Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2550
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
3 กรกฏาคม 2550
 
All Blogs
 

การ์ตูนผาแดง-นางไอ่....ตำนานรักแห่งหนองหาน ภาคอีสาน

บทนำ......ชายใบ้กับลูกสาวเศรษฐี

..........กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีชายหนุ่มยากจนเป็นใบ้เที่ยวขอทานตามหมู่บ้านต่างๆจนมาถึงบ้านเศรษฐีคนหนึ่งชายใบ้จึงเข้าไปขอทำงานที่บ้านเศรษฐีโดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก ต่อมาท่านเศรษฐีรักใคร่เอ็นดูชายใบ้ยิ่งนักจนถึงกับยกบุตรสาวให้ แต่ครั้นใช่ชีวิตอยู่กับลูกสาวเศรษฐีก็กลับไม่ได้เป็นสามีที่ดี แต่นางผู้เป็นภรรยาก็มิได้ปริปากบ่นว่าสักนิด นางยังคงเป็นภรรยาที่ดีเสมอมา

.....ครั้นต่อมาไม่นานชายใบ้คิดถึงญาติพี่น้องของตนจึงขอท่านเศรษฐีกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด ท่านเศรษฐีก็จัดแจงเสบียงอาหารไปให้ แต่ชายใบ้กลับใจดำต่อภรรยา มิยอมช่วยหาบของเลยสักนิด นางต้องทนลำบากหาบของไปตลอดทางจนกระทั่งเสบียงหมดกลางทาง ชายใบ้จึงปีนขึ้นต้นมะเดื่อเก็บผลมะเดื่อบนต้นกินแทนข้าว นางผู้เป็นภรรยาได้แต่ชะเง้อมองหวังว่าสามีจะโยนผลมะเดื่อลงมาบ้างแต่ก็เปล่าเลย เนื่องจากสามีของนางเป็นคนใจแคบจึงเก็บกินเอง เมื่ออิ่มแล้วสามีของนางลงมาจากต้นมะเดื่อ นางจึงต้องปีนขึ้นไปเก็บกินเอง แต่เมื่อนางลงมาจากต้นมะเดื่อสามีของนางกลับทิ้งนางไปเสียแล้ว นางตามหาสามีแต่ก็มิพบ นางจึงต้องทุกข์ทรมานกลางป่าเพียงลำพัง

.....ครั้นต่อมานางมาถึงต้นไทรริมน้ำ นางอาบน้ำชำระกายและตั้งจิตอธิษฐานว่า ในชาติหน้าขอให้สามีของนางเสียชีวิตบนกิ่งไม้ และอย่าได้เกิดมาเป็นสามีภรรยากันอีกเลย....ครั้นนางสิ้นบุญนางไปเกิดเป็นเจ้าหญิงของพญาขอมเรืองอำนาจและชายใบ้ผู้เป็นสามีไปเกิดเป็นพญานาคตามแต่บุญกรรมของตน


ตำนานรักหนองหาน.......




.....พระยาขอมแห่งเมืองสุวรรณโคมคำหรือเมืองเอกธีตามีนางจันทร์เป็นมเหษี และมีธิดาชื่อไอ่คำ (หรือเจ้าหญิงคำผิว) พระยาขอมรักและหวงแหนพระธิดามาก จึงสร้างปราสาทเจ็ดชั้น พร้อมข้าทาสบริวารคอยรับใช้





.....จนกระทั่งเจ้าหญิงเจริญพระชนมายุครบ ๑๕ ชันษา ความงามของนางเลื่องลือไปทั่วทุกสารทิศ ท้าวผาแดงเจ้าครองนครแห่งเมืองผาโพงได้ยินกิติศัพท์ความงามของนางไอ่คำจึงลักลอบเข้าวังมาพบนางไอ่คำ ทั้งสองจึงรักใคร่กัน ท้าวผาแดงสัญญาจะกลับมาสู่ขอตามราชประเพณี





