Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
29 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
Paris-Switz-Italy #4: Paris day#3

วันที่สามแล้ว เช้านี้แพลนดั้งเดิมคือจะไปเดินเล่นย่าน Marais ซึ่งเป็นแนวปารีสเก่า แต่หลังจากที่เราตะลอนเที่ยวในปารีสมาสองวันแล้ว เราก็คิดเอาเองว่า สภาพบ้านเมืองปารีสทั่วๆไป กับย่าน Marais คงจะไม่ต่างกันเท่าไหร่ และคิดว่า เราน่าจะไปดูพระราชวังแวร์ซายน์ดีกว่า
นอกจากนี้ ตามแพลน คืนนี้เราจะไม่ได้นอนที่นี่แล้ว ตอนแรกกะว่าจะฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อนไปเที่ยว Marias ซักสองสามชั่วโมง แล้วค่อยกลับมาเช็คเอาต์ แต่พอแผนเที่ยวเปลี่ยน เราก็เลยเปลี่ยนเป็นลากกระเป๋าออกจากที่นี่ไปตั้งแต่ตอนเช้าเลย หาที่ฝากก่อน แล้วค่อยเที่ยวจนถึงเย็น
เย็นนี้เราต้องไปสนามบินออร์ลี่ เพื่อเตรียมขึ้นเครื่องไปที่เจนีวาตอนเช้าตรู่พรุ่งนี้ เที่ยวบินของเราเปิดให้เช็คอินตอนตี 4 ตรง ถ้าเราหาโรงแรมนอนในเมืองก็ต้องตื่นกันตอนดึก ต้องเผื่อเวลาเดินทางมาสนามบิน เมโทรก็คงจะปิด ต้องนั่งแทกซี่ กระเป๋าขนาด 26นิ้ว 3ใบ จะใส่แทกซี่คันเดียวได้ไหม และอากาศก็คงจะหนาวเหน็บ อย่ากระนั้นเลย เราตกลงไปหาที่งีบกันที่สนามบินออร์ลี่นั่นแหละ สะดวกที่สุด

หลังจากอาหารเช้า ซึ่งก็คือแบบเดิมเด๊ะ สามสาวก็ลากกระเป๋าออกจากที่พัก เป้าหมายของเราอยู่ที่สถานี Gare L'Est นัยว่าเป็นสถานีรถไฟใหญ่ด้านตะวันออก (เขามี Gare Du nord - สถานีทางเหนือด้วย เดาว่า Est กับ Nord ก็คงจะหมายถึง East กับ North นั่นแหละ) เราเล็งที่นี่ เพราะที่ปารีส จะมีที่ฝากกระเป๋าในสถานีใหญ่ๆเท่านั้น และที่สำคัญ เมื่อฝากกระเป๋าเสร็จแล้ว เราก็จะได้เดินไปดูคลองเซ้นต์มาร์ตินต่อได้เลย ซึ่งเวบท่องเที่ยวของฝรั่งแนะนำมาอีกแล้ว ว่าเป็นที่น่าสนใจอีกที่หนึ่ง ที่คนไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่


ทางลงสถานีชารอนเน่ ปากซอย เราเดินขึ้นลงที่นี่มาสองวันแล้ว ... บายๆ


สถานี L'Est ใหญ่อย่างว่า ที่นี่เป็นสถานีปลายทาง/ต้นทางของรถไฟที่ไปยังเมืองอื่นๆในยุโรป เราเดินหาที่ฝากกระเป๋ากันก่อน หาไม่ยากเลย อ่านป้ายไปเรื่อยๆ พวกเราฝากกระเป๋าไว้ถึงหนึ่งทุ่ม ราคาอยู่ที่ห้ายูโรต่อใบ ใกล้ๆกับที่ฝากกระเป๋ามีร้านอีฟโรเช่อยู่ร้านนึง พวกเราใช้ของเขาอยู่บางตัว ดังนั้น ไหนๆก็ได้มาถึงประเทศเจ้าของผลิตภัณท์แล้ว ก็ควรเข้าไปสำรวจราคาเสียหน่อย แต่ขอบอกว่า ราคาไม่ต่างจากบ้านเราเลย บางอย่างแพงกว่าด้วย

เสร็จธุรกรรมฝากกระเป๋ากันประมาณแปดโมงกว่าๆ จากนั้นเราก็มุ่งหน้าสู่คลอง แต่กว่าจะหาเจอ ก็ได้เดินกันเป็นกิโลๆเหมือนกัน รู้สึกฝีมือการดูแผนที่จะตกลง เมื่อวานก็พลาดไปหลายที่เลย


