Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
2 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
Bloody revenge Part2

บทที่ 8
เวลา 8 โมงเช้า จากเหตุการณ์เมื่อคืน ทำให้ทุกคนไม่ได้นอนอีกเลย วาชิโร่อยู่ในห้องครัวหาวัตถุในตู้เย็นมาทำอาหาร
“มีใครหิวข้าวบ้างมั๊ย”
ไม่ มีเสียงตอบจากทุกคน เพราะต่างก็ยังคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ ส่วนศพของฮางาตะ ก็เอาผ้าคลุม แล้วก็เอาไปไว้ในห้องเย็นที่อยู่ชั้น 3
“เอ่อ...คุณวาชิโร่ เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แล้วเรายังจะหาเงินนั่นกันอีกรึเปล่าครับ” เค็นจิ ถามขึ้น
“ฉัน กำลังลังเลอยู่เหมือนกัน”
“ก็ต้องหาต่อสิ อุตส่าห์มาถึงนี่แล้ว ออกจากเกาะก็ไม่ได้”
“ที่จุน พูดมันก็ถูกน่ะนะ”
“มีความเป็นไปได้มั๊ยค่ะ ว่าที่คุณฮางาตะ ตายเป็นเพราะวิญญาณของคนโรคจิตน่ะค่ะ”
“ทำไมถึงพูดอย่างนั้นล่ะ มิวะจัง” ทาคามิจุน พูดขึ้น”
“ก็ เคยอ่านหนังสือพวกตำนานสยองขวัญน่ะค่ะ แล้วก็มีบางเรื่องที่เป็นวิญญาณเฝ้าสมบัติ แล้วที่เราจะเข้ามาเอาเงินไป เงินพวกนี้เหมือนกับเป็นเงินที่จะใช้รักษาพวกเค้า ถ้าเกิด...”
ไอโกะ มิวะ หยุดพูด แล้วพยายามกลั่นน้ำตาไว้ แต่น้ำตาที่ไหลออกมานั้นมากมายนัก
“วางใจได้ มิวะจัง เรื่องวิญญาณน่าเป็นเรื่องเหลวไหล ทำใจให้เข้มแข็งเถอะ” จุน ปลอบด้วยความเป็นห่วง
“ผมว่าแยกกันไปหา เฉพาะตอนกลางวันเถอะ ครับ”
“ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณจุน น่ะครับ”
“นี่เลิกเรียกฉันว่า คุณ ซ่ะที เรียกรุ่นพี่แทนล่ะกัน”
“ครับ รุ่นพี่” ซาอิ พูดขึ้น
“จะเอาอย่างนั้นหรือจุน พ่อว่ามันไม่ค่อยดีน่ะ แยกกันไปแบบนี้”
“ไม่ หรอกครับ ก็ให้ผู้หญิงกับคุณวิชิโร่ อยู่ที่นี่แหละครับ ที่เหลือก็แยกย้ายกันไป ผมว่าตอนกลางวัน ถ้าคนร้ายจะทำอะไรก็คงยากหน่อย อีกอย่างถึงจะแยกกันไป แต่ก็ผู้ชายทั้งนั้น คิดว่ายังไงก็คงจะพอสู้ได้แหละครับ”
“ซาอิ นาย IQ เท่าไหร่” จุน ถาม
“แล้วรุ่นพี่คิดว่าเท่าไหร่ล่ะครับ”
“จะไปรู้ได้ไงล่ะ”
“ผมก็เคยวัดครับ”
“งั้นสนใจจะลองวัดมั๊ยล่ะ”
“ยังไงครับ”
“ก็แค่ตอบคำถามน่ะ คนที่จะตอบถูกได้ แสดงว่า IQ ต้องสูงแน่”
“น่าลองน่ะครับ”
“ใน การทำข้อสอบชนิดหนึ่ง เป็นการแข่งกันระหว่างคน 2 คน แคนแรกได้ 49 จาก 50 คะแนน อีกคนหนึ่งได้ 0 (ศูนย์) คะแนนคิดว่าใครฉลาดกว่ากันล่ะ”
“บอกไม่ได้หรอกครับ ว่าใครจะฉลาดกว่ากัน”
“เหตุผล ล่ะ”
“ข้อ สอบนั้นเนื้อหาเป็นยังไงผมก็ไม่รู้ แล้วจะให้บอกได้ไงล่ะ ครับ ถ้าสมมุติข้อสอบนั้นเป็นวิชาที่คนหนึ่งถนัด อีกคนไม่เคยเรียน คะแนนก็ย่อมต้องต่างกันจริง มั๊ยล่ะครับ”
“ก็ถือว่า เธอเป็นเด็กที่ฉลาดคนหนึ่งน่ะ”
“แล้วผลไม่บอกเป็นตัวเลขหรือ ครับ”
“คำถามนี้แค่จะทดสอบไหวพริบน่ะ ส่วนเรื่องของ IQ ก็มีส่วนไม่มากเท่าไหร่”
“นี่จะคุยกันอีกนานมั๊ย ฉันไปหาก่อนน่ะ” เซโตะ พูดแล้วก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด แล้วก็เดินหายไป
“งั้นก็ออกไปหากันเถอะ ที่นี่กว้างขนาดนี้ นอกจากจะหาเงินแล้วยังต้องค้นหาหลักฐานอีก” เค็นจิ พูดขึ้น
“คุณวาชิโร่ ก็อยู่แถว ๆ นี้น่ะครับ” ซาอิ พูดจบก็เดินไปกับ เค็นจิ

บทที่ 9
ซา อิและ เค็นจิ ได้ไปค้นหาที่ชั้น 2 ห้องต่าง ๆ มากมายหลายห้อง ซึ่งสามารถที่จะเกิดการฆาตกรรมได้ทุกเมื่อ หลังจากที่เดินมาได้สักพัก สิ่งที่เขาทั้ง 2 คนพบคือ ห้องทำงาน คาดว่าน่าจะเป็นห้องทำงานของพวกแพทย์ พยาบาล เยื้อง ๆ กันก็เป็นห้องยา ที่มียาอยู่บ้าง หยากไย่ ใยแมงมุนติดเป็นจำนวนมาก ซาอิเดินเข้าไปสำรวจในห้องทำงาน พบโต๊ะประมาณ 6 – 7 ตัว บนโต๊ะส่วนใหญ่จะมีแต่ฝุ่น ยกเว้นโต๊ะตัวในสุด ที่มีอะไรอยู่บนโต๊ะ
ซา อิ เดินไปดูพบกรอบรูปที่ข้างในมีรูปถ่ายค่อนข้างเก่าทีเดียว เป็นภาพของชาย หญิงที่จับมือลูกไว้ แล้วถ่ายตรงบริเวณด้านหน้าของโรงพยาบาล รอยยิ้มของคนทั้ง 3 ทำให้ซาอิ รู้สึกดีไม่น้อย เมื่อดูเสร็จก็วางมันคว่ำไว้ที่เดิม แล้วก็เดินออกจากมา เค็นจิ ที่กำลังตรวจดูบริเวณที่เก็บยาก็เดินออกจากห้องมาในเวลาไล่เลี่ยกัน
“ฉันเจออะไรแปลก ๆ 2 จุด” เค็นจิ พูดพร้อมกับชูนิ้วมา
“2 จุดเหรอ”
“ใช่ จุดแรกน่ะ มีอยู่ที่หนึ่งที่ไม่มีใยแมงมุนเกาะอยู่ แต่บริเวณข้าง ๆ กับมีใยแมงมุน เหมือนกับว่ามีคนหยิบอะไรออกมาเลย”
“นั่นคือ...จุดแรกสิน่ะ”
“อีกจุดคือ ตรงมุมห้องจะมีตู้แช่แข็งอยู่ แล้วมันก็ยังทำงานด้วย แล้วก็มีเลือดสำรองอยู่ด้วย”
