สร้างบ้านให้ได้อย่างใจฝัน
Born to Be....Home...
Group Blog
 
 
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
12 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
ตอนที่1 ปัญหาและการดำเนินการก่อนการสร้างบ้าน

เรื่องมีอยู่ว่า อยากมีบ้านเป้นของตัวเอง อยากได้ความเป้นส่วนตัว กับครอบครัวเล็กๆของเราเอง พ่อ แม่ ลูก...เลยไปหาซื้อ ที่ดิน ได้ ที่ใกล้ๆ บ้านพ่อแม่ ห่างกันไม่ถึง 200 เมตร....แรกๆ ก็วอยากไปหาบ้านโครงการเพราะการกู้ก็สะดวก ไม่ยุ่งยากเหมือนต้องมาสร้างเอง ไม่ต้องพบปัญหาเรื่องสาระพัดที่เจออยู่ทุกวันนี้....แต่เมื่อดูราคา กับสิ่งที่ได้มา ไม่ว่าจะหมู่บ้านโครงการไหนล้วนมีข้อจำกัดทั้งนั้น เงื่อนไข ผมมีดังนี้ สำหรับ ตารางแผนชีวิต

- ต้องเดินทางไปทำงานสะดวกใกล้เส้นทางใหญ่ๆ (ข้อนี้ไปหาตามหมู่บ้านโครงการนี่ก็จะได้เปรียบเพราะใกล้ๆโซนที่เราจะไปทำงานดี เพราะทำงานแถวๆเพชรบุรีตัดใหม่ แฟนก็ทำอยู่แถวๆเทเวศว์...เลยไปหาดูแถวพุทธมลฑล, ราชพฤกษ์ ของพวกโครงการ LAND&HOUSE .....เช้าๆก็ไปส่งแฟนแล้ววิ่งกลับมารับตอนเย็นกลับเข้าบ้าน ชีวิตสะดวกสะบาย)

- สามารถเอื้อให้ครอบครัวได้เป็นครอบครัว..ในชีวิตสังคมเมือง...ยังงัยนั้นเหรอครับ..เพราะ..ผมก็มีลูก อยากให้เค้าได้รับความอบอุ่นจากคนในครอบครัว ไม่ได้คิดหวังพึ่งคนแปลกหน้ามาเลี้ยงกลัวสารพัดปัญหาที่จะเกิดกับลูก...ข้อนี้ทำให้ต้องขัดแย้งกับข้อแรก....แต่ เพื่อลูก ยอมได้ เพื่อ อนาคตของเขา เราจะลำบากยังงัยก็ยอม....เลยคิดว่า...ถ้าอยุ่ใกล้ ปู่ย่า ตายาย ให้ช่วยเลี้ยง ช่วงเราไปทำงาน เย็นๆวิ่งกลับไปรับแล้วเข้าบ้านก็จะดีกว่า...ได้เจอลูกทุกวันได้มีเวลาสอนเค้า แถมในระหว่างวัน เค้าก้มีคนดูแล ที่สามารถวางใจได้(สุดๆ เพราะ พ่อแม่เราเองนี่...)

- ระบบสาธารณูปโภคทั่วไป ...ข้อนี้หมู่บ้านหลายโครงการหรือแทบจะทุกโคตรงการก็เสียเปรียบอีก เพราะติดกับนิสัยที่ว่า ชอบขี่มอเตอร์ไซด์ไปหาซื้อของกินปากซอยซึ่งไม่ไกลกันมาก...แถมพวกบ้านโครงการมีข้อห้ามสารพัด เช่นห้ามทำเสียงดังในช่วงวันอาทิตย์ห้ามก่อสร้างนู่นเติมนี่เพิ่มเติมจากแบบนอกจากได้รับอนุญาติจากวิศวกรของโครงการ(เรื่องมากดีแท้)...ส่วนนี้ที่ทำให้ผมไม่คิดจะเลือกบ้านโครงการเลย

สรุปผลโหวตมา ดูเหมือนว่าการหาที่ปลูกบ้านเองจะชนะใสแล้วที่ๆจะปลูกบ้านก็ต้องใกล้บ้านพ่อแม่เราเองจะได้ไม่ลำบากคนแก่และลำบากเรา
เลยเริ่มตนหาที่ทาง ก็มาได้ที่ท้ายซอยที่มาดูทำเล...เงียบสงบผู้คนไม่ขวักไขว่พลุกพล่าน เพมาะแก่การทำบ้านส่วนตัว การเดินทางก็แสนสบาย เพราะเคยชินกับการจราจรแถวๆบ้านเดิมอยู่แล้ว....

