ธันวาคม 2557

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
รีวิว iRobot Roomba 765 หลังใช้ 1 เดือน


รีวิว irobot 765
ส่วนตัวผมเป็นคนชอบทำความสะอาดครับ ทำที 2-3 ชม. แค่ห้องเดียวนะครับ ถ้าทำทั้งบ้านต้องแบ่งเป็น 2 วัน วันเดียวทำไม่ทันครับ 555 เดิมทีที่บ้านเลี้ยงแมวอยู่แล้ว ขนแมวก็ร่วงกระจาย นี่ขนาดว่าเลี้ยงแมวไทย แมววัดธรรมดานะครับ กวาดด้วยไม้กวาดไม่ทั่วถึงแน่นอนครับ ประกอบกับตัวผมผิวบอบบางมากครับ บางทีแมวไปวิ่งเล่นที่สนามหญ้า ผมอุ้มแมวเล่น แขนนี่ผึ่นขึ้นเลยครับ ก่อนหน้านี้ก็ใช้เครื่องดูดฝุ่นธรรดาดูดเอา แต่บางวันมันก็เหนื่อยครับ ไหนจะทำงานไหนจะนู่นนั่นนี่ เยอะครับ

พอมาปีนี้ผมได้ลูกแฝด มีทารกสองคนอยู่ในบ้าน แมวที่เมื่อก่อนนอนด้วยกัน ก็ต้องให้ไปนอนกับพ่อผมแทน กันห้องไว้เลี้ยงเด็ก แต่พวกขนแมวกับฝุ่นต่างๆ ในส่วนอื่นๆ ของบ้านก็ยังมีอยู่ดี จะมาดูดฝุ่นทุกวัน ทั้งบ้านก็คงไม่ต้องทำมาหากินกันแล้ว ก็เลยมองหาตัวเลือก จนมาจบที่หุ่นยนต์ดูดฝุ่น (robot vacuum ) นี่ละครับ แต่ราคาก็แพงกว่าเครื่องดูดฝุ่นธรรมดามากทีเดียว ก่อนซื้ออ่านรีวิวอยู่นานมากครับ ทั้งของเมืองนอกทั้งของไทย ดูหลายยี่ห้อมากๆ สุดท้ายก็มาลงเอยกับ iRobot Roomba 765 


ทำไมเลือก iRobot Roomba 765

รูปด้านหน้า

รูปด้านหลัง


ตอนเลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ผมกำหนดคุณสมบัติไว้ดังนี้


  1. ต้องมี Hepa filter – Hepa filter หน้าตาเป็นยังไง ใครนึกไม่ออกให้นึกถึงไส้กรองของกรองอากาศ ไม่ก็ไส้กรองของรถยนต์ครับ มีรูปให้ดูด้วยข้างล่าง Hepa filter จะช่วยกรองฝุ่นละเอียดให้เราได้ครับ พวกไรฝุ่นและฝุ่นขนาดเล็กมาก ดูดเข้าไปแล้วจะไม่ออกมาใหม่ ถ้าเครื่องดูดฝุ่นที่กรองแบบธรรมดา ดูดเข้าไปแล้วฝุ่นละเอียดจะออกมาใหม่ครับ ซึ่งรุ่นต่ำสุดของ irobot ที่มีก็คือ roomba 765 ตัว roomba 620 กับ 650 ไม่มีนะครับ



    หน้าตา Hepa filter


  2. อะไหล่ต้องหาง่าย – เราต้องเปลี่ยนไส้กรองเครื่องดูดฝุ่นทุก 2 เดือน และยังรวมถึงอะไหล่อื่นๆ ที่อาจเสียหายได้ ซึ่งอะไหล่พวกนี้ ทางเวบ อะไหล่ iRobot Roomba มีให้ครบครับ ราคาก็ไม่แพง สั่งออนไลน์ได้เลย