เดินหาคลอง ด้านหลังเป็นสถานีรถไฟที่ฝากกระเป๋า


ระหว่างทางเจอสวนสาธารณะเล็กๆ


ถึงแล้วคลองเซ้นต์มาร์ติน มันดูมืดๆเพราะคุณพัมตั้งใจเซ็ตกล้องให้เป็นแบบนี้


ฝรั่งบอกว่าที่นี่น่าดู ตรงสะพานโค้ง น้ำ ต้นไม้สองฝั่ง เหมาะแก่การเดินเล่น


จากคลอง จุดต่อไปคือย่านศิลปิน ย่านมงมาร์ต ทุกคนที่มาปารีส ต้องแวะไปดู sacre coeur (อ่านออกเสียงไม่ถูกจริงๆ เวลาคุยกัน พวกเราเรียกมันว่า ซาเคอร์ โคเออร์ แต่ก็ไม่น่าจะถูกหรอก)
เราเดินเลาะฝั่งคลองไปเรื่อยๆ หนาวๆเย็นๆ เช้าๆไม่ค่อยมีคน แผนที่บอกว่าเมื่อชนถนนใหญ่ก็จะเจอสถานีเมโทร แต่พอชนแล้วเราไม่ยักกะเจอสถานี สุดท้ายก็ต้องถามคนปารีส ปรากฎว่า พวกเราดันมองหาสถานีบนดินกัน แต่ตรงนี้เขาเป็นสถานีลอยฟ้าน่อ ช่วงนี้รถไฟวิ่งเหมือนบีทีเอส

นั่งมาลงที่สถานี Anvers ค่ะ นักท่องเที่ยวเยอะเลย มีก๊วนเด็กประถมมาทัศนศึกษาด้วย เราก็เดินตามๆเขาไป ซักครู่ก็เห็น sacre coeur เด่นเป็นสง่า


ทางเดินไป sacre coeur ค่ะ ลักษณะจะเดินขึ้นเนินเล็กน้อย ตัวโบสถ์จะอยู่บนยอดเนิน ซึ่งเมื่อขึ้นไปอยู่บนนั้น จะมองเห็นปารีสจากมุมสูง


เราจะเดินขึ้นไปบนนั้นแหละ เขามีรถรางคอยบริการด้วย แต่ต้องจ่ายตังค์นะ คนหนุ่มสาวแข็งแรงต้องเดินเอง มันไม่ได้สูงเท่าไหร่หรอก สู้ดอยสุเทพบ้านเราก็ไม่ได้


เริ่มเดินขึ้นกันแล้วจากทางขวา เดี๋ยวขาลงจะลงทางซ้าย


หันมาดูวิวด้านล่างบ้าง เขาว่าขึ้นมาบนนี้ตอนค่ำๆ จะได้บรรยากาศ


มุมนี้ถ่ายขาเดินลง


จริงๆละแวกนี้มีย่านที่ศิลปินมานั่งวาดรูปกันสดๆ มีผับมูแลงรูจด้วย แต่เราเดินหาไม่เจอกันอีกแล้ว แต่ตอนนั้น อารมณ์จะเป็นแบบ เอาเถอะไม่เจอก็ไม่เป็นไร ทำไมตอนนั้นรู้สึกเบื่อปารีสก็ไม่รู้ ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดความรู้สึกนั้นขึ้นมาได้ พวกเราคุยกันเล่นๆว่าเที่ยวจนเบื่อแล้วอ่ะ ไม่รู้เรานั่งเมโทรกันเยอะเกินไป เดินมากไป หรือไปทำอะไรที่ไม่เหมือนนั่งท่องเที่ยวคนอื่นๆหรือเปล่า...

จุดต่อไปคือแวร์ซายน์ค่ะ เริ่มตื่นเต้นขึ้นมาอีกรอบ เรากะจะไปให้ถึงซักก่อนบ่าย เพราะได้ข่าวมาว่า ช่วงบ่ายแถวจะสั้นกว่าช่วงเช้า แต่เรื่องแถวนี่ อ่านสำนักไหนๆก็บอกว่า ยาวแน่ๆไม่ต้องห่วง
สิบเอ็ดโมงกว่าพวกเราก็ถึงสถานีแองวาลิดเพื่อซื้อตั๋วรถไฟ RER สาย C ไปแวร์ซายน์ ไปตรงนั้นจะใช้ตั๋วมอบิลิสไม่ได้แล้ว เพราะออกไปนอกเมือง
RER เป็นรถไฟที่วิ่งบนดินเสียเป็นส่วนใหญ่ นั่งรถไฟไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงที่หมาย คนที่สถานีเยอะมาก เบียดเสียดกันเดินออกจากสถานี เห็นแล้วก็เริ่มคิดว่าท่าทางไม่ค่อยจะดีแล้วล่ะ

