ตุลาคม 2555

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
ว่าด้วยเรื่องสัมผัส (พิเศษ)


จั่วหัวว่าอันนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเพราะคนเรามีความคิดเห็นและความเชื่อไม่เหมือนกัน ^^


มีแต่คนบอกว่าส้มเป็นคนเซ้นต์ดีแต่อยากจะบอกเหลือเกินว่าใจจริงไม่อยากหรอกนะ ไอ้เซ้นต์ดีเนี่ยแม่เล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนตอนเด็กๆ ส้มชอบพูดคนเดียวแล้วก็เล่นอยู่คนเดียวแต่ทำเหมือนไม่ได้อยู่คนเดียว มันก็เป็นธรรมดาของเด็กๆที่จะสร้างเพื่อนในจินตนาการ แต่แหม...มันชักไม่แน่ใจซะแล้วสิ


จำได้ว่าตอนประถมได้ไปเข้าค่ายยุวกาชาดครั้งแรกตอนป.5 ตื่นเต้นและเต็มที่มากเพราะเวลาไปทัศนศึกษาแม่จะไม่ให้ไปเพราะส้มเป็นพวกหลงทิศ (นึกว่าเพิ่งเป็นอ้าว...เป็นมานานแล้วนี่นา ฮา) แม่เลยไม่ปล่อยให้ไปไหนแต่เพราะเป็นการเข้าค่ายครั้งแรกแล้วก็ไปค่ายทหาร (ปีนั้นไปสัตหีบ) คุณครูรับปากจะดูแลอย่างดีแถมมีพี่ๆ ทหารที่เป็นครูฝึกดูแลด้วย อ่า...แม่ก็เลยอนุญาต

เข้าค่ายครั้งแรกในชีวิตมันช่างแตกต่างจากที่คิดมันโหดมาก (แน่ใจว่าฝึกเด็กป.5) แล้วครูก็ยุ่งไม่ได้ด้วย จัดหนักกันไปกับครูฝึกทหารแต่เรื่องมันเริ่มเมื่อตกกลางคืน หึหึหึ ด้วยความที่ฝึกหนักฝึกโหดมาก กว่าจะได้กลับเข้าหอนอนก็ปาไปตีหนึ่งตีสองพอกลับก็เฮละโลกันไปอาบน้ำสิคะ จะได้รีบนอนเพราะเรียกรวมตั้งแต่ตีห้าห้องนอนที่นอนเป็นห้องใหญ่แล้วก็ปูที่นอนเรียงกันสามสี่แถวได้ หัวชนหัว เท้าชนเท้าเพราะไอ้ความที่เขาว่าเซ้นต์ดีนี่แหละ ถ้าเมื่อไหร่ต้องค้างนอกบ้านละก็เป็นเรื่องทันทีพอพระอาทิตย์ตกติดเท่านั้นแหละอาการปวดหัวก็มาเยือนตอนนั้นจำได้ว่าตั้งใจจะรีบอาบน้ำแล้วกินยาพาราฯ นอน ดันลืมยาสระผมเพราะใส่ไว้ช่องเล็กๆ ข้างกระเป๋า ก็เดินกลับไปเอาที่ห้องนอนหยิบแล้วเงยหน้าขึ้นกำลังจะเดินออกไป ด้วยความที่ที่นอนดันหันปลายเท้าไปทางหน้าต่างที่เป็นมุ้งลวด

เต็มสองตาเลยว่านอกหน้าต่างมีเงาผู้ชายแต่เพราะมืดมากเลยไม่เห็นรายละเอียด พยายามปลอบตัวเองว่าอาจจะเป็นเงาต้นไม้(แน่นอนว่ามันต้องไม่ใช่เงาคนจริงๆ แน่นอนเพราะมันอยู่ชั้นสามและไม่มีระแนงยื่นออกไปพอที่จะยืนได้ มีทางเดียวคือลอยละ!)

ถามเพื่อนที่รอให้ห้องน้ำว่างว่าเห็นอะไรที่หน้าต่างไหมระบุบานด้วย เอาให้ชัดๆ กันไป เพื่อนตอบกลับมาว่าไม่นี่ ไม่เห็นมีอะไรเลยแต่ในใจน่ะ...จะไม่มีอะไรได้ไงก็ฉันเห็นเต็มสองตา ไม่หายไปไหนด้วย T^T ว่าแล้วก็เผ่นไปอาบน้ำดีกว่าพอกลับมาเหลือบตามองหน้าต่างบานนั้นด้วยหางตา วุ้ย! ไม่มีแล้วนี่หว่าคืนนั้นกับคืนถัดมาก็เลยขอแลกที่นอนกับเพื่อนแถวบนหัว ขอหันหน้าเข้าผนังดีกว่า