แต่ทุกอย่างล้วนมีปัญหา เพราะกว่าจะได้ที่ดินผืนนี้มา ก็ต้องมีเรื่องกับนายหน้า..ทั้งๆที่ผมก็เป็นคนที่อยู่ในซอยนี้มาก่อนเค้า...แถมทางแม่ผมเองรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ในซอยนี้ที่เค้ารูจักเจ้าของที่ ผมเลยไหว้วานให้ทางแม่ไปคุยกับทางป้าที่รู้จักเจ้าของที่เพื่อติดต่อขอซื้อที่ดินในราคาคนรู้จักกัน (แฮะๆ ก็ไมค่อยมีกาตังอ่ะนะครับ ถ้าได้รับความเมตตากับทางเจ้าของที่ก็จะดีไม่น้อย..)

ผลออกมาคือทางเจ้าของที่ตกลงแต่ เจ้านายหน้าดันไม่ยอม...มาโวยอยู่หน้าบ้านผม ปาวๆๆ.....แม่โทรนมาฟ้องผมเลย...ตอนนั้นโมโหมาก...ตกเย็นผมไปถึงบ้านของนายหน้า..เรียกออกมาคุยเลย(ไม่นิยมตะโกนด่าคนอื่นหน้าบ้านครับ แบบว่าไม่ชอบสไตล์ป่าเถื่อน)..เรียกออกมาต่อว่า acvr#$q@$.... ขอไม่อธิบายส่วนนี้ เหอๆๆ...แต่เอาเป็นว่า สุดท้ายก็เข้าใจกันดีว่า ที่ผืนนี้ผมซื้อโดยไม่ได้ผ่านคุณ ฉะนั้นคุณหมดสิทธิ์นะ.......เฮ้อเริ่มต้นก็ปัญหาเกิดแล้ว แต่ก็สู้ติดนิสัยไม่ยอมแพ้ไรง่ายๆอยู่แล้วผม.....

พอซื้อที่มาได้ซัก 1 ปี ก็จะถมที่....ก็เจอปัญหาอีกเพราะโอกาสเหมาะ มีการทำถนนใหม่ผ่านหน้าที่ดินเรา...แน่นอนต้องมีการขุดดินบางส่วนเพื่อวางท่อระบายน้ำ ก็ติดต่อขอซื้อดิน กว่าจะได้มาก็ต้องแก่งแย่งกับบรรดาเจ้าของที่ดินที่มาจากถิ่นอื่นหรือพวกผู้รับเหมาถมที่ๆมามองหาแหล่งซื้อดินราคาถูกเพื่อเอาไปขายอีกทอด....สรุปต้องไปยืนเฝ้าเช้ายันเย็น ทุกช่วงที่มีการขุดวางท่อเพื่อเอาดินมาลงให้เต็มที่ดินเรา ไม่งั้นมีคนมาตัดหน้า (ขนาดแอบกลับมางีบไปครึ่งวันกลับไปดูอีกที...เอ้า...มีคนอื่นมาตัดเอาดินไป4 -5 คันแล้ว...)...งานนี้ ทนตากแดด เพื่อเอาดินลงที่ให้ครบๆแบบอัดแน่นเอารถตักดินขึ้นไปวิ่งทับ...หมดค่าถมที่ไป 48,000 บาท (ถมสูงจากเดิม 1.5 เมตร ที่ดินขนาด 72 ตรว.) นี่ถ้าไปซื้อดินจากพวกนายหน้าขายดิน มีโดนไป เฉียด 200,000 ได้ครับ แถมเอาดินพวกเลน มาโปะๆบนที่แล้วแค่เอา ตะบวยรถตักดินปาดหน้าเหมือนปาดหน้าเค้ก..ปาดไปมาแบบไม่กดทับให้ด้วยเพื่อให้ได้ระดับความสูงตามที่ตกลงกับผู้รับเหมาถมที่ กลโกงของพวกผู้รับเหมาถมที่ที่จะมาโกงเราน่ะครับ....

