Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2553
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
13 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 

Paris-Switz-Italy #6: Switz day#5

อากาศตอนกลางคืนที่อินเตอร์ลาเก้นนี่ หนาวมากค่ะสำหรับพวกเรา ลมเย็นๆจากแม่น้ำยะเยือกมากมาย แถมห้องน้ำก็ไม่ได้อยู่ในห้องนอนอีก ไม่อยากออกจากห้องเลยค่ะ ครั้นจะซักแห้งก็ไม่ไหว เพราะว่าไม่ได้อาบน้ำมาหลายชั่วโมงแล้ว เวลาจะเข้าห้องน้ำ คุณปุ๊กต้องวิ่งปรู้ด ให้ถึงห้องน้ำไวๆ

คืนนั้น คุณเจี๊ยบผู้เคยไปอยู่ต่างประเทศในช่วงหน้าหนาวมาก่อน ได้โชว์ความสามารถปรับฮีตเตอร์ให้ความอบอุ่น ห้องเราอุ่นมาก ได้แต่ภาวนาขออย่าให้ปวดฉี่ปวดอึกลางดึกเลย

แต่ทั้งที่คืนนั้นควรจะหลับเป็นตาย คุณปุ๊กกลับตื่นกลางดึก เหงื่อไหล ร้อนมาก ถึงขึ้นต้องถอดเสื้อผ้าทิ้ง อารมณ์ตอนนั้นคือเซ็งมาก ประมาณว่าอยู่เมืองไทย ตรูก็ไม่เคยต้องมานอนร้อนขนาดนี้
ตอนเช้า ปรากฎว่ามีชีเปลือยเจี๊ยบอีกคนที่ทนร้อนไม่ไหว เช้านั้นได้หัวเราะกันยกใหญ่ สรุป ต้องโทษคนปรับฮีตเตอร์ ห้องก็เล็กๆ แถมปิดหน้าต่างมิดชิด แต่ดันปรับไว้ที่ 30 องศา เจี๊ยบบอก ก็เหมือนที่คุณเจ้าของที่พักบอกไงล่ะ เลยได้นอนร้อนกันถ้วนหน้า

หลังจากได้เปิดประตูรับอากาศบริสุทธิ์ เย็นๆ ตอนเช้า ต้มน้ำร้อนชงกาแฟกันคนละถ้วย เช้านี้เราก็พร้อมลุย




เห็นโคออพอยู่ลิบๆ อากาศสดชื่น เย็นๆ ชื้นๆ มองไม่เห็นยอดเขาเลย เริ่มหวาดเสียวว่าขึ้นเขาไปแล้ว จะมองไม่เห็นอะไรเลย


สภาพที่พัก ด้นหลังเป็นภูเขา ด้านหน้าเป็นแม่น้ำ ยอด Harder Kulm อยู่หลังบ้านเรานี่แหละ

ยืนที่รั้วบ้าน แล้วหันกล้องเยื้องๆไปทางซ้าย

รูปนี้หันกล้องไปทางขวาบ้าง ออกไปทางทะลสาป Brienzersee

พัม เจี๊ยบ พร้อม


เราไปแวะซื้อซื้อของที่โคออฟก่อน มื้อเช้าของเราเฮลตี้ นมสด โยเกิร์ตอร่อยๆ ขนมปังโฮลวีต ผลไม้สดๆ ถูกใจมากมาก แนะนำเลยค่ะว่าให้หาที่พักแถวๆนี้


ใหญ่โต โอฬาร น้องๆโลตัสบ้านเรา

มื้อเช้าของเรา


เช้านี้เราจะไปเดินเล่นที่เมืองกรินเดลวาลค่ะ จริงๆก่อนมาอยากขึ้นไปที่ยอดเฟียร์ส (First) แล้วก็เดินไปที่ทะเลสาป Bachalpsee แล้วก็อยากเช่าจักรยานขี่ลงจากภูเขาด้วย แต่อดค่ะ เพราะเดือนเมษาที่เราไปเขายังถือว่าเป็นช่วงหน้าหนาว เคเบิ้ลขึ้นยอด First ไม่เปิดค่ะ เขาจะให้บริการอีกทีเดือนพฤษภาถึงตุลา

