นึกว่าจะเข้ามาช่วยเหลือประเทศไทยให้รุ่งเรือง...สุดท้าย...อ่ะนะ
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2548
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
7 ธันวาคม 2548
 
All Blogs
 

ก้อ....เห็นว่า...น่าจะเป็นประโยชน์

ผมเป็นคนรุ่นกลางเก่ากลางใหม่ ในสมัยเด็กๆ ไม่สบาย สารพัดปวดแล้วละก้อ.....นี่เลย...กอเอี๊ยะ....ทั้งแบบแผ่น...แบบดำ-แดง (คลาสสิคที่สุด) ใช้ดูดฝี-หนอง...
เวลานึกถึงสุขภาพ เลยหยิบมาตั้งชื่อซะ


สาระล่าสุด

22 ธ.ค. 48
สรุปคำบรรยายเรื่องการโภชนาการและการพักผ่อนที่ดี

โดย อ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์

ดุลยภาพแห่งชีวิต คือความสมดุลของชีวิต จำลองภาพเป็นสี่เหลี่ยมคางหมู ด้านล่างเป็นการงาน ด้านบนเป็นชีวิตส่วนตัว ด้านซ้ายและขวาเป็นสังคมและครอบครัว ตรงกลางเป็นสุขภาพ ถ้าทำงานมากชีวิตส่วนตัวก็น้อยลง ที่สำคัญถ้าสุขภาพถูกทำลาย ส่วนที่เหลือก็จะสูญสลายไปหมด

การแพทย์วิถีธรรมชาติ

อาจารย์เป็นตำราเดินได้ ในอดีตอาจารย์ต้องทำงานหนักทั้งงานราชการ คลีนิค และครอบครัว ต้องตื่นตีห้าและเข้านอนห้าทุ่ม ส่งผลให้เกิดโรคเครียด กระเพาะอาหาร ภูมิแพ้ และความจำไม่ดี พออายุ 40 ปี จึงลาออกจากราชการ แล้วไปเรียนการแพทย์วิถีธรรมชาติจากออสเตรเลีย นับจากนั้นไม่เคยเจ็บป่วยอีกเลย ปัจจุบันอาจารย์มีความสุขมาก ๆ และหน้าตาดูดีกว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วมาก

ทำอย่างไรให้สุขภาพดีไม่เจ็บป่วย

สุขภาพ คือภาพแห่งความสุข ร่างกายแข็งแรง จิตใจแจ่มใสเบิกบาน อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
อาหาร คือแหล่งพลังงานของชีวิต การรับประทานอาหารที่ทำให้สุขภาพดี ไม่เจ็บป่วย และอายุยืน จะต้อง กินอาหารเช้าอย่างราชา อาหารกลางวันอย่างคนธรรมดา และอาหารเย็นอย่างยาจก ดังนั้น อาหารเช้าจึงเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด

อนุมูลอิสระ (Free radical)
การรับประทานอาหารจะเกิดของเสียที่เรียกว่า อนุมูลอิสระ หรือเรียกว่าประจุวิ่งหารัก หรือประจุขาดรัก วิ่งไปทั่วร่างกาย อวัยวะที่เล็กที่สุดในร่างกายคือ เซล
เซลประกอบด้วย ผนังห้อง และแกนกลางเรียกว่า นิวเคลียส หรือ DNA นิวเคลียสเป็นพิมพ์เขียวที่ทำหน้าที่สร้างเซลใหม่ ส่วนอนุมูลอิสระจะเป็นตัวทำลายผนังห้องและนิวเคลียส ทำให้เซลเนื้อเยื่อเปลี่ยนแปลงไป แต่ร่างกายเราจะมีระบบภูมิคุ้มกัน ถ้าไม่ดูแลสุขภาพให้ดี ภูมิคุ้มกันจะถูกทำลาย ทำให้เกิดมะเร็งและโรคต่าง ๆ

อาหารเช้า
ควรรับประทาน คาร์โบไฮเดรท วิตามินบี และซี ถ้าไม่กินมื้อเช้า ชีวิตจะเริ่มต้นด้วยความเป็นกรด (แลคติกแอซิค) ยกเว้นเรามียาวิเศษคือ การหัวเราะ เพราะขณะหัวเราะ ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นด่าง หัวเราะ 1 ครั้ง อายุยืน 5 วินาที อาหารเช้าที่ต่อต้านความเครียดในการทำงานได้แก่ วิตามินบี และซี ซึ่งไม่มีการเก็บสะสม เพราะละลายในน้ำได้หมด มื้อเช้าที่เร็วและง่ายคือ กล้วยหอม 1 ลูก + ส้ม 1 ลูก + นม 1 กล่อง (หรือ HOT CHOCOLATE) ในกล้วยหอมมีแมกนีเซียม และโปตัสเซียม ในส้มมีวิตามินซี โดยเฉพาะกากส้มขาว ๆ มีเส้นใยไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายในน้ำ จึงดูดซึมพิษในร่างกายและขับออกไป กากส้มมีวิตามินซีมากกว่าน้ำส้ม ในนมมีสารทริบโตเฟน ทำให้กระปรี้กระเปร่า และ อารมณ์ดี

