Group Blog
 
All Blogs
 

Brassavola

สกุล Brassavola มีอยู่ไม่กี่ชนิดประมาณ 10กว่าตัวเท่านั้น ชนิดที่โด่งดังที่สุดเห็นจะเป็น B. nodosa (กล้วยไม้สามัญประจำบ้าน) โดยมากดอกของสกุล Brassavola จะส่งกลิ่นหอมในตอนกลางคืน จนได้รับฉายาว่า "Lady of The Night" (B. nodosa) ลักษณะดอกจะเป็นฟอร์มกลีบทั้งหมด ลักษณะเด่นอีกอย่างก็คือ ลำต้น ดูเผินๆ มันเหมือนดินสอ... ในกลุ่มเครือญาติแคทลียา อันนี้น่าจะเป็นสกุลเดียวที่มีลำต้นและใบ เป็นลักษณะเรียว ใบกลม สำหรับสภาพการปลูกเลี้ยงนั้นง่ายมาก สามารถทนแล้งได้ดี นำไปแปะกับแผ่นไม้ก็ใช้ได้แล้ว เครื่องปลูกไม่ควรอุ้มน้ำมาก ไม่งั้นเดี๋ยวจะเน่าเอา


## Brassavola acaulis ##


ในกลุ่ม Brassavola นี้ B. acaulis น่าจะเป็นชนิดที่มีลำต้นและใบรวมกันยาวที่สุด ตั้งแต่ 2 - 2.5ฟุต ระยะเวลาการเจริญเติบโตเลยค่อนข้างช้า และที่ไม่เหมือนชาวบ้านเลยก็คือ มีการออกดอกที่บริเวณโคนลำต้น คือจะแทงหน่อยืนออกมาประมาณ 1 นิ้ว และจะเจริญไปเป็นก้านดอกต่อทันที ไม่มีใบ การออกดอกแบบนี้จะเหมือนกับ Cattleya walkeriana,nobilior ขนาดดอกประมาณ 4-5 นิ้ว สามารถให้ดอก 2-4 ดอกต่อ 1 ก้านช่อ

เด๋วมาต่อเด้อ....

## Brassavola cuculata ##


ดอกของ B. cuculata จัดว่าประหลาดที่สุดของกลุ่ม Brassavola ในความเห็นของผม เนื่องจากมีรังไข่ที่ยาวมาก กลีบก็ยาวผิดจากญาติตัวอื่น แล้วเวลาติดฝัก ฝักจะยาวมาก ลักษณะลำต้นจะยาวเรียวเล็ก ยาวประมาณ 1.5-2 ฟุต หรือมากกว่า ฤดูกาลให้ดอกคือช่วงหน้าร้อน ให้ดอก 1 - 2 ดอกต่อก้านช่อ

## Brassavola flagellaris ##


(ยังไม่มีข้อมูล)

## Brassavola fragrans ##
(ยังไม่มีข้อมูล)
## Brassavola martiana ##

(ยังไม่มีข้อมูล)

## Brassavola nodosa ##


นี่คือเจ้าของฉายา "lady of the night" B. nodosa นับเป็น brassavola ที่รู้จักกันมากที่สุด หรือจะเรียกได้ว่าเป็นไม้สามัญประจำบ้าน การเลี้ยงนั้นง่ายดาย แถมออกดอกให้ดูเป็นระยะๆ ลักษณะใบจะกลมอวบน้ำ ใบและลำต้นรวมกันจะยาวประมาณ 1 ฟุต ลักษณะดอกฟอร์มกลีบตามเอกลักษณะของสกุลนี้ กลีบสีเหลืองอมเขียว และปากกลมขาว ให้ดอก 1-7 ดอก ต่อก้านช่อ ฤดูกาลออกดอกคือช่วงหน้าร้อน แต่การปลูกเลี้ยงตามบ้านจะให้ดอกมากกว่า 1 ครั้งต่อปี

## Brassavola perrinii ##


สำหรับ brassavola ชนิดนี้ ผมพึ่งเห็นของจริงมาไม่นาน ก็พอจะบรรยายได้ ลักษณะลำต้น และใบของ B. perrinii เหมือน B. cuculata มาก แต่ว่า....ก้านดอกจะสั้นมาก กลีบดอกก็สั้น ออกดอกติดๆกัน 1-6 ดอกต่อก้านช่อ ตอนนี้ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะหั่น หรือปล่อยเป็นกอดี เพราะใบใหม่ออกมามันงอแล้วหักทุกที

