เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จ.บึงกาฬ ( 2 ก.ย. 2554)

นานแสนนานแล้วที่ร้างลาจากการเดินป่า ที่ผ่านมา เรียกว่าไรนะ "ราชรถ เกยถึงที่ ถึงแหล่ง" ไม่ต้องเดินมากมาย แค่กระเป๋าเป้ กับขาตั้งกล้อง แต่สำหรับการใช้ชีวิตแค้มป์ปิ้งในป่า ลืมแล้วว่าครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆ ปี ละกัน “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว” จ.บึงกาฬ จังหวัดใหม่ที่แยกตัวออกมาจาก จ.หนองคาย

การเดินทางเริ่มต้นค่ำวันศุกร์ที่ 2 กันยายน 2554 สองวัน หนึ่งคืน กับสมาชิก 9 ชีวิต นำทีม โดย เจ๊ใหญ่เมืองยะลา "มาดามนิบง"


หวั่นๆเกร็งๆ เหมือนกันว่า จะเป็นภาระให้คนอื่นไหม เพราะ กำลังกายที่ไม่ได้ออกและอายุที่เพิ่มขึ้น แต่ทริปนี้เราจ้างลูกหาบสองคน เจ้าหน้าที่สองคนนำทาง และช่วยแบ่งเบาสัมภาระเสื้อผ้าที่เตรียมกันมาคนละ 1 ชุด ของใช้ส่วนตัวที่ใช้พอเพียงใน 1 คืน และอาหารการกินอยู่ แต่ละคนรับผิดชอบเพียงอุปกรณ์ในการถ่ายภาพของตัวเองเท่านั้น

เกดจังมีกระเป๋ากล้องหนึ่งใบ ที่ใส่ 18-105mm, 70-300 mm. และ nikonD7000 ที่ใส่ 105 macroไม่ถอดออกเลยตลอดทริป คิดอยู่แล้วว่าต้องใช้ตัวเดียวแน่แท้ ก็อยากแบกน้ำหนักดูว่าถ้าเอาไปครบทุกตัวที่มี จะแค่ไหน

ตลอดการเดินทาง ช่วงแรก เป็นทางราบ เรียบบ้าง ไม่เรียบบ้าง เริ่มขึ้นสู่เขา ปีนป่ายบันได ผ่านช่องภูเขาดินที่แคบ เดินทางทีละคน และ เริ่มเข้าป่ารก ผ่านต้นไม้ที่ถูกปกคลุมด้วยสีเขียวของมอส แต่นี่ แค่เพียงเริ่มต้น ไม่ใช่เวลาของการถ่ายภาพ เกดจัง ได้แต่มองและผ่านไป พวกเราต้องเดินแข่งกับเวลา เพราะจุดหมายอันแสนไกล ฟ้า ฝน ฟ้าใสๆ แต่ก็ไว้ใจไม่ได้


... ดอกไม้สีขาวริมลำธาร ... ก็สร้างความสงสัยให้ต้องอยากรู้ "ดอกอะไรนี่ เราจะได้เจออีกไหม" "ยี่โถปีนังสีขาว" เจ้าหน้าที่ตอบเช่นนั้น "ไม่แน่ อาจมีแค่จุดนี่จุดเดียว" "อย่าหวังน้ำบ่อหน้า ถ่ายได้ถ่ายเลย" "หยุดพักก่อนละกัน" หลายต่อหลายเสียง และเราก็ได้หยุดพัก และ ถ่ายรูป "ยี่โถปีนัง" เป็นจุดแรก