อาหารกลางวัน
กินอะไรก็ได้ที่ชอบ เช่น แกงเขียวหวาน ขาหมู ก๋วยเตี๋ยว แต่ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ คือ น้ำตาล และน้ำมัน

อาหารเย็น
ต้องกินพืชผักและผลไม้ เพื่อให้ได้ไฟเบอร์ ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ และชะลอความแก่ มื้อเย็นง่าย ๆ เช่น ผัดผัก 1 จาน + ส้มตำ 1 จาน + น้ำผลไม้ 1 แก้ว กินผักผลไม้วันละ ½ กก. จะทำให้แก่ช้า หรือดื่มน้ำผลไม้สดวันละ 3 แก้ว 3 สี แก้วละสี หรือผสมกันก็ได้

คาร์โบไฮเดรท
ทำหน้าที่ให้พลังงาน มีมากในแป้ง ข้าว ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว วิธีกินคาร์โบไฮเดรทไม่ให้อ้วน คือกินช้า ๆ เคี้ยวให้ละเอียด กินพออิ่ม ที่เหลือเก็บไว้กินในมื้อต่อไป
วิตามินบี มีมากในธัญญพืช ลูกเดือย ข้าวกล้อง ถั่วเหลือง ถั่วแดง เต้าหู้
โปรตีน มีมากในเนื้อสัตว์ อายุเกิน 35 รับประทานโปรตีนพอประมาณ ถ้ามากจะทำให้ดูดซึมแคลเซียมไม่ดี เกิดโรคกระดูกผุ สัตว์ใหญ่ก่อนตายจะหลั่งสารแอดรีนาลิน (สารทุกข์) ในกระแสเลือด จึงไม่ควรกินเลือดสัตว์ ให้เปลี่ยนไปกินปลาแทน เพราะย่อยง่ายและมีไขมันชั้นดี ทำให้การไหลเวียนของเลือดดี ป้องกันโรคหัวใจและสมองขาดเลือด แก้มปลามีแคลเซียมมากกว่าส่วนอื่น ควรกินปลาสัปดาห์ละ 3 มื้อ อย่ากินทุกมื้อ เพราะจะทำให้เลือดออกไม่หยุด ชาวเอสกิโมโดนมีดบาดเลือดจะออกไม่หยุดเพราะกินปลาทุกมื้อ หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรกิน Fish oil เพราะอาจทำให้ตกเลือด
แคลเซียม ในวัยทองต้องการแคลเซียมวันละ 1200-1500 มก. และควรกินปลาเล็กปลาน้อย เพื่อให้ได้แคลเซียมเพียงพอ
ผักขมฝรั่ง (spinach) มีธาตุสังกะสี เหล็ก และสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ต้นไม้ที่มีเปลือกจะมีสารต่อต้านสิ่งแวดล้อมภายนอก เพราะต้นไม้อยู่กับที่ วิ่งหนีมลพิษไม่ได้ จึงมีเปลือกเพื่อป้องกันมลพิษ
น้ำตาล ต้องไม่ขัดสี เช่นน้ำตาลทรายแดง และน้ำตาลกรวด น้ำตาลทรายขาวมีสารขัดขาว ซึ่งเป็นสารเร่งความเครียด เป็นอันตรายต่อสุขภาพ น้ำตาลเทียมดีกว่าน้ำตาลขัดสี แต่รสชาติไม่ดี

ความจำเป็นในการกินอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ
ถ้าวัยหนุ่มสาว ควรกินให้ครบ 3 มื้อ แต่ถ้าวัย 35 ขึ้นไป และวัยทอง ควรมีอาหารว่าง (snack) ที่ให้พลังงานไม่มาก กินหลายมื้อได้แต่ครั้งละน้อย ๆ และเลือกอาหารที่ย่อยง่าย ข้อควรคำนึงคือ กินอย่างอารมณ์ดี เช่นกินกับคนที่เรารัก กินช้า ๆ เคี้ยวให้ละเอียด นึกถึงแต่ความสุข ถ้ากินมื้อละ 15 นาที 3 มื้อ ก็เท่ากับเรามีความสุข 45 นาทีแล้ว และกินอย่างมีน้ำใจ นึกถึงชาวนาอย่ากินทิ้งกินขว้าง กินพอประมาณ อิ่มแล้วเลิก