.....ความงามของเจ้าหญิงเลื่องลือไปถึงเมืองบาดาล ท้าวพังคีนาคราช โอรสของท้าวสุทโธนาคราชแปลงกายมาเป็นกระรอกเผือกชมความงามของนาง ส่วนบริวารก็แปลงเป็นสัตว์ต่างๆมาที่เมืองเอกธีตา

.....ครั้นถึงกลางเดือนหกพระยาขอมจะทำบุญบั้งไฟ จึงมีใบบอกบุญไปยังหัวเมืองต่าง ๆ ที่เป็นบริวารให้ทำบั้งไฟไปร่วมจุดในงาน ท้าวผาแดงไม่ได้รับใบบอกบุญ แต่ได้ทราบข่าวจึงจัดบั้งไปหมื่นไปร่วมบุญด้วย และได้พบนางไอ่คำเป็นครั้งที่ ๒ และได้รับการต้อนรับอย่างดี ในการจุดบั้งไฟพระยาขอมให้มีการพนันกันว่า ถ้าบั้งไฟของใครชนะจะได้ทรัพย์สมบัติและนางสนมกำนัล สำหรับท้าวผาแดงนั้นจะยกนางไอ่คำให้ ในเวลาจุดปรากฏว่าบั้งไฟของเมืองอื่น ๆ ขึ้นหมด ส่วนของพระยาขอมไม่ขึ้น และของท้าวผาแดงแตกกลางบั้ง แต่พระยาขอมก็เฉยเสียไม่ทำตามสัญญา เจ้าเมืองต่าง ๆ จึงพากันกลับหมด ส่วนท้าวผาแดงก็กลับเมืองของตนพร้อมกับความทุกข์เพราะความรักและบั้งไฟไม่ขึ้น



....กระรอกเผือกแปลงแอบปีนป่ายมาในเขตพระราชฐานชมนางไอ่คำจนกระทั่ง นางไอ่คำพบเข้าก็ใคร่ได้เอาไว้เลี้ยงดู จึงรับสั่งนายพรานไปจับมาให้นาง แต่นายพรานกลับยิงกระรอกเผือก ท้าวพังคีในร่างกระรอกเผือกอธิษฐานขอให้เนื้อของตนมีมากมายพอจะเลี้ยงชาวเมืองได้ทั้งเมือง จากนั้นท้าวพังคีนาคราชในร่างกระรอกเผือกแปลงจึงสิ้นใจบนกิ่งไม้นั้น



.....นายพรานนำเนื้อกระรอกเผือกไปปรุงอาหารถวายแด่เจ้าหญิง แต่เนื้อกระรอกเผือกกลับมีจำนวนมากมายจึงแบ่งกันไปทั่ววัง แต่ก็ยังมีจำนวนมหาศาลจนต้องแบ่งออกไปให้ชาวเมืองข้างนอกกินด้วย

.....กล่าวถึงท้าวผาแดงซึ่งรักนางไอ่คำจนทนอยู่ไม่ได้ จึงรีบขึ้นม้าบักสามจากเมืองผาโพงมาสู่เอกธีตาเมื่อมาถึงนางไอ่คำก็ต้อนรับด้วยความดีใจ พร้อมทั้งจัดหาอาหารที่ปรุงจากเนื้อกระรอกวิเศษนั้นมาเลี้ยง เมื่อท้าวผาแดงรู้ว่าเป็นเนื้อกระรอกเห็นผิดสังเกตุก็ไม่เสวย แล้วบอกนางไอ่คำว่ากระรอกตัวนี้มิใช่กระรอกธรรมดา