“อืม ๆ นี่คือ จุดผิดปกติที่นายเจอสิน่ะ”
“แล้ว นายล่ะ”
“เฮ่อ... ใครจะเป็นศพต่อไปเนี่ย” เมื่อพูดจบ ก็มองหน้าไปทางด้านซ้าย
“คงไม่ใช่ฝีมือของนายนะ ชิมิบุยะ”


บทที่ 10
ที่ ห้องโถง วาชิโร่ กำลังนั่งตรึกตรองถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในคืนนี้ ส่วนอานามิยะ อิเนะ ก็หลับไปเหลือแต่ มิวะ กับ นากามะ ที่ยังคงเงียบอยู่ ไม่ค่อยพูดจาอะไรกับใครเท่าไหร่
“พ่อครับ คนอื่น ๆ ล่ะครับ” ทาคามิ จุน ปรากฎกายขึ้น
“ยังไม่มาเลย”
“หวังว่าคงจะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาน่ะ”
“ก็หวังให้มันเป็นอย่างนั้น”
“คุณวาชิโร่ ครับ พวกเรามาแล้ว”
“โอ้ มาแล้วเรอะ ซาอิคุง โอโทโมะคุง”
“เป็นไงบ้างล่ะ” จุน ถามขึ้น
“ก็ยังไม่เจออะไรเลยครับ”
“แล้วนาย 2 คน ไปหาบริเวณไหนมาล่ะ”
“ชั้น 2 น่ะครับ พึ่งได้ครึ่งเดียวเอง แล้วคุณจุน เอ้ย รุ่นพี่ ไปสำรวจที่ไหนล่ะครับ”
“ก็บริเวณรอบ ๆ น่ะ จากที่ดูก็ไม่เจออะไรเลย”
“งั้น ก็เหลือแต่ คุณเซโตะ สิน่ะครับ”
“จริงด้วย แล้วหายไปไหนแล้วเนี่ย” วาชิโร่ พูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“คงไม่มีอะไรหรอกครับพ่อ ที่เราทำได้ตอนนี้ก็คงต้องนั่งรออย่างเดียวแหละครับ”
“มีใครหิวข้าวมั๊ย”
“ก็นิดหน่อยครับ” ซาอิ พูดขึ้น
“คนเดียวเหรอ โอโทโมะคุง ไม่หิวเหรอ”
“ไม่ครับ ขอบคุณ”
“จุน เอามั๊ย”
“มีอะไรกินบ้างครับ พ่อ”
“ก็อาหารกระป๋องนั่นแหละ พ่อเตรียมที่ทำน้ำร้อนมาด้วย แต่เป็นขนาดพกพาน่ะ ถ้าจะกินก็รอหน่อยน่ะ”
“ครับ”
วาชิโร่ ลูกไปหยิบอุปกรณ์แล้วก็ตรงไปในครัว ซาอิลุกขึ้นตามไปช่วย
“เค็นจิ มีหนังสือให้อ่านมั๊ย” ไอโกะ มิวะ พูดขึ้น
“ก็มีน่ะ แต่ไม่รู้เธอจะชอบรึเปล่า”
“หนังสืออะไร”
“ก็ ผีโหด ฆาตกรรมต่อเนื่อง....”
“บ้า งั้นไม่อ่านแล้ว”
“ฮ่า ๆ ล้อเล่นน่ะ เป็นหนังสือการ์ตูนน่ะ”
“งั้น ขอหน่อย”
“รอเดี๋ยวนะ จะไปหยิบมาให้” เค็นจิ เดินขึ้นไปชั้น 2 เพื่อไปหยิบหนังสือมาให้ มิวะ
เมื่อ เวลาผ่านไป สายลมที่พัดผ่านก็ค่อย ๆ หนาวเย็นขึ้นเรื่อย ๆ ตามธรรมชาติของฤดูหนาว แสงอาทิตย์เริ่มอ่อนลง เป็นเวลาประมาณ 5 โมงเย็นแล้ว แต่ยังไม่มีใครเจอตัวของโอนิวะ เซโตะ เลย
“ผมว่าชักจะไม่ค่อยดีแล้วน่ะ”
“ฉันเห็นด้วยกับโอโทโมะคุง น่ะ ออกตามหามั๊ย”
“พ่อครับ ถ้าจะหา ผมว่ารีบเถอะครับ เพราะตอนนี้ยังไม่มืดมากนัก”
“คุณวิชิโร่ ค่ะ ออกตามหาตัวเซโตะ เถอะค่ะ” นากามะ เค็นเซ พูดขึ้น
“ถ้าจะออกตามหา ผมว่าไปเป็นกลุ่ม ๆ จะดีกว่าน่ะ อย่างน้อย 2 คน น่าจะปลอดภัย” นาคามิ จุน เสริมขึ้น
“งั้นรอสักครู่น่ะครับ”
“มีอะไร เค็นจิคุง”
“ผมว่าหาอะไรไว้ป้องกันตัวก็ดีน่ะครับ”
“จริงด้วย” วาชิโร่ พูดออกมา
“แล้วจะหาจากไหนล่ะ”
“ไม่ต้องหรอก ซาอิ ก็เอาเศษไม้เศษเหล็กแถว ๆ นี้ก็ได้นี่หน่า ไม่ก็เอาเศษหินเนี่ยแหละ”
“รุ่นพี่ ความคิดดีนี่ครับ”
ทุก คนต่างเดินไปหาของตามมุมห้อง เท่าที่จะหาได้ จากนั้นทุกคนก็แยกกันไปหาเป็นกลุ่ม ๆ ซาอิ เค็นจิ และ ไอโกะ ไปหาชั้น 2 วาชิโร่ และ อานามิยะ ไปหาชั้น 3 ส่วนจุน กับนากามะ ไปหาบริเวณรอบ ๆ


บทที่ 11
บริเวณ ชั้น 3 นั้น แสงจากดวงอาทิตย์เข้ามาน้อยมาก ทำให้บรรยากาศวังเวงน่าสะพรึงกลัว วาชิโร่ และ อานามิยะ เดินส่องไฟฉายไล่ไปทีละจุด ๆ ผ่านห้องพักต่าง ๆ
ทางด้านของ ซาอิ เค็นจิ และมิวะ เดินผ่านห้องนอนของแต่ละคน พวกเขาเดินทางที่ซาอิ และเค็นจิมาสำรวจตอนกลางวันก่อน เมื่อเดินผ่านห้องที่คุณฮางาเตะ อากิโตะ ถูกฆ่า ไอโกะ มิวะ พยายามเบือนหน้าหนี กลั้นน้ำตาไว้ ซาอิ และเค็นจิ สังเกตเห็นจึงเดินให้เร็วขึ้น
ประมาณ 1 ทุ่ม ทุกคนต่างมากันที่ห้องโถง ยกเว้นนากามะ เค็นเซ กับทาคามิ จุน
“คราวนี้ 2 คนนั่น หายไปไหนน่ะ”
“2 คนนั่นหาบริเวณรอบ ๆ ของโรงพยาบาลนี่นา ข้างนอกก็มือไปหมด จะออกไปหามั๊ยครับ” เค็นจิ พูดขึ้น
“เดี๋ยวก่อนน่ะ แล้วใครหาชั้น 1 ล่ะ”
“หมายความว่าไงครับ คุณวาชิโร่”
“ชั้น 1 และก็คงทุก ๆ ชั้น คงไม่มีใครสำรวจครบหรอกจริงมั๊ย”
“มัน ก็จริงน่ะครับ เวลาแค่วันกว่า ๆ คนแค่ 3 คนที่หา เมื่อตอนกลางวัน เวลาแค่นั้นกับที่ที่ใหญ่ขนาดนี้ไม่น่าจะทั่วอยู่แล้ว” เค็นจิ อธิบาย
“หาอะไรกันเหรอครับ”
เสียงที่คุ้นหู ทำให้ทุกคนหันหน้ากลับไปหาต้นเสียง นั่นไอนิวะ เซโตะ เดินลงบันไดมา
“หายไปไหนมาน่ะ เซโตะคุง” วาชิโร่ พูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ
“ผม ก็จำไม่ค่อยได้น่ะครับ เดินอยู่ดี ๆ ก็รู้สึกเหมือนสติเลือนลางหายไป รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ในห้องของอากิโตะ แล้วผมก็เดินลงมาเนี่ยแหละครับ”
“แล้วจำอย่างอื่นไม่ได้เลยเหรอครับ” ซาอิ ถาม
ยังไม่ทันจะได้ตอบ วาชิโร่ก็รีบตัดบทว่า
“เหลืออีก 2 คน รีบไปหากันเถอะ ไล่ทีละชั้นไปเลย”
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”
“ไว้ผมจะเล่าให้คุณเซโตะ ฟังเอง ช่วยกันหา คุณเค็นเซ กับรุ่นพี่จุนก่อนเถอะครับ”
แล้วทุกคนก็เดินแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม เดินไปคนละทิศ ค้นหาอย่างละเอียด
“ทุกคนมาทางนี้หน่อยครับ” เสียงของเค็นจิ ตะโกนดังขึ้น ทุกคนรีบวิ่งมาหา
“ห้องนี้มันล็อคครับ”
“ว่าไงน่ะ”
“พอจะมีอะไรช่วยเปิดได้มั๊ยครับ คุณวาชิโร่”
“มีแต่ต้องพังประตูแล้วแหละครับ”
ผู้ชาย ช่วยกันกระแทกประตู ความเก่าของลูกบิดประตูทำให้ไม่สามารถทนแรงได้ จึงเปิดออกอย่างรวดเร็ว ภายที่เห็นคือ นากามะ เค็นเซ ถูกเหล็กเสียบทะลุคอหอย เสียบร่างไร้วิญญาณไว้กับผนังของห้องปากเปิดกว้าง ตาค้าง เลือดไหลจากร่างกายมารวมกันบริเวณหน้าอก มือทั้ง 2 แนบชิดติดลำตัว เสื้อผ้าขาดกระจุยเป็นช่วง ๆ กระโปรงฉีกขาด ที่หน้าท้องมีรอยกรีดด้วยอะไรบางอย่าง เป็นคำว่า “ตาย” สิ่งที่พบอีกอย่างคือ ทาคามิ จุน นอนคว่ำอยู่ตรงผนังฝั่งตรงข้ามกับศพของ คุณนากามะ


บทที่ 12
ร่าง ของนากามะ เก็นเซ ถูกแทงติดกับผนังของห้อง และการที่ ทาคามิ จุน นอนสลบอยู่ในห้องเดียวกัน เป็นสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจของทุก ๆ คน
หลัง จากที่พบศพได้สักครู่ ทาคามิ จุน ก็ลุกขึ้นมาด้วยความอ่อนล้า ภาพที่เขาเห็นคือ ทุกคนยืนมองเขาอยู่ส่วน ไอโกะ มิวะ กับ อานามิยะ อิเนะ ก็ยืนตัวสั่นหันหลังให้เขา
“เอ่อ พ่อครับ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” ทาคามิ จุน พูดขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยชัดเจน
ไม่มีใครตอบคำถามเขา
“พ่อครับ เกิดอะไรขึ้นครับ” ทาคามิ จุน พูดซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
“ดู เอาเองแล้วกัน” วาชิโร่ พูดพร้อมกับชี้นิ้วไปทางข้างหลังของลูกชาย ทาคามิ จุน หันหลังไปมองตามนิ้วที่ชี้ไป สิ่งที่เขาได้เห็นนั้น ทำให้เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
“เป้าหมายของมันคือ คุณนากามะ งั้นเหรอ”
“รุ่นพี่ ว่าอะไรน่ะครับ” ซาอิ หันมาหาทาคามิ จุน แทบจะทันทีที่ จุน พูดจบ
“ไม่รู้สิ แต่ตอนที่เข้ามาสำรวจห้องนี้ อยู่ดี ๆ ก็เหมือนโดนอะไรกระแทกน่ะ แล้วฉันก็สลบไปเลย”
“งั้น ก็ยิ่งมั่นใจได้เลยครับ ว่าตัวจริงของฆาตกรที่สังหารพวกเราไปแล้วถึง 2 คน ไม่เกี่ยวกับวิญญาณของคนโรคจิตเลย”
“ฉันเห็นด้วยกับซาอิน่ะ”
“จุน งั้นลูกหมายความว่าไง”
“ใช่แล้วครับพ่อ ฆาตกรอยู่ที่นี่แน่นอน”
“อาจ จะขัดจังหวะไปสักนิดน่ะครับ แต่ผมว่าเอาศพของ คุณนากามะ ลงมาแล้วไปไว้กับ คุณอากิโตะ ดีกว่าน่ะครับ มันเป็นภาพที่ไม่ค่อยจะดีต่อผู้หญิงสักเท่าไหร่”
“ถูกของเธอน่ะ โอโทโมะคุง”
และ แล้วศพของนากามะ เค็นเซ ก็ถูกนำลงมาจากผนังห้อง ท่อนเหล็กที่เสียบคอนั้นยาวประมาณ 1 เมตร ปลายข้างที่เสียบมีความแหลม ผนังห้องนั้นแตกเป็นรู ที่เหมือนเกิดจากแรงเสียบที่ทะลุคอหาย
“คืนนี้ทุกคนไม่ต้องไปนอนในห้องกันน่ะครับ นอนรวมกันที่ห้องโถงเนี่ยแหละ” ซาอิ ยืนกอดอกพูดขึ้น
“ทำไมล่ะ” เซโตะ ถามขึ้น
“พรุ่งนี้ เราจะมาหาร่องรอยฆาตกรต่อเนื่องกัน”
หลังจากที่ซาอิพูดจบ ความเงียบเข้าครอบงำบริเวณนั้น


บทที่ 13
ทุก คนได้ไปนอนรวมกันที่ห้องโถง ทาคามิ วาชิโร่ นอนหลับสนิทด้วยความอ่อนเพลีย คนอื่น ๆ ก็สลึมสลือ จนเวลาประมาณ 11 โมง ซาอิได้ลุกขึ้นไปชวนเค็นจิ ที่กำลังนอนอ่านหนังสืออยู่
“ไปกันเถอะ” ซาอิ กระซิบ
“อือ” เค็นจิ ลุกขึ้นมา สังเกตไปรอบ ๆ ทุกคนยังอยู่ แต่ทว่าเขาไม่เจอตัว ทาคามิ จุนเลย
“แล้วรุ่นพี่ อยู่ไหนล่ะ”
ซาอิ สะดุ้งขึ้นเมื่อได้ยินคำถามนั้น เขาหันมองไปรอบ ๆ
“จริงด้วย”
“ฉันว่ามันไม่ค่อยดีแล้วน่ะ”
“งั้นก็ต้องรีบแล้ว”
ซา อิ และเค็นจิ ออกเดินสำรวจอย่างละเอียด หวังเพียงว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้นกับทาคามิ จุน ขณะที่พวกเขาสำรวจอยู่ ทาคามิ จุน ก็โผล่ออกมาทางหน้าต่างของห้องที่ คุณนากามะ ถูกฆาตกรรมไปเมื่อคืน
“รุ่นพี่ มาทำอะไรน่ะครับ”
“ก็แบบเดียวกับเธอ 2 คนไง”
“หมายความว่า...”