วิธีดื่มกาแฟ
ต้องไม่ใช้ครีมเทียม เพราะครีมเทียมคือน้ำมันมะพร้าว ทำให้มันจุกอกตาย กาแฟ 3 อิน 1 ไม่ดี เพราะผสมครีมเทียม กาแฟมีอะโรม่า ดื่มแล้วอารมณ์ดี การไหลเวียนของเลือดดี
วิธีชงกาแฟ ใส่กาแฟ ½ แก้ว เติมนมอุ่น (Low fat) ½ แก้ว และน้ำตาล
วิธีดื่มกาแฟที่ดีที่สุดต้องไม่ใส่อะไรเลย กาแฟเอสเปรสโซ่ดื่มรวดเดียวหมดจะหวานกว่าจิบทีละนิด ดื่มกาแฟวันละไม่เกิน 3 แก้ว ถ้าเกินจะดึงแคลเซียมจากไต

การพักผ่อน หลักการคือ ต่อสู้ (fight) และบินหนี(flight)
1. หนีความจำเจซ้ำซาก เช่นเที่ยวทุก 1 เดือน หรือเปลี่ยนทรงผมใหม่ มีคำกล่าวว่า เปลี่ยนที่ (สถานที่) ได้ห้า เปลี่ยนหน้า (ใบหน้า ,ทรงผม) ได้สิบ
2. มองโลกในแง่ดี เช่น มีน้ำ ½ แก้ว ต้องมองว่ายังเหลือน้ำอีกตั้ง ½ แก้ว ไม่ใช่น้ำหมดไปแล้วตั้ง ½ แก้ว อีกกรณีคือภรรยาของอาจารย์จะไม่ให้ความสำคัญที่จะต้องทราบว่าในแต่ละวันอาจารย์จะอยู่ที่ไหน ขณะเดียวกันอาจารย์เป็นฝ่ายต้องทราบว่าภรรยาอยู่ที่ไหนเพื่อกลับมาทำหน้าที่เทคแคร์ภรรยาให้ทัน กรณีนี้ภรรยาจะไม่เกิดความทุกข์กังวลในการสอดส่องสามี
3. Second job นอกจากงานหลักเพื่อเลี้ยงชีวิตและครอบครัวแล้ว ควรมีงานรองอย่างที่ 2 ที่เราชอบ ที่เราไม่คิดว่าเป็นงาน ทำแล้วมีความสุข เช่น เขียนหนังสือ สอนหนังสือ หรือบรรยาย
การนอนหลับสนิท จะทำให้เกิดเมลาโทนิน ซึ่งเป็นสาร antioxidant ทำหน้าที่กำจัดของเสียที่เกิดขึ้นในตอนกลางวัน ปัจจุบันเมลาโทนินที่มีขายอยู่จะออกฤทธิ์เพียง 6 นาทีเท่านั้น แต่ร่างกายเราต้องการ 6 ชม.

การพักผ่อนที่ดีที่สุด คือการอยู่เฉย ๆ อยู่กับตัวเอง อย่าให้งานและสังคมมายุ่งเกี่ยว ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เช่น ดูหนัง ฟังเพลง จิบชา ล่องเรือ ฟิตเนส หรือสปา การออกกำลังกายก็เป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่ง

สรุปคำถามคำตอบ
1. วันหยุดสุดสัปดาห์ ดื่มเหล้าเบียร์ได้หรือไม่
ได้นิดหน่อย อย่าดื่มให้เมา ดื่มกินอย่างคนฝรั่งเศสคือ กินน้อยอายุยืน(eat less live more)
คนฝรั่งเศสจะจิบไวน์เพียงเล็กน้อยก่อนอาหาร และทานเนื้อสัตว์ชิ้นบาง ๆ ในขณะที่คนอเมริกันดื่มไวน์แก้วใหญ่ ๆ และกินเนื้อสัตว์ติดมันหนาชิ้นโต ๆ

2. นมกับน้ำเต้าหู้อะไรดีกว่ากัน
คนไทยประมาณ 1/3 หรือ 30% ไม่มีสารย่อยสลายนม ถ้าดื่มนมไม่ได้ให้กินโยเกิร์ตแทนเพราะมีประโยชน์โดยเฉพาะผู้หญิง ใช้ทาหน้าทำให้หน้าตึง และมีแลคโตไบซิไลท์ เข้าไปอยู่ในทางเดินอาหารและช่องคลอด ช่วยย่อยและไม่ติดเชื้อราที่ช่องคลอด
น้ำเต้าหู้สกัดจากถั่วเหลือง มีฮอร์โมนไฟโตเอสโตรเจน ยับยั้งการเกิดมะเร็งเต้านมและมดลูก แต่น้ำเต้าหู้ไม่มีแคลเซียม ต้องกินเต้าหู้แข็งจึงได้แคลเซียม เต้าหู้ยิ่งแข็งยิ่งมีแคลเซียมสูง

