรณผสมดิบแล้ง บางส่วนที่พืชพวกไผ่ขึ้นปกคลุมเป็นดงทึบ
ด้านซ้ายเป็นป่าดิบแล้งมีพืชวงศ์ยางเป็นไม้เด่น


"ทั้งหมดจัดแถว..."
เรียงตามลำดับความสูงดีจัง โฉมหน้าของผู้ร่วมเดินทางในครั้งนี้


ศูนย์ต้อนรับและบริการนักท่องเที่ยว..
กำลังปรับแต่งสวนหย่อมเพื่อต้อนรับ สัญลักษณ์มรดกโลก


ภายในศูนย์บริการนักท่องเที่ยว คงไม่ต้องสาธยายให้เสียเวลา..
เพราะหลายคนคงเคยไปมาแล้ว..
..เสือร้ายกินคนของ อช.เขาใหญ่


เสือสองตัวอยู่ตู้เดียวกันไม่ได้" ....... เพราะ ตู้มันเล็ก
ตามธรรมชาติแล้วเสือส่วนใหญ่จะไม่ทำร้ายหรือกินคน..
แค่มันได้กลิ่นคนมันก็หนีแล้วล่ะคับ
ยกเว้นเสียก็แต่ไปเจอกับมันโดยบังเอิญในป่า
หรือว่า มันแก่หรือเจ็บ ไม่สามารถล่าสัตว์อื่นกินได้ มันจึงหันมาทำร้ายหรือกินคนแทน
อย่างสองตัวนี่..เป็นเสือแก่คับ

"บอกให้หันมากินหญ้าอ่อนๆ แบบเสือหลุมหลิมก็ไม่เชื่อ"


เขาและกระโหลกของ "สมัน" หรือ "เนื้อสมัน"
สัตว์ที่เคยได้ชื่อว่า "มีเขาสวยที่สุดในโลก"
การแตกเขาของมันจะแตกเหมือนกิ่งไม้ ซึ่งจะแตกต่างกับลักษณะการแตกของเขากวาง
เพราะ ความสวยงามของเขาของมันนี่เองทำให้เผ่าพันธุ์ของมันต้องสูญสิ้น...
ความสวยงามของเขาทำให้มนุษย์ต้องการ..
ขนาดของเขาที่ใหญ่ และลักษณะการแตกของเขาที่แผ่กว้าง ทำให้มันไม่สามารถอาศัยในป่าทึบๆ ได้
เพราะเขาของมันจะไปติดกับกิ่งไม้และเถาว์วัลย์ในป่าทึบทำให้ลำบากในการหลบหนีจากผู้ล่า เช่นเสือ หรือหมาไน
มันจึงต้องอาศัยอยู่ตามป่าโปร่งๆ หรือตามทุ่ง ซึ่งในอดีตมีมากมายตามทุ่งหญ้าแถวๆ รังสิต-ปทุมธานี
และ ปัจจุบันคาดว่าน่าจะสูญพันธุ์ไปจากโลกแล้ว (แต่ที่แน่ๆ ไม่พบในประเทศไทยแล้ว)
อาจจะมีความหวังลมๆแล้งๆ อยู่บ้างก็ในป่าแถวๆ ลาวตอนใต้ และเขมร นั่นแหละคับ


เขาแหละ..คือ กระทิง สัตว์ป่าหนึ่งเดียวที่ทำให้ พรานป่าคนเก่ง รพิน ไพรวัลย์ แห่ง "เพชรพระอุมา" ปางตาย


เนื่องจากในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวขึ้นไป เที่ยวบนเขาใหญ่เป็นปริมาณมาก
ปัญหาที่ตามมาคือ ขยะจากนักท่องเที่ยว ถึงแม้จะทิ้งลงถังขยะ
แต่ก็ยังมีสัตว์บางชนิด เช่น ลิง หรือ กวาง ไปรื้อ ไปคุ้ยมากินอยู่ดีแล้ว
ขยะประเภทถุงพลาสติกก็ไปติดพันลำไส้ ตายก็มีมาก