“ใช่แล้ว ฉันลองสำรวจห้องนี้ดูแล้วน่ะ รอบ ๆ ด้วย”
“แล้วเจออะไรบ้างมั๊ยครับ” เค็นจิ ถามด้วยความอยากรู้
“ก็หลายอย่างน่ะ อันดับแรก คือ หน้าต่างนี้น่ะ” ทาคามิ จุน พูด พร้อมกับเอามือจับหน้าต่าง
“ถ้าออกแรงนิดหน่อยมันก็ขยับได้ แล้วก็ตรงทางเดินข้างนอก มีรอยเหมือนกับคนเดินด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่า”
“ใช่ ฉันลองมอง ๆ ดูแล้วพื้นของที่นี่นะออกเละ ๆ ชื้น ๆ ถ้าใครที่เป็นคนร้าย รองเท้าน่าจะมีรอยโคลนอยู่บ้างน่ะ”
“แต่ตอนที่พวกเราเข้ามาทุกคนก็น่าจะเลอะเหมือนกันนะครับ”
“ฮึ ฮึ นายนี่ไม่เฉลียวเลยนะ เค็นจิ”
“ว่าไงนะ ทำเป็นว่าชั้นแล้ว ความคิดนายล่ะ”
“อย่าลืมสิ ว่าคนร้ายต้องเดินเมื่อคืนใช่ไหม หลังจากที่ฆ่า คุณนากามะ แล้ว”
“แล้วยังไง”
“นั่นก็คือ หลังจากที่พวกเราพบศพ ทุกคนก็ไม่ได้ไปไหน อย่างมากก็แค่เปลี่ยนเสื้อผ้า พื้นรองเท้าต้องมีโคลนอยู่แน่”
“ถ้า เป็นรองเท้าของพวกเราที่ไม่ได้ออกไปทำอะไร ก็จะไม่มีโคลนติด ถึงแม้ว่าวันแรกที่เข้ามามันจะมีก็เถอะนะ เพราะว่าการที่พวกเราเดินไปเดินมา ทำให้โคลนที่ติดมันก็หายไปเรื่อย ๆ เข้าใจหรือยังล่ะ”
“ที่รุ่นพี่พูดมามันก็ถูกนะครับ”
“แต่...” ซาอิ เหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เงียบไป
“มีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีครับ ผมแค่คิดอะไรผิดพลาดไปเอง”
“แล้วนี่ เธอ 2 คน จะไปไหนอีกรึเปล่า”
“พวกเราว่าจะไปสืบหาข้อมูลต่อน่ะครับ”
“งั้นชั้นไปนอนก่อนน่ะ”
ทาคามิ จุน ก็เดินกลับไปยังห้องโถง ซาอิ และเค็นจิ ก็ขึ้นไปสำรวจบริเวณต่าง ๆ
“เค็นจิ นายไปสำรวจชั้น 3 คนเดียวไหวมั๊ย”
“ที่พูดนี่หมายความว่าไง”
“จุดที่ชั้นว่ามันน่าสงสัย น่าจะเป็นชั้น 2 กับ 3 แต่ไม่รู้ว่าคืออะไร ก็เลยอยากจะให้แยกกันไป”
“ได้สิ ดูชั้น 2 คนเดียว ระวัง คุณฮางาตะ ออกมาเจอนะ”
“มีจริงก็ดี”
แล้ว เค็นจิ กับซาอิ ก็แยกย้ายไป ซาอิรอจนเค็นจิ ขึ้นบันไดไปจนไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าแล้ว จึงค่อยเดินไป ที่ที่เขาไปคือห้องทำงานที่เขาเจอรูปถ่าย
“หวังว่าจะเจออะไรบ้างนะ”


บทที่ 14
ซา อิ เดินตรงไปยังห้องที่มีรูปถ่ายก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อไปถึงสิ่งที่เขาคิดไว้ก็เป็นจริงขึ้น รูปถ่ายที่อยู่ในกรอบไม้แบบตั้งได้ที่เขาคว่ำมันไว้ เหมือนกับว่ามีผู้อื่นมาดูเช่นกัน เพราะรอยฝุ่นมันกว้างขึ้น ภาพของพ่อแม่ลูกนั้น ทำให้ซาอิ รู้สึกเหมือนกับว่าคุ้นหน้าของพวกเค้าอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในรูป แล้วเขาก็เดินออกมา จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องของฮางาตะ ทันทีที่เข้าไปในห้องภาพของ ฮางาตะ อากิโตะ ที่ถูกฆ่ารักคอก็แว่บเข้าหัวมาชั่วครู่ สัมภาระของ ฮางาตะ ยังกองอยู่ที่มุมห้อง ซาอิเดินดูตามจุดต่าง ๆ ทั่วห้อง
แสงสว่างที่ ไม่มากนัก ทางเดินที่วังเวงจำนวนห้องมากมายที่รอเขาอยู่ เค็นจิ โอโทโมะ ได้สำรวจห้องพักต่าง ๆ ไปได้ไม่กี่ห้อง เมื่อเขาเดินผ่านห้องเย็นที่ข้างในมีศพของฮางาตะ กับนากามะ อยู่ ทำให้เขารู้สึกเย็นสันหลัง แล้วก็พยายามเดินหนีไปให้เร็วที่สุด เมื่อเดินได้สักพัก เขาก็มองไปทางเดินที่เขาเดินอยู่มีทางแยก 2 ทาง ทางหนึ่งมีแสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามา อีกทางหนึ่งค่อนข้างมืดแสงจากดวงอาทิตย์ส่องเข้ามาเพียงแค่ให้มองเห็นทาง เดินเท่านั้น เหมือนกับว่าเขาต้องตัดสินใจว่าจะเดินไปทางไหน