3. แก้วมังกรทำให้เป็นมะเร็งหรือไม่
ไม่น่าจะใช่ ยังไม่เคยอ่านเจอ แก้วมังกรมาจากเวียดนาม มีไฟเบอร์สูง แคลอรี่ต่ำ ควรฟังหูไว้หู อย่าตระหนกเกินกว่าเหตุ วิธีแก้กินแก้วมังกรน้อยลง เพิ่มฝรั่งและแอปเปิ้ลแทน

4. ฮอร์โมนเพศหญิงในวัยทองทำให้เกิดมะเร็งหรือไม่
เป็นเพียงผลงานวิจัยของอเมริกาเท่านั้น โดยทำการทดลองกับกลุ่มหญิงที่เป็นโรคหัวใจ อ้วน และหน้าอกโต ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งอยู่แล้ว โดยการให้ฮอร์โมนอยู่ชนิดเดียว ขนาดเดียว เกิน 5 ปี พบว่าปัจจัยเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้น 0.25%

5. อาหารตัดต่อพันธุกรรม (GMO) มีอันตรายหรือไม่
ให้คิดง่าย ๆ กว่า GMO จะออกฤทธิ์กลายพันธ์ในคนได้ เราก็ตายก่อน

6.โยเกิร์ตและสมูทตี้
หลักการของสมูทตี้ คือต้องการไฟเบอร์ไปช่วยดูดพิษ แต่โยเกิร์ตมีแลคโตไบซิไลท์อย่างเดียว ไม่มีไฟเบอร์ วิธีทำง่าย ๆ คือ โยเกิร์ต + น้ำผึ้ง + กล้วยหอม

7. การนอนให้ได้ประโยชน์
ควรนอนก่อน 4 ทุ่ม ในห้องที่ตกแต่งเหมือนโรงแรม มีม่านติด 2 ชั้น เพื่อป้องกันแสง ให้ตื่นมาเพราะถึงเวลาตื่น ไม่ใช่เพราะแสงแดดแยงตา ในขณะที่เราหลับในความมืดระบบฮอร์โมนจะทำงานปกติ การนอนในห้องที่มีแสงไฟ ไม่ดีเพราะฮอร์โมนจะสร้างในความมืดในขณะที่เรานอนหลับสนิท การงีบในตอนบ่ายดีในแง่ทำงานได้ดีขึ้น

8. ออกกำลังกายตอนไหนดี
เวลาไหนก็ได้ที่เหมาะสมกับเราที่สุด อย่ายึดมั่นถือมั่นแล้วเราจะมีความสุข ตัวเราเองรู้เอง
ออกกำลังกายวิธีไหนก็ได้
ออกกำลังกายตอนเช้า ได้แสงแดดตอนเช้า ได้วิตามินดี กระดูกหนาขึ้น อาหารเช้าจะต้านสารอนุมูลอิสระที่เกิดจากการออกกำลังกายได้ พอหายเหนื่อยให้อาบน้ำอุ่นแล้วตามด้วยน้ำเย็น จะทำให้กล้ามเนื้อกระฉับกระเฉง ทำงานได้ดี
ออกกำลังกายตอนเย็น ภรรยาของอาจารย์ชอบออกกำลังกายตอนเย็น โดยมีอุปกรณ์ เช่นไม้ไว้ตีสุนัข ทำให้กระดูกแขนไม่บาง ไม่โดนแสงแดด แต่การออกกำลังกายทำให้เกิดอนุมูลอิสระ วิธีแก้คือดื่มน้ำผลไม้สด 1 แก้ว ก่อนและหลังออกกำลังกาย จะต้านอนุมูลอิสระได้ การออกกำลังกายทำให้ร่างกายตื่นตัวจึงควรอาบน้ำเย็นก่อนแล้วตามด้วยน้ำอุ่น จะทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และหลับสบาย

9. น้ำมันประกอบอาหารชนิดไหนดี
น้ำมันมี 2 ชนิด คือชนิดกรดไขมันอิ่มตัว เช่น น้ำมันหมู วัว ไม่ควรกินเพราะไขมันจะไปอุดตามเส้นเลือด และชนิดกรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอก (ทนความร้อนได้ดีที่สุด) ทานตะวัน ข้าวโพด ฟักทอง ถั่วเหลือง ถ้าอยากให้หอมเมื่อปรุงอาหารเสร็จปิดไฟแล้วค่อยใสน้ำมันงา เพราะเป็นน้ำมันที่ไหม้ง่าย

10. นมจากพืชและสัตว์อย่างไหนมีธาตุเหล็กมากกว่า
นมจากสัตว์มีธาตุเหล็กมากกว่า นมแพะ นมจามรีดีกว่านมวัวเพราะไขมันน้อยแต่ไม่ค่อยอร่อย นมวัวอร่อยแต่มีไขมันมากที่สุด วิธีแก้ดื่มนมวัวแบบพร่องมันเนยแทน