หลังจากถมที่ดินเสร็จก็ไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติม...เพราะก็ยังไม่รีบสร้างบ้านเพราะหาข้อมูลเรื่อยๆ ใจอยากได้บ้าน 3 ชั้นสวยๆซักหลังนึง ก็เลยเข้าหาแบบในเวบ...จัดแบบนู้นแบบนี้มาเปรียบเทียบ ซึ่งไม่ค่อยโดนใจเลยซักแบบเพราะมีการแบ่งซอยห้องออกซะจน แทบจะกลายเป็นบ้านสไตล์ห้องเช่า คือแบ่งซอยห้องเยอะเกินไป จนพื้นที่ใช้สอย ใช้ได้ไม่เต็มที่ สุดท้ายก็ได้แบบที่อยากได้ แล้วไปคุยกับสถาปนิค จะเอา งี้ ๆๆๆๆ....แล้วเด่วจะเอามาให้ดูน่ะครับว่าหน้าตาประมาณไหน...

หลังจากไปให้สถาปนิคเขียนแบบให้ ก็ต้องเอาแบบไปยื่นกับเขตเพื่อขออนุญาติก่อสร้าง ก็ต้องใช้เวลาอีก ใช้เวลาเขียนแบบนาน 3 อาทิตย์ (นานโคตร...ส่งมาให้ผมดู แล้ว ก็แก้ เพื่อให้ถูกตามแบบ โดยยื่นไม่ให้มีปัญหากับเขตทีหลัง) ไอ้เรื่องยื่นเขตนี่ก็มีปัญหาอีกนะครับ ฮ่าๆๆ ยื่นแล้ว แต่โดนสั่งให้แก้แบบ (จะให้พูดตรงๆเลยนะ.....งานนี้ผมต้องใต้โต๊ะเจ้าพนักงานเขตไป 10,000 บาท แต่ไม่ใช่ว่าแบบไม่ถูกต้องนะครับ เพราะคนเขียนแบบเองเค้าก็ว่าถึงพี่เขียนแบบถูกต้องทุกอย่าง ก็มีแน่นอนที่จะต้องโดนตีกลับมาให้แก้ในบางเรื่องที่มันแนเรื่องที่แสนจะงี่เง่า..เช่น ลืมขีดเส้นกำแพงไปเส้นนึงงี้ ประสบการณ์ผมมีเชื่อผมเหอะ....พอได้รับความเห้นงี้....ไอ้เราก็เกิดฉุนขึ้นมา...ทำไมเราทำให้ถูกแล้วก็ยังโดนแกล้งอีกงั้นเหรอ....ทำไมพวกมารสังคมมันเยอะไปหมดงี้เนี่ย...แฟนผมเองทำงานอยู่ทางด้านกฎหมายส่วนงานราชการก็ไม่สนับสนุนให้ใช้ใต้โต๊ะ...แต่เพราะว่าเวลามันกระชั้น...ถ้ายื่นเขตไม่ผ่านต้องกลับมาแก้แบบก็ต้องเลื่อนไปอีกอย่างน้อย 2 -3 เดือน กว่าเขตจะเอากลับเข้า process มา..แล้วถ้าโดนแกล้งอีกก็ไม่ผ่านซักที).....มันเป็นความจำใจที่ตองจ่ายทั้งๆที่เราทำถูกทุกอย่าง.......นี่ล่ะครับการสร้างเองมักถูกเรื่องพวกนี้มารังควาญ

แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีเรื่องดีอยู่บ้างที่ ผู้รับเหมาที่ผมติดต่อมาให้สร้างบ้าน เป็น พี่ชายของแฟนผมเอง เค้าทำกิจการด้านนี้อยู่แล้ว...เลยวางใจในเรื่องที่จะไม่เกิดเหตุหารณ์ผู้รับเหมาทิ้งงาน...(ปกติเรียกว่าอาเฮีย...งั้นขอเรียกอาเฮียแล้วกันครับ)...อาเฮียท่านก็สุดแสนจะใจดี บอกว่าเรื่องเงินเรื่องทอง ไว้กู้ผ่านแล้วแบงค์จ่ายให้เมื่อไหร่ก็เอามาให้ก็ได้...เด๋วทำให้ไปก่อนเลย.......โอ้ว.....ตามปกติ การจะไปจ้างผู้รับเหมามาสร้างโดยการกู้แบงค์ด้วยเนี่ย เจ้าของบ้านเองควรจะต้องมีเงินสำรองจ่ายส่วนนึงไว้จ่ายให้ช่างกรณีเกิดปัญหา(อย่างน้อย 10% ของงานก่อสร้างเฟสนั้นๆ)...แถมผู้รับหมาที่จะมารับงานที่ผ่านการกู้แบงค์ที่ดี...ควรจะต้องมีความมั่นคงเยอะพอสมควร หากเจอแบงค์เคี่ยวๆ...เคี่ยวยังงัยเด๋วเล่าให้ฟังครับ
ผู้รับเหมาต้องทำสัญญากับเราแล้วมีการระบุด้วยว่าแบ่งงานออกเป็นงวดๆกี่งวดก็ว่าไป ซึ่งปกติผู้รับเหมาจะซอยงานละเอียดยิบเลย...เช่น 10+ งวด ขึ้นไป.....พอเอาสัญญาผู้รับเหมาไปขอยื่นกู้กับแบงค์....จะเจอเหตุการณ์คือแบงค์จะปรับลดจำนวนงวดลง.....ทำให้การแบ่งจ่ายไปตรงตามในสัญญา ทีนี้ถ้าผู้รับเหมาไม่แข็งจริงๆ ก็ไม่กล้าจะรับงานล่ะครับ...ฉะนั้นพวกผู้รับเหมาแบบมามือเปล่านี่ ระวังให้ดีๆ เน้อ ทำๆไปแล้ว เงินเราให้ไม่ทัน อาจมีป่วนเราได้ ถ้าเราก็ยังมีงบไม่พอสำรองจ่ายด้วย......

หลังจากได้ใบอนุญาติก่อสร้างมา...ผมก็ไปยื่นให้ผู้รับเหมาประเมินราคา และหลังจากได้ตกลงเรื่องราคากันแล้วก็เอาสัญญาการปลูกสร้างกับผู้รับเหมาไปยื่นแบงค์....งานนี้ ผมไปยื่นกู้แบงค์กรุงไทย(ใช้สิทธิ์ของข้าราชการของแฟน ก็ได้ส่วนลดบ้าง) ใช้เวลาพิจารณา 2 อาทิตย์....ในระหว่างยื่นกู้ก็มีปัญหามาอีกนะครับ ฮ่าๆๆ...พวกฉ้อฉล มีอยู่ในทุกหน่วยงานเลยหรืองัยเนี่ย...สังคมไทยจะเจริญได้ยังงัยถ้ายังมีเจ้าพวกนี้เกาะกิน...เฮ้อ
เรื่องคือหลังจากยื่นกู้ ทางแบงค์ก็จะส่งพนักงานฝ่ายประเมินสินทรัพย์เข้ามาตรวจดูที่ดิน นี่ล่ะครับ พวกมาขู่ว่า “ดูจากยอดเงินกู้ และโครงสร้างบ้านแล้ว ผมว่าอาจจะได้ไม่เต็มจำนวนนะครับ ผู้รับเหมาประเมินมายังงัย แบงค์ใช้กฎเกณฑ์ประเมินอีกอย่าง” เอาแล้วงัย ผมก็ถามกลับว่าแล้วจะทำไงล่ะก็ที่ประเมินมาก็เป็นราคาสากลแล้วนะ ...แล้วตอนท้ายช่วงผมขับรถพาหนักงานคนนี้กลับออกมาเพื่อไปส่งที่สำนักงานแบงค์..ก็จบด้วยประโยคที่ว่า (ถ้าพี่อยากให้งานเดินเร็ว แล้วได้ยอดตามที่พี่ขอไว้กับทางแบงค์นี่ก็พอช่วยได้นะครับ)……ในใจผมคิดปรู๊ดเลย (นี่เมิงจะเอาอีกคนใช่ไหม....) ขับไปนั่งมองหน้าแฟนไปแล้วมองไปที่กระจกหลังเพื่อมองหน้าตาเจ้าพนักงานคนนี้ให้ชัดๆ...