  3. ประกัน – ตรงนี้ก็สำคัญมากครับ ของราคาแพงขนาดนี้ไม่มีไม่ได้นะครับ

สิ่งที่มีภายในกล่อง

  1. ตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่น
  2. Virtual wall 2 ตัว เป็นกำแพงเสมือน ใช้กำหนดขอบเขตในการทำความสะอาดได้ในกรณีที่ห้องกว้างมาก หรือจำกัดไม่ให้เข้าไปในบริเวณที่ไม่เหมาะสม เช่นพื้นที่เปียกน้ำ ใช้ถ่านก้อนกลาง 2 ก้อนในการทำงาน (ไม่มีมาให้)
  3. Remote ใช้ในการเปิดปิด และบังคับการเคลื่อนไหวจากระยะไกล ส่วนตัวผมไม่ได้ใช้เลย เลยเก็บใส่กล่องไว้อย่างงั้นล่ะ เพราะเวลาย้ายที่ก็หิ้วเอาตลอด กดปุ่มเดียวมันก็ทำงานแล้ว ไม่รู้จะเอารีโมทมาทำไม
  4. Hepa filter สำรอง 1 ชุด
  5. วงแหวนและใบมีดสำหรับใช้ทำความสะอาดแปรงดูดฝุ่น
  6. หม้อแปลงและแท่นชาร์จ
  7. DVD คู่มือ แต่ไม่มีภาษาไทย!

ฝุ่นที่ดูดได้แต่ละวัน มีแต่ขนแมวทั้งนั้น

หลังจากใช้ไปแล้ว 1 เดือน พบว่า
ข้อดี

  1. กดปุ่มเดียวทำงานได้เลย ไม่ต้องเซตอะไรให้วุ่นวาย Set and Forget อย่างแท้จริง
  2. ตั้งเวลาได้ 1 วัน/1 ครั้ง และตั้งได้ 7 วัน โดยกำหนดในลักษณะวัน จันทร์-อาทิตย์ สามารถตั้งเวลาให้ทำงานตอนเราไม่อยู่บ้าน พอเรากลับมาห้องก็สะอาดเอี่ยม ว้าว! เยี่ยมไปเลย
  3. เก็บขนแมวและฝุ่นละเอียดได้ดีมาก เดินไม่รู้สึกสากเท้าอีกเลย แทบไม่อยากจะเชื่อว่าฝุ่นในบ้านมันจะเยอะขนาดนี้
  4. ไม่ตกที่สูงหรือบันได ไม่ต้องคอยระวัง
  5. เมื่อทำงานเสร็จแล้ว ตัว roomba จะไปชาร์จแบตเอง ไม่ต้องหิ้วไป แต่เราจะต้องวางที่ชาร์จแบตในพื้นที่ๆ roomba เข้าถึงเองได้ด้วย
  6. Roomba ค้นหาฝุ่นโดยอัติโนมัติ เมื่อเจอพื้นที่ๆ ที่สกปรกเป็นพิเศษก็จะวิ่งวนซ้ำๆ จนกว่าจะสะอาด
  7. แบตชาร์จครั้งนึงประมาณ 3 ชม. ใช้งานได้ประมาณ 1 ชม. ครึ่ง แม้จะใช้เวลานานในการชาร์จ แต่มันวิ่งไปชาร์จเอง เพราะฉะนั้นก็ไม่มีปัญหา
  8. ขึ้นต่างระดับเตี้ยๆ ได้ ไม่เกิน 2 ชม. ทำให้สามารถดูดพรมที่วางกับพื้นได้โดยไม่มีปัญหา
  9. มี virtual wall มาให้ สามารถกั้นบริเวณที่ไม่ต้องการให้ roomba เข้าไปได้ เช่น พืนที่รกๆ หรือเปียกน้ำ