11. การทำดีท็อกซ์ หลักการคือนำกากอาหารใส่ในลำไส้ เช่น กาแฟ เพื่อทำให้สารพิษออกมา เสียเงินและทรมาน ควรทำดีท็อกซ์แบบชาวบ้านคือ กินมังสวิรัติสัปดาห์ละ 1 วัน อาจารย์จะดีท็อกซ์ทุกวันเสาร์โดยไม่กินเนื้อสัตว์ แต่จะต้มจับฉ่ายใส่เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ และเห็ดหลาย ๆ ชนิด ใส่ผักขม คะน้า ไชเท้า กวางตุ้ง ใส่น้ำมันงา และพริกไทยดำ โดยกินให้หมดภายใน 1 วัน

12. กินกาแฟแล้วนอนไม่หลับ
วิธีแก้คือกินกาแฟ และนมอุ่น ๆ หรือกินกาแฟ + กล้วยหอม + เนยมาการีน หรือกินกาแฟดีคาแฟอีน(กาแฟที่มีแต่กลิ่น) เพราะเราติดที่กลิ่น

13. นมเย็นกับนมอุ่นอย่างไหนดีกว่ากัน
สารอาหารเท่ากัน แต่นมอุ่นดีกว่า (55 องศา C) เพราะแตกตัวได้ทริบโตเฟน ทำให้อารมณ์ดี นมเย็นจะไม่แตกตัว วิธีอุ่นนม ให้เอาน้ำใส่แก้ว แล้วนำไปเข้าไมโครเวฟจนร้อนแล้วค่อยเอานมใส่

14. ผักผลไม้สดกับน้ำผักผลไม้คั้น
ดีทั้ง 2 อย่าง แต่ถ้าผักผลไม้สดต้องกินเป็นจำนวนมากเป็น กก. ถึงจะได้สารอาหารเพียงพอ แต่ถ้าคั้นเป็นน้ำ ดื่มเป็นแก้วพอไหว

15. อาหารรักษาโรคข้อ
ใช้ เซลารี่ 4 ก้านใหญ่ + แอปเปิ้ลหรือฝรั่ง + แครอท นำมาแยกกากดื่มวันละ 1 แก้ว ทุกวัน จะแก้โรคข้อ เข่าจะไม่เจ็บไม่ปวด หรือนำเซลารี่ไปผัดกับกุ้ง แต่ต้องกินให้ได้ 4 ก้านใหญ่ จึงจะเพียงพอ ดังนั้นนำไปแยกกากดีกว่า เซลารี่จะมีสรรพคุณแก้ปวดบวม แอปเปิ้ลหรือฝรั่งมีวิตามีซีช่วยเรื่องน้ำในข้อ ส่วนแครอทช่วยในเรื่องเยื่อเมือก

16. น้ำผลไม้แบบกล่อง
แทบจะไม่ได้สารอาหาร นอกจากกลูโคส ควรคั้น (แยกกาก) เองสด ๆ ดีที่สุด แล้วดื่มทันที
จะได้คุณค่ามาก หากต้องการดื่มแบบเย็น ให้นำน้ำแข็งใส่กาละมัง ใส่น้ำ แล้วนำผลไม้ลงไปล้างแล้ว
ค่อยมาคั้น หรือนำแก้วเปล่าและผลไม้ไปแช่เย็นก่อนน้ำมาคั้นก็ได้

17. วิธีทานกล้วยหอมไม่ให้ลมขึ้น
ให้กินกล้วยห่าม ๆ จะไม่หวานและได้คาร์โบไฮเดรท ถ้าดิบหรือสุกเกินไปจะได้แต่น้ำตาล

18. การปั่นกับการแยกกาก (คั้น)
การปั่นเป็นการตีให้แตก จะทำให้สารอนุมูลอิสระออกมา ไม่ดี แต่การแยกกาก เป็นการแยกน้ำและแยกกากออกจากัน ได้คุณค่ามากกว่า แต่การแยกกากจะไม่ได้ไฟเบอร์ ถ้าต้องการไฟเบอร์ให้เอากากมาปั้นเป็นก้อนกินชดเชยได้

19. น้ำโซดาล้างท้องได้หรือไม่
โซดาเป็นน้ำด่าง มีข้อดีคือ ถ้าในท้องมีกรดมาก โซดาจะทำให้เกิดความสมดุลและสบายท้อง แต่ถ้าท้องมีแก๊ส โซดาจะทำให้ท้องอืด ถ้ากินแล้วสบายดีก็กินต่อไปได้