จากสถานีอินเตอร์ลาเก้นออส (เขามีออสกับเวสต์ ก็คงตะวันตกกับตะวันออกนั่นแหละเนาะ) เรานั่งตู้ชั้นหนึ่งอีกเหมือนเคย ซึ่งมีแต่เรา 3 คนเท่านั้นในเช้านี้ วันนี้คนตรวจตั๋วพยายามพูดกับพวกเราเป็นภาษาไทย บอกว่าเคยมาเมืองไทย มีภรรยาเป็นคนไทย และกินอาหารไทยทุกวัน ช่างพูดจริงๆ

เรานั่งรถกันประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงเมืองกรินเดลวาลค่ะ วิวภูเขาอลังการมาก เช้าๆแบบนี้ เห็นนักท่องเที่ยวใส่รองเท้าสกี เดินกันเป็นหุ่นยนต์ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ มารอขึ้นรถไฟไปเล่นสกีกัน พวกเราเดินเล่นดูเมือง ถ้ามาพักที่นี่คงจะดีกว่านี้ แวะมาดูแบบพวกเรา ก็ไม่มีอะไรต่างจากอินเตอร์ลาเก้นเท่าไหร่ ที่อินเตอร์ลาเก้นซะอีก ที่มีอะไรให้ทำมากกว่า เช่น เดินเลาะไปตามฝั่งแม่น้ำ เป็นต้น เมืองกรินเดลวาลเล็กๆเองค่ะ สิ่งปลูกสร้างที่เห็นส่วนใหญ่ น่าจะเป็นโรงแรม แล้วก็มีร้านขายของที่ระลึก ซึ่งคุณพัม คุณเจี๊ยบควักกระเป๋า รูดบัตรกันไปคนละหลายบาท


ถึงแล้วกรินเดลวาล ที่น่ามาค้างคืน ไว้ได้มาอีก จะมานอนที่เมืองนี้บ้าง

เมืองเล็กๆในหุบเขา

เดินไปเดินมาเจอโคออฟ แต่เสบียงเรายังเยอะอยู่

เจอคนขายน่ารักอีกแล้ว โดนกันไปหลายฟรังก์


เสร็จจากที่นี่ เราก็จะไปขึ้นยอดชิลท์ธอร์น (Schilthorn) กัน บนนั้นมีภัตตาคารหมุนได้ 360 องศา นัยว่ากินข้าวไป ดูวิวไป ก่อนมา เราชั่งใจว่าจะขึ้นยุงเฟรา หรือขึ้นที่นี่ดี สุดท้ายเราก็เลือกที่นี่ เพราะว่า หนึ่ง ราคาถูกว่าเป็นครึ่ง สอง ที่นี่เคยเป็นที่ถ่ายทำหนังเรื่องดับเบิ้ลโอเซเว่น 007 ไว้หนหน้าค่อยไปยุงเฟราก็แล้วกัน แล้วก็พาพ่อกับแม่มาด้วย

จากกรินเดลวาล เราต้องไปอีกฟากนึงเลย คือถ้าดูจากแผนที่ละแวกนี้ (เขาเรียกแถวยุงเฟรา) ยอด First กับเมือง Grindelwald จะอยู่ทางซ้ายมือ ส่วนยอด Schilthorn จะอยู่ทางขวามือ และมียอดยุงเฟราอยู่ตรงกลาง
มีเส้นทางให้เลือกไปหลายทาง นั่งกระเช้าข้ามไปทาง Mannlichen ก็ได้ซึ่งคงวิวดี นั่งรถไฟขึ้นไปทาง Kl.Scheidegg เหมือนจะไปยุงเฟราก็ได้ ซึ่งดูเหมือนจะไกล กลับนั่งย้อนกลับไปทางที่เรามาเมื่อเช้าแล้วค่อยต่อรถไปทางลอเธอร์บรันเน่น ซึ่งเป็นอันที่เราเลือก ทั้งหลายทั้งปวง เรามีสวิสพาสอยู่แล้วก็แปลว่าไปทางไหนก็ฟรีทั้งนั้นค่ะ แต่จำไม่ได้ว่านั่งกระเช้าข้ามต้องจ่ายตังค์เพิ่มหรือเปล่า ถ้าดูจากแผนที่อันที่บอกก่อนหน้านี้ เส้นทางไหนเป็นเส้นประจะต้องมีจ่ายเพิ่มค่ะ