.....ท้าวสุทโธนาคราชเมื่อทรงทราบว่าโอรสของตนสิ้นพระชนม์และกลายเป็นอาหารของมนุษย์จึงแค้นใจและจัดเตรียมไพร่พลชาวนาคขึ้นไปถล่มเมืองเอกธีตา พอตกกลางคืนกองทัพพญานาคก็มาถึงเมือง แผ่นดินถล่มโครมครามไปทั่ว ท้าวผาแดงจึงให้นางไอ่คำเตรียมข้าวของบางสิ่งที่พอจะเอาไปได้ นางไอ่คำนำแหวน ฆ้อง และกลองประจำเมืองแล้วรีบขึ้นม้าซ้อนท้ายท้าวผาแดงควบม้าบักสามหนีออกจากเมืองทันที พญานาครู้ว่านางไอ่คำหนีไปจึงติดตามไปติด ๆ แผ่นดินก็ถล่มไม่หยุด นางไอ่คำเข้าใจผิดคิดว่าพญานาคติดตามเอาของสำคัญคู่บ้านคู่เมืองจึงโยนฆ้องและกลองทิ้ง แต่พญานาคก็ยังตามมาอีก ม้าบักสามก็หมดแรงลงทำให้พญานาคตามมาทัน แล้วเอาหางเกี่ยวตวัดรัดตัวนางไอ่คำลงมาจากหลังม้า ส่วนท้าวผาแดงก็ควบม้าหนีต่อไปพญานาคก็ตามไปอีกเพราะท้าวผาแดงมีแหวนของนางไอ่คำติดตัวไปด้วย ท้าวผาแดงจึงทิ้งแหวนเสียตนเองจึงปลอดภัย พญานาคนำร่างของนางไอ่คำลงไปเมืองบาดาล บ้านใครที่กินเนื้อของกระรอกเผือกก็ได้ถล่มกลายเป็นน้ำหมด เหลือแต่บ้านของแม่ม่ายที่ไม่ได้กิน จึงกลายเป็นดอนแม่ม่ายจนถึงทุกวันนี้




.....ท้าวผาแดงกลับไปถึงเมืองผาโพงแล้วเสียใจที่สูญเสียคนรักไปต่อหน้าต่อตา จึงอธิษฐานต่อเทพยดาฟ้าดินว่าจะขอตายเพื่อไปต่อสู้เอานางไอ่คำกลับคืนมา ว่าแล้วก็กลั้นใจตายบนปราสาทแล้วไปเป็นหัวหน้าผีได้นำกองทัพผีไปสู้กับพวกนาค ต่อสู้กันอยู่นานทำให้น้ำในบึงในหนองขุ่น ดินบนบกกลายเป็นฝุ่นตลบไปหมด ร้อนไปถึงพระอินทร์ต้องลงมาระงับศึก ให้พวกผีกลับเมืองผีให้นาคกลับเมืองบาดาล ส่วนนางไอ่คำให้อยู่ที่เมืองบาดาลไปก่อนรอพระศรีอาริย์มาตัดสินว่า ใครจะเป็นสามีที่แท้จริงของนาง ดังนั้นนางไอ่คำจึงรอที่เมืองบาดาลจนกว่าจะถึงวันนั้น

.......ตำนานท้าวผาแดง-นางไอ่บางแห่งเล่าแตกต่างกันออกไปตามแบบฉบับของแต่ละท้องถิ่นครับบางแห่งเล่าตอนท้ายของเรื่องว่า

..........เมื่อท้าวผาแดงตายเป็นผี ก็ยังมีความอาฆาตเคียดแค้นพญานาคอยู่ไม่วาย พอได้โอกาสเหมาะ ผีท้าวผาแดง ก็เตรียมไพร่พลเดินทัพผีไปรบกับพวกพญานาคให้หายแค้น บริวารผีท้าวผาแดงมีเป็นแสน ๆ เดินเท้าเสียงดังอึกทึกปานแผ่นดินจะถล่ม เข้ารายล้อมเมืองพญานาคเอาไว้ทุกด้าน ต่างฝ่ายต่างใช้อิทธิฤทธิ์รบกันนานถึง 7 วัน 7 คืน ไม่มีใครแพ้ใครชนะ ฝ่ายท้าวสุทโธนาคราช เจ้าครองนครบาดาลซึ่งแก่ชราภาพมากแล้ว ก็ไม่อยากก่อกรรมก่อเวร เพราะต้องการไปเกิดในแผ่นดินพระศรีอาริยเมตตรัยอีก จึงไปหาท้าวเวสสุวัณ ผู้เป็นใหญ่ให้มาตัดสินความ