20. อาหารที่กินแล้วผมไม่หงอก
ไม่มี ถ้าอยากหายต้องใส่วิก ผมหงอกเกิดจากกรรมพันธุ์ และความเครียด อาหารและแร่ธาตุที่ช่วยให้ผมหงอกช้าได้แก่ วิตามินบี และซี สังกะสี (zinc) แต่ควรกิน zinc อะมิโน ครีเรท อย่ากิน zinc ซัลเฟรด เพราะกัดกระเพาะ หรือกินอาหารเสริม เช่น เซ็นทรัม แบลคมอร์ จะช่วยให้เส้นผมดำขึ้น

21. การย้อมผมกับมะเร็ง
การย้อมผมทำให้บุคลิกดีขึ้นมีความสุข เลือกใช้ยาย้อมผมที่ไม่มีโลหะหนักผสม เช่น ตะกั่ว
ถ้าไม่มีสารตะกั่วก็ไม่เป็นไร อาจารย์ก็ย้อม เวลาย้อมให้ปิดตาและจมูกให้ดี อาจใช้แบบสเปรย์ก็ได้

22.ประโยชน์ของน้ำสมุนไพร
สมุนไพร (HERB) คือพืชผักผลไม้ จึงมีคุณค่าทางยาแล้วแต่ชนิด เช่น เครนเบอรี่ หรือกระเจี๊ยบ จะมีสรรพคุณทางยาช่วยเรื่องการอักเสบในกระเพาะปัสสาวะ หรือนิ่วในไต

23. ตำราอาหารสำหรับผู้ชาย
กินกล้วย + น้ำผึ้ง + พริกไทยดำ จะทำให้หลับสบาย ถ่ายสะดวก ถ้าผู้ชายทานต่อเนื่อง 6 เดือน จะเห็นผลบางอย่างแล วิธีทำใช้กล้วยน้ำว้าหรือกล้วยหักมุกผึ่งแดดเดียว แล้วโรยน้ำผึ้งและพริกไทยดำ



*************

2 ธ.ค. 48
ชา เป็น Healthy drink หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพไปแล้ว

ไม่ใช่เพราะว่าช่วงนี้การดื่มชา ฮิตเป็นแฟชั่นหรอกค่ะ แต่บรรดานักวิจัยเขาค้นพบกันว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายโดยเฉพาะสารในกลุ่ม โพลีฟีนอล หรือฟาโวนอลซึ่งมีคุณสำบัติเป็นสารต้านออกซิเดชั่น ลดอัตราการเสี่ยงของอนุมูลอิสระที่จะเข้าไปทำลายในเซลล์ ซึ่งถ้าปล่อยให้มีการทำลายเซล์เกิดขึ้นแล้วล่ะก็ โรคความจำเสื่อม โรคมะเร็ง ก็อาจถามหาและเกิดขึ้นกับตัวคุณได้

ชา จึงเป็นเครืองดื่มเพื่อสุขภาพ มีประโยชน์ต่อร่างการมากมาย อาทิ ช่วยกระตุ้นให้ระบบประสาทและร่างกายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายมีอิทธิพลต่อขบวนการเมตาโบลิซึ่มของเซลล์ร่างกายช่วยขยายขนาดของหลอดเลือด และป้องกันโรคหัวใจตีบตัน ช่วยแก้กระหาย ช่วยในการย่อยอาหาร เหล่านี้เป็นต้น และชาที่ผลิตออกมาขายมีท้องตลาดก็มีมากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ชาเขียว ชาอูหลง ชาดอกไม้ ชาผสมน้ำผึ้ง ซึ่งแต่ละชนิดมีความพิเศษอยู่ในตัว หากเลือกดื่มได้ตรงกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราก็จะดีต่อสุขภาพกายยิ่งขึ้น ลองมาดูกันซิว่า ชาชนิดไหนที่เหมาะจะมาเป็นเครื่องดื่มถ้วยโปรดของเรา.....



1. ผู้ที่ทำงานแบบใช้สมอง ต้องซีเรียสเครียดกับงานทั้งวัน หรือ นักเรียนนักศึกษาที่ตรากตรำอ่านตำหรับตำราจนดึกดื่นควรดื่ม ชามะลิ

2. ผู้ที่รักการออกกำลังกาย หรือทำงานที่ต้องใช้แรงงาน เสียเหงื่อมากเหมาะกับ ชาอูหลง

3. ผู้ที่ต้องผจญสูดดมอากาศเป็นพิษอยู่เสมอ อาทิ ผู้ที่ขับขี่หรือสัญจรไปมาบนท้องถนน ด้วยรถจักรยานยนต์เป็นประจำเหมาะกับ ชาเขียว

