ทางไร้กุหลาบ (The Stars Shine Down by Sidney Sheldon)
เรื่อง ทางไร้กุหลาบ (The Stars Shine down)
ผู้แต่ง ซิดนีย์ เชลดอน (Sidney Sheldon)
ผู้แปล ฉวีวงศ์
แพรวสำนักพิมพ์, 2554






ผิดไหมถ้าผู้หญิงคนหนึ่ง “เก่ง” พอที่จะยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ได้มาซึ่งความฝัน?

ลารา คาเมรอน...เธอจน แต่เธอมีฝัน เธออยากเลือก แต่เธอจำต้องถูกเลือก แล้วเธอก็ตัดสินใจเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ถึงฝั่งฝัน แต่ระหว่างเส้นทางนั้นเธอต้องฝ่าฟัน และถูกฟัน (ฝ่า) ตั้งแต่วัยสาว แต่เธอไม่สน เธอมุ่งจะสำเร็จ แล้วก็เธอสำรวจความเป็นไปได้ เธอรุ่ง เธอแรง เธอแกร่ง เธอกิน (ผู้ชาย) เธอเป็นคนดีหรือคนเลว?
แต่สำหรับคนอ่านคนหนึ่งอย่างชรินเลขะ ขอบอกว่าหญิงนามว่าลารา คาเมรอน ...เธอช่าง Bitchy ยิ่งนัก! (ขออภัยที่ต้องใช้คำนี้)


ตัวเอกคือลารา คาเมรอน เธอเป็นเด็กบ้านแตก ยากจน ไม่เป็นที่ต้องการในวัยเด็ก แต่ก็สู้ชีวิตและมีความทะยานอยาก ใฝ่ฝันให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ ขั้นแรกเธอต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ต่อมา เธอก็ย้ายไปสู่เมืองใหญ่และกลายเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างตึกสูงระฟ้า เป็นนักธุรกิจหญิงที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในอเมริกา เป็นสตรีที่มีบารมี ต่อสู้ชิงไหวชิงพริบกับผู้ชาย เธอไม่กลัวใคร ไม่กลัวผู้ชาย เธอสู้ยิบตา จนได้รับฉายาว่า “ผีเสื้อเหล็ก” (Iron Butterfly)

ลาราตกหลุกรักนักเปียโนมากฝีมือ แต่งงานอยู่กินกัน หญิงแกร่งคนนี้ต่อสู้กับผู้ชายในโลกธุรกิจ แต่ก็มีมุมหวาน ๆ ให้แก่สามี เมื่ออยู่นอกบ้าน ลาราคือ Bitch แต่ในบ้านเธอคือ Baby

เมื่อไม่พอใจใคร ลาราก็จะเล่นงาน นึกจะไล่ใครออก ก็เขี่ยทิ้งเอาง่าย ๆ แต่ในเบื้องลึก ความอ่อนโยนก็แฝงกายอยู่เช่นกัน เธอเอาใจใส่พนักงานที่ซื่อสัตย์ รักสามี (แต่ก็มีกิ๊ก...เอ๊ะ ยังไง)

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคไม่เคยปรานีว่าคุณคือหญิงหรือชาย ลาราเผชิญกับความสูญเสีย ทั้งทางธุรกิจ และบุคคลอันเป็นที่รัก เธอถูกต้อนแทบจนมุม แต่แล้วลาราก็ฮึดสู้ขึ้นมา โดยได้รับแรงช่วยจาก “มือลึกลับ” (?)

วันนั้น...วันสุดท้าย (ซึ่งก็คือบทแรกสุดของเรื่อง) เธอจะไม่เหลือใครเลยกระนั้นหรือ? ความหรูหราและทรัพย์สินเงินทองที่เธอสู้อุตส่าห์ทุ่มทั้ง “กาย” และใจเพื่อให้ได้มันมานั้น ไม่มีค่าอะไรอีกแล้วใช่ไหม?

...นี่ฉันจะไม่เหลือใครแล้วหรือ ฉันอุตส่าห์ทำดีให้แก่คนรอบข้างมามากนะ...

ลาราเอ๋ย...แล้วที่เธอทำ Bitchy กับชาวบ้านล่ะ ไม่คิดเลยนะ!

ทางไร้กุหลาบ (The Stars Shine Down) คือนวนิยายของซิดนีย์ เชลดอน เรื่องที่ 2 ที่ได้อ่าน เรื่องแรกที่อ่านคือ A Stranger in the Mirror (ฉบับภาษาอังกฤษ)

สำหรับชื่อ “ทางไร้กุหลาบ” ผมคิดว่าชื่อเรื่องภาคไทยไม่ค่อยดึงดูดเท่าไร ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นผลงานของเชลดอน ก็อาจจะไม่สนใจ แต่ครั้นอ่านแล้ว ต้องยอมรับว่า ฝีมือของเชลเดอร์ยังแน่นอยู่ การดำเนินเรื่องก็รวดเร็ว น่าติดตาม และหักมุม!