จากสถานีก็เดินตามป้ายต่อไปอีกประมาณ 10 นาทีค่ะ มันเดินได้หลายทาง รู้สึกพวกเราจะเดินอ้อม จากนั้นก็จะเห็นกลุ่มอาคารพระราชวัง และเห็นคนปริมาณเข้าขั้นมหาศาล มากกว่าที่ลูฟร์หรือที่ดอร์ซี่อีก แม่เจ้า เพราะเมื่อวานเป็นวันหยุดแน่เลย ทุกคนเลยรอมาเที่ยววันนี้กันหมด
บริเวณด้านหน้าวังเขามีคิวอยู่สองแถวค่ะ แถวที่หนึ่งเพื่อซื้อตั๋ว มีป้าย Ticket office อันใหญ่แขวนอยู่ คุณปุ๊กให้สองสาวเข้าคิวรอก่อนเลยจะได้ดูว่าแถวเคลื่อนที่ไวแค่ไหน ส่วนตัวเองไปเดินสำรวจแถวที่สอง ซึ่งมีการพับตลบไปมาสี่รอบ ถามเจ้าหน้าที่ว่า แถวนี้ไปไหน ได้คำตอบว่า หลังจากซื้อตั๋วเสร็จแล้ว ก็มารอเข้าชมที่คิวนี้ต่อ ... โอ้โน

ผ่านไปสิบนาที สองสาวเคลื่อนที่ประมาณสิบเมตร ในขณะที่อีกแถวขยับช้ากว่า ระหว่างที่พวกเราเริ่มท้อและกำลังประมวลผลว่าจะทำไงต่อดีนั้น ก็ยังมีนั่งท่องเที่ยวมาต่อคิวอยู่เรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะไม่ใช่คนฝรั่งเศส เพราะเห็นพูดภาษาอังกฤษกันเนถีฟมากๆ เราแอบฟังคนที่ยืนใกล้ๆคุยกันว่าหนีดีกว่า เราเลยมองหน้ากัน หนีมั่งไหมเรา? ดูท่าแล้วอีกสองชั่วโมงเราก็ยังไม่ได้เข้าข้างในเป็นแน่


บรรยากาศทางเดินจากสถานี เห็นพระราชวังอยู่ด้านหน้าแล้ว


แถวที่หนึ่งอยู่ทางซ้าย แถวที่สองอยู่ทางขวา พระราชวังอยู่หลังประตูสีทอง


แถวที่สองซึ่งมีตลบไปมา 4 ชั้น กล้องเก็บจากต้นถึงปลายแถวได้ไม่หมด ยาวขนาดนั้น


ไม่อาจยืนรอในคิว เพื่อเข้าไปเดินหลังประตูสีทองนี้ได้จริงๆ


ไหนๆก็มาแล้ว ถ่ายรูปคู่กับอนุสาวรีย์ของหลุยส์ 14 ซะหน่อย


ขาออกจากที่นี่ เราได้ไปพร้อมกับความคิดใหม่ว่า เราพลาดสองที่สำคัญแล้วนะ คือที่แวร์ซายน์นี่และที่ดอร์ซี่ แปลว่าเรามีเหตุผลให้มาเที่ยวปารีสอีกรอบ แต่ก็ไม่รู้เมื่อไหร่...

กลับเข้าเมืองกันบ่ายโมงกว่าๆ เราเล็งว่าจะไปย่านช้อปปิ้งหรูๆ แถวๆแกลอรี่ลาฟาแยต กะจะเดินหาห้องน้ำด้วย แต่หายากชะมัด วันก่อนๆเรายังเห็นมี ห้องน้ำสาธารณะเป็นตู้ๆอยู่ทั่วเมืองเลย พอจะใช้ก็ชอบหาไม่เจอ เป็นแบบนี้อยู่เรื่อยเลยเนาะ



ห้องน้ำสาธารณะที่พอจะใช้แล้วก็ชอบหาไม่เจอ รูปนี้ถ่ายตอนเดินหาเมโทรตอนเช้า เห็นรูปนี้แล้วก็นึกได้ เมื่อวานช่วงที่เดินเที่ยว Latin quater คุณเจี๊ยบกับคุณพัมได้ลองใช้เจ้าห้องน้ำแบบนี้แล้ว ตอนนั้นทั้งคู่ออกมาจากห้องน้ำหน้าตาตื่น บอกให้รีบไปกันเถอะเพราะหาที่กดล้างไม่ได้เลย ตอนหลังถึงได้รู้ว่ามันล้างเอง พอคนออกไปแล้ว