ข้อเสีย

  1. กินเวลานานในการทำดูดฝุ่น – ปกติแล้วห้องนึงผมดูดฝุ่นประมาณ 5-10 นาทีก็เสร็จ แต่ roomba ใช้เวลาถึง 30-45 นาที! ปกติก่อนจะใช้ roomba ผมต้องเก็บของขึ้นก่อน ก็จะใช้เวลาอีกนิดหน่อย ก่อนจะปล่อย roomba วิ่ง สรุปคือใช้เวลานานกว่าเดิมมาก
  2. ราคาแพง – อันนี้ทุกคนคงรู้อยู่แล้ว
  3. Roomba แพ้สายไฟ – ศัตรูที่สำคัญที่สุดของ roomba คือสายไฟตามพื้น มันไม่สนว่าสายไฟของคุณจะแพงแค่ไหน โดยเฉพาะสายลำโพง มันจะลากม้วนเข้าไปในเครื่อง จนเครื่องหยุดทำงาน นอกจากนั้นแล้วสายไฟพวกนี้ยังสามารถทำร้ายยางปัดฝุ่นได้อีกด้วย
  4. Roomba ชอบมุด – ปกติ roomba จะมุดเข้าไปทำความสะอาดใต้เฟอร์นิเจอร์ๆ ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าช่องเหล่านั้น มีความสูง “พอดี” กับ roomba ตัว roomba เองมันจะพยายามสุดชีวิตในการวิ่งเข้าไป และบ่อยครั้งที่มันติดอยู่ในนั้นออกเองไม่ได้ นอกจากนั้นแล้วมันยังทำให้ตัว roomba เองมีแต่รอยขีดข่วนอีกด้วย ของผมใช้มาเดือนเดียว ลายพร้อยเรียบร้อย
  5. Roomba ตาบอด – ตัว roomba มี sensor อยู่ 6 จุดในการค้นหาฝุ่น และป้องกันไม่ให้ตกจากที่สูง แต่พอใช้งานไปซักพัก ฝุ่นจะมาเกาะที่ sensor เหล่านี้ ทำให้ roomba มองไม่เห็น และบ่อยครั้ง ที่มันเกือบจะตกจากที่สูง แต่ตัวระบบเองก็มีการป้องกันที่ดี คือ ถ้าล้อหน้าหรือล้อใดล้อหนึ่งหล่น ตัว roomba จะหยุดทำงานทันที และพูด error number ซึ่งเราต้องไปเทียบกับคู่มืออีกที ว่ามันหมายความว่ายังไง แม้มันจะไม่หล่น แต่มันก็น่ารำคาญไม่น้อย ที่จะต้องอุ้มมันขึ้นมาแล้วไปวางใหม่ แล้วกดให้มันทำความสะอาดอีกครั้ง
  6. ไม่มีคู่มือภาษาไทย! อันนี้ก็อ่านอังกฤษเอาก็ได้ ไม่เป็นไร
  7. ดูดที่นอนไม่ได้ ในคู่มือก็บอกไม่ได้ แต่ผมก็ลองดู ปรากฏว่ามันจะตกเตียงตลอดเลย เพราะเตียงมันนุ่มพอถึงริมมันก็เอียง กลัวพังก็เลยไม่ได้ลองอีกเลย

Roomba Error แสดงเครื่องหมายตกใจ

Roomba ล้อหน้าตกขอบไปแล้ว นี่คือสาเหตุที่ error

คำแนะนำจากประสบการณ์ส่วนตัว

  1. ควรเก็บของขึ้นจากพื้นให้มากที่สุดก่อนจะใช้ roomba เพื่อให้ roomba วิ่งสะดวกที่สุด และที่ต้องระวังมากที่สุด ก็คือสายไฟกับเชือก อย่าให้มาขวางทาง roomba เด็ดขาด ไม่งั้นตายตกตามกัน
  2. ถ้าช่องใต้เฟอร์นิเจอร์ พอดีกับ roomba มากเกินไป ไม่ควรให้ roomba วิ่งเข้าไป ให้ทำความสะอาดวิธีอื่นแล้วหาอะไรมาอุดไว้ดีกว่า
  3. ทำความสะอาดแปรงและถังเก็บฝุ่นทุกครั้งหลังใช้งาน โดยเฉพาะเส้นผม ใช้แหวนทำและคัตเตอร์ที่ให้มาเอาออกให้หมด
  4. ตัว Hepa filter เอาไปเคาะฝุ่น แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดทำความสะอาดได้ ควรทำทุกครั้งหลังใช้งาน และเปลี่ยนใหม่ทุก 2-3 เดือน
  5. หมั่นตรวจเช็ค sensor อยู่เสมอ อย่าให้มีฝุ่นมาเกาะ ไม่งั้นมันจะ error ตกเหว รวมถึง sensor ตรงแทนชาร์จด้วย ไม่งั้น roomba จะกลับที่ชาร์จไม่ได้
  6. Roomba ใช้เวลาชาร์จแบต 3 ชม.(ในกรณีแบตหมดเกลี้ยง) และทำงานได้ราว 1 ชม. ครึ่ง ควรกะเวลาให้ดี ไม่งั้น roomba จะวิ่งกลับฐานก่อนทำความสะอาดเสร็จ
  7. เมื่อเกิดการ error ให้ฟัง error number ให้ดี แล้วไปเทียบกับคู่มือ