แพรวสำนักพิมพ์เขียนที่หน้าปกว่า Mystery อันที่จริง ผมคิดว่านักอ่านไทยจำนวนไม่น้อยคงเหมือนผม คือ ไม่ค่อยแน่ใจนักว่า นวนิยายแนว Mystery, Thriller, Suspense มีนิยามที่แน่ชัดคืออะไรกันแน่ และมีความแตกต่างกันยังไง โดยส่วนตัว เรื่องนี้น่าจะเป็น Suspense มากกว่าเพราะมีปมให้ลุ้น (คิดว่า Suspense กับ Thriller คงเป็นประเภทเดียวกัน เพียงแต่ในระยะหลัง มีการใช้คำว่า Thriller กันมากกว่า และออกไปในแนวอาชญนิยายมากขึ้น) ไม่น่าจะใช่ Mystery เพราะถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องจะหักมุมจนต้องร้อง “ห๊ะ...ว่าไงนะ นี่อ่านไม่ผิดใช่มะ” แต่ก็ไม่ได้มีการ “ค้นหา” เงื่อนงำอะไร

โดยรวมแล้ว เรื่อง “ทางไร้กุหลาบ” สนุก

ทว่า “ความสนุก” กับ “ความชอบ” อาจไม่เหมือนกันในทุกกรณี...ขอบอกว่าเรื่องนี้สนุกแบบผู้ใหญ่ คือลึก สมจริง และอ่านไปคิดไป ถ้าพูดถึงเรื่องความชอบละก็ ผมชอบบทประพันธ์ และไม่เกลียดตัวเอก เพราะรู้สึกว่า มนุษย์ก็อย่างนี้แหละว้า...มีชั่วมีดีปะปนกันไปในคนคนเดียวกัน แต่คิดว่าผู้อ่านจำนวนไม่น้อยคงหมั่นไส้ หรือถึงขั้นเกลียด “ยัยลารา” เลยทีเดียว เพราะชี Bitchy จริง ๆ ...แล้วอาจจะพาลไม่ชอบบทประพันธ์ไปด้วย (ทางที่ดี แยกคิดดีกว่า ระหว่างตัวละคร กับตัวบทประพันธ์)

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะได้จากการอ่านผลงานของเชลดอนคือ ได้ข้อมูลเชิงลึกของวงการที่เป็นฉากของเรื่อง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผู้เขียนศึกษาข้อมูลมาอย่างดีก่อนจะเอามาเขียน คือนอกจากสนุก แล้วยังเป็นการเปิดโลกทัศน์ที่ดีมากด้วย อ่านเชลดอน...รับรองไม่ขาดทุนแน่นอน
Point: 8.5
Recommended (อายุ 20 + น่าจะอ่านสนุก)



Create Date : 17 สิงหาคม 2556
Last Update : 18 สิงหาคม 2556 21:24:49 น.
Counter : 1348 Pageviews.

7 comments
  
ชอบงานของเชลดอนมากๆเช่นกันครับ แต่ส่วนใหญ่มีโอกาสอ่านจากฉบับแปลของคุณสุวิทย์ครับ ที่ชอบมากๆก็คือ master of the game กับ windmill of the god ฉบับแปลคุณสุวิทย์รู้สึกจะชื่อ จ้าวชีวิต กับ ใครลิขิต ครับ
โดย: สามปอยหลวง วันที่: 18 สิงหาคม 2556 เวลา:18:12:35 น.
  
คุณสามปอยหลวง ขอบคุณที่เข้ามาร่วมแบ่งปันความสนใจครับ เห็นตอนนี้ แพรวสำนักพิมพ์เอางานของเชลดอนมาแปลใหม่เยอะแยะเลยครับ เล่มที่ใช้สำนวนแปลของเดิมก็มี คือ A Stranger in the Mirror นี่แหละครับ คุณประมูล อุณหธูป แปลไว้ ใช้ชื่อว่า "ปีศาจสันนิวาส" ตั้งชื่อได้ไพเราะเพราะพริ้งมากตามสไตล์คนเล่นคำ ส่วน Master of the Game นี่ งานชิ้นเอกเชลดอนเลย ว่าจะไปหาซื้อมาอ่านบ้างครับ อ่านภาษาอังกฤษมาก ๆ แล้วเหนื่อย

เอ่อ คุณสามปอยหลวง คือ คุณหมอกมุมเมืองใช่ไหมครับ ผมมีเรื่อง "ทวารบถ" ด้้วยครับ ซื้อไว้ตั้งแต่ประกาศผลทมยันตีอะวอร์ดใหม่เลย ๆ แต่ยังไม่ได้อ่าน เพราะหนังสืออยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ตัวอยู่กรุงอื่น เดี๋ยวคราวหน้าจะไปงัดมาอ่านครับ
โดย: ชรินเลขะ วันที่: 18 สิงหาคม 2556 เวลา:21:23:20 น.
  