ต่อค่ะ การเดินดูของหรูหราตามห้างนี่ไม่ใช่แนวเราจริงๆ เลยรู้สึกกร่อยๆ จึงตัดสินใจไปดูหอไอเฟลตอนกลางวันจากมุมอื่นบ้าง มุมนี้คุณตารีเซฟชั่นที่โรงแรมแนะนำไว้ตั้งแต่วันแรกแล้วล่ะ พวกเรานั่งเมโทรไปลงที่สถานี Trocadero จากนั้นก็เดินตามป้ายไป



เดินถึง ก็จะเห็นมุมนี้เลยค่ะ เต็มๆ แดดดี คนเยอะ


เดินลงไปด้านล่างบ้าง ฝรั่งนั่งอาบแดด เราเห็นแดดก็ชอบเหมือนกัน อุ่นดี


มุมนี้ถ่ายจากที่นั่ง เรานั่งกินมื้อเที่ยงแบบสายมากๆกันที่นี่


ของฝากยอดนิยม (มั้ง) จากปารีสเจี๊ยบซื้ออันละ 1 ยูโร


บ่ายแก่ๆ เราไปเดินเล่นแถวรีพับลิค นั่งเมโทรไปดูบาสติล เสียดายลืมไปดูเทพีเสรีภาพอันที่อยู่ปารีสนี่ ลืมจริงๆอุตส่าห์วงในแผนที่ไว้แล้วเชียว
สุดท้ายเราก็กลับไปที่สถานี L'Est รับกระเป๋าแล้วก็หามื้อเย็นกินที่สถานีนั่นแหละ มื้อนี้กินสลัดอะไรซักอย่าง ใส่พาสต้า กับเนื้ออะไรซักอย่าง แล้วก็ซื้อทาร์ตบางอย่างมาตบท้าย หมดไปหลายตังค์เหมือนกันแต่ไม่อร่อยเลย เหมือนเดิม

จัดการมื้อค่ำเสร็จแล้ว เรานั่งเมโทรสาย 4 ยาวๆไปต่อรถ RER สาย B ลงที่สถานี Anthony แล้วปิดท้ายการเดินทางด้วยออลี่ชัตเทิ่ล ไปที่เทอร์มินอล sud เขามีเทอร์มินอล quest ด้วย เราจึงเดาว่ามันคงจะเป็น South กับ West ล่ะมั้ง จนป่านนี้ยังไม่ได้เช็คเลยว่าจริงไหม



ถึงแล้วเทอร์มินอลซุด สาบานได้ว่าขณะนั้นสองทุ่มกว่าแล้ว ฟ้ายังแจ้งเชียว


พวกเราสำรวจเทอร์มินอล เข้าห้องน้ำห้องท่า แล้วก็จับจองที่สิงสถิตย์ ปรากฎว่าคืนนั้นเพื่อนๆเยอะเลยทีเดียว นึกว่าจะต้องสลับกันนั่งยามเฝ้ากระเป๋าซะแล้ว


Create Date : 29 พฤษภาคม 2553
Last Update : 2 สิงหาคม 2553 17:49:48 น. 3 comments
Counter : 1174 Pageviews.

 
ดูแล้วคิดถึงจังเลย LA TOUR EIFFEL ไปเที่ยวเองดีจัง อยากแวะตรงไหนนานๆก็ได้ พวงกุญแจสีสวยจังค่ะ ตอนไปเห็นมีแต่สีทองกับสีเงิน แล้วก็สีที่คล้ายๆของจริง แต่คณะของเราต่อราคาเก่งมากค่ะ ได้มา 7 อัน 1 EURO แน่ะ เห็นแล้วสงสารคนดำที่มาเดินเร่ขายเลยอ่ะค่ะ


โดย: apple.007 IP: 222.123.47.4 วันที่: 30 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:48:36 น.  

 
แวร์ซายน์แถวยาวจังน้อ ถึงว่าไปกะทัวร์เค้าให้ตื่นไปแต่เช้า แต่โอนะ คนไม่เยอะเลย เห็นทีกี้และน้องๆ ต้องกลับไปอีกครั้งล่ะเนอะ


โดย: LadyLavender IP: 203.146.24.17 วันที่: 31 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:59:01 น.  

 
ติดตามอ่านค่ะ อยากไปเที่ยวแบบนี้บ้าง


โดย: maam IP: 111.84.236.26 วันที่: 20 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:34:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

hs3puk
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add hs3puk's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.