.....ท้าวเวสสุวัณ จึงเรียกทั้งสองฝ่ายมาโดยให้ทั้งสองฝ่ายเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทราบ ท้าวเวสสุวัณจึงบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นผลของ ” บุพกรรม ” หรือกรรมเก่าแต่ชาติปางก่อนที่ตามมาในชาตินี้ และทั้งสองฝ่ายก็มีเหตุผลกล้ำกึ่งกัน
จึงให้ทั้งสองเลิกลาไม่ต้องเข่นฆ่ากันอีก ขอให้มีเมตตาต่อกัน และให้ทั้งสองฝ่ายรักษาศีลห้า ปฏิบัติธรรม และให้มีขันติธรรม ต่อไป ท้าวผาแดง และพญานาคได้ฟังคำสั่งสอนของท้าวเวสสุวัณก็กลับมีสติ เข้าใจในเหตุและผลต่างฝ่ายต่างอนุโมทนา สาธุการ เหตุการณ์ร้ายจึงยุติลงด้วยความเข้าใจ มีการให้อภัยกันในที่สุด





.....เลือกตอนจบกันเองครับ....อิอิ








ภาพหนองหาน จังหวัดสกลนครครับ เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่กว้างใหญ่มาก มีเนื้อที่ถึง 150 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งเกษตรกรรมและการประมงของจังหวัด หนองหานมีเกาะต่างๆมากมายถึง20 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดคือเกาะดอนสวรรค์มีวัดร้างและพระพุทธรูปเก่าแก่ สามารถเช่าเรือไปเที่ยวชมได้ หนองหานเป็นแหล่งท่องเที่ยว เหมาะสำหรับไปพักผ่อน ชมนก ตกปลา ล่องเรือครับ

และยังมีอีกหนองหาน... (หึหึ ทำไมเยอะจัง) อยู่ที่อ. กุมภวาปี จ. อุดรธานี คือหนองหานน้อย เป็นทะเลบัวแดงหลายหลากสี มีดอนแก้วซึ่งตามตำนานคือดอนแม่ม่าย ที่นี่มีตำนานของเมืองที่จมอยู่ในหนองน้ำคือเมืองชิตะนคร ในสมัยพุทธกาล เป็นอีกตำนานของท้าวผาแดง-นางไอ่ด้วยเหมือนกัน....




นี่ไงครับบ้องไฟ




 

Create Date : 03 กรกฎาคม 2550
18 comments
Last Update : 21 มกราคม 2551 20:20:13 น.
Counter : 4420 Pageviews.

 

มีรูปที่ยังไม่ลงสี 1 รูป เสร็จเมื่อไรจะเอามาลงให้นะครับ ดูรูปนี้ไปก่อนแล้วกัน เห็นมีคนขอเนื้อเรื่องมา เลยจัดให้....

 

โดย: ขุนเผ่นแสนทะเล้น 3 กรกฎาคม 2550 3:18:45 น.  

 

มาแอบอ่านด้วยคนค่ะ

 

โดย: AM NUCH 3 กรกฎาคม 2550 8:28:26 น.  

 

มันไม่มีใครผิดหรอก นะคัรบ
จะผิดตรง แก็ซโซฮอล์ 55++

 

โดย: 555 IP: 202.47.227.17 3 กรกฎาคม 2550 10:50:47 น.  