## Brassavola tuberculata ##
(กำลังสับสนว่าเป็อีกชื่อนึงของ perrinii รึเปล่า)

## Brassavola subuliforlia ##(Brassavola cordata)


ดูแล้วอาจจะคุ้นๆตา กำลังนึกถึง B. Little Stars อยู่ใช่ไหม? B. cordata เป็นพ่อ(หรือแม่หว่า?)ของ Little Stars นั่นเอง โดยนำมาผสมกับ B. nodosa จนบางคนเห็นแล้วสับสนมองว่า Little Stars เป็น cordata จริงๆแล้วมีวิธีจำแนกอยู่ง่ายๆ B. cordata จะมีดอกเล็กกว่า และกลีบบิดมากกว่า จำนวนดอกก็มากกว่าเล็กน้อย มาที่ลักษณะลำต้นและใบ B. cordata จะมีลักษณะแบบเดียวกับ B. nodosa เพียงแต่จะใหญ่กว่าเล็กน้อย และสีใบอาจจะเข้มกว่า ดอกจะมีสีเขียวสว่าง กลีบบิดเล็กน้อย ขนาดดอกราวๆ 2 นิ้ว ออกดอกช่วงหน้าร้อน



*** หมายเหตุ *** หน้าตาของดอกใน Brassavola แต่ละชนิดอาจแตกต่างกันไปแล้วแต่วาไรตี้




 

Create Date : 26 ตุลาคม 2549    
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2549 1:09:10 น.
Counter : 871 Pageviews.  

Rhyncholaelia digbyana และ glauca

Rhyncholaelia กล้วยไม้พันธุ์แท้จากอเมริกาใต้ แต่เดิมถูกจัดอยู่ในสกุล Brassavola แต่ภายหลังถูกโยกย้ายมาตั้งสกุลใหม่เป็น Rhyncholaelia ทั้งนี้ในสกุลนี้จะมีอยู่แค่ 2 ชนิด นอกจาก digbyana แล้วก็คือ glauca กล้วยไม้ชนิดนี้จะมีลักษณะของใบที่โดดเด่นมาก กล่าวคือ บริเวณใบจะดูแข็งมาก และที่ผิวจะมีผงสีขาวๆปกคลุมอยู่ เหมือนไปชุบแป้งมา เตรียมนำไปทอด(เอ้ย...ไม่ใช่) สภาพการปลูกเลี้ยงก็เหมือนกันทั้งคู่ คือชอบแบบแห้งๆ ถ้าแฉะก็จะเน่าง่ายมาก โดยมากจะนิยมปลูกติดกับขอนไม้ หรือเครื่องปลูกที่ไม่อุ้มน้ำมากนัก
** วิธีการสังเกตุง่ายๆว่าเมื่อไหร่จะให้ดอก โดยมากไม้สกุลนี้ เวลาแทงซอง มักจะให้ดอกค่อนข้างชัวว์

## Rhyncholaelia digbyana ##


Rhync. digbyana มี ความโดดเด่นเฉพาะตัวของมันเอง นอกจากสีเขียวครีมอมแดงแล้ว ปากยังเป็นเส้นฝอยๆ สวยมากๆ ลำต้นรวมใบจะมีความสูงราวๆ 10 นิ้ว ด้านหลังใบจะมีสีแดงเลือดหมู ฤดูกาลให้ดอกช่วงหน้าร้อน ขนาดดอกกว้างราวๆ 4-5 นิ้ว ให้ดอกจำนวน 1-2 ดอกต่อช่อ สำหรับคุณค่าในทางการพัฒนาพันธุ์ digbyana มีความสำคัญมากต่อการพัฒนาแคทลียาลูกผสมที่ให้สีเขียว แคทลียาลูกผสมที่ให้ดอกสีเขียวที่เห็นกันในปัจจุบันล้วนมีสายเลือด digbyana ซะส่วนใหญ่

## Rhyncholaelia glauca ##



Rhync. glauca ความโดดเด่นของมันก็คือ... ส่วนใหญ่จะหนักดอกมาก หรือให้ดอกยากนั่นเอง(แต่ในบางกรณีก็แล้วแต่ต้น บางต้นก็เห็นออกดอกง่ายดี) ความสูงของลำต้นรวมใบอยู่ที่ราวๆ 4-5 นิ้ว ฤดูกาลออกดอกช่วงหน้าร้อน ขนาดออกราวๆ 3-4 นิ้ว โดยมากจะให้ดอกเดี่ยวต่อ 1 ก้านช่อ สีดอกตั้งแต่ ขาวครีม ไปจนถึงเขียวครีมอมแดง

**หมายเหตุ ภาพจาก internet




 

Create Date : 26 ตุลาคม 2549    
Last Update : 26 ตุลาคม 2549 10:40:52 น.
Counter : 882 Pageviews.  


Darth Zomo
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Darth Zomo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.