แน่นอนว่าไอ้เจ้าการเข้าค่ายนี่มันช่างทำร้ายเหลือเกินในปีต่อมาตอนขึ้นป.6 คราวนี้ไม่ได้ไปเข้าค่ายนอกสถานที่จำไม่ได้แล้วว่าทำไม ปีนั้นเลยเข้าค่ายที่โรงเรียนนอนค้างด้วยจ้า...หนักกว่าเก่าตรงที่โรงเรียนตอนประถมว่ากันว่าเป็นลานประหารเก่าสมัยกระโน้นโอ้ย อย่าให้พูด นั่นยังไม่หนักเท่าจับฉลากได้ไปนอนในห้องนาฏศิลป์ จำได้ว่าคืนนั้นทั้งคืนแทบไม่ได้นอนบทสวดอะไรที่ท่องได้ก็ท่องวนมันอยู่อย่างนั้นแหละ


อีกอย่างคือส้มดูเหมือนจะดวงสมพงกับบรรดาเจ้าที่เจ้าทางเป็นพิเศษจากการเข้าค่ายอีกนั่นแหละ คราวนี้ตอนม.3 ไปที่แก่งกระจาน ค่ายทหารอีกแล้วจ้าโหดกว่าเดิมอีกเพราะโตแล้ว แน่นอนว่ายังเป็นอยู่เหมือนเดิมคืออาการปวดหัวแทบแตกคราวนี้โรงนอนใหญ่มาก ที่เรียกว่าโรงนอนคือมันเป็นเหมือนอาคารชั้นเดียวมุมหลังคาประตูหน้าใหญ่มาก ข้างในเป็นพื้นปูนยกขึ้นมาประมาณห้าสิบเซนฯ ได้ สองฝั่งซ้ายขวา ตรงกลางเป็นทางเดินระดับธรรมดาโรงนอนหนึ่งนอนได้ร้อยคน ฝั่งละห้าสิบ กะว่านอนมันตรงกลางนี่ละรอเพื่อนเอาของวางเสร็จเล็งกลางขอแทรกทันที ตอนนั้นคิดตื้นๆ ประมาณว่าตรงกลางแหนะ ‘เขา’ คงไม่ลำบากเดินมาหรอก คงอยู่ต้นๆใกล้ประตูนั่นแหละ

ฝึกเสร็จตกดึกอาบน้ำเข้านอนซัดยาพาราฯ ไปสองเม็ด หลับเป็นตาย ทั้งเหนื่อยทั้งปวดหัว แต่ก็ดันสะดุ้งตื่นมากลางดึกไม่รู้ว่ากี่โมงกี่ยาม ถามว่าตื่นเพราะอะไร คำตอบคือตื่นเพราะเสียงพูดแทบจะไม่อยากลืมตาทั้งหนาวทั้งง่วงหัวก็ยังปวดไม่หายตอนนั้นจำได้ว่าหงุดหงิดด้วยซ้ำเพื่อนบ้าคนไหนมันตื่นมาคุยกันดึกๆ ดื่นๆ (วะ)กะลุกขึ้นเฉ่งแต่พอลืมตาขึ้นมองไปที่ปลายเท้าเท่านั้นแหละคุณพระคุณเจ้าช่วย...เป็นผู้หญิงใส่ชุดไทยพาดสไบนั่งอยู่ตรงปลายเท้า รู้แล้วว่าเสียงพูดมาจากไหนกระจ่างเลยทีนี้ เหมือนจะชวนคุยโน่นนี่แต่ส้มฟังไม่ออกว่าเขาพูดว่าอะไรได้ยินแต่เสียงฟังไม่รู้เรื่อง อาจจะเป็นเพราะเซ้นต์ส้มไม่ได้แรงขนาดสื่อสารรู้เรื่องทำได้แค่เห็นกับได้ยิน เอื้อมมือช้าๆ มากำสร้อยพระที่คอแล้วก็หลับตาฟังเสียงแล้วก็หลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้สึกตัวตื่นอีกทีก็เวลานัดแล้ว เพื่อนๆกำลังทยอยลุกไปอาบน้ำ

ตอนนั้นก็ไม่ได้เล่าให้ใครฟังแล้วคืนที่สองก็เอาอีกเหมือนเดิม มานั่งคุยด้วยเหมือนเดิมไม่มีอะไรมากกว่านั้น ตอนจะกลับเลยเรียบๆเคียงๆ ถามครูฝึกกลุ่มตัวเองว่าแถวโรงนอนสี่ห้าหลังตรงนั้นมีอะไรบ้างไหมตอนแรกครูฝึกก็งงๆ ไม่เข้าใจคำถาม ส้มเองก็ไม่กล้าบอกตรงๆ เลยอ้ำๆ อึ้งๆ จนเหมือนเขาจะจับอะไรจากคำว่ากลางคืนได้เลยถึงบางอ้อ