 

Blog..สวยมากค่ะคุณ Kane...ขยันจริงจริ๊ง...
เหนื่อยเลยกว่าจะอ่านจบ....ให้รางวัลความมานะพยายามยอดเยี่ยม...
แวะเข้ามาแถวเขตทหารซะหน่อย...

 

โดย: เริงฤดีนะ 3 กรกฎาคม 2550 13:52:57 น.  

 

ตามมาชมค่ะ คราวนี้เป็นเนื้อเรื่องเลย....

 

โดย: คุณนายขาวมณี IP: 203.130.159.2 3 กรกฎาคม 2550 19:20:02 น.  

 

ขอบคุณ คุณเคนนะครับที่เอาเรื่องเต็มมาให้อ่านครับ สนุกดีครับไม่เคยอ่านมาก่อนเลย อิ อิ

 

โดย: แสนพลพ่าย 4 กรกฎาคม 2550 17:19:30 น.  

 

แวะมาอ่านต่อแล้วค่ะ...Blog.ยังสวยเหมือนเดิมนะคะ..ง่วงนอนจัง..ไปแถวริมแม่น้ำโขงมาเพิ่งกลับตอนฟ้ามืดตื้ดตื้อ...

 

โดย: เริงฤดีนะ 8 กรกฎาคม 2550 11:24:47 น.  

 

Blogสงนมากฮะ....

 

โดย: katoy 12 กรกฎาคม 2550 22:30:30 น.  

 

น่ารักจังเลย

 

โดย: นัน IP: 125.26.122.69 13 กรกฎาคม 2550 13:05:57 น.  

 

ดีมากเลย ชอบๆๆๆๆๆๆๆ

 

โดย: เป้า IP: 58.147.66.248 14 กรกฎาคม 2550 8:59:16 น.  

 

ขณะนี้เจ้าของบล็อกพักร้อนอยู่ที่หัวหินอยู่ครับ...แล้วผมจะมาอัพเดทเร็วๆนี้ครับ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนกัน

 

โดย: ขุนเผ่นแสนทะเล้น IP: 61.7.149.73 20 กรกฎาคม 2550 22:08:57 น.  

 


น่าอ่านมากค่ะ

 

โดย: nat --sakura....... IP: 202.29.24.193 27 กรกฎาคม 2550 9:26:10 น.  

 

สวยมากๆคะ ฝีมือจริงๆเลย สุดยอด

 

โดย: นัท IP: 117.47.20.155 14 สิงหาคม 2550 18:19:38 น.  

 

น่าจะมีภาพเยอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆนะคับ

 

โดย: บอลคับผม IP: 203.113.17.172 5 ตุลาคม 2550 17:02:04 น.  

 

ดูแล้วน่าตื่นเต้นดีคะน่าอ่าน

 

โดย: แพ๊ท(สาวสุพรรณ) IP: 117.47.149.224 4 พฤศจิกายน 2550 20:12:28 น.  

 

เป็นตำนานที่เล่าขานมานานมาก เป็นเรื่องท่ชาวสกลต้องรับรู้จากการเล่าขานของคนเฒ่าคนแก่ น่าอ่านมาก ๆ

 

โดย: คนสกล IP: 125.26.85.198 7 ธันวาคม 2550 11:37:58 น.  

 

เรื่องน่าอ่านดีจริงๆค่ะ

 

โดย: phinki IP: 20.137.18.51 21 ธันวาคม 2550 1:27:07 น.  

 

เรื่องนี้น่านใจมากๆๆๆๆๆๆน่าอ่านเป้นประวัติของหนองหาน

 

โดย: เชอร์รี่ IP: 203.113.40.10 11 มกราคม 2551 22:32:17 น.  


ขุนเผ่นแสนทะเล้น
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




.....ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมครับ.....คอมเม้นด้วยก็จะดีมากครับ...อิอิอิ
Friends' blogs
[Add ขุนเผ่นแสนทะเล้น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.