กลับมาบ้าน ผมฟันธงว่า....ไม่ให้มันหรอก เราเชื่อว่า แบบบ้านขนาดนี้ จะไปหาราคาสร้างได้อย่างงี้ที่ไหนให้มันรู้ไปนี่ก็ตรงตามราคากลางทุกอย่าง....ปล่อยมันขู่ไป...เด๋วจะเอาเรื่องนี้แจ้งให้แบงค์รู้ เพราะการตัดสินใจจะให้กู้ยอดเท่าไหร่..ไม่ใช่มันที่จะมาตัดสินใจให้เรา..ให้มันประเมินอย่างที่มันจะทำมาเลย..แล้วจะดูซิว่า ใครจะ win ……

แล้วก็เป็นตามนั้น...ทางแบงค์ติดต่อกลับมา คุณได้ยอดกู้เต็มจำนวนค่ะ (ให้ยอดกู้มาเกินจำนวนที่ขอกู้ไว้อีก สรุปให้เยอะกว่าที่ขอไว้)...แต่เราไม่เอา กู้แค่ไหนก็แค่นั้น......แล้วก็แจ้งให้ทางแบงค์รู้ด้วยว่าเราเจอเหตุการณ์แบบนี้ ให้เพ่งเล็งพนักงานคนนี้ให้ดีๆ.....ปกติแบงค์อื่นๆจะจ้างให้บริษัทเอกชนมาประเมินทรัพย์สิน...แต่ของกรุงไทยยังคงมีฝ่ายประเมินทรัพย์สินที่ยังคงเป็นของแบงค์อยู่.....พนักงานฝ่ายสินเชื่อที่คุยกันอยู่รีบเปิดเครื่องคอมค้นหารายชื่อเพื่อดูหน้าตาของเจ้าหมอนี่ทันที...แล้วเค้าก็ว่า ไม่คิดว่าจะมาเกิดในเขต กทม. เค้าก็เคยได้ยินมาเหมือนกันว่ามีการทุจริตรูปแบบนี้ในต่างจังหวัด..นายคนนี้ช่างกล้ามาก......ตอนนี้ผมไม่รู้ว่า พนักงานคนนี้ยังอยู่ดีเช่นไร...หรือไปขู่ใครคนไหนเค้าอีก....จงระวังให้ดีถ้าเพื่อนๆเจอเหตุการณ์เช่นนี้ก็จงอย่าไปกลัว....แจ้งเรื่องเข้าส่วนกลางของแบงค์นั้นๆเลยครับ....

เอาล่ะ...หลังจาก bank อนุมัติ...ก็ต้องไปทำเรื่องกันที่สำนักงานเขตที่ดิน เพื่อจดจำนองที่ดิน...(โฉนดจ๋าอีกไม่รู้กี่ปีเราจะเจอกันใหม่นะ..แต่พ่อจะรีบพาเจ้ากลับมาให้เร็วที่สุด...สัญญา)....

หลังจากทำการจดจำนองเรียบร้อย....คราวนี้ก็เริ่มงานก่อสร้างได้เลย....
ขั้นแรก ทางเราก็ต้องจัดเตรียมความพร้อมในเรื่อง น้ำ + ไฟ ไปเข้าที่ ก่อน...เลยไปที่การฟ้าและการประปา (หมดหลายหมื่น เหอๆๆ)
การไฟฟ้านี่ต้องขอมิเตอร์ไฟแบบชั่วคราว หลังก่อสร้างเสร็จต้องมาขอยกเลิกแล้วทำเรื่องขอใหม่เป็นมิเตอร์ถาวร....ใช้เวลาติดตั้ง 1 อาทิตย์หลังยื่นเรื่อง
ส่วนน้ำประปานี่เค้าให้ขอแบบชั่วคราว แต่หลังก่อสร้างเสร็จนี่ไม่ต้องขอยกเลิก เพียงแต่ไปยื่นเรื่องขอเปลี่ยนเป็นแบบถาวร
เอาล่ะหลังจากขอ น้ำขอไฟเข้าที่ คราวนี้ก็รอผู้รับเหมามาเริ่มงานล่ะครับ....