“เฮ่อ...” เค็นจิ ถอนหายใจก่อนที่เขาจะเดินไปตามทางที่เขาเลือกไว้
ที่ ห้องโถง วาชิโร่ตื่นขึ้นมา เขาดูนาฬิกาข้อมือ เวลาในตอนนี้คือ 16.40 น. วาชิโร่สะดุ้งทันทีที่เห็นแล้วเขาก็มองไปหาคนอื่น ๆ แต่สิ่งที่เห็นคือ ไอโกะ มิวะ กำลังนอนหลับอยู่ ส่วนคนอื่นนั้นหายไป


บทที่ 15
เค็น จิ เดินตรงไปเรื่อยตามทางที่เขาเลือก เขาเลือกทางเดินที่มีแสงสว่าง ยิ่งเดินไปเรื่อย ๆ ประตูของห้องพักที่อยู่ 2 ข้างทางก็ลดน้อยลงไปด้วยเช่นกัน เมื่อเดินมาจนสุดทางเขาก็เจอกับรูปของคน ๆ หนึ่ง แขวนอยู่ที่ผนังใกล้ ๆ กับกระจก ภาพที่เขาเห็นนั้น เป็นภาพที่ค่อนข้างใหญ่ทีเดียว กรอบทำจากไม้อย่างดี แต่กระจกที่ติดเพื่อป้องกันฝุ่นนั้น แตกออก
“รูปใครหว่า” เค็นจิ มองไปรอบ ๆ บริเวณ แต่ไม่เจอกับอะไรเลย เขาจึงกลับไปทางเดิมที่เข้ามา
ทางด้าน ซาอิก็ดูทุกมุมห้อง เขาพบกับสิ่งที่ผิดปกติมากพอสมควร ขณะที่เดิน ๆ อยู่ท้องก็ร้องออกมา
“โอ๊ย...หิวจัง” แต่ก็ไม่เลิกล้มความตั้งใจ ซาอิเอามือกุมท้องไว้ แล้วก็เดินหาร่องรอยต่อไป
“เฮ้ ซาอิ อยู่แถวนี้หรือเปล่า” เค็นจิ ตะโกนเรียก
“มีอะไร”
“ชั้นเจออะไรผิดปกติน่ะ มาดูหน่อยซิ”
“เจอกี่จุด”
“ก็ไม่มาก”
“ไม่มากนี่มันเท่าไหร่กันล่ะ”
“2 จุด”
“ฮึ ฮึ ชั้นเจอ 4 จุด”
“จริงเหรอ”
“มาดูซิ”
เค็นจิเดินเข้ามาในห้องที่ ซาอิอยู่
“ไหนล่ะ ชั้นก็เห็นมันปกติดีนี่นา”
“จริงอยู่ ถ้ามองจากมุมนั้น”
“หมายความว่าไง”
“ลองมองที่พื้นให้ดี ๆ สิ”
“จะพูดเกี่ยวกับคราบเลือดงั้นเหรอ”
“ใช่ โดยปกติเลือดของคนเราจะแตกต่างกันตามสภาพร่างกาย แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถสังเกตถึงความแตกต่างได้ด้วยตาคืออะไร รู้มั๊ย”
“คราบเลือดงั้นสิ”
“เกือบถูก ความเข็มความอ่อนของสีเลือดไง เวลาที่เลือดแห้งก็จะเกิดเป็นคราบเลือดใช่มั๊ยล่ะ”
“รึว่า”
“ลองสังเกตดี ๆ สิ พื้นห้องนี้นะ นึกภาพตอนที่เกิดเหตุการณ์ด้วยล่ะ ว่าเลือดของคุณฮางาตะน่ะ ไหลไปตรงไหนบ้าง”
เค็นจิ หลับตาลองไล่ภาพเหตุการณ์ของคืนแรก แล้วก็ลองมองไล่ไปเรื่อย ๆ
“ทำไม คราบเลือดมันไม่ต่อเนื่องกันล่ะ”
“นั่นแหละ คือจุดแรกที่แปลก”
“แล้วจุดที่ 2 ล่ะ”
“ตามมาสิ”
ซาอิ พาเค็นจิ เดินเข้าไปในห้องน้ำภายในห้องของฮางาตะ
“เห็นข้างหลังประตูตรงนี้มั๊ย” ซาอิ ชี้ไปที่พื้น
“รอยเท้าของใครล่ะนั่น”
“ใช่ ห้องนี้น่ะมีทั้งฝุ่นทั้งใบไม้เต็มไปหมด การที่โรงพยาบาลนี้ปิดร้างมานาน ไม่น่าจะเป็นไปได้เลยว่า จะมีรอยแบบนี้ โดยเฉพาะรอยโคลนที่เหมือนกับรอยรองเท้านั่น”
“นี่คือจุดที่ 2 ของนายสิน่ะ”
“ใช่ แต่จุดที่ 3 กับ 4 ชั้นว่ามันน่าจะมีอะไรบางอย่างที่มากกว่าที่เห็น”
“หมายความว่าไง”
“จุดที่ 3 กับ 4 น่ะไม่ใช่ในห้องนี้”
“ว่าอะไรน่ะ”
“จำห้องที่เมื่อวาน เราไปดูได้มั๊ย ที่ชั้นบอกว่ารูปครอบครัวน่ะ”
“จำได้ ๆ มัมีอะไรเกิดขึ้นเหรอ”
“ตอนที่ชั้นวางรูปน่ะ ชั้นว่าให้มันตรงกับรอยฝุ่นเดิม”
“แล้วตอนนี้อย่าบอกนะว่า รูปมันไม่ตรงรอยเดิม”
“ยิ่งกว่านั้นอีก”
“หา !”
“กระจกที่เคยขุ่นมัวน่ะ ตอนนี้มันสะอาดขึ้นกว่าเดิม”
“ชั้นว่ารูปนั้นมันต้องบอกอะไรเราได้แน่”
“เค็นจิ แล้วของนายล่ะ”
“คือ ฟังแล้วอย่าพึ่งตกอกตกใจนะ”
“เล่ามาสิ”
“ชั้น 3 น่ะ ถ้าเดินจากบันได หลังจากที่ขึ้นมาแล้วไปได้สักระยะหนึ่ง ก็จะเจอกับห้องที่พวกเราเอาศพของ คุณฮางาตะ กับ คุณนากามะ ไปไว้ใช่มั๊ย”
“แล้ว ไง”
“ถ้าเดินจากตรงนั้นไปเรื่อย ๆ จะเจอกับทางแยกน่ะ”
“ทางแยก ?”