เกดจัง ทำได้เท่านี้ เขาอยู่ริมลำธารนะ แต่นึกอะไรไม่ออก แค่ อยากได้ภาพดอกไม้ ภาพที่บอกใครต่อใครได้ว่าเขาชื่อ "ยี่โถปีนัง" สมาชิกที่ไปด้วย ได้โบเก้ "โบเก้" นั่นซิ เกดจัง ชอบนี่นา จากที่ดงนาทาม โบเก้วงๆ แล้วทำไมคิดไม่ได้นะ กลับมาดูภาพถ่ายจากทริปนี้ เริ่มรู้สึกแล้วว่า "ถ่ายภาพไม่เป็น" แต่ถ้าจะให้ไม่กล่าวโทษตัวเอง ก็มีอีกเหตุผลหนึ่ง "105 macro" ที่ได้มาเดือนสองเดือนกว่านี้ เป็นครั้งแรกที่พาออกทริปด้วย เข้าใจแต่ว่า "มาโคร" ต้องถ่ายวัตถุใกล้ๆ ลืมไปว่า เคยยืมมาโครใช้ถ่ายเจ้านิดหน่อยฯ ที่ดอยอินฯ นี่นา ถ่ายคนได้สวยไม่แพ้ธรรมชาติเลย ไว้แก้ตัวทริปดงนาทามละกัน


เสร็จสรรพจาก "ยี่โถปีนัง" พวกเราก็เดินกันต่อ ปีน ป่าย ด้วยทางชัน และ ลื่น และอีกครั้งกับ การแวะถ่ายภาพระหว่างทาง "นางอั้วแก้มซ้ำ" หรือ "หญ้ามันปู ชื่อวิทย์ Habenaria rostellifera" ไม่รู้ว่าเขาถ่ายเจ้าดอกนี่กันมุมไหน เกดจังโฟกัสที่ "สีน้ำตาล" ตรงนี้หรือเปล่านะที่เรียกว่า "แก้มช้ำ" มองดูเหมือนมองด้านข้างของ "ตูดเป็ด" อ่ะ


เดินผ่านป่าแต่ "ไม่รก" มาแวะที่ทุกคนรอคอย "สาหร่ายข้าวเหนียว"

การทำหลายๆ สิ่งในเวลาเดียวกัน เป็นนิสัยที่ไม่ยอมแก้ไข ทำให้เกดจังเสียพลังงาน และพลาดการถ่ายภาพไปอยู่ จุดที่ถ่าย สาหร่ายข้าวเหนียว หัวสายลั่นหลุดออกจากขั้ว (สายลั่นที่ได้ยืมมา) ได้ยินเสียงหล่นและเห็นแล้วแต่ด้วยความที่จะเก็บกล้องให้เรียบร้อยแล้ว พลันก็ลืมเจ้าหัวสายลั่น มารู้ตัวอีกครั้งเมื่อจะต้องใช้ถ่าย ดีที่สมาชิกแวะกินอาหารกลางวัน เมื่อท้องอิ่ม ก็พัก และ ถ่ายรูปบริเวณนั้น มีดอกเทียน ยี่โถปีนังสีชมพูขึ้นริมน้ำ เกดจังกำลังจะถ่าย ดอกเทียน และนิสัยใหม่ที่เกดจังต้องใช้ขาตั้งและสายลั่นทุกครั้งที่ถ่ายภาพไม่อยากพลาด เพราะไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาสมาเยือนที่แห่งนี้อีกไหม แล้วก็ต้องตกใจ เฮ้ย หัวสายลั่นหาย คิดไปมา แน่ๆ ลืมเก็บมาแน่ๆ ...



เพื่อนสมาชิกนักเดินทางกำลังถ่ายภาพ ตามจุดต่างๆ เกดจัง ตัดสินใจกลับมาจุดเดิมเพื่อตามหาสายลั่น และไม่ได้บอกใคร ไม่ได้ให้ใครไปด้วย เกรงว่าจะรบกวน เพราะรู้ว่ามันไกล++ เกดจังเดินตัวเปล่า พกเพียงแค่ "ร่ม" กึ่งเดิน กึ่งวิ่ง ด้วยใจกังวล และ เกรงว่าจะช้า ร่ำไร มุ่งหน้าไปและไม่ลืมที่จะเหลียวหลังจำทาง กลัวนะ กลัวจำทางไม่ได้ แม้จะไม่ใช่ "ป่ารก" แต่มันก็ยากที่จะจำ แต่เพราะชีวิตเคยผ่านการเดินป่ามาแล้ว หลากหลายครั้ง "สัญญาณเดิม" จึงกลับได้ใช้อีกในครานี้