4. ผู้ที่ในแต่ละวันนั่งตัวติดกับเก้าอี้ ไม่ค่อยขยับเขยื้อนกายไปไหนเลย อีกทั้งปกติไม่ชอบออกกำลังกายด้วยแล้ว เหมาะอย่างยิ่ง ชาเขียว ชาดอกไม้

5. ผู้ที่ชอบดื่มสุรา เครื่องดื่มของมืนเมา ควรดื่มชาเขียว

6. ผู้ที่นิยมรับประทานเนื้อสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ เหมาะกับ ชาอูหลง

7. ผู้ที่เข้าห้องน้ำแต่ละครั้งช่างทุกข์ทรมารเสียเหลือเกินแล้วยังมักท้องผูกเสมอๆ เหมาะกับ ชาผสมน้ำผึ้ง

8. ผู้ที่มีระดับคอเรสเตอรอลสูง ไขมันในเลือดสูงเหมาะที่จะดื่มชาอูหลง หรือ ชาเขียว

9. สำหรับมนุษย์ยุคไฮเทคทั้งหลายที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันทั้งคืน หากได้ดื่มชาเป็นประจำจะดีมาก (ชาอะไรก็ได้)
เช่น ว่างเมื่อไหรก็คว้าแก้วมาดื่มแก้กระหาย ช่วยป้องกันรังสีที่แผ่ออกมาจากเครื่อง อีกทั้งช่วยคลายเส้นกระดูกลดความอาการอ่อนเพลียได้อย่างชะงัดนักแล
♣ค้นพบชาถ้วยโปรดแล้ว รีบชงชามาดื่มจะได้ดูดีแบบมีHealthy นะค่ะ♣

ความต่างของชาชนิดต่างๆ

มีใครทราบใหมค่ะว่าชาเป็นเครื่องดื่มที่มีผู้นิยมมากที่สุดในโลก รองจากน้ำเปล่า โดยสำรวจพบว่ามีการบริโภคมากกว่า 800 ล้านถ้วบต่อวัน เนื่องจากชาเป็นเครื่องดื่มที่มีกลิ่มหอม คนจึงนิยมดื่มอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นชาวเอเซีย เช่น จีน ญี่ปุ่น หรือชาวยุโรป ชาที่นิยมในปัจจุบันแบ่งได้ 3 ชนิดใหญ่ ๆ ชาดำ Black tea ชาอูหลงOolong และชาเขียว Freen tea ซึ่งชาแต่ละชนิดต่างก็ได้มาจากใบของพืชชนิดเดียวกันที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis แต่ที่เรียกชื่อต่างกันนั้นก็เนื่องมาจากกรรมวิธีในการหมัก การบ่ม ที่ใช้ระยะเวลาแตกต่างกัน จนเกิดเป็นชาดำ ชาอูหลง ชาแกง ชาขาว ซึ่งก็เหมือนกาแฟชนิดต่าง ๆที่แท้มาจากเมล็ดกาแฟที่คั่วโดยใช้ระยะเวลาต่างกันนั่นเอง

การผลิตชาดำ

ทำได้โดบการนำใบชามาทำให้แห้งโดยการรีดน้ำที่หล่อเลี้ยงใช้ใบชาชุ่มชื่นออกมาเพื่อทำให้ใบชาเหี่ยวและอ่อนลีบ โดยใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 16 ชั่วโมง หลังจากนั้นจึงนำใบชาที่แห้งแล้วมากลิ้งด้วยลูกกลิ้ง บดและฉีกต่อจากนั้นจึงนำไปหมัก ซึ่งหลังจากกระบวนการหมักทั้งสิ้นแล้ว จะได้ใบชาที่แห้งสนิท

การผลิตชาอูหลง

ผ่านกระบวนการผลิตด้วยการหมักแต่เพียงครึ่งหนึ่ง จึงทำให้รสชาติและสรรพคุณอยู่ระหว่างชาดำและชาเขียว กระบวนการผลิตชาอูหลงเริ่มจากนำใบชามาทำให้แห้งลีบโดยใช้เวลาทั้งสิ้น 6 ชั่วโมง หลังจากนั้นจึงนำไปกลิ้งด้วยลูกกลิ้ง ฉีก และหมักด้วยระยะเวลาสั้นๆ

การผลิตชาเขียว

ทำโดยนำใบชามาอบไอน้ำ หลังจากนั้นจึงนำไปกลิ้งและทำให้แห้งอย่างรวดเร็ว ด้วยวิธีการดังกล่าว จึงทำให้ใบชายังคงมีสีเขียว จากกระบวนการผลิตที่ง่ายและน้อยขั้นตอนทำให้ชาเขียวยังคงมีสารในพืชที่มีประโยชน์หลงเหลืออยู่มากกว่าชาชนิดอื่นๆ

♣ที่นี้ก็พอจะรู้ว่าใครควรจะเลือกดื่มชาชนิดไหนเข้ากับตัวเองเพื่อสุขภาพและกระบวนการผลิตชาพอสมควร หาแก้วชางามๆมาชงชาดื่มชาอย่างมีความสุขน่ะค่ะ♣

********************




 

Create Date : 07 ธันวาคม 2548
18 comments
Last Update : 4 มกราคม 2549 12:20:10 น.
Counter : 2444 Pageviews.