การเดินทางของเราวันนี้ เริ่มจากสีน้ำเงินใหญ่ไปที่ Grindelwald แล้วนั่งรถย้อนกลับมาทางเดิม เส้นสีแดง ก่อนแยกไปทาง Lauterbrunnen ไปจบที่ Murren เพื่อนั่งกระเช้าขึ้น Schilthorn ส่วนเขียวๆคือที่เราเดินเท้ากัน 1 ชั่วโมง


เราออกจากกรินเดลวาลกันสิบโมงกว่าๆ ต่อรถไฟแยกไปลอเธอบรันเน่นที่สถานีอะไรจำชื่อไม่ได้ค่ะ แต่เขาจะประกาศอย่างชัดเจนว่าใครจะไปลอเธอบรันเน่นให้ลงที่สถานีนี้ ประมาณนั้นค่ะ


บายๆกรินเดลวาล


เมื่อถึงลอเธอบรันเน่นแล้วก็นั่งกระเช้า ต่อไปที่ Grutchalp พวกเราคุยกันว่านั่งกระเช้าไปลงกระเช้า จากนั้นก็ต่อรถไฟขบวนเล็กๆรู้สึกจะเรียกว่าสาย BLM ไปเมืองเมอเร่น (Murren) วิวจากสองข้างทางนี่สุดยอดมากเลยค่ะ สามสาวนั่งกันเงียบๆ มองนอกหน้าต่าง เนื่องจากเราขึ้นมาที่สูงแล้ว รถไฟแล่นตัดบนภูเขา หิมะขาวโพลนสองข้างทาง แดดก็แรง ขาวไปหมด ตอนนั้นรู้สึกอยากร้องไห้ คิดถึงบ้านค่ะ คิดถึงพ่อกับแม่ อยากให้เขามาเห็นแบบนี้ด้วย


กระเช้าไป Grutchalp เรากำลังขึ้นที่สูงแล้ว

ภายในกระเช้าค่ะ ใหญ่กว่าที่ขึ้นเกนติ้งมาเลย์เซียเยอะ แล้วก็ไม่มีที่นั่ง ส่วนใหญ่ก็จะยืนถือสกีกัน มาเที่ยวภูเขาที่สวิสเซอร์แลนด์นี่ ก็เน้นเล่นสกีกันเนาะ

วิวสวยๆข้างทาง ระหว่างนั่งรถไฟเล็กๆไปเมืองเมอเร่น

นั่งกันเงียบๆ แล้วคุณพัมก็พูดว่า เราต้องพาพ่อกับแม่มาเที่ยวแล้วล่ะ ซึ่งเราก็กำลังคิดอยู่เหมือนกัน

ก้อนหิมะบนหลังคาบ้าน รู้สึกน่ารักดี

ถึงเมอเร่นแล้ว ต่อไปก็ต้องเดินไปที่สถานีเคเบิ้ล เพื่อขึ้นไปที่ยอดชิลท์ธอร์นต่อ สถานีเขาชื่อ Schilthornbahn เดินผ่าเมืองไปเลยค่ะ ตามป้าย เมืองเมอเร่นก็เล็กๆสงบๆอยู่บนภูเขา บรรยากาศน่ารัก มีหิมะกองตามทางเดินเป็นหย่อมๆ กระเหรี่ยงเมืองร้อนอย่างเราตื่นเต้นกับหิมะกันใหญ่ แวะนู่นแวะนี่จนตามผู้โดยสารคนอื่นๆไม่ทัน ก็มันตื่นเต้นนี่น้อ


เขาบอกว่าอยู่ที่สูง ให้สงบเสี่ยม เพราะอากาศจะเริ่มเบาบาง แต่สูงแค่ 1.6 กิโลนี่ สบายมาก เรายังซ่ากระโดดโลดเต้นได้อยู่ เที่ยวที่นี่เหมือนได้พักผ่อนจริงๆ รู้สึกผ่อนคลาย แล้วก็คึกดีจริงๆ