“ใช่ ทางหนึ่งมีแสงจากข้างนอกส่องเข้ามาได้ ส่วนอีกทางมีแสงสลัว ๆ พอให้เห็นได้แค่ลาง ๆ”
“สว่างกับมืดน่ะเหรอ”
“ประมาณนั้นแหละ”
“คือว่า ชั้นเดินทางที่มีแสงน่ะ ยิ่งเดินไปเรื่อย ๆ พอเดินไปสุดทางก็เจอรูปของใครบางคนติดอยู่ที่ผนัง รูปใหญ่พอสมควรเลยล่ะ”
“รูปงั้นรึ”
“ใช่ ที่ชั้นว่าแปลกคือตรงนี้แหละ ทำไมถึงต้องมีทางแยกที่ชั้น 3 ด้วย”
“ซาอิคุง โอโทโมะคุง” ทาคามิ วาชิโร่ เรียกด้วยเสียงที่ดังพอสมควร
“เกิดเรื่องใหญ่แล้วล่ะ”
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”
“คนอื่น ๆ หายไปหมดเลย”
“ทุกคนเลยเหรอครับ”
“ใช่ ยกเว้น ไอโกะจัง”
“แล้วตอนนี้ มิวะจัง อยู่กับใครล่ะครับ”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ชั้นอยู่นี่” ไอโกะ มิวะ เดินออกมา
“คุณวาชิโร่ ลองหาทั่วแล้วรึครับ”
“ชั้น 1 น่ะ ทั่ว”
“ของผมชั้น 2 ไม่เจออะไร เค็นจิ ก็ชั้น 3...” ซาอิ หยุดพูดไปสักพักก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า
“เรายังไม่ได้หาอีก 3 จุดครับ”
“3 จุด งั้นเหรอ”
“ใช่ครับ คุณวาชิโร่ 1 ในนั้นอยู่ที่ชั้น 1 ที่คุณวาชิโร่หาแหละครับ”
“ฉันหาทั่วแล้วนะ ลองเปิดดูทุกห้องเลย”
“ผมก็ว่ามีจุดหนึ่งที่คุณวาชิโร่ลืมน่ะครับ”
ทาคามิ วาชิโร่ หันหน้าไปหา เค็นจิ
“อยากรู้มั๊ยล่ะครับ ว่ามันคือจุดไหน”
“จุดไหนล่ะ”
“ชั้นใต้ดิน หลังตู้เย็นที่ มิวะจัง เจอไงล่ะครับ”
วาชิโร่ ยืนนิ่งไปขณะหนึ่ง ก่อนที่จะออกวิ่ง
“หยุดก่อนครับ คุณวาชิโร่” ซาอิ ดึงมือของวาชิโร่ ไว้ทัน
“อย่าพึ่งวู่วามสิครับ”
“จริงด้วยค่ะ หนูว่าคุณวาชิโร่ ใจเย็น ๆ ก่อนเถอะค่ะ”
“จะให้ใจเย็นได้ไงล่ะ ลูก...ลูกฉันหายไปนะ ไม่รู้จะเป็นไงบ้าง” น้ำเสียงของ คุณวาชิโร่ เริ่มสั่น น้ำตาเริ่มมาที่เบ้าตา
“ผมไม่ได้หมายความว่าไม่ให้ไปนะครับ แต่อยากให้ไปด้วยกันทุกคน”
“ใช่ครับ ถูกอย่างที่ซาอิ พูดแหละครับ เราไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไรบ้าง ไปกันหลายคนย่อมดีกว่า”
แล้วทุกคนก็วิ่งไปที่ห้องครัว เป้าหมายแรกที่ค้นหาคือห้องใต้ดิน ที่ที่พวกเขาทุกคนไม่เคยเข้ามาก่อน


บทที่ 16
ณ มุมหนึ่งของอาคาร เสียงกรีดร้องกำลังดังออกมาจากความมืด
“อย่าค่ะ ฉันขอร้อง” หญิงสาวอ้อนวอน
“ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว”
“หมายความว่ายังไงกันค่ะ”
“ลาก่อน” สิ้นเสียงพูด เสียงลมที่แหวกอากาศก็ดังขึ้น
“เอาล่ะ ทุกอย่างกำลังจะจบแล้ว


บทที่ 17
ทันทีที่มาถึงทางลงไปยังชั้นใต้ดิน ซาอิพูดขึ้นมาว่า
“เดี๋ยว ผมจะลงไปก่อนน่ะครับ ถ้าได้ยินเสียงผมร้องก็ค่อยลงมานะครับ”
“ทำไมล่ะ” วาชิโร่ทำหน้าตางุนงง
“ผมจะลองไปดูระบบไฟฟ้าก่อน”
“ไม่เป็นอะไรแน่นะ”
“ครับ”
วา ชิโร่ มองดูแผ่นหลังของ ซาอิที่กำลังเดินลงบันไดลงไปชั้นใต้ดิน ยิ่งก้าวลงบันไดมาเท่าไหร่ แสงก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น 13 , 14 , 15 ซาอินับขั้นบันไดที่เค้าก้าวลงมา กลิ่นเหม็นอับเข้ามาเตะจมูกของเขาตลอดเวลา ทันทีที่ลงถึงพื้นเขาก็พูดออกมา
“ว้าว!!! 21 ขั้นเชียว ลึกน่าดูแฮะ”
ซาอิ เดินไปคลำกำแพงทางขวามือ หวังที่จะเจอสวิทซ์ไฟ
“มัน น่าจะอยู่ที่นี่นี่นา” ขณะที่กำลังพูดอยู่นั้น เท้าของเขาสัมผัสกับปุ่มอะไรบางอย่าง ซาอิก้มลงไปเอามือลองลูบ ๆ คลำ ๆ สิ่งที่เขาเจอคือ สวิทซ์ไฟนั่นเอง
ทันทีที่เปิด แสงสว่างก็เริ่มมา หลอดไฟส่วนใหญ่อยู่ในสภาพที่ค่อนข้างดี ถ้าเทียบกับความเก่าแก่ของที่นี่
“เค็นจิ ข้างล่างปลอดภัยลงมาเร็ว” ซาอิ ตะโกนเรียก
เค็น จิ วาชิโร่ และมิวะ ค่อย ๆ ก้าวเดินลงมา ภาพในห้องที่พวกเขาเห็นนั้น เหมือนกับเป็นสถานที่ใช้ทดลองอะไรมากมาย มีทั้งเครื่องมือผ่าตัด ยาต่าง ๆ ความกว้างของพื้นที่พอที่จะสามารถทำการอะไรบางอย่างได้สบาย
“โอ้โฮเฮ่ะ” เค็นจิ อุทานออกมา
“แยกกันค้นหาเถอะ” วาชิโร่ พูดออกมา
“ชั้นใต้ดินนี้ไม่รู้ว่าจะมีอะไรบ้าง ระวัง ๆ กันหน่อย”
ทันทีที่ซาอิพูดจบ ทุกคนก็แยกย้ายกันไปค้นหาตามส่วนต่าง ๆ เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที
“เอ่อ ทุกคนค่ะ ช่วยมาดูอะไรนี่หน่อยสิ”
“มีอะไรเหรอ”
“เค็น จิคุง นี่มันช่องอะไรน่ะ” ไอโกะ มิวะ ชี้ไปที่ช่องสี่เหลี่ยมที่อยู่ตรงหน้า เค็นจิ ก้มลงไปมองดูช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่กว้างประมาณ 2 ฟุต ยาวประมาณ 3 – 4 ฟุต
“ลิฟท์สำหรับขนของแน่นอน แต่...”