 

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

 

โดย: VinKaBees 7 ธันวาคม 2548 13:15:19 น.  

 

ป๊า กับแม่ชอบดื่มชามากเลยค่ะ

แต่ตอนนี้หันมาดื่มชาอันชันแทนแล้ว ทำเองอีกต่างหาก

 

โดย: มังคุด (mongkud ) 19 ธันวาคม 2548 16:18:46 น.  

 

เคล็ดลับสุขภาพดีนี่เข้าท่ามากค่ะ เดี๋ยวจะไปลองทำให้มากที่สุด เผื่อสวยมั่ง 555
ขอบคุณค่ะ

 

โดย: Farm Girl in High Sierra 22 ธันวาคม 2548 16:48:42 น.  

 

อายุเยอะๆ ต้องดูแลสุขภาพกันหน่อยครับ
หมายถึงตัวผมเองนะพี่

 

โดย: SamCommander 23 ธันวาคม 2548 12:01:24 น.  

 

ได้ฟามรู้เพียบเรย ขอบคุณค่ะ

 

โดย: paninee (paninee ) 23 ธันวาคม 2548 13:23:07 น.  

 

ต้องไปลองดูแระ อยากสวยกะเค้าบ้างอ่ะคร้าบบบ

 

โดย: mute 23 ธันวาคม 2548 17:05:22 น.  

 

เจ้าของบล๊อก แจกจ่ายความรู้แล้ว ได้โปรดนำไปใช้เองมั่งนะค้า

 

โดย: joycandles 18 มกราคม 2549 23:40:47 น.  

 

จะลองปฎิบัติ ให้ได้มาก เท่าที่จะทำได้น๊ะจ๊ะ............เผื่อจะได้แก่ยาก........ ตายช้า........ให้คนข้างๆ รำคาญเล่น...อิ อิ

 

โดย: tadee2005 IP: 58.10.130.210 21 มกราคม 2549 13:27:03 น.  

 

มีสาระจริง-จริงเชียว

 

โดย: คมกฤษณ์ โพธิ์ม่วง IP: 203.172.178.2 30 มกราคม 2549 13:37:05 น.  

 

จุ๊บๆๆๆๆ

 

โดย: ปวีณ์ธิดา มีครุฑ IP: 203.172.178.2 30 มกราคม 2549 13:39:35 น.  

 

 

โดย: รักคนอ่าน IP: 203.172.178.2 30 มกราคม 2549 13:41:25 น.  

 

เพิ่งรู้ว่าคุณปื้ดมีสาระกะเขาเหมียนกัน

 

โดย: เจ๊mti IP: 203.114.124.212 7 มิถุนายน 2549 21:41:21 น.  

 

สาระดีค่ะ อืม ให้กอเอี้ยะ แปะหัวสิวอะ

 

โดย: ยุ้ย IP: 124.120.197.105 24 สิงหาคม 2549 12:47:15 น.  

 

ทำชาอัญชัญยังไงคะ อยากให้บอกขั้นตอนหน่อยคะ

 

โดย: unyayong IP: 124.121.36.103 15 ธันวาคม 2549 23:29:11 น.  

 

นอกจากอัญชัญแล้วใช้อะไรได้อีก

 

โดย: un IP: 124.121.36.103 15 ธันวาคม 2549 23:30:40 น.  

 

สวัสดีค่ะทุกคน ปรางค์มีอะไรจะบอกรักเอ็มสหัสขันธ์ศึกษา1/5

 

โดย: ปรางค์ IP: 202.183.221.194 27 กรกฎาคม 2550 15:22:00 น.  

 

หน่อนมีอะไรจะบอก รักบอย1/5สหัสขันธ์ศึกษา

 

โดย: หน่อน IP: 202.183.221.194 27 กรกฎาคม 2550 15:25:35 น.  

 

สวัสดีค่ะทุกคนปรางค์มีอะไรจะบอกทุกคน ปรางค์รักเอ็ม1/5สหัสขันธ์ศึกษา

 

โดย: ปรางค์ IP: 202.183.221.194 27 กรกฎาคม 2550 15:29:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


jiiwii
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Credited on
สถาปนิก..เชิงชาย เรียวเรืองแสงกุล
วิศวกร....วณัฐ ฉัตรสันติประภา
ก่อสร้าง...บ.โฮมสไตล์ ครีเอชั่น จก.

Friends' blogs
[Add jiiwii's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.