คนอื่นเดินไปหมดแล้ว เดินตามทางมั่วๆไปก่อน

ขอเหยียบดูซักทีเถอะ หิมะมันก็ฟูๆนุ่มๆเหมือนกันนะ

เดินต่อไป มองไปทางไหนก็สวย บ้าชะมัด ภูเขายิ่งใหญ่ รู้สึกเหมือนคนเราตัวเล็กนิดเดียว

เดินตามป้ายสีฟ้าไปเรื่อยๆ ไม่ต้องกลัวหลง แล้วก็ไม่ต้องรีบ วันนี้ชิวๆ สบายๆ

ใกล้จะถึงแล้ว ภาพนี้ชื่อว่า "เรารักโคออฟ" อยู่สวิตซ์ฝากท้องไว้กับโคออฟ


เดินเลยโคออฟไปอีกหน่อยก็เจอ สถานีชิลท์ธอร์นบานอยู่ทางซ้ายมือ เราต้องซื้อตั๋วนั่งกระเช้าขึ้นไปข้างบน ชมวิว 360 องศา สนนราคาอยู่ที่ 35CHF ต่อคน ราคานี้เป็นราคาที่ลดแล้ว 50% เพราะเรามีสวิสพาส ราคาเต็มก็คูณสองเลยค่ะ (ถ้าขึ้นยุงเฟรา ราคาลดแล้วอยู่ที่ประมาณ 80CHF) พอได้ตั๋วแล้ว ก็ต้องรอให้ถึงเวลาของเราก่อน เขามีให้ขึ้นเป็นรอบๆ พวกเราได้ขึ้นรอบเที่ยงสี่สิบ


ได้แล้วตั๋ว ขึ้นยอดชิลท์ธอร์นที่ความสูง 2,970 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

ซูมตั๋ว อีกซักพักเราก็จะขึ้นไปยืนบนนั้นเหมือนกัน


นั่งกระเช้าขึ้นข้างบนท่ามกลางนักท่องเที่ยวที่มาเล่นสกี ทั้งลำดูเหมือนจะมีแต่พวกเราที่แต่งตัวแบบนักท่องเที่ยวทั่วๆไปที่ไม่ได้เล่นสกี ระหว่างทางไปยอดชิลท์ธอร์นต้องแวะที่สถานีเบรียก (Birg) ตรงนี้มีเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิด้วย ขณะนั้น +2 องศาค่ะ ข้างนอกนั่น คงหนาวน่าดู ที่สถานีนี้คนลงเยอะเหมือนกัน มีนักสกีบางคนที่เล่นสกีลงเขาจากจุดนี้ สงสัยว่าพวกนี้อาจจะยังไม่เก่ง คนเก่งๆต้องลงจากชิลท์ธอร์นเหมือน 007 ว่าไหมคะ


ขึ้นไปแล้ว จุดหมายปลายทางยังมองไม่เห็น แต่ถ้ามองลงที่พื้นข้างล่าง ก็จะเห็นคนเล่นสกีลงเขา ฉวัดเฉวียน น่าสนุกดีแท้ จะว่าไปเราเคยลองเล่นสกีเหมือนกันนะที่เมืองจีน แต่ไม่ได้ง่ายเลย ขอบอก

ภายในกระเช้า

เห็นตัวเลขมีเครื่องหมายข้างหน้าด้วย ก็แปลกดี 2 ก็ 2 เฉยๆสิเนาะ แต่เขาคงจะเผื่อยามติดลบด้วย

พวกข้างนอกนั่น ก็ตั้งแถวจะไถลลงไปข้างล่าง แล้วก็ขึ้นมาใหม่ แล้วก็ลงไปอีกรอบ เคยอ่านเจอเขามีสกีบุฟเฟ่ต์ แพคเกตเล่นได้ไม่อั้นขายเหมือนกัน สำหรับคนรักการเล่นสกี


นั่งกระเช้าต่ออีกพักนึงก็ถึงยอดชิลท์ธอร์น เที่ยวนี้คนแน่นเลยค่ะ เด็กๆอายุประมาณ ม.ต้น มาเล่นสกีกันทั้งห้องเลยมั้ง เบียดเสียดกันซะ เสียงดังด้วย วัยรุ่นที่ไหนก็เหมือนกันไปโม้ด
พวกเราค่อยๆออกจากกระเช้าอย่างไม่รีบร้อน ชมบรรยากาศข้างนอกผ่านกระจก เราขึ้นมาสูงจนมองเห็นยอดเขาใกล้ๆ หิมะปกคลุม ตื่นเต้นจริงๆค่ะ