จากการศึกษาและวิจัย ของ อช.เขาใหญ่ พบว่า นักท่องเที่ยว 1 คน จะทำให้เกิดขยะอย่างน้อย 2 กก.
ทาง อช.เขาใหญ่ จึงมีโครงการจัดทำถุงดำใส่ขยะแจกแก่นักท่องเที่ยวทุกคนที่ขึ้นไปใช้บริการบนเขาใหญ่
โดยขากลับ นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องมีขยะติดตัวลงมาด้วย ประมาณคนละ 2 กก. เห็นพี่เขาว่างั้น..
....ในอนาคตคาดว่า ปัญหาขยะบนเขาใหญ่น่าจะลดลง แต่ปัญหาใหม่ที่จะมาแทน น่าจะเป็นปัญหาการขโมยขยะกันซะมากกว่า


...การไปของทีมงานครั้งนี้ ไปเพื่อถ่ายวิดีโอ และภาพ เพื่อจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ อช.เขาใหญ่
แทนของเก่าที่เก่าและไม่ทันสมัยเท่าไหร่
ประกอบกับตอนนี้ อช.เขาใหญ่ ได้เป็น มรดกโลกแล้วก็เลยต้องอัพเดทข้อมูลกันหน่อยน่ะครับ..


ภายในห้องฉายวิดีทัศน์ แนะนำ อช.เขาใหญ่

พรานป่าเขาใช้อะไรล่าสัตว์กันบ้างเอ่ย ดูในภาพข้างล่างนะครับ..
แต่ถ้าจะล่าเสือหลุมหลิมล่ะก็ ของตามภาพข้างล่างใช้ไม่ได้ผลหรอกครับ..
ต้องมอมด้วย..สุรา สถานเดียว


ห้องน้ำชาย ในศูนย์บริการนักท่องเที่ยวครับ..มีให้เลือกแบบ 2 เวอร์ชั่น
มีทั้งแบบคนเมือง.. ฉี่ใส่โถและ แบบคนพื้นเมือง.. ฉี่ใส่ต้นไม้
เข้าใจถูกป่าวหว่า?....


สองสาว เธอถ่ายรูปหน้าสัญลักษณ์ มรดกโลก ที่ตั้งอยู่หน้าศูนย์บริการฯ
มิน่าล่ะ ทำไมเธอทั้งสองคนถึงยังไม่มีแฟน.. เพราะ "เธอคือมรดกของโลก" นั่นเอง


พี่ไพบูลย์ เปลี่ยนบางช้าง ผช.หัวหน้าอุทยานฯ มารอต้อนรับ...
ส่วนคนที่ยืนหันหลัง คือ ท้าวบุญทวี เป็น อาจารย์ ม.แห่งซาดลาว (เขาอ่านว่างี้นะ)


เบื่อศูนย์บริการฯ ล่ะ ไปดู "จุดชมนักท่องเที่ยว" ที่ผากล้วยไม้กันดีกว่า..
ที่จุดกลางเต้นท์ผากล้วยไม้ ยามนี้คนไม่เยอะมากเท่าไร
ข้างๆ จุดกางเต็นท์ มีแปลงเพาะกล้วยไม้หวายแดงเพื่อปลูกคืนสู่ป่าด้วย


"กล้วยไม้หวายแดง" หน้าตาหยั่งงี้แหละ


ทางเดินลงสู่น้ำตกผากล้วยไม้ ซึ่งสามารถเดินทะลุออกสู่น้ำตกเหวสุวัตได้
เส้นทางนี้ เมื่อสองปีที่แล้วผมเป็นหัวหน้าทีมในการเดินสำรวจผลกระทบกิจกรรมเดินป่าที่มีต่อพืชพรรณและสัตว์ป่า...


ต้นยางและต้นตะแบกปากทางเดินศึกษาธรรมชาติ ผากล้วยไม้-เหวสุวัต


ไปต่อกันที่ "น้ำตกเหวสุวัต" กันครับ
บริเวณหน้าผาด้านบนของน้ำตก... และฝั่งตรงข้าม


มองลงไป "อูย..หวาดเฉียว"


ผมเคยคิดเล่นๆ ว่า สาเหตุที่ชื่อ น้ำตกเหวสุวัต เพราะมีคนชื่อสุวัต ตกลงไปตายมั้ง
ซึ่งผมก็รู้ตัวว่ามันเป็นสัณนิษฐานที่ไร้สาระมาก... แต่ บังเอิญมันจริงคับ
ถามพี่ ผช.ไพบูลย์ แกตอบว่างั้นครับ


ที่นี่มีคนตายบ่อยมาก ไม่รู้ทุกปีรึป่าว...
แต่รู้สึกจะทุกครั้งที่ผมมาจะได้ยินข่าวมีคนตายที่ น้ำตกเหวสุวัต ทุกที


ในอดีต อช.เขาใหญ่ ยังไม่มีป้ายห้ามกระโดด ก็มีทั้งกระโดดน้ำตกเล่นตายและจมน้ำตาย
แต่หลังๆ มานี้มีแต่คนจมน้ำตาย..