<13/05/2010>
เพิ่มเติมข้อมูลให้ครับ

จากที่มีเพื่อนในนี้มาอ่านแล้วเกิดข้อสงสัย...ตามคำถามเลยนะครับ

FAQ_1 : ไม่ทราบว่าถ้าเสร็จจากได้ใบอนุญาติปลูกสร้างแล้ว ต้องทำยังไงต่อ พอดีเข้าไปดู blog คุณเห็นว่าเสร็จก็เอาไปยื่นแบงค์เพื่อขอกู้ ตรงเลยค่ะ

ANS_1 : step หลังจากการได้ใบอนุญาติแล้ว...ก็นำสำเนาใบอนุญาติก่อสร้าง + สำเนาใบสัญญาปลูกสร้างที่ทำกับผู้รับเหมา(ต้องมีการแบ่งงวดงานมาให้ชัดเจนเช่นในโครงการนี้ตั้งแต่ต้นจนจบส่งมอบบ้านมีการแบ่งออกเป็นกี่งวด...แนะนำว่าถ้าจำนวนงวดงานที่แบ่งมาน้อยๆจะดีมากครับ เพราะสะดวกเราในเรื่องไม่ต้องมาวุ่นวายคอยติดต่อกับแบงค์ทุกครั้งที่มีการขอเบิกจ่ายงวดงาน ซึ่งในหลายๆ bank เค้าจะมีค่าธรรมเนียมที่จะต้องเข้ามาตรวจงานเป็นครั้งๆไปเช่น ครั้งละ 400 บาทเป็นต้น...อ้างอิงจากแบงค์กรุงไทยครับ) ที่ตกลงในเรื่องราคาแล้ว นำไปยื่นกู้กับแบงค์ครับ ... ระยะเวลาการพิจารณาก็แล้วแต่ bank ครับว่า 2 อาทิตย์ หรือ 1 เดือน



FAQ_2 : อยากทราบว่าเราต้องมีเงินในตัวประมาณเท่าไรดีค่ะ กว่าที่เราจะได้เงินงวดแรกจาก bank เพราะไม่รู้ว่ามันต้องใช้ค่าอะไรบ้างค่ะ/

ANS_2 : โดยปกติเราควรมีเงินในกระเป๋าประมาณ 10 - 30% ของราคาบ้านแต่ถ้าเจอผู้รับเหมาที่มีระบบการเงินดีๆหรือในรูปแบบบริษัทใหญ่ๆที่มีทุนจดทะเบียนหรือไม่มีปัญหาในเรื่องเงินในระหว่างก่อสร้างก็สามารถแบ่งเบาภาระเราได้ครับ งานจะได้ไม่ต้องสะดุดหรือต้องรอเงินมาก่อนถึงจะได้ทำงานต่อเป็นต้น และขึ้นอยู่กับว่า bank จะให้วงเงินเราเท่าไหร่ จากวงเงินประเมินของผู้รับเหมาบาง bank ให้แค่ 80%ของวงเงินประเมิน(เป็นการประเมินอีกทีของทางแบงค์นะครับ บางแบงค์เค้าจะเอาแบบที่เราขออนุญาติไปแล้ว ไปประเมินราคาก่อสร้างเองใหม่อีกรอบ แบบว่าเธอขอ ฉันมาเท่าไหร่ ฉันขอตรวจสอบดูอีกทีก่อนนะว่า ราคามันเหมาะสมกับตัวบ้านที่เธอจะสร้างไหม เพราะทาง bank เค้าจะประเมินจากหลักฐานทางการเงินหลายๆอย่าง ไม่ว่า ราคาที่ดิน ระบบสาธารณูปโภค รวมทั้ง credit ทางการเงินของคุณและผู้ร่วมกู้)... สร้างได้อย่างสบายใจโดยที่ไม่ต้องกังวลว่า ไม่ทันหมดงวดงาน จะมาขอเบิกใหม่....ทุกอย่างจะถูกควบคุมโดยงวดการเบิกจ่ายจากทาง bank