พัมเตรียมกล้องให้พร้อม งานนี้คงกดกันมันไปเลย

ระหว่างรอพัม กล้องคอมแพคน้อยของคุณปุ๊กกดนำไปก่อนหนึ่งรูป

เล่นสกีลงจากชิลท์ธอร์น หนึ่งในสถานที่สุดยอดที่ต้องมาลองให้ได้ซักครั้งของพวกนักสกีเขา เหมือนในเวบของพวกดำน้ำฝรั่ง ที่บอกว่าต้องมาดำที่สุรินทร์ สิมิลันบ้านเราให้ได้ ซักครั้งในชีวิต

ยังอยู่ในตัวอาคาร ค่อยๆเยื้องย่างออกไปข้างนอกกัน คุณพัมปรับกล้องซะฟ้าเลย กลัวมองไม่เห็น เพราะข้างนอกขาวไปหมด

ขึ้นบันไดเลื่อน เดินออกจากประตูมา ก็มาโผล่ใต้ภัตตาคาร เราสามารถเดินได้รอบๆ ด้านหน้ามีจุดชมวิวเป็นลานโล่งๆให้ด้วย

เดินมาถึงจุดชมวิว

ถ่ายกลับไปทางภัตตาคารหมุนได้ 360 องศา

ชมวิวจากกล้องพัม

สวย สวย สวย

แสงจ้า แดดแรง

ตรงนี้หนาวกว่าเล็กน้อย


พวกเราใช้เวลาอยู่บนนั้นเกือบหนึ่งชั่วโมง ก็นั่งกระเช้ากลับลงมา ขาลงเมฆมากค่ะ มองไม่เห็นวิวเลย พวกเราถือว่าโชคดีมากที่ขึ้นไปขณะที่ฟ้าใส

เมื่อลงมาถึงเมอเร่น เราก็หามื้อเที่ยงแบบเลทๆกินที่ร้านโคออฟ ได้แซนวิชกันคนละชิ้น มื้อนี้คุณปุ๊กอยากกินกาแฟ เห็นกล่องยูเอซทีในตู้แช่ มีรูปกาแฟสีน่ากิน ก็เลยซื้อมา ทั้งที่อ่านตัวหนังสือข้างกล่องไม่ออก แต่มีคำว่า caffe นี่ ยังไงก็น่าจะกาแฟล่ะวะ
แพลนของเราหลังจากออกจากโคออฟ คือเดินไปกินไป เดินเท้าไปที่เมืองกิมเมลวาล (Gimmelwald) ฝรั่งบอกว่าใช้เวลา 45 นาที ส่วนพวกเราก็จะเดินชมวิวไปเรื่อยๆ


ป้ายเหลืองๆข้างบนนั่นเอง กิมเมลวาล

มื้อเที่ยงค่ะ

เดินสบายๆ อากาศเย็นๆ ชุ่มปอด ลักษณะเป็นการเดินลงเนินตลอดทาง ไม่ต้องกลัวเหนื่อย


เดินมาได้ซักพัก กินมื้อเที่ยงหมด ต่อไปก็ต้องตามด้วยเครื่องดื่ม ปรากฎว่าไอ้ที่คุณปุ๊กซื้อมา มันเป็นครีมใส่กาแฟ กรำ
แต่มีฮาอีก คือคุณพัมที่ตั้งใจซื้อน้ำเปล่า ดันซื้อโซดามา พวกเรากินโซดาแทนน้ำไม่เป็นด้วย ฮา กันยกใหญ่



อิสสะครีมโซดา ฟังดูน่ากินเนาะ


สองข้างทาง เริ่มต้นจากเป็นบ้านคนก่อน แล้วก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นภูเขา ทุ่งหญ้าที่เริ่มจะพอเห็นเขียวๆบ้าง กองหิมะที่เริ่มละลายเป็นหย่อมๆ เดินดูวิว แวะถ่ายรูป มีความสุขจริงๆค่ะ