แต่ในบางจุด ทำให้ต้อง สะดุด และ ชั่งใจ "ทางไหน" พลันสายตาก็เหลือบเห็น "เอื้องม้าวิ่งสีชมพู" กอหนึ่ง จำได้ว่าผ่านจุดนี้ เพราะมองอยู่นานว่าจะถ่ายรูปแต่ไม่ได้ถ่าย เพราะต้องเดินตามสมาชิก แล้วก็ไปถึง จุดหมายที่ต้องการ "หัวสายลั่น" ยังคงอยู่ที่กอหญ้าที่เดิม รอให้เกดจังมาหยิบและพามันกลับไป


หลังจากที่เก็บสายลั่นแล้ว เกดจังเดินกลับมายังจุดพัก เพื่อนสมาชิกยังคงอยู่ เกดจังมีเวลาแค่ 10 นาที สำหรับการเก็บ ยี่โถปีนังสีชมพู ซึ่งทำได้ไม่ดีเลย ด้วยแดดที่ร้อนแรง ฉากหลังไม่ละลายและยังรกสายตาอีก



พวกเราเดินทางไปยังจุดหมายไม่ใช่ ลานอเมริกา แต่เป็น โอเอซิส .. เขาเรียกงั้นนะ .. ก็เป็นเนินเขาใต้ต้นไหม้หย่อมน้อยๆ พอมีต้นไม้ให้ผูกเปล กางเต็นท์ เมื่อมาถึงจุดหมายเป็นครั้งแรกที่เกดจังต้องสยบต่อความร้อนแรงบนแผ่นหินที่แผ่ขึ้นมาแผดเผาสายตา เอาแว่นกันแดดมาด้วยนะ แต่ไว้ที่รถ ก็เห็นฟ้าครึ้มๆ คิดว่า "ตกแน่แล้ว" เลยไม่ได้หยิบมาด้วย ไม่นานก็เผลบหลับไปด้วยความเหนื่อยเพลีย ... ตื่นมาอีกครั้งเพื่อนสมาชิก ก่อไฟ หุงข้าว ทำกับข้าว


เกดจัง ไม่ได้ช่วยอะไรเลย นั่งแต่ให้กำลังใจ แต่ก็ อดรนทนไม่ได้กับดอกหญ้าที่เห็นพลิ้วไหวๆ กับแสงยามเย็น ขอไปเก็บมาฝากเพื่อนๆ สักหน่อย ทั้งภาพนิ่ง และ วิดีโอ


ค่ำคืนนี้พวกเราได้รับฟังประสบการณ์ตรงดีๆ จาก นักถ่ายภาพมืออาชีพ ก้อง บารมี ประสบการณ์ที่เกดจังคงไม่ได้สัมผัสเป็นแน่ ไม่นาน พวกเราก็แยกย้ายพักผ่อน ก่อนที่จะตื่นมาหลังจากเสียงฝนที่กระหน่ำเป็นระยะ แต่ก็ไม่มากมายเพราะพวกเรานอนบนที่สูง


เกดจังตื่นมามองเต็นท์เพื่อนๆ ยังคงสงบนิ่ง มีเพียงเต็นท์กองกลางที่ตื่นขึ้นมาจัดข้าวของหนีฝนให้เรียบร้อย ก่อนจะหลับอีกครั้ง ...