.......................................................................


"น้ำตกเหวสุวัตใต้ร่มไคร้ย้อย"


ต้นหะนี้มีชื่อว่า ไคร้ย้อย (Elaeocarpur grandiflorus)
นะจ๊ะ
มันชอบขึ้นอยู่ตามริมน้ำในป่าดิบอ่ะจ๊ะ


ผลของมันนกกินได้... แต่คนกินได้รึป่าวไม่รู้
ผมทดลองชิมดูแล้ว ขมปริ๊ด เลยค้าบ...


ไคร้ย้อยจะออกดอกสีขาว เป็นช่อห้อยย้อยลงมา (น่าจะเป็นที่มาของชื่อ)
ดอกมีกลิ่นหอมเวลากลางคืน..


เห็นเขานั่งเคียงคู่แล้วตรูอิจฉา... ไม่รู้คู่นี้เขามานั่ง "จู๋จี๋" หรือ "ปรับทุกข์" กันอยู่
ถ้านั่งปรับทุกข์ ก็คงต้องติดตามชมกันต่อไป ว่าจะมีการโดดน้ำตกกันหรือไม่


รอลุ้นตั้งนานล่ะ ไม่โดดกันซักกะที.... ขี้เกียจลุ้นแล้ว ขึ้นมาด้านบนดีกว่า
ระหว่างที่รอทีมงานอยู่บริเวณลานจอดรถน้ำตกเหวสุวัต ก็เจอเข้ากับจิ๊กโก๋เจ้าถิ่น เข้าจนได้


ตามธรรมชาติลิงจะอยู่รวมกันเป็นฝูง...
แต่เจ้าตัวนี้คงโดนขับไล่ออกมาจากฝูงเนื่องจากมันเป็นตัวผู้ที่โตเต็มที่จนถึงวัยเจริญพันธุ์แล้ว..
ขืนให้อยู่ในฝูงต่อไป ชะรอยจะแอบไปเป็นกิ๊กกับเหล่าภรรยาน้อยใหญ่ของจ่าฝูง
ตัวจ่าฝูงจึงต้องขับไล่มันออกมาจากฝูง...ซึ่งก็เป็นธรรมชาติของสัตว์อีกนั่นแหละครับ


เจ้าลิงตัวนี้ จะได้กลับเข้าฝูงอีกครั้งก็ต่อเมื่อมันสามารถต่อสู้และเอาชนะลิงจ่าฝูงได้
หรือไม่ก็พยายามตามฝูงไปเรื่อยๆ แล้วอาศัยจังหวะที่ลิงจ่าฝูงเผลอ เข้าไปจีบลิงตัวเมียให้ได้สักตัว
แล้วก็หนีไปอยู่ร่วมกันสร้างฝูงขึ้นมาใหม่นั่นแหละครับ...
แต่เอ๊ะ!..มันทำไรอ่ะ


มีอะไรให้ตูกินมั่งไหมหว่า...


เย้.. ได้ข้าวโพดกินแย้ว 555


อุ๊ย..มีคนแอบมองตูกินด้วย เขิลจังเยย..


ลิง ในประเทศไทย มีอยู่ 5 ชนิด คือ ลิงเสน ลิงกัง ลิงแสม ลิงไอ้เงี้ยะ และ ลิงวอก

ส่วนเจ้าตัวนี้เป็น ลิงกัง (Macaca nemestrina)


ไปกันที่พระตำหนักที่ อุทยานฯ สร้างถวายสมเด็จพระราชินีกันต่อดีกว่า..

ข้างบนนี้อากาศเย็นสบายมากเลย...


พระตำหนักสร้างจากไม้สักทั้งหลังเลยนะเนี่ย..