ฟืนที่ชาวสวิส เก็บไว้ใช้ในหน้าหนาว นี่ก็เพิ่งจะหมดหนาว บ้านนี้ยังเหลือตรึมเลย

ธรรมชาติยิ่งใหญ่นัก

วิวสวยๆ

แดดแรง เริ่มร้อน

ระหว่างที่เราเดินทอดน่องกัน ก็มีครอบครัวพ่อแม่กับลูกวัยรุ่น 2 คน แซงพวกเราไป คิดในใจว่า 45 นาทีของฝรั่งต้องสปีดอย่างครอบครัวนี้สินะ พวกเราใช้เวลาไปชั่วโมงแก่ๆก่อนมาถึงกิมเมลวาล จากตรงนี้เรานั่งเคเบิ้ลลงไปที่ Stechelberg จากนั้นก็นั่งรถบัสไปที่ลอเธอร์บรันเน่นต่อไป


รอเคเบิ้ลที่ลงมาจากชิลท์ธอร์น

ตรงนี้ไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่

เห็นแล้วสถานี Stechelberg เบื้องล่าง


รถบัสไปลอเธอร์บรันเน่นแน่นมากๆ นักท่องเที่ยวถือสกีเบียดเสียดกันขึ้นรถ พวกเราไปถึงที่ลอเธอร์บรันเน่นตอนสี่โมงเย็นแล้ว ตั้งใจกันว่า วันนี้จะกลับไปซื้อของที่โคออฟในอินเตอร์ลาเก้นให้ทัน 5 โมงเย็น เราแพลนจะซื้อผักสดๆ มากินกับน้ำพริกนรกต่างๆที่ยังเหลืออยู่ รวมทั้งซื้อพวกซุปมักกะโรนีมาต้มกินเป็นมื้อเย็นที่บ้าน จากนั้นตอนค่ำ เราก็จะไปเดินสำรวจในเมืองอินเตอร์ลาเก้น

ทุกอย่างได้ตามแผนที่วางไว้สำหรับวันนี้ มื้อค่ำอร่อยมาก กีวีขายเป็นกิโลนี่มันทำให้เราแฮปปี้เหลือหลาย
เย็นนั้นไปเราเดินซื้อของฝากในเมือง เดินจากออสจนถึงเวสต์เลยค่ะ ขากลับเดินผ่านร้านโคออฟเล็กๆในเมือง คุณปุ๊กเกิดอยากกินไฮเนเก้น คุณเจี๊ยบอยากตุนช้อคโกแลต ตอนจ่ายค่าเบียร์ ป้าคนขายมองหน้า แล้วขอดูพาสปอร์ต ฮ่วย อะไรเนี่ย เราบอกป้าว่า อิสโอเค เราอายุมากพอ คนขายก็บอกว่า ไม่ได้ เราเลยต้องยื่นพาสปอร์ตให้ดู แล้วก็บอกป้าว่า เห็นไหมล่ะ ไอบอกแล้วว่าแก่ ป้าคนขายเลยบอกว่า ก็ยูลุคยัง
โอ๊ย! ปลื้ม คอมเม้นต์ของป้าปิดท้ายวันเที่ยวสบายๆแสนสุขวันนี้ ได้สุดยอดจริงๆค่ะ




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2553
2 comments
Last Update : 14 สิงหาคม 2553 13:33:36 น.
Counter : 3689 Pageviews.

 

นี่มันเป็นการเดินเล่นในภาพวาดชัดๆ สวยมากเลยพี่ปุ๊ก

...."ตอนนั้นรู้สึกอยากร้องไห้ คิดถึงบ้านค่ะ คิดถึงพ่อกับแม่ อยากให้เขามาเห็นแบบนี้ด้วย"....

ซึ้งเลย ประโยคนี้ เวลาจิ๊กกี้ไปที่สวยๆก็คิดถึงคนที่บ้านเหมือนกัน^^

 

โดย: Jikki (หัวใจเพรียกหา ) 26 สิงหาคม 2553 11:41:29 น.  

 

คิดถึงพ่อกับแม่ อยากให้เขามาเห็นแบบนี้ด้วย

ประโยคประทับใจ
มากกว่า วิวสวยๆ ของสวิส อีกแน่ะ

 

โดย: LadyLavender 12 กันยายน 2553 12:50:10 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


hs3puk
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add hs3puk's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.