ฟ้าสีดำที่เข้มเริ่มสว่าง แต่กระนั่น สายฝนก็ยังไม่จางหาย ยังคงพรำลงมาอย่างต่อเนื่อง เกดจังยังอยุ่ในเต็นท์ นั่งมองสายน้ำป่าที่ไหลสู่น้ำธารน้อยที่พวกเราเดินข้าม และ อาบเมื่อคืนวาน ตอนนี้กลายเป็นลำธารสีชาเย็น และ กว้างเพราะแรงของน้ำป่าที่ไหลรวมกัน


... เมื่อฝนเริ่มซา พวกเราก็เริ่มออกมาจากเต็นท์ จากเปล รวมกลุ่มที่กองกลาง เพื่อทำอาหารเช้า ท่ามกลางฝนที่ยังพรำๆ ... เสื้อกันฝน และ ร่มถูกนำออกมาใช้อย่างได้ผล อาหารเช้า กุนเชียง น้ำพริกนรก ไข่เจียว และ มาม่าอร่อยจริงหนอ


เมื่อเติมพลังงานให้ร่างกาย ฟ้าฝนเหมือนไม่เป็นฟ้า แต่เป็นใจหยุดตกเสียสนิท พวกเราได้มีเวลาถ่ายภาพบ้างเพียงเล็กน้อย "ดุสิตาบนลานหิน" สมาชิกคนอื่นเขามีโบเก้ เกดจัง ไม่มี "อีกแระ" ทริปนี้ เกดจัง "ช้า" ที่สุดเลย สายลั่นกล้องก็ครั้งแล้ว เช้านี้มาก็ "แบตเตอรี่" เปิดกล้องมาแล้วขัตเตอร์มันลั่นเอง แล้วทุกอย่างก็เงียบ กดอะไรก็ไม่ได้ ปิดแล้วเปิดใหม่ มันก็ลั่น อ้าว! ต้องวิ่งกลับมาเอาแบตอีกก้อน "original" เปิดปุ๊บ ปกติ เหมือนเดิม อืมม์ สรุปว่า แบตอีกก่อนมันเป็นอะไร :



ถ่ายภาพยามเช้ากับพอสมควร พวกเราก็เคลื่อนย้าย ข้ามลำธารที่เมื่อวาน เล็ก ตื่น แต่วันนี้ ไหลแรงและลึกแต่ไม่มาก ใครไม่อยากเปียกก็ถอด สำหรับเกดจัง "รองเท้าจีนแดง" ด้วยความที่เป็น "เด็กว่านอนสอนง่าย" เจ๊แมวบอกว่าให้เตรียมรองเท้าจีนแดง เพราะมันเกาะพื้นดีมาก จริงด้วย ไม่ลื่้นแพร๊ดๆ เหมือนของคนอื่นเลย แต่เหม็นไปนิด ซักแล้วก็พอทน


พี่เจ้าหน้าที่พาพวกเราแวะระหว่างทางริมลำธาร เพื่อเก็บภาพ






ไม่นานพวกเราก็เคลื่อนย้าย และ แวะถ่ายภาพกันสักเล็กน้อย การเดินทางจบลงอย่างสวัสดิภาพ ... ก่อนจะถึงปลายทาง ด้วยเวลา 04.00 น. ...


Create Date : 19 กันยายน 2555
Last Update : 19 กันยายน 2555 21:30:36 น. 0 comments
Counter : 374 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เกดจัง
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




E-mail : cute_gad@hotmail.com
KadeJung

ผู้คนส่วนมาก


มักจะเงยหน้ามองฟ้า

ไล่ล่าไขว่คว้า

หาสิ่งที่อยู่ไกลเกินเอื้อม

จนหลายครั้ง

สิ่งที่ทำให้ใจอบอุ่น

และมีความสุข

กลับเป็นเพียงดอกหญ้า

ดอกเล็กบนทางระหว่างเดิน

เพียงแค่ก้มหน้ามองลงดิน

เท่านั้นเอง

ฝากข้อความถึง เกดจัง

Group Blog
 
 
กันยายน 2555
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
19 กันยายน 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เกดจัง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.