ซื้อ iRobot Roomba 765 ที่ไหนดี

  1. ถ้าอยากดูของจริงให้ไปที่ istudio ทุกสาขา แต่ไม่ได้มีทุกรุ่นนะครับ บางรุ่นอาจต้องสั่ง

  2. เวบ iRobot Thailand เวบเป็นทางการของ irobot ในประเทศไทย แต่โปรโมชั่นไม่ค่อยมีครับ แต่มีของตลอด

สรุป
ถ้าใครยังไม่ได้ซื้อ อ่านมาถึงตรงนี้คงกำลังกังวลว่าซื้อดีมั้ย ผมสรุปให้เลยละกัน

  1. ถ้าบ้านมีสัตว์เลี้ยง และเด็กอ่อน –> ซื้อ
  2. ถ้าคุณทำงานนอกบ้านเกือบตลอดเวลา ไม่มีเวลาทำความสะอาดบ้าน –> ซื้อ

  3. มีปัญหาแพ้ฝุ่น จามทุกครั้งทีทำความสะอาดบ้าน --> ซื้อ

สรุป ซื้อมาคุ้มแน่นอนครับ แพงหน่อย แต่สมค่าตัว




Create Date : 18 ธันวาคม 2557
Last Update : 9 พฤษภาคม 2560 1:35:01 น.
Counter : 13004 Pageviews.

4 comments
  
ขอบคุณค่ะ กำลังจะซื้ออยู่พอดี
โดย: Oliver Villa วันที่: 18 ธันวาคม 2557 เวลา:9:27:08 น.
  
ขอบคุณคะ กำลังตัดสินใจไม่รู้จะซื้อตัวไหนดี รีวิวละเอียดดีคะ

จะซื้อตัว 620 ถูกสุด แต่เห็นรีวิวนี้เลยลังเลเลยคะ

โดย: ** IP: 125.26.153.77 วันที่: 7 มกราคม 2558 เวลา:11:33:22 น.
  
พึ่งซื้อมาใช้รุ่น620ดีมาก ราคาถูกสุดแต่ไม่มีตั้งเวลา แต่ก็ไม่จำเป็นสำหรับที่บ้านคุ้มกับราคา สะอาดมากห้องพรมสะอาด ปาเก้เงาเห็นได้ชัดคงเป็นเพราะขนแปลงที่ละเอียดและนุ่ม
โดย: นนทิยา IP: 133.130.49.172 วันที่: 17 มิถุนายน 2558 เวลา:3:25:02 น.
  
พึ่งซื้อมาใช้รุ่น620ดีมาก ราคาถูกสุดแต่ไม่มีตั้งเวลา แต่ก็ไม่จำเป็นสำหรับที่บ้านคุ้มกับราคา สะอาดมากห้องพรมสะอาด ปาเก้เงาเห็นได้ชัดคงเป็นเพราะขนแปลงที่ละเอียดและนุ่ม
โดย: นนทิยา IP: 133.130.49.172 วันที่: 17 มิถุนายน 2558 เวลา:3:25:14 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Legendary Pon
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



New Comments