ที่โคนเสาธง ของพระตำหนักฯ

ถูกประดับด้วยเครื่องปั้นดินเผา (ไม่รู้ด่านเกวียนรึป่าว) น้อยใหญ่วางเรียงรายอยู่หลายใบทำให้ดูไม่โล่งตา

แต่ผมไม่กล้าเดินเข้าไปดูใกล้ๆ หรอกครับ กลัวมีตัวอะไรอยู่ในรู...

ไม่ได้กลัวงู หรือกลัวสัตว์ร้ายอะไรหรอกนะครับ..

แต่ไม่ชอบความรู้สึกเวลาต๊กกะใจอ่ะคับ...


ทิวทัศน์ เมื่อมองลงไปจากพระตำหนักฯ เห็น ถ.ธนะรัชต์ อยู่ลิบๆ


ห้าโมงเย็นแล้ว...

อากาศบนนี้เย็นแต่ยังไม่ถึงกับหนาว..

เสียงนกและ ชะนี ร้องตรงนู้นบ้าง ตรงนี้บ้าง เป็นระยะๆ...

มันเป็นเสียงที่ผมฟังแล้ว สงบ และมีความสุขดีจัง...

.........

ขณะที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับเสียงบรรเลงแห่งพงไพรอยู่นั้น...

ก็มีเสียง "แกร๊ก..แกร๊ก"

ดังขึ้นจากยอดไม้ด้านซ้ายมือ..

แล้วนกขนาดใหญ่สีดำสองตัวก็กระโดด เหยงๆ.. โผล่ขึ้นมาจากยอดไม้

......................


มันเป็น "นกแก๊ก" หรือ "นกแกง" (Anthracoceros albirostris) นั่นเอง

เป็นนกในวงศ์ นกเงือก ที่มีขนาดเล็กที่สุด

นกเงือกทุกชนิดจะพบเฉพาะในบริเวณที่เป็นป่าดิบ (ยกเว้นพวกที่โดนจับมาไว้ในกรง หรือถูกเลี้ยงไว้จนเชื่อง)

เนื่องจากขนาดตัวที่ใหญ่ และลักษณะนิสัยชอบอาศัยและวางไข่ในโพรงไม้

ต้นไม้จึงต้องมีขนาดใหญ่พอที่เขาจะอยู่อาศัยและวางไข่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นต้นไม้ในป่าดิบ

และเนื่องจากว่า นกแก๊ก เป็นนกเงือกที่มีขนาดเล็กที่สุด
(จากปากถึงหางประมาณ 70 ซม. นกเงือกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือ นกชนหิน จากปากถึงหางประมาณ 127 ซม.)

มันจึงเป็นนกเงือกที่พบเห็นได้ง่ายกว่านกเงือกชนิดอื่นๆ และกระจายพันธุ์ได้ง่ายกว่านกเงือกชนิดอื่นๆ เช่นกัน
(ตัวเล็ก = ขนาดของรังก็เล็ก = ขนาดของต้นไม้ที่ใช้ทำรังจึงไม่จำเป็นต้องใช้ต้นไม้ใหญ่มากเหมือนนกเงือกชนิดอื่นๆ)


...คืนนี้เราพักกันที่นี่ครับ "บ้านรัฐมนตรี"


อุณหภูมิยามหัวค่ำ 22 องศา ครับ...

อาจจะดูชิลๆ สำหรับคนอื่น

แต่สำหรับผมต้องหาอุปกรณ์ช่วยคับ ก็เครื่องดื่มที่ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นไงล่ะคับ 555


ขอเบรคแค่นี้ก่อนเน่อคับ แล้วตอนหน้าจะพาไปส่องสัตว์ยามค่ำคืนกันต่อ



Create Date : 05 เมษายน 2551
Last Update : 2 พฤษภาคม 2551 20:35:29 น. 2 comments
Counter : 3525 Pageviews.

 
ชอบจิง พี่ อยากฟังเรื่องเสือ ช่วยค้นคว้าหน่อยนะ


โดย: เต้ รักมาก เขาใหญ่ IP: 124.122.155.192 วันที่: 2 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:54:53 น.  

 
ไร้สาระ


โดย: 1 IP: 10.0.105.166, 203.172.175.201 วันที่: 19 ธันวาคม 2554 เวลา:16:09:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เสือหลุมหลิม
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add เสือหลุมหลิม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.