สวัสดีครับคุณชรินเลขะ ปีศาจสันนิวาส ก็เป็นอีกเรื่องที่สนุกมากเลยครับ สนุกทั้งพลอตของเชลดอน และสนุกกับการแปลด้วยสำนวนภาษาอันเป็นเอกลักษณ์ของคุณประมูล นักเขียนที่ผมชอบมากๆท่านหนึ่ง
ขอบคุณสำหรับทวารบถครับ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เริ่มต้นงานเขียนอย่างจริงๆจังๆครับ เป็นเรื่องที่ได้รับอิทธิพลจากนิยายเรื่องหนึ่งของเชลดอนเช่นกันครับ
โดย: สามปอยหลวง วันที่: 19 สิงหาคม 2556 เวลา:8:11:07 น.
  
อ่านงานของ Sheldon เรื่องแรกคือปีศาจสันนิวาส...ติดขัดหลายส่วน ( โดยเฉพาะ สำนวนแปล ) เลยไม่ได้หยิบเล่มอื่นมาอ่านอีกเลยค่ะ....


ว่าแต่ แอบตกใจ คือ คุณสามปอยหลวง คือ หมอกมุมเมือง
แต่ที่ตกใจกว่า คือ หมอกมุงเมือง เป็นผู้ชาย !!!!
( โอ้ เข้าใจผิดมาตลอด ....ขอเอาหัวมุดกองหนังสือ สักพัก )
โดย: Serverlus วันที่: 19 สิงหาคม 2556 เวลา:11:31:12 น.
  
คุณสามปอยหลวง, คุณ Serverlus

ขอบคุณที่เข้ามาคุยกันนะครับ ดีใจจริง ๆ ผมก็เพิ่งเริ่มเขียนบล็อกกับนี่แหละ ดีใจที่มีคนมาคุย

ตอนนี้กำลังอ่านเรื่อง "แผ่นดินรัก แผ่นดินเลือด" (The Sands of Time) ของเชลดอนอยู่ ถ้าพูดถึงเนื้อเรื่อง เรื่องนี้ก็วางไม่ลงนะ แต่ถ้าพูดถึงหนังสือ คงต้องวาง เพราะหนักนิดหน่อยครับ (ฮา)

ผมชื่นชอบและชื่นชมการวางพล็อตและการค้นข้อมูลของเชลดอนมาก คิดว่าในเมืองไทย ก็หานักเขียนที่ "แน่น" ขนาดนี้ได้ยากนะครับ
โดย: ชรินเลขะ วันที่: 20 สิงหาคม 2556 เวลา:23:20:39 น.
  
แวะเข้ามาทักทายอีกครั้งครับ

The Sands of Time ผมมีโอกาสอ่านในชื่อพากย์ไทยว่า เพลิงบาป นานแล้วเหมือนกันครับ นอกจากพลอตสนุกแล้วยังชอบไหวพริบปฏิภาณของนางเอกมาก โดยเฉพาะฉากช่วยพาพระเอกหนีผู้ร้ายออกมาจากจัตุรัสใจกลางเมืองที่ถูกกลุ่มผู้ร้ายล้อมเอาไว้หมด ด้วยวิธีที่เรานึกไม่ถึง

อีกเรื่องที่เพิ่งนึกขึ้นได้ เป็นแนวแอคชัน ไซไฟ ที่ไม่ทิ้งลายเซ็นของเชลดอนเลยคือ แผนพิทักษ์โลก (Doomsday consiracy) ฉบับของดอกหญ้าแปล เรื่องนี้คาดเดาและลุ้นไปกับตัวละครตลอดทั้งเรื่องเลยเช่นกันครับ




โดย: สามปอยหลวง วันที่: 27 สิงหาคม 2556 เวลา:8:13:59 น.
  
ชอบ Sheldon เหมือนกันครับ เนื้อเรื่องดูเหมือนไม่มีอะไรมาก แต่อ่านเพลินจริงๆครับ รู้ตัวอีกทีก็จบแล้ว...
โดย: leehua (สมาชิกหมายเลข 755059 ) วันที่: 2 พฤษภาคม 2557 เวลา:19:13:12 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ชรินเลขะ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



สิงหาคม 2556

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31