“แต่อะไร” ไอโกะ มิวะ ทำคิ้วขมวด มองหน้าของเค็นจิ
“มันมี ไว้สำหรับขนอะไร ช่องถึงใหญ่ขนาดนี้” ซาอิ พูดขึ้นจากข้างหลัง
“ช่องมันใหญ่พอที่จะใส่...” วาชิโร่ เว้นระยะสักครู่ แต่ไม่ทันจะได้พูด ซาอิ ก็พูดออกมา
“ร่างของคน ได้เลยนะ ครับ”
ทันทีที่พูดจบ บรรยากาศที่เย็นยะเยือกก็เข้ามา ทำให้เสียวสันหลังเป็นอย่างมาก
ในเมื่อไม่มีอะไรก็ออกไปเถอะ” ไอโกะ มิวะ เอ่ยออกมาน้ำเสียงค่อนข้างติดขัด
“จริงด้วยนะ รีบไปกันเถอะ”
และแล้วทั้ง 4 คนก็เดินขึ้นมาจากชั้นใต้ดินพิศวงนั้น พร้อมกับปัญหาที่คาใจของซาอิ เป็นอย่างมาก
“จะไปที่ไหนต่อดี ทางแยกชั้น 3 หรือ ข้างนอก”
“ทางแยก?” วาชิโร่ กับ มิวะ พูดออกมาพร้อมกัน
“เค็นจิ เค้าไปหาที่ชั้น 3 น่ะครับ ที่ชั้นนั้นมีทางแยก 2 ทาง ทางหนึ่งสว่าง ถ้าเดินไปจนสุดก็เจอกับกำแพงแล้วก็รูป”
“รูปงั้นเหรอ”
“เดี๋ยว ค่อยเล่าอย่างละเอียดนะครับ”
“ซาอิ เดี๋ยวฉันเล่าต่อเอง”
“ทางแยกอีกทางนะครับ แสงจากดวงอาทิตย์จะเข้ามาน้อยมาก ๆ แสงมันพอจะทำให้รู้แค่ว่ามีทางเดินอยู่เท่านั้นล่ะครับ”
“ฉันว่าหาข้างนอกดีกว่านะ เพราะอย่างน้อยมันก็พอจะมีแสงบ้าง”
“ครับ ผมเองก็คิดไว้แบบนั้น” ซาอิ เว้นระยะ
“รับไปเถอะ ครับ”
ทุกคนรีบตรงไปที่ทางออกกระจายกันค้นหา
“กรี๊ด ดดด” เสียงร้องของไอโกะ มิวะ ดังลั่นมาจากด้านหนึ่งของตัวโรงพยาบาล เสียงนั้นทำให้ทุกคนรีบวิ่งไป ไอโกะ มิวะ ยืนเอามือปิดหน้าอยู่
“เกิดอะไรขึ้น มิวะจัง”
“ซา...ซา..ซาอิ ขา..ขา..ขาใครน่ะ”
ซาอิ ดูสิ่งที่ ไอโกะ มิวะ ชี้ไปเป็นขาข้างหนึ่งโผล่ออกมาจากพุ่มไม้
“จุน” วาชิโร่ ตะโกนออกมาแล้วรีบวิ่งไป วาชิโร่ ดึงขาออกมา ขานั้นเป็นของ ทาคามิ จุน อย่างที่คิดไว้
“จุน จุน โธ่” น้ำตาไหลออกมาจากตาของผู้เป็นพ่อ ทั้ง 2 ข้าง
“พ่อ พ่อครับ” วาชิโร่สะดุ้ง หลังจากได้ยินเสียงนั้น
“จุน ลูกไม่เป็นอะไรน่ะ”
“ครับ”
“พ่อดีใจจริง ๆ” วาชิโร่ กอดลูกชายที่นอนหงายอยู่บนตักด้วยความดีใจ
“เอ่อ รุ่นพี่ครับ เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอครับ”
“ไม่รู้สิ รู้สึกตัวก็ตอนที่ได้ยินเสียงเมื่อกี้นี่แหละ”
“งั้นเหรอครับ”
“เค็นจิ เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ”
“คุณอานามิยะ กับ คุณเซโตะ หายตัวไป”
“ว่าอะไรน่ะ”
ตาของ ทาคามิ จุน ที่มองไปยังท้องฟ้า แต่ก็พลันไปเห็นสิ่ง ๆ หนึ่ง ที่ผนังกำแพง
“เอ่อ ซาอิ หาตัว คุณเซโตะ เจอรึยัง”
“ยังครับ”
“ถ้า คุณอานามิยะ ฉันเจอแล้วน่ะ”
“จริงเหรอครับ” เค็นจิ และ ซาอิ พูดออกมาด้วยความดีใจ
“แล้วอยู่ไหนล่ะครับ”
“ผนังนั่นไง ข้างหลังพวกนายน่ะ แหงนหน้าขึ้นไปสิ”
ทุก คนรีบหันหลังกลับไปมองตามที่ ทาคามิ จุน บอก สิ่งที่อยู่บนผนังคือ ร่างของ อานามิยะ อิเนะ มีลวดสลิงคล้องคอเหมือนกับกรณีของคุณฮางาตะ คอของเธอยืดออกราว 15 เซนติเมตร ตาถลนออกนอกเบ้าทั้ง 2 ข้าง มีเลือดไหลออกจากปากลงไปสู่เสื้อผ้าเป็นทาง
“กรี๊ดดด” เสียงกรีดร้องของ ไอโกะ มิวะ ดังขึ้นทันทีที่เห็นศพ


บทที่ 18
แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาตามกระจกผ่านมายังห้องโถง ลมเย็น ๆ ที่พัดโชยมา
“ฤดูหนาวแล้วนะครับ” ซาอิพูดขึ้นมาพร้อมกับเอามือกอดอกไว้
ไม่มีเสียบตอบแต่อย่างใด ทุกคนยังคงเศร้าซึมอยู่กับเหตุการณ์ดังกล่าว
“เอ่อ คุณวาชิโร่ครับ มีอะไรให้ทานมั๊ยครับ”
ทาคามิ วาชิโร่ สะดุ้งขึ้นเหมือนตื่นจากการหลับไหล
“ก็มีนะ เพียบเลยล่ะ
“ก็ไม่ได้กินอะไรกันเลยนี่นา จะไม่เหลือน้อยได้ยังไงล่ะ”
หลังจากที่ทาคามิ จุน พูดจบไป ไอโกะ มิวะ พูดด้วยเสียงที่สั่น ๆ เสียงอยู่ในลำคอเป็นช่วง ๆ
“ทำไม...ทำไมหนูต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย”
“ก็สมควรนะ เธอเป็นผู้หญิงนี่ เจอเรื่องแบบนี้ติด ๆ กัน ก็ต้องรู้สึกอย่างนี้แหละ” จุน ปลอบแล้วก็เว้นระยะสักครู่
“ฉัน จะกระชากหน้ากากมันให้ได้” สายตาขณะพูดของ ทาคามิ จุน จับต้องไปทาง โอนิวะ เซโตะ ที่กำลังสูบบุหรี่ ทอดสายตามองออกไปข้างนอก
“เอ่อ รุ่นพี่ครับ อย่าพึ่งมอง คุณเซโตะ แบบนั้นเลยนะครับ”
“งั้น เค็นจิ เธอคิดว่าใครเป็นฆาตกรล่ะ ถ้าไม่ใช่ เซโตะ”
“มีปัญหาอะไรกับฉันเหรอ จุนคุง”
“ก็ไม่มีหรอก ไอ้ฆาตกร!!”
“ว่าอะไรนะ”
“ไอ้ฆาตกร”
เซโตะ พุ่งเข้าใส่ ทาคามิ จุน ในทันที แต่ ซาอิ และ เค็นจิ เข้ามาห้ามไว้ทัน
“อย่าพึ่งทะเลาะกันได้มั๊ยครับ”
“จุน ขอโทษ คุณเซโตะ เค้าซ่ะ”
“แต่...แต่พ่อครับ”
“ไม่มีแต่”
“ก็ได้ครับ...ขอโทษครับ คุณโอนิวะ เซโตะ”
ทันทีที่พูดจบ ทาคามิ จุน ก็เดินขึ้นบันไดไป
“จุน ลูกจะไปไหน”
“นั่งเล่นครับ”
“ก็มาอยู่ที่นี่ด้วยกันซิ”
“ไม่ล่ะครับพ่อ”
“แล้วถ้าเกิดเจอฆาตกรขึ้นมาล่ะ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เพราะฆาตกรยืนสูบบุหรี่อยู่ในสายตาพ่อไงครับ”
“จุน!!! จุน”
ทาคามิ วาชิโร่ เรียกลูกแต่ไม่มีเสียงตอบจากลูกชาย
“คุณเซโตะ ผมขอโทษแทนลูกชายด้วยนะครับ”
“คุณวาชิโร่ ไม่ต้องขอโทษขอโพยก็ได้ครับ ผมพอจะเข้าใจว่าในสายตาของเค้าแล้ว ผมเป็นฆาตกร”
“เอ่อ ผมว่ารุ่นพี่ไม่ได้ตั้งใจนะครับ”
“ซาอิ นายเป็นเด็กที่ฉลาดนะ ก็น่าจะรู้นี่เวลาอย่างนี้ ฉันต้องทำยังไง”
“พิสูจน ความบริสุทธิ์ของตัวเองใช่ไหมครับ”
“นั่นแหละ”
“ก่อนที่จะพิสูจน์ ผมว่ามีอยู่อย่างหนึ่งยังสงสัยอยู่”
“อะไรหรือ เค็นจิ”
“ก่อนที่จะพบศพของ คุณอานามิยะ คุณเซโตะ ไปอยู่ไหนมาครับ เพราะหลังจากที่พบศพแล้วกลับเข้ามาข้างในได้สักพักหนึ่ง คุณก็เดินลงมา”
“อย่างที่ฉันบอกไปแล้วไงว่าจำอะไรไม่ได้ รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ที่บันได แล้วเดินลงมาเนี่ยแหละ”
“ผม ว่าถ้าคุณเซโตะ มั่นใจว่าตัวเองไม่ใช่ฆาตกร แล้วก็ควรจะหาพยานมายืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองนะครับ เพราะไม่ว่าจะมองยังไง คนที่มีโอกาสเป็นฆาตกรมากที่สุดก็ไม่พ้นคุณเซโตะ แหละครับ”
“เฮ่อ ทำไมน้อ นึกว่าจะมีอะไรดี ๆ เกิดขึ้นมั่ง” พูดจบ โอนิวะ เซโตะ ก็เดินออกไปข้างนอกจุดบุหรี่สูบ
“ซาอิ คิดว่าใครเป็นคนร้าย”
“ถ้าพูดกันตรง ๆ คนร้ายที่ฆ่าคนไปแล้ว 3 ศพ ก็น่าจะเป็นคุณเซโตะ”
“ซาอิคุง เธอก็คิดเหมือนจุน ด้วยเหรอ”
“ครับ เพียงแต่ผมรู้สึกบางอย่าง”
“รู้สึกบางอย่าง”
“ใช่ครับ น้ำเสียงและความจริงจัง ผมฟังแล้วเหมือนกับรู้สึกได้ว่า เค้าพูดเรื่องจริง”
“เค็นจิ นายหิวมั๊ย”
“ฉันเหรอ ก็นิดหน่อย ว่าแต่ถามทำไม”
“กินให้อิ่มซะ แล้วไปกับฉัน”
“ไปไหน”
“ยังไม่รู้ แต่ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว”
“เอาล่ะ จะไปไหนก็บอกละกันนะ ฉันไปหาอะไรกินก่อน”
“ฉันกินด้วย”
“มิวะจัง กินลงเหรอ”
“มันหิวนี่นา”
“ซาอิคุง ไม่มาทานด้วยกันหน่อยรึก”
ซา อิ ถอนหายใจก่อนที่จะหยักหน้าแล้วก็เดินเข้าไปในครัว ส่วนโอนิวะ เซโตะ ก็กำลังเหม่อลอยอยู่ตรงบันไดด้านหน้า ทาคามิ จุน ก็อยู่ตามลำพังที่ชั้นบน
ประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง ที่อยู่ภายในห้องครัว หลังจากที่กินกันอิ่มแล้ว
“เอ่อ คุณวาชิโร่ ครับ ผมกับซาอิจะไปสำรวจอะไรสักหน่อยนะครับ”
“ระวังตัวด้วยนะ”
“ครับ”
ขณะที่ซาอิ และเค็นจิ กำลังขึ้นบันได เป็นเวลาเดียวกับที่ ทาคามิ จุน เดินลง
“จะไปไหนกันน่ะ”
“หลายที่ครับ” ซาอิหันมามอง
“ฉันลองไปดูมาหมดแล้ว ไม่มีอะไรเลย”
“ไม่เป็นไรหรอกครับรุ่นพี่ ผมว่าดีกว่าอยู่ว่าง ๆ”
และทั้ง 2 คนเดินขึ้นไป ไม่ได้หันมามองทาคามิ จุน อีกเลย
“ซาอิ จะไปไหนก่อนเนี่ย”
“ก็ไปดูที่ศพของทุกคนก่อน”
“ว่าไงน่ะ”
“ก็ไปชันสูตรไง”
“อย่าลืมสิว่า เราพึ่งปี 2 เองนะ”
“แล้วนายก็อย่าลืมสิว่า หลังจากที่เกิดการฆาตกรรมขึ้น เราพึ่งมีการชันสูตรไปศพเดียวเองนะ”
“มันก็จริง”
“ไม่ลองมองในอีกมุมหนึ่งดูบ้างเหรอ” ซาอิ ถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ
“ถ้าสมมุติว่า คนร้ายใช้เวลาตายของคุณฮางาตะ เป็นพยานเวลาล่ะ”
“อย่าบอกน่ะว่า”
“ใช่ ฉันสงสัยรุ่นพี่”
“นายจะบ้าเหรอไง ซาอิ”
“ไม่บ้าหรอก เพียงแต่รู้ที่ฉันเห็นในห้องน่ะ น่าจะเป็นรูปที่เกี่ยวข้องกับรุ่นพี่แน่นอน”
ไม่มีเสียงตอบจากเค็นจิ ความเงียบได้เกิดขึ้นเมื่อพวกเขาทั้ง 2 มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องเย็น


Create Date : 02 ตุลาคม 2552
Last Update : 2 ตุลาคม 2552 7:01:50 น. 0 comments
Counter : 46 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

neovalics
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add neovalics's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.