“เขาเหงาเลยมาคุยด้วย...ต้นตะเคียนหน้าโรงแนวนั่นประไร”

ไอ้หยา! ต้นตะเคียนจริงๆ ด้วยนี่หว่า เพราะเวลาเข้าโรงนอนทีไรวิ่งผ่านเข้าไปทุกทีเพราะต้องทำอะไรอย่างรวดเร็ว เลยไม่ทันสังเกตว่าต้นไม้หน้าโรงนอนตัวเองเป็นต้นอะไร


ต้องบอกว่าค่ายนี้โหดมันส์ฮาเรื่องเยอะทีเดียว ขนาดว่าเวลาเพื่อนนึกขึ้นได้ยังเอามาล้ออยู่เลย




Create Date : 26 ตุลาคม 2555
Last Update : 26 ตุลาคม 2555 18:40:09 น.
Counter : 1511 Pageviews.

4 comments
  
แอบตามมาอ่านแล้วก็กลัวซะเอง -"-

พี่ไม่เห็นหรอก(ไม่อยากเจอด้วย)แต่ส่วนมากจะเจอปรากฏการณ์ โพลเตอร์ไกส์มากกว่า กลิ่นน้ำอบ กลิ่นธูปงี้ บ่อยมาก
แต่อย่ามาให้เห็นนะ ขอร้อง
โดย: czarnol วันที่: 26 ตุลาคม 2555 เวลา:22:39:13 น.
  
ส้มก็ไม่อยากเจอนะพี่โนะ แต่มันก็ดันเห็นอ่ะ ทำไงได้
ดีหน่อยที่สื่อสารไม่ได้ ไม่งั้นคงมีหวังได้สนุกกันละงานนี้ เหอๆ
โดย: LA Chalothar วันที่: 27 ตุลาคม 2555 เวลา:0:13:05 น.
  
มีคนรู้จักที่มีสัมผัสพิเศษเหมือนกัน
พอเจอทีไรเค้าจะใส่บาตร อุทิศส่วนกุศลให้ทุกทีเลย

อย่างตอนที่พี่อยู่กันหลาย ๆ คน แล้ว(เจือก)ได้กลิ่นอยู่คนเดียว เล่าให้เค้าฟังเค้าก็บอกมาขอส่วนบุญน่ะ
แต่เจ้าที่เจ้าทางนี่คงมาทักทายตามประสาเจ้าบ้านที่ดี แหงะ
โดย: czarnol วันที่: 27 ตุลาคม 2555 เวลา:0:59:28 น.
  
ส้มก็นั่งสมาธิ แผ่เมตตา อะไรประมาณนั้น
ส่วนเจ้าที่นี่เจอทีไรก็เหมือนมาคุยมาเตือนอะไรดีๆ มากกว่า
ไม่เคยรู้สึกไม่ดีเลย
โดย: LA Chalothar วันที่: 27 ตุลาคม 2555 เวลา:1:07:37 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

LA Chalothar
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชโลธาร คือการสมาสคำระหว่าง
ชโลธรและชลธาร

เป็นผู้หญิงมีโลกส่วนตัว สามารถนั่งในสวนจิบกาแฟหรือชาพร้อมอ่านหนังสือในมือหรือเขียนงานในโน้ตบุ๊คได้โดยไม่ต้องขยับไปไหนทั้งวัน

เป็นผู้หญิงอ่อนไหวแต่ไม่อ่อนแอ
ร้อยเรียงความรักเป็นตัวหนังสือโดยที่ทั้งชีวิตนี้ไม่เคยมีความรักมากเกินกว่าแอบปลื้มรุ่นพี่เงียบๆ อารมณ์ขึ้นลงตามสภาพอากาศ กินง่ายอยู่ง่าย ลุยได้ทุกที่

ท่านใดที่หลงเข้ามาขอให้รับรู้เพียงว่า...ทุกตัวอักษรล้วนถ่ายทอดจากจิตนาการ คาดหวังเพียงรอยยิ้มและความสุขของผู้อ่านเท่านั้น

งานประพันธ์ทุกชิ้นได้รับการคุ้มครองตาม พรบ. ฉะนั้นอ่านเพื่อความสุขและรอยยิ้มและโปรดอย่าสร้างคราบน้ำตาและความทุกข์ให้กัน
New Comments