FAQ_3 : ไม่เห็นคุณพูดเรื่อง การขอเบิกเงินจาก bank เลยค่ะ อยากรู้ตรงนี้บ้างจัง/

ANS_3 : การเบิกจ่ายจาก bank ก็ดูจาก หน้างานปัจจุบันว่า ทำเสร็จไปถึงงวดงานที่เท่าไหร่แล้ว ซึ่งจะถูกระบุอยู่ในสัญญาว่าจ้างผู้รับเหมาที่เราใช้ยื่นกับ bank ครับ เช่น งวดที่ 1 งานที่ต้องเสร็จคือ รื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิม, ปรับพื้นที่, ตอกเสาเข็ม ซึ่งถ้าผู้รับเหมาทำงานงวดนี้เสร็จแล้ว ทางเจ้าของบ้านก็แค่ แจ้งไปกับทางแบงค์ (ตัวแทนของแบงค์ที่ทำเรื่องให้เราก็ได้) ว่า งานเสร็จงวดที่ 1 แล้ว ขอเบิกเงินค่างวดที่ 1 ....ทางแบงค์ก็จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ มาตรวจงาน ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องเข้าไปดูด้วยทุกครั้ง แลงจากตรวจงานเสร็จ ทางแบงค์ก็จะโทรมาแจ้งว่าคุณจะได้รับเงินงวดดังกล่าวเข้าบัญชีในวันไหนน่ะครับ.....แล้วเราก็ค่อยไปโอนเงนงวดดังกล่าว ไปให้ผู้รับเหมาอีกทอดนึง ขึ้นอยู่กับว่า เราตกลงรูปแบบการจ่ายให้ผู้รับเหมายังงัย..เรื่องนี้แล้วแต่ความสะดวกของทั้ง 2 ฝ่าย ระหว่าง ผู้รับเหมา และ เจ้าของบ้าน ครับ



Create Date : 12 มีนาคม 2553
Last Update : 13 พฤษภาคม 2553 16:09:02 น. 4 comments
Counter : 4656 Pageviews.

 
มายินดีด้วยครับ...สู้เพื่อบ้านตัวเองเนอะ...ทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว


โดย: wichak วันที่: 12 มีนาคม 2553 เวลา:12:24:57 น.  

 
ขอบคุณครับ ช่ายครับ สู้ๆ...


โดย: Thandagra วันที่: 12 มีนาคม 2553 เวลา:14:48:34 น.  

 
ยินด้วยนะคะ การเริ่มต้นก็เป็นอย่างนี้ละคะ มีอุปสรรคขวากหนามบ้าง แต่ปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้อยู่แล้วค่ะ จะช้าหรือเร็วเท่านั้น

ยิ้มสู้ เข้าไว้ค่ะ เพื่อคนที่เรารัก..


โดย: phundharee วันที่: 12 มีนาคม 2553 เวลา:15:24:28 น.  

 
ฮิฮิ อ่านจบแล้วล่ะ สร้างบ้านนี่ปัญหามากจริงๆเลยนะคะ แต่สุดท้ายแล้วจะได้บ้านที่ลงตัวสมใจเจ้าของบ้านมากกว่าซื้อบ้านจัดสรร

ยังไงขอให้เจอปัญหาน้อยที่สุดนะคะ แล้วอย่าลืมมาอัพความคืบหน้าบ่อยๆนะคะ จะแวะมาทักทายบ่อยๆค่ะ


โดย: หัวใจแก้ว วันที่: 12 มีนาคม 2553 เวลา:23:49:09 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Thandagra
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 61 คน [?]





Friends' blogs
